พระพิมพ์ สมเด็จพระแก้วมณีโชติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วัตถุมงคลในศาสนาพุทธ
SaGa004 edit.jpg
สมเด็จพระแก้วมณีโชติ
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อเต็ม พระพิมพ์ สมเด็จพระแก้วมณีโชติ
ชื่อสามัญ พระแก้วมณีโชติ
ประเภท พระเครื่อง
ศิลปะ ปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย
ขนาด
• ความกว้าง
• ความสูง

3 ซม.
2.5 ซม.
วัสดุ เนื้อผงและดินผสมผง
สถานที่ประดิษฐาน วัดสระแก้วปทุมทอง
ความสำคัญ วัตถุมงคลของจังหวัดพิษณุโลก
หมายเหตุ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2515

ในปี พ.ศ. 2511คณะกรรมการพุทธสมาคมจังหวัดพิษณุโลก นำโดยนายละเมียด อัมพวะศิริ นายกพุทธสมาคมจังหวัดพิษณุโลก และนายเนียม สุขแก้ว เลขานุการพุทธสมาคมจังหวัดพิษณุโลก ทราบว่า ท่านพระครูศีลสารสัมบัน (สำรวย สมฺปนฺโน) เจ้าอาวาสวัดสระแก้วปทุมทอง และเจ้าคณะอำเภอเมืองพิษณุโลก เป็นพระเถราจารย์ในภาคเหนือตอนล่างที่เก็บสะสมมวลสารโบราณไว้มากมายทั้งยังครอบครองดูแลวัตถุโบราณหายากอันทรงคุณค่า และเป็นผู้นำเอาดินก้นกรุและโอ่งใต้ฐานสมเด็จพระนางพญา วัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลกมาเก็บไว้ คณะกรรมการพุทธสมาคมจังหวัดพิษณุโลก และพลเอกสำราญ แพทยกุล แม่ทัพกองทัพภาคที่ 3 ในขณะนั้นจึงได้กราบนิมนต์ ท่านพระครูศีลสารสัมบัน (สำรวย สมฺปนฺโน) เป็นแม่งานรับผิดชอบในการจัดสร้างพระพิมพ์ชนิดผง และดินผสมผงเก่า เพื่อใช้ในการประกอบพิธีจักรพรรดิ์มหาพุทธาภิเษก วันที่ 19 – 20 มกราคม 2515 ณ พระวิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร (วัดใหญ่) พิษณุโลก ตามคำเสนอแนะของเจ้าคุณพระพิษณุบุราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก ในสมัยนั้น

โดยการนี้ท่านพระครูศีลสารสัมบัน เริ่มต้นกดพิมพ์พระ เผาพระ และอบพระตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 เป็นต้นมา ครั้งนั้นได้มีการปิดพระอุโบสถวัดสระแก้วปทุมทอง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อจัดพิมพ์พระเครื่องรุ่นปี 2515 และหนึ่งในนั้นคือ พระพิมพ์ สมเด็จพระแก้วมณีโชติ เนื้อดินและผง หลังยันต์แก้วมณีโชติ พิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่

ประวัติการสร้างพระแก้วมณีโชติ[แก้]

