มหาวิหารเซนต์พอล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ เซนต์พอล (แก้ความกำกวม)
มหาวิหารเซนต์พอล

St Paul's Cathedral

มหาวิหารเซนต์พอล
มหาวิหารเซนต์พอล
สิ่งก่อสร้าง
ฐานะ มหาวิหาร
นิกาย อังกลิคัน
ที่ตั้ง ลอนดอน
ประเทศ Flag of the United Kingdom.svg สหราชอาณาจักร
การก่อสร้าง
แรกสุด ค.ศ. 604
ผู้สร้างแรก นักบุญออกัสตินแห่งแคนเทอร์เบอรี
ปัจจุบัน ค.ศ. 1677
สร้างเสร็จ 20 ตุลาคม ค.ศ. 1708
แบบสถาปัตยกรรม บาโรก
ผู้ออกแบบ/ตกแต่ง
สถาปนิก เซอร์คริสโตเฟอร์ เร็น
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
เว็บไซต์ มหาวิหารเซนต์พอล
“มหาวิหารเซนต์พอลเก่า” ก่อน ค.ศ. 1561 ที่ยังมีมณฑป

มหาวิหารเซนต์พอล (อังกฤษ: St Paul's Cathedral) เป็นคริสต์ศาสนสถานระดับมหาวิหารของคริสตจักรแห่งอังกฤษ และเป็นโบสถ์ประจำตำแหน่งบิชอปแห่งลอนดอน สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่นักบุญเปาโลอัครทูต ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มหาวิหารที่เห็นในปัจจุบันสร้างเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 17 และเชื่อกันว่าเป็นมหาวิหารที่ 5 ตั้งแต่สร้างมหาวิหารกันมา ณ ที่ตั้งนี้แต่อาจจะสูงกว่านั้นถ้านับการบูรณะเข้าไปด้วย

มหาวิหารเก่า[แก้]

สมัยก่อนนอร์มัน[แก้]

(หมายเหตุ: สมัยก่อนนอร์มันหมายถึงสมัยก่อนที่อังกฤษจะถูกรุกรานโดยวิลเลียม ดยุกแห่งนอร์ม็องดีเมื่อปี ค.ศ. 1066—คือก่อนปี ค.ศ. 1066)

สมัยโรมันตอนปลายลอนดอนมีฐานะเป็นมุขมณฑล แต่มหาวิหารแซกซันที่สร้างเป็นโบสถ์ไม้ ซึ่งอาจจะสร้างโดยเมลลิทัส (Mellitus) หรือนักบุญออกัสตินแห่งแคนเทอร์เบอรี ที่เนินลัทเกท (Ludgate Hill) ของมุขมณฑลที่ก่อตั้งใหม่เมื่อ ค.ศ. 604 ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของเมืองลอนดอนโรมัน และตะวันออกของลันเดนวิค (Lundenwic) การสร้างมหาวิหารภายในกำแพงเมืองโรมันเป็นประเพณีที่นักสอนศาสนาทำกันมาตั้งแต่ยุโรปภาคพื้นทวีป

ที่ตั้งของมหาวิหารปัจจุบันกล่าวกันว่าเคยเป็นที่ตั้งของวงหิน (stone circle) เป็นโบสถ์ที่อุทิศให้เทพีไดแอนนา ซึ่งตั้งตรงกันข้ามกับวัดอพอลโลที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ แต่คริสโตเฟอร์ เร็น (Christopher Wren) ผู้เป็นสถาปนิกไม่พบสิ่งใดที่เป็นหลักฐานตามที่กล่าว[1] แต่ก็อาจจะเป็นได้ว่าวัดเดิมเป็นเพียงชาเปลเล็กๆ และอาจจะถูกทำลายหลังจากที่เมลลิทุสถูกไล่ออกจากเมืองไปชั่วคราวโดยผู้นอกศาสนาที่สืบเชื้อสายมาจากแซร์เบิร์ธ (Saeberht) และตัวโบสถ์เองก็ถูกเผาเมื่อปี ค.ศ. 675 โบสถ์ที่สร้างแทนที่เป็นหิน (ค.ศ. 685) ภายในโบสถ์เป็นที่ฝังพระเจ้า/นักบุญเซ็บบีแห่งเอสเซ็กซ์ ต่อมาโบสถ์นี้ก็ถูกปล้นทำลายโดยไวกิงเมื่อปี ค.ศ. 961 ตามที่กล่าวใน “พงศาวดารแองโกล-แซ็กซอน

