วิลเดอบีสต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สำหรับ กนู ที่หมายถึงโครงการพัฒนาระบบปฏิบัติการ ดูที่: กนู

วิลเดอบีสต์
วิลเดอบีสต์เคราขาว (Connochaetes taurinus)
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ไฟลัมย่อย: Vertebrata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Artiodactyla
วงศ์: Bovidae
วงศ์ย่อย: Alcelaphinae
สกุล: Connochaetes
Lichtenstein, 1812
ชนิด[1]
  • Connochaetes gnou – วิลเดอบีสต์หางขาว
  • Connochaetes taurinus – วิลเดอบีสต์สีน้ำเงิน หรือ วิลเดอบีสต์เคราขาว

วิลเดอบีสต์ หรือ กนู (อังกฤษ: Wilderbeast, Wildebeest, Gnu) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทหนึ่ง จำพวกแอนทีโลป ในวงศ์ Bovidae จัดอยู่ในสกุล Connochaetes

ศัพท์มูลวิทยาและลักษณะ[แก้]

คำว่า "วิลเดอบีสต์" เป็นภาษาดัตช์แปลว่า "สัตว์ป่า" หรือ "วัวป่า" ในภาษาแอฟริกาน (เบียส = วัว) ในขณะที่ Connochaetes มาจากภาษากรีก คำ κόννος (Konnos) หมายถึง "เครา" และ χαίτη (khaítē) หมายถึง "ไหล่ผม" หรือ "แผงคอ" ขณะที่คำว่า "กนู" มาจากภาษากอยกอยแปลว่า "สัตว์เหล่านี้"[2]

วิลเดอบีสต์ มีส่วนสูงจากเท้าถึงหัวไหล่ประมาณ 1.3–1.5 เมตร ขนาดตัวเท่า ๆ กับวัวบ้าน มีความยาวลำตัวประมาณ 1.7–2.4 เมตร ความยาวหาง 75–100 เซนติเมตร ตัวผู้มีน้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ 185–230 กิโลกรัม ตัวเมียมีน้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ 150–180 กิโลกรัม มีเขาคล้ายเขากระทิง แต่เล็กกว่า มีเขาทั้งตัวผู้และตัวเมีย สีของลำตัวทั่วไปเป็นสีเทา แต่มีแถบสีดำที่ใบหน้า หางค่อนข้างยาวสีดำ และมีเคราสีขาวหรือดำ บริเวณใต้คอ บนหลังคอมีแผงขนสีดำต่อไปถึงไหล่ อายุโดยเฉลี่ย 12–20 ปี พบสูงสุดถึง 40 ปี[1]

วิลเดอบีสต์ ถือเป็นแอนทีโลปขนาดใหญ่ และจัดเป็นแอนทีโลปที่สามารถพบได้ง่ายที่สุดในทวีปแอฟริกา มีพฤติกรรมอาศัยอยู่รวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่ บางฝูงอาจถึงหลักหมื่นตัว โดยมีตัวผู้ที่แข็งแรงเป็นจ่าฝูง [3]

การจำแนก[แก้]

แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ[1]

ภาพถ่ายทางอากาศฝูงวิลเดอบีสต์ขณะอพยพที่อุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ ในแทนซาเนีย
ฝูงวิลเดอบีสต์ขณะอพยพ

การอพยพ[แก้]

ในทุกปี ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูแล้ง ที่อาหารหากินยาก ฝูงวิลเดอบีสต์จำนวนกว่า 1.8–2 ล้านตัว จะพากัยอพยพจากทุ่งหญ้าเซเรงเกติ ในแทนซาเนีย เดินทางไกลเป็นระยะทางกว่า 1,500 กิโลเมตร เพื่อหาอาหาร ได้แก่ หญ้าที่ขึ้นใหม่ในทุ่งหญ้ามาไซมารา ของเคนยา ซึ่งเป็นเขตแดนติดต่อกัน และจะหากินอยู่ในทุ่งหญ้ามาไซมาราราว 2 เดือน จนถึงเดือนกันยายน–ตุลาคม ก็จะพากันอพยพกลับไปที่ทุ่งหญ้าเซเรงเกติที่จะมีหญ้าขึ้นใหม่เต็มท้องทุ่งเต็มไปหมด

โดยระหว่างการอพยพทั้งไปและกลับ จะมีวิลเดอบีสต์ล้มตายประมาณ 200,000 ตัว จากการเบียดเสียดกัน หรือจมน้ำจากการถูกจระเข้กิน ขณะข้ามแม่น้ำมารา ขณะที่ตัวที่อ่อนเพลียหรืออ่อนแรงก็จะถูกสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ล่าเป็นอาหาร เช่น สิงโต, ไฮยีน่า, เสือดาว หรือเสือชีตาห์ ซึ่งภาพการอพยพนั้นเป็นภาพที่น่าประทับใจ และตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง วิลเดอบีสต์จะเดินตามจ่าฝูงเป็นแถวยาวเป็นระเบียบ เมื่อถึงบริเวณที่มีทุ่งหญ้าอุดมสมบูรณ์ ก็จะแยกย้ายกันกินหญ้า ก่อนที่จะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ก่อนที่วิลเดอบีสต์จะข้ามแม่น้ำนั้น จะหยุดอยู่ริมตลิ่งเพื่อกินน้ำก่อน ก่อนที่จ่าฝูงตัวที่แข็งแรงที่สุด จะกระโดดลงไปเป็นตัวแรก ก่อนจะตามมาด้วยตัวอื่น ๆ จนหมด

เมื่อกลับมาถึงเซเรงเกติ ลูกวิลเดอบีสต์จะเกิดใหม่ราว 500,000 ตัวในราวเดือนกุมภาพันธ์–มีนาคม และจะร่วมเดินทางอพยพประจำปีในเดือนพฤษภาคมต่อไป

วิลเดอบีสต์ พบกระจายพันธุ์ในทวีปแอฟริกา ตั้งแต่ทางตอนเหนือของเคนยาจนถึงทางใต้ของแทนซาเนีย และจนถึงแอฟริกาใต้[3]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 "Wildebeest". National Geographic. สืบค้นเมื่อ 16 December 2010. 
  2. Comparative Placentation: Wildebeest, Gnu
  3. 3.0 3.1 ปองพล อดิเรกสาร. สัตว์ป่าแอฟริกา. กรุงเทพฯ : เอเรียสบุ๊คส์, 2553. 272 หน้า. ISBN 978-616-90508-0-3

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]