มุระซะกิ ชิคิบุ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มุระซะกิ ชิคิบุ


มุระซะกิ ชิคิบุ (ญี่ปุ่น: 紫式部 Murasaki Shikibu ?) (ค.ศ. 973 - ค.ศ. 1014 หรือ 1025) เป็นกวีชาวญี่ปุ่น เป็นผู้สร้างผลงาน ตำนานเกนจิ (Genji Monogatari) เธอเป็นหญิงในราชสำนักสมัยเฮอัน เกิดในปี เทนเอน ที่ 1( Ten-en 1 ) หรือราว ค ศ. 973 ในตระกูลขุนนางสาย ฟุจิวาระ ในระดับชั้นกลาง บิดาชื่อว่า ฟุจิวาระ ทะเมะโตะคิ ไม่มีใครทราบชื่อจริงของเธอ สันนิษฐานว่า ที่เธอรับการเรียกขานว่า มุราซากิ ชิคิบุ นั้น เนื่องจาก หญิงผู้มีชนชั้นในสังคมยุคนั้นจะไม่เปิดเผยชื่อจริงๆของตัว มุราซากิ มาจากชื่อของ ตัวละครนำหญิงในตำนานเก็นจิ หรือไม่ก็ มุระซะกิ ที่แปลว่าสีม่วง พร้องกับชื่อตระกูลฟุจิวาระของเธอ ที่ ดอกฟุจิ ก็เป็นดอกไม้สีม่วงเช่นกัน ส่วน ชิคิบุ นั้น มาจากการที่ บิดา และ พี่ชายของเธอ ทำงานในกรมราชพิธี( ชิคิบุ )นั่นเอง [1]

ปีโจโตคุที่ 4 ( Chotoku 4 ) หรือราวปี ค ศ.998 เธอแต่งงานกับ ฟุจิวาระ โนะ โนะบุทะกะ ( Fujiwara no Nobutaka )มีบุตรสาว 1 คน เรียกขานนามกันว่า ไดนิ โนะ ซัมมิ ( Daini no Sammi)ซึ่งไม่ใช่ชื่อจริง แต่เป็นการเรียกแทนตัวจากตำแหน่งเช่นกัน ต่อมา 3 ปี สามีของเธอเสียชีวิต และช่วงนี้เองที่เธอเริ่มประพันธ์ ตำนานเก็นจิ

ราวปีคันโคที่ 2 ( Kanko 2 ) หรือ ราวปี ค ศ.1005 นางรับตำแหน่งในหน้าที่ผู้ติดตามของ โชชิ (Soshi)บุตรสาวของ ฟุจิวะระ โนะ มิจินะงะ ( Fujiwara Michinaga )ขุนนางผู้ยิ่งใหญ่ ต่อมา โซชิ ขึ้นเป็นจักรพรรดินีในพระจักรพรรดิอิจิโจ ( Ichicho )


ประวัติ[แก้]

มุระซะกิ ชิคิบุ เกิดเมื่อราว ค.ศ 973 ในเกียวโต ซึ่งในยุคนั้นเรียกว่าเฮอันเคียว(Heian-kyo) ประเทศญี่ปุ่น เธอเกิดในครอบครัวขุนนางเล็กๆที่เป็นสาขาทางเหนือของตระกูลฟุจิวาระอันยิ่งใหญ่

แม่ของ มุระซะกิเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ดังนั้นมุระซะกิได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างแตกต่างตรงกันข้ามกับเด็กในยุคนั้น บิดาของเธอ ฟุจิวาระ โนะ ทะเมะโทคิ (Fujiwara no Tametoki เสียชีวิตราวปี ค.ศ. 1029) เป็นบัณฑิตและข้าราชสำนัก ในกรมราชพิธี หรือ ชิคิบุโช ต่อมาบิดาของเธอ ย้ายไปรับราชการที่หัวเมืองต่างๆเช่น ฮาริมะ (Harima) , เอจิเซน (Echizen) มุระซะกิ ติดตามบิดาไปที่เอจิเซนด้วยใน ค.ศ. 996 และ เอจิโงะ (Echigo)

ในสมัยเฮอันนั้น คู่สามีภรรยาจะใช้ชีวิตแยกบ้านกันอยู่ และลูกจะได้รับการเลี้ยงดูจากมารดาและญาติทางตระกูลของมารดา หญิงสมัยนั้นจะไม่เขียนอักษรจีน แต่จะอ่านเขียนด้วยอักษรคานะ และการโคลงกลอน ร้อยกรองของญี่ปุ่น แต่มุระซะกิ ชิคิบุ มีความรู้เรื่องวรรณกรรมคลาสสิกของจีนในยุคนั่น อีกทั้งยังอ่านเขียน คันจิ หรือตัวอักษรจีนได้

จาก บันทึกของมุระซะกิ ชิคิบุ เธอได้บันทึกไว้ว่า เมื่อตอนเด็กๆ ขณะที่บิดาสอนวรรณกรรมคลาสสิกของจีนให้พี่ชาย เธอนั่งอยู่ข้างๆ และเข้าใจบทเรียนที่พี่ชายของเธอเรียนด้วยความยากลำบากได้อย่างง่ายดาย [2] บิดาของเธอชื่นชมสติปัญญาความเฉลียวฉลาดของเธอ และรู้สึกเศร้าใจเพราะเสียดายในความสามารถที่มาพร้อมกับชาติกำเนิดที่เป็นหญิงแทนที่จะเป็นชาย ซึ่งในสมัยนั้น ความเป็นชายที่มาพร้อมกับพรสวรรค์ข้างต้นจะส่งผลให้มีความก้าวหน้าในชีวิตมากกว่า

มุระซะกิ ชิคิบุ แต่งงานกับ ฟุจิวาระ โนะ โนะบุทะกะ (Fujiwara no Nobutaka) ในราว ค.ศ.998 หรือ 999 และเป็นหม้ายเพราะสามีเสียชีวิตลงในปี 1001 มีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน ซึ่งอาจจะเกิดราวปี ค.ศ.999 ชื่อว่า คะทะโกะ(Katako) หรือ เคนชิ (Kenshi) ต่อมารับราชการในวังและเรียกขานกันในนาม ไดนิ โนะ ซัมมิ (Daini no Sammi) และบุตรสาวของเธอ อาจจะเสียชีวิตราวปี ค.ศ. 1080

ราวปี ค.ศ. 1006 มุระซะกิ ชิคิบุ ได้รับการเรียกตัวเพื่อไปรับใช้ใกล้ชิด จักรพรรดินี อะคิโกะ หรือ โซชิ โดยการว่าจ้างจาก ฟุจิวาระ มิจินางะ (Fujiwara Michinaga) ขุนนางผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค เพราะความสามารถทางด้านการประพันธ์นวนิยาย และหลักฐานสุดท้ายที่กล่าวถึงมุระซะกิ ชิคิบุ บันทึกใน ค.ศ. 1013 และเธออาจจะเสียชีวิตในปีถัดมา (ค.ศ. 1014)

ผลงาน[แก้]

  • ตำนานเกนจิ ( Genji Monogatari - The tale of Genji )
  • บันทึกของมุระซะกิ ชิคิบุ [1]( Murasaki Shikibu Nikki - Murasaki Shikibu diary )
  • มุระซะกิ ชิคิบุ ชู - ประชุมบทร้อยกรองของมุระซะกิ ชิคิบุ( Murasaki Shikibu Shuu)

ผลงานชิ้นเอกของมุระซะกิ ชิคิบุ คือนวนิยายเรื่อง ตำนานเก็นจิ นอกจากนี้แล้ว เธอยังเขียนบันทึก ที่เรียกกันว่า บันทึกของมุระซะกิ ชิคิบุ(Murasaki Shikibu Nikki ) ที่เนื้อหาส่วนใหญ่กล่าวถึงเหตุการณ์ต่างๆในราชสำนักในปี ค.ศ. 1008 และ ประชุมบทร้อยกรองส่วนตัว ชื่อว่า มุระซะกิ ชิคิบุ ชู ( Murasaki Shikibu Shuu)ซึ่งอาจจะรวบรวมขึ้นมาหลังจากที่เธอเสียชีวิตไปแล้ว


มุระซะกิ ชิคิบุ กับ ตำนานเก็นจิ[แก้]

ไม่มีใครทราบว่ามุระซะกิ ชิคิบุ เริ่มเขียนตำนานเก็นจิ หรือเขียนจบเมื่อไหร่ แต่หลักฐานจากบันทึกของเธอบอกเราว่า เธอเขียนตำนานเกนจิแล้วในราวปี ค.ศ. 1007 หรือ 1008 และเป็นที่ยอมรับกันว่าเธอเขียนตำนานเกนจิทั้ง 54 บท แม้แต่ละบทจะเขียนโดยไม่ได้เรียงตามระยะเวลาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็มีการตัดต่อระหว่างบทที่น่าอัศจรรย์ ไม่ทราบว่าเธอวางแผนให้เป็นเช่นนี้ก่อนจะเขียนหรือไม่? ในเอกสารบางชิ้นใน ศตวรรษที่ 14 กล่าวว่า องค์หญิงพระองค์หนึ่ง ได้ถาม จักรพรรดินี ว่ามี นิทาน เรื่องใหม่ๆให้อ่านบ้างหรือไม่ เมื่อไม่มีนิทานเรื่องใหม่ๆแล้ว จักรพรรดินีจึงบัญชาให้ มุระซะกิ ชิคิบุ เขียนนิยายขึ้นใหม่ มุระซะกิ ชิคิบุ จึงเดินทางไปไหว้พระที่วัดอิชิยะมะเดระ ที่อยู่ใกล้ทางใต้ของทะเลสาบบิวะ ใช้เวลาเดินทาง 1 วันโดยรถเทียมวัวไปทางทิศตะวันออกของเกียวโต เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่อง เนื่องจากมุระซะกิ ชิคิบุประทับใจกับเหตุการณ์ในตอนเด็กๆ เรื่องของขุนนางผู้มีความสามารถ ถูกเนรเทศไปคิวชูอย่างไม่เป็นธรรม ดังนั้น ณ คืนวันหนึ่ง ที่วัดอิชิยะมะเดระ ในเดือน 8 ตามจันทรคติ ในขณะที่เธอเคลิบเคลิ้มไปกับความงดงามของภาพพระจันทร์เต็มดวงส่องสว่างสะท้อนผืนน้ำของทะเลสาบบิวะ จินตนาการเกี่ยวกับนิยายก็ผุดขึ้นมาในมโนสำนึก เธอจินตนาการถึง ตัวเอก เกนจิ ถูกเนรเทศออกจากเมื่องหลวงไปอย่างไม่เป็นธรรม สู่ริมทะเลที่มีแสงจันทร์สาดส่อง เธอเกรงว่าจะลืมจินตนาการนั้น จึงเขียนบันทึกเรื่องราวนั้นไว้ ซึ่งในภายหลัง กลายเป็นเรื่องราวในบทที่ 11 และ 12 ของตำนานเกนจิ[3]

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

บันทึกของมุระซะกิ ชิคิบุ บทความภาษาอังกฤษ