ลิงก์เสีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ลิงก์เสีย, ลิงก์ตาย, ลิงก์เน่า คือศัพท์แบบกันเองที่ใช้เรียกการเชื่อมโยงหลายมิติ (บนเว็บไซต์เอกเทศหรืออินเทอร์เน็ตโดยทั่วไป) ที่โยงไปยังเว็บเพจ เซิร์ฟเวอร์ หรือทรัพยากรอื่น ซึ่งไม่มีให้ใช้งานได้อย่างถาวร ศัพท์นี้ก็ใช้อธิบายผลจากความล้มเหลวในการอัปเดตเว็บเพจที่ล้าสมัย ที่พะรุงพะรังในผลการค้นหาของเสิร์ชเอนจินด้วย

สาเหตุ[แก้]

ลิงก์ใดลิงก์หนึ่งอาจเสียได้ด้วยเหตุหลายประการ เหตุเรียบง่ายและสามัญที่สุดก็คือ เว็บไซต์ที่โยงไปหาไม่มีอยู่อีกต่อไป ผลลัพธ์สามัญที่สุดของการเรียกลิงก์เสียก็คือ ข้อผิดพลาด 404 ซึ่งแสดงว่าเว็บเซิร์ฟเวอร์ตอบสนอง แต่หน้าที่ระบุนั้นไม่สามารถค้นพบได้

เว็บไซต์ข่าวบางแห่งมีส่วนทำให้เกิดปัญหาลิงก์เสีย โดยการคงไว้แต่บทความข่าวล่าสุดที่สามารถเข้าถึงได้โดยเสรี แล้วลบหรือย้ายบทความข่าวเก่า ๆ ไปไว้ในพื้นที่สำหรับสมาชิกที่ต้องจ่ายค่าสมัครเข้าร่วม ทำให้ลิงก์สนับสนุนขาดหายไปอย่างมาก ต่อเว็บไซต์ที่อภิปรายถึงเหตุการณ์สำคัญเชิงข่าวและใช้ข่าวนั้นเป็นแหล่งอ้างอิง

ลิงก์เสียอีกประเภทหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อเซิร์ฟเวอร์ที่รับฝากหน้าปลายทางหยุดการทำงานหรือย้ายตำแหน่งไปยังชื่อโดเมนใหม่ กรณีนี้เบราว์เซอร์จะให้ผลเป็นข้อผิดพลาดของดีเอ็นเอส หรืออาจปรากฏเป็นเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เรียกค้น กรณีหลังสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อชื่อโดเมนถูกระงับและต่อมาผู้ให้บริการรายอื่นก็ช่วงชิงจดทะเบียนชื่อเดิมอีกครั้ง ชื่อโดเมนที่ได้มานี้จะดึงดูดผู้ที่คาดหวังความได้เปรียบจากกระแสผู้เยี่ยมชมที่เข้ามาโดยไม่ทันสงสัย เพื่อที่จะเพิ่มพูนตัวนับผู้เยี่ยมชมและเพจแรงก์

ลิงก์ก็อาจเสียได้ด้วยสาเหตุจากการปิดกั้นบางรูปแบบ เช่นตัวกรองเนื้อหาหรือไฟร์วอลล์ ลิงก์เสียที่พบเห็นได้ทั่วไปบนอินเทอร์เน็ตก็สามารถเกิดขึ้นได้จากด้านผู้เขียน เมื่อเนื้อหาของเว็บไซต์ถูกรวบรวม คัดลอก หรือจัดใช้งานโดยปราศจากการตรวจทานเป้าหมายอย่างถูกต้อง หรือเพียงไม่ทำให้ทันสมัย ลิงก์เสียก็อาจเกิดขึ้นได้กับเว็บไซต์ที่ไม่ได้ใช้ยูอาร์แอลแบบสะอาด (clean URL) ซึ่งถูก "จัดระเบียบใหม่" [1]

ความแพร่หลาย[แก้]

ผู้ใช้เว็บคุ้นเคยต่อการตอบรับชนิด 404 "Not Found" แม้กระทั่งผู้ที่ใช้เว็บเป็นครั้งคราว มีการศึกษาวิจัยจำนวนหนึ่งที่สำรวจความแพร่หลายของลิงก์เสียบนเว็บ ในวรรณกรรมเชิงวิชาการ และในห้องสมุดดิจิทัล จากการทดลองเมื่อ พ.ศ. 2546 เฟตเทอร์ลีและคณะพบว่า ประมาณหนึ่งลิงก์ในทุก ๆ 200 ลิงก์ต่อสัปดาห์จะหายไปจากอินเทอร์เน็ต [2] แม็กคาวน์และคณะพบว่า ยูอาร์แอลถึงครึ่งที่อ้างถึงบทความในดี-ลิบ แมกาซีน (D-Lib Magazine) ไม่สามารถเข้าถึงได้อีกหลังจากเผยแพร่ไปแล้ว 10 ปี [3] และการศึกษาวิจัยอื่น ๆ ได้แสดงว่า ลิงก์เสียในวรรณกรรมเชิงวิชาการมีจำนวนมากแย่ยิ่งกว่านั้น [4][5] เนลสันกับอัลเลนได้สำรวจลิงก์เสียในห้องสมุดดิจิทัลพบว่า ประมาณร้อยละสามของลิงก์ทั้งหมดไม่สามารถเข้าถึงได้หลังจากหนึ่งปีผ่านพ้นไป [6]

อ้างอิง[แก้]

  1. Tim Berners-Lee. "Cool URIs don't change". http://www.w3.org/Provider/Style/URI 1998.
  2. Fetterly, Dennis; Manasse, Mark; Najork, Marc; Wiener, Janet (2003). "A large-scale study of the evolution of web pages". Proceedings of the 12th international conference on World Wide Web. สืบค้นเมื่อ 2010-09-14. 
  3. McCown, Frank; Chan, Sheffan; Nelson, Michael L.; Bollen, Johan (2005). "The Availability and Persistence of Web References in D-Lib Magazine". Proceedings of the 5th International Web Archiving Workshop and Digital Preservation (IWAW'05). 
  4. Spinellis, Diomidis (2003). "The Decay and Failures of Web References". Communications of the ACM 46 (1): 71–77. doi:10.1145/602421.602422. 
  5. Lawrence, Steve; Pennock, David M.; Flake, Gary William; Krovetz, Robert; Coetzee, Frans M.; Glover, Eric; Nielsen, Finn Arup; Kruger, Andries และคณะ (2001). "Persistence of Web References in Scientific Research". Computer 34 (2): 26–31. doi:10.1109/2.901164. แม่แบบ:Citeseerx. 
  6. Nelson, Michael L.; Allen, B. Danette (2002). "Object Persistence and Availability in Digital Libraries". D-Lib Magazine 8 (1). doi:10.1045/january2002-nelson. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]