พระพิมพ์ สมเด็จพระแก้วมณีโชติ เป็นสุดยอดต้นตำรับ “สูตรมหาจักรพรรดิ์” ซึ่งเป็นสูตรที่ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์โดยท่านพระครูศีลสารสัมบัน (สำรวย สมฺปนฺโน) เป็นผู้คิดค้นไว้เป็นการเฉพาะ ดังนั้นพระเครื่องของวัดสระแก้วปทุมทองจึงเน้นสร้างพระเครื่อง “เนื้อดินผสมผงเก่า” โดยสร้างด้วยกรรมวิธี “การเผา” เช่นเดียวกับพระเครื่องโบราณชนิดต่างๆ เช่น พระคงลำพูน พระรอดลำพูน พระนางพญาพิษณุโลก พระกรุวัดท่ามะปราง และพระกรุสุโขทัย เป็นต้น ในบันทึกการจัดสร้างระบุไว้ว่า วัสดุที่ใช้สร้างพระเนื้อดินผสมผง ประกอบด้วยดินที่ขุดจากกรุใต้ฐานสมเด็จพระนางพญา วัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก เป็นมวลสารหลัก เพราะดินบริเวณนั้นมีพระนางพญา อายุ 700– 800 ปี ฝั่งอยู่จึงได้รับมวลสารจากพระนางพญามาด้วย ทั้งยังติดชิ้นส่วนพระนางพญาสมบูรณ์บ้างไม่สมบูรณ์บ้างมาเป็นมวลสาร นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมอื่น ๆ ในการสร้างอีกมากเช่น ผงเกสรดอกไม้ 108จากวัดสำคัญทุกภูมิภาค ทองคำที่ลอกจากองค์พระสำคัญ เช่น พระพุทธโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นต้น ว่าน 108 ชนิด ดินจากหน้าพระอุโบสถและพระวิหารประจำจังหวัดต่าง ๆ จากนั้นยังมีดินจากสังเวชนียสถาน 4 ตำบลในประเทศอินเดีย รวมทั้งผงจากพระเครื่องโบราณที่ชำรุดแตกหัก เช่น ผงพระสมเด็จวัดระฆัง สมเด็จวัดบางขุนพรหม พระนางพญา พระรอด พระขุนแผน พระผงสุพรรณ และผงนวโลหะชนวนพระกริ่งของสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว) และท่านเจ้าคุณศรี (สนธ์) วัดสุทัศน์เทพวราราม นำมาผสมด้วยน้ำอภิเษกสำหรับการบรมราชาภิเษกในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ไทยและน้ำสรงพระแก้วมรกต เมื่อสร้างเสร็จได้นำเข้าเตาเผาที่โรงหล่อพระ จ่าสิบเอก ดร.ทวี บูรณเขตต์ ด้วยความร้อนสูงจึงปรากฏว่ามีสีที่แตกต่างกัน เช่น สีดำ สีเทา สีขาวนวล สีดอกพิกุลแห้ง น้ำตาลไหม้ เป็นต้น

จากบันทึกการจัดสร้างที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นว่า พระพิมพ์ สมเด็จพระแก้วมณีโชติ เนื้อดินผสมผง มีหลากหลายสีที่เกิดจาก “การเผา” หรือ “ปาฏิหาริย์” ก็เป็นเรื่องตามแต่วิจารณญาณและความศรัทธาของแต่ละคน พระพิมพ์ที่ถูกเผาดังเช่นพระเนื้อดินโบราณนี้จะมีขนาดและสีที่ แตกต่างกันอย่างเช่น พระรอดลำพูน พระคง พระบาง พระเปิม พระนางพญา ฯลฯ และพระบางองค์ที่ผสมผงเกสรหรือว่านมากไปก็จะกลายเป็น สีดำ หรือ สีเทา และบางองค์ที่มี ผงนวโลหะ (ผงตะไบจากวัดสุทัศน์เทพวราราม) ผสมอยู่มากเมื่อถูกความร้อนสูงผงนวโลหะก็จะละลายแผ่ซึมเข้าไปในเนื้อพระทำให้เป็น สีดำ หรือหากถูกความร้อนมากผงนวโลหะที่ละลายก็จะผุดออกมาจับที่ “ผิวพระด้านนอก” เป็นปุ่มสีดำ ที่มีทั้งผิวพระด้านและแวววาว เมื่อสะท้อนแสง โดยพระเนื้อนี้กลับกลายเป็นที่นิยมกันมากโดยเรียกว่า “พระเนื้อแร่ผงตะไบ” ตามแบบฉบับเนื้อพระกริ่งของวัดสุทัศน์เทพวราราม ที่สำคัญพระเนื้อแร่นี้จะมีความ “แข็งและแกร่ง” คือแตกหักหรือชำรุดได้ยากกว่าเนื้ออื่น ๆ ส่วนพระเนื้อที่ผสมผงเกสรหรือผสมผงนวโลหะน้อยก็จะมีสีสันเป็นธรรมชาติของเนื้อดินกรุวัดนางพญา เช่น เนื้อสีแดงแบบอิฐ สีขาวนวลเรียกว่าดอกพิกุล ที่มีจุดสีส้มเรียกว่า เกสรดอกมะขาม สีครีม สีน้ำตาลไหม้ สีช็อกโกแลต เป็นต้น บางองค์ก็ปรากฏพรายน้ำซึ่งก็คือ ซากพืชซากสัตว์ ที่ทับถมอยู่ในดินนับล้าน ๆ ปีนั่นเองและเมื่อมีพระ “เนื้อพิเศษ” ดังกล่าวและมีน้อยกว่าเนื้ออื่น ๆ เช่น “