มหาวิหารอ็องเฌ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Logo monument classe.svg อาสนวิหารนักบุญมอริซแห่งอ็องเฌ
Cathédrale Saint-Maurice d'Angers

Cathedral of St.Maurice of Angers

ทางเข้าหลักด้านหน้าฝั่งทิศตะวันตก
ทางเข้าหลักด้านหน้าฝั่งทิศตะวันตก
สิ่งก่อสร้าง
ฐานะ อาสนวิหาร
นิกาย โรมันคาทอลิก
ที่ตั้ง อ็องเฌ จังหวัดแมเนลัวร์
ประเทศ Flag of France.svg ประเทศฝรั่งเศส
การก่อสร้าง
ปัจจุบัน คริสต์ศตวรรษที่ 12
สร้างเสร็จ คริสต์ศตวรรษที่ 13
แบบสถาปัตยกรรม กอทิกแบบอ็องฌ์แว็ง
สูง 75 เมตร (250 ฟุต) (หอระฆัง)
ทางเดินกลาง ยาว 48 เมตร (160 ฟุต)
กว้าง 16.4 เมตร (54 ฟุต)
ขนาด ยาว 90.47 เมตร (296.8 ฟุต)
แบบผัง กางเขน
ผู้ออกแบบ/ตกแต่ง
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
พิกัด 47°28′14″N 0°33′18″W / 47.47056°N 0.55500°W / 47.47056; -0.55500
หมายเหตุ Logo monument classe.svg อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ (ค.ศ. 1862)[1]

มหาวิหารอ็องเฌ เรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารนักบุญมอริซแห่งอ็องเฌ (ฝรั่งเศส: Cathédrale Saint-Maurice d'Angers) เป็นอาสนวิหารในนิกายโรมันคาทอลิก เป็นที่ตั้งของมุขนายก ประจำมุขมณฑลอ็องเฌ (Diocese of Angers) ตั้งอยู่ในเมืองอ็องเฌ จังหวัดแมเนลัวร์ ในแคว้นเปอีเดอลาลัวร์ ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้ นักบุญมอริซแห่งอ็องเฌ อดีตมุขนายกในคริสต์ศตวรรษที่ 4

มหาวิหารแห่งนี้เป็นหนึ่งตัวอย่างของอาคารที่อยู่ในระหว่างการเปลี่ยนผ่านทางสถาปัตยกรรมระหว่างโรมาเนสก์กับกอทิกที่สวยงาม และยังเป็นอีกหนึ่งประจักษ์พยานสำคัญของสถาปัตยกรรมกอทิกอ็องฌ์แว็ง ซึ่งพบเห็นในดินแดนแถบนั้นอีกด้วย

มหาวิหารแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เมื่อปีค.ศ. 1862[2]

ประวัติ[แก้]

ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 11 มุขนายกอูแบร์ เดอ ว็องโดม (Hubert de Vendôme) ได้อนุมัติให้สร้างอาสนวิหารแห่งใหม่ตามแบบสถาปัตยกรรมในสมัยนั้น คือ โรมาเนสก์ ซึ่งมีบริเวณกลางโบสถ์เพียงโถงเดียว อาสนวิหารแห่งนี้สร้างเสร็จและเสกในปีค.ศ. 1025 และเพียงไม่กี่ปีต่อมาก็ถูกอัคคีภัยทำลายลงในปีค.ศ. 1032

ต่อมามุขนายกฌอฟฟรัว เดอ ตูร์ (Geoffroy de Tours) ได้บูรณะกลับมาอยู่ในสภาพเดิมอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 11 มหากางเขนบริเวณพิธีได้ติดตั้งใหม่ในปีค.ศ. 1051 และแท่นบูชาใหม่ในปีค.ศ. 1092[3]

ต่อมาไม่นานก็ได้มีการบูรณะอีกโดยมุขนายกเรอโน เดอ มาร์ติญเญ (Renaud de Martigné) และ อุลแฌร (Ulger) และเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมากในสมัยของมุขนายกนอร์มอง เดอ ดูเอ (Normand de Doué) และ กีโยม เดอ โบมง (Guillaume de Beaumont) โดยสองท่านหลังได้บูรณะโดยสร้างใหม่ในส่วนของบริเวณกลางโบสถ์ และมุขทางเข้าด้านหน้ามหาวิหาร ซึ่งบริเวณกลางโบสถ์ที่เป็นโถงเดี่ยวนั้น (ไม่มีทางเดินข้าง) ต่อมาในภายหลังได้เป็นตัวอย่างสำคัญของการก่อสร้างมหาวิหารอ็องกูแลม และแอบบีย์แห่งฟงต์ฟโร (abbaye de Fontevraud)