มหาวิหารที่สามสร้างด้วยหินเมื่อปี ค.ศ. 962 และใช้เป็นที่ฝังพระศพของพระเจ้าเอเธลเรดที่ 2 (Ethelred the Unready) แต่ก็มาถูกเผาอีกเมื่อปี ค.ศ. 1087 ตามที่บันทึกใน “พงศาวดารเหตุแองโกล-แซ็กซอน”

“มหาวิหารเซนต์พอลเก่า”[แก้]

มหาวิหารเซนต์พอลที่ 4 เรียกว่า “มหาวิหารเซนต์พอลเก่า” หรือ “มหาวิหารเซนต์พอลก่อนไฟไหม้” (ก่อนเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในลอนดอน ค.ศ. 1666) เริ่มสร้างโดยชาวนอร์มันหลังจากไฟไหม้เมื่อปี ค.ศ. 1087 ระยะเวลาที่ใช้ในการก่อสร้างก็ร่วม 200 ปีจึงเสร็จ แต่ก็มาเสียหายจากเพลิงไหม้ไปมากเมื่อปี ค.ศ. 1136 หลังคาที่สร้างแทนก็ยังเป็นไม้ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดี เมื่อปี ค.ศ. 1240 โบสถ์ก็ได้รับการสถาปนาอย่างเป็นทางการ

แต่หลังจากการสถาปนาได้เพียง 16 ปีโบสถ์ก็มีโครงการขยายเพิ่มอีกเมื่อปี ค.ศ. 1256 “งานใหม่” ครั้งนี้เสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1314 แต่วัดได้รับสถาปนาอีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 1300—14 ปีก่อนการขยายเพิ่มเติมจะเสร็จ มหาวิหารเซนต์พอลในขณะนั้นเป็นมหาวิหารที่ลึกเป็นที่สามของยุโรป เมื่อมีการขุดค้นทางโบราณคดีโดยฟรานซิส เพ็นโรส (Francis Penrose) ก็พบว่าตัวมหาวิหารเซนต์พอลเก่าลึก 585 ฟุต กว้าง 100 ฟุตจากแขนกางเขนเหนือถึงใต้กว้าง 290 ฟุตและมีมณฑปที่สูงที่สุดในยุโรปสูงประมาณ 489 ฟุต

พอมาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 16 มหาวิหารก็อยู่ในสภาพที่เสื่อมโทรมมาก ในสมัยพระเจ้าเฮนรีที่ 8 และพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 พระเจ้าเฮนรีที่ 8 ก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากผลของการยุบอารามและ “พระราชกฤษฎีกาเวนคืนทรัพย์ของอารามเป็นของหลวง” (Chantries Act) โดยมีการทำลายเครื่องตกแต่งภายในของโบสถ์ ระเบียงฉันนบถ ห้องใต้ดินภายในโบสถ์ คูหาสวดมนต์ และบริเวณประกอบพิธี รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ของโบสถ์ อสังหาริมทรัพย์บางส่วนของมหาวิหารที่ไม่ถูกทำลายก็ถูกยึดเป็นของหลวง หรือไม่ก็ถูกขาย หรือถูกบังคับให้เช่าโดยเฉพาะให้กับโรงพิมพ์และร้านหนังสือโปรเตสแตนต์ วัสดุจากสิ่งก่อสร้างที่ถูกทำลายก็กลายเป็นวัสดุก่อสร้างสำหรับสิ่งก่อสร้างใหม่เช่น วังซัมเมอร์เซต (Somerset House) ของ โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ - “เจ้าผู้พิทักษ์

ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมหาวิหารที่เรียกว่า “St Paul's Cross” กลายมาเป็นที่เทศนากลางแจ้ง เมื่อปี ค.ศ. 1561 มณฑปของมหาวิหารก็ถูกฟ้าผ่าและไม่มีการสร้างแทน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทั้งชาวโรมันคาทอลิกและโปรเตสแตนต์ถือกันว่าเป็นสัญญาณจากพระเจ้าที่แสดงความไม่พอใจในความแตกแยกของนิกายทั้งสอง

เมื่อราวปี ค.ศ. 1630 อินิโก โจนส์ (Inigo Jones) สถาปนิกแบบคลาสสิกก็สร้างด้านหน้าใหม่ แต่มาถูกทำลายเสียหายไปมากระหว่างสงครามกลางเมืองอังกฤษ พร้อมกับเอกสารต่าง ๆ ของโบสถ์ด้วย[2] “มหาวิหารเซนต์พอลเก่า” มาถูกทำลายหมดระหว่างอัคคีภัยครั้งใหญ่ในลอนดอน ค.ศ. 1666 ถึงแม้ว่าจะเป็นไปได้ที่จะซ่อมแซมจากสิ่งที่หลงเหลือจากไฟไหม้ แต่ก็มีการตัดสินใจให้สร้างโบสถ์ใหม่ทั้งหมดเป็นสถาปัตยกรรมร่วมสมัยของสมัยนั้น ที่ในปัจจุบันเรียกว่าสถาปัตยกรรมแบบบาโรก อันที่จริงแล้วความคิดที่จะสร้างมหาวิหารใหม่ก็เริ่มมาตั้งแต่ก่อนที่ไฟจะไหม้แล้ว

“มหาวิหารเซนต์พอลเรน”[แก้]

การออกแบบและการก่อสร้าง[แก้]

คริสโตเฟอร์ เร็น (Christopher Wren) เป็นสถาปนิกที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ออกแบบมหาวิหารเซนต์พอลใหม่ พร้อมกับวัดอื่นๆ ในกรุงลอนดอนอีกราว 50 โบสถ์ในขณะเดียวกันเมื่อปี ค.ศ. 1668 แบบแรกที่เร็นออกเป็นการสร้างมหาวิหารใหม่บนฐานเดิม แต่แผนนี้ไม่ได้รับการอนุมัติในปี ค.ศ. 1669 ผังที่สองเป็นทรงกากะบาด (Greek cross) ออกแบบราว ค.ศ. 1670-1672 ก็ไม่ได้รับอนุมัติอีกเพราะทรงสมัยใหม่เกินไป เช่นเดียวกับผังที่เอามาแก้ไขที่สร้างเป็นรูปย่อส่วน 1:24 “Great Model” ที่ตั้งแสดงอยู่ในห้องใต้ดินของมหาวิหารในปัจจุบัน [3] ผังที่ในที่สุดได้รับการ “ยอมรับ” ก็คือผังที่ออกแบบเมื่อ ค.ศ. 1675 แบบที่ “ยอมรับ” ประกอบด้วยโดมเล็กมียอดแหลมข้างบน แต่พระเจ้าชาลส์ที่ 2 ทรงอนุญาตให้เร็นแก้ไข “สิ่งตกแต่ง” ของผังที่ “ยอมรับ” ได้ เร็นก็เลยถือโอกาสแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปจากแบบเดิมเป็นอันมาก รวมทั้งขยายขนาดโดมให้ใหญ่ขึ้น และเพิ่มหอสองหอทางด้านตะวันตก ตัวอาคารเริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนมิถุนายน โดยมีทอมัส สตรองผู้เป็นหัวหน้าช่างหินของเร็นเป็นผู้วางศิลาฤกษ์เมื่อปี ค.ศ. 1677[4]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ครูเกอร์ (Kruger) , ค.ศ. 1943
  2. Kelly 2004 (เคลลี ค.ศ. 2004)
  3. pages 12 to 26, Sir Christopher Wren: The Design of St Paul's Cathedral, Kerry Downes Trefoil Press 1988 (การออกแบบมหาวิหารเซนต์พอล โดยเคอร์รี ดาวนส)
  4. The Worshipful Company of Masons: Company History

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 51°30′50″N 0°05′53″W / 51.514°N 0.098°W / 51.514; -0.098