บริเวณโค้งสร้างส่วนฐานกำแพงบริเวณกลางโบสถ์เป็นแบบโรมาเนสก์ ซึ่งสูงถึงบริเวณครึ่งหนึ่งของความสูงอาคาร ต่อมาในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 12 ก็เริ่มมีการสร้างเสาและเพดานโค้งสันแบบกอทิก ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของกอทิกอ็องฌ์แว็ง บริเวณกลางโบสถ์ประกอบด้วยโถงกลางเพียงฝั่งเดียว สร้างแบบโรมาเนสก์ ซึ่งนำไปสู่แขนกางเขน และบริเวณร้องเพลงสวดแบบกอทิก ซึ่งได้สร้างทับบนขอบบริเวณกำแพงเมืองเก่า

ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ได้มีการต่อเติมซุ้มโค้งบริเวณฐานของหอทั้งสอง โดยเป็นซุ้มที่ประกอบด้วยรูปสลักของอัศวินผู้อารักขานักบุญมอริซ ซึ่งสร้างในแบบเรอเนสซองส์ ซึ่งด้านบนเป็นเป็นหอสี่เหลี่ยมและปิดยอดด้วยโดมแบบห้าเหลี่ยม[4]

อาคารมหาวิหารประกอบด้วยยอดสูงทั้งสองฝั่งอยู่บริเวณยอดของหอระฆังทั้งสอง ฟากทิศเหนือสร้างในปีค.ศ. 1518 และทางทิศใต้ในปีค.ศ. 1523

ในปีค.ศ. 1806 มุขทางเข้าซึ่งเคยตั้งอยู่ด้านหน้าของมหาวิหารซึ่งยื่นออกไปบริเวณจัตุรัสภายหน้านั้น ได้มีถูกทำลายลงเนื่องจากมีสภาพชำรุดทรุดโทรม และล้าสมัย ซึ่งมุขทางเข้านี้สร้างในแบบกอทิกอ็องฌ์แว็ง ครอบซุ้มประตูกลางด้านหน้า มีสูงสองชั้น ประกอบด้วยเพดานโค้งจำนวน 4 โค้ง ซึ่งยังพบอยู่เป็นร่อยรอยหลักฐานของมุขทางเข้าได้อยู่ในปัจจุบัน

ต่อมาได้มีโครงการหลายโครงการในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 ที่จะก่อสร้างส่วนนี้ขึ้นใหม่ แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จจนถึงปัจจุบัน[5]

สัดส่วน[แก้]

  • ความยาวรวม : 90.47 เมตร (296.8 ฟุต)
  • ความกว้างของหน้าบันทางเข้า : 23 เมตร (75 ฟุต)
  • ความสูงของเพดานโค้งเหนือบริเวณกลางโบสถ์ : 24.7 เมตร (81 ฟุต)
  • ความกว้างของบริเวณกลางโบสถ์ : 16.4 เมตร (54 ฟุต)
  • ความยาวของบริเวณกลางโบสถ์ : 48 เมตร (160 ฟุต)
  • ความสูงของหอระฆัง : 75 เมตร (250 ฟุต)



ระเบียงภาพ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. [1] Base Merimée ref. PA00108866 กระทรวงวัฒนธรรมแห่งฝรั่งเศส
  2. [2] Base Merimée ref. PA00108866 กระทรวงวัฒนธรรมแห่งฝรั่งเศส
  3. Les cathédrales en Pays de la Loire dans Revue 303, n°70, septembre 2001
  4. Louis de Farcy, Monographie de la cathédrale d'Angers, Angers ; 4 tomes : 1905 - 1926
  5. Revue 303, n°70, septembre 2001

บรรณานุกรม[แก้]

  • Célestin Port, Dictionnaire historique, géographique et biographique de Maine-et-Loire et de l'ancienne province d'Anjou : A-C, t. 1, Angers, H. Siraudeau et Cie, 1965, 2e éd. อ่านออนไลน์ [3]
  • Louis de Farcy, Monographie de la cathédrale d'Angers, Angers ; 4 tomes : 1905 - 1926
  • André Mussat, Le style gothique dans l'ouest de la France, Éditions A. et J. Picard et Cie, Paris : 1963
  • Les cathédrales dans les Pays de la Loire, Revue 303, n°70, septembre 2001.

ดูเพิ่ม[แก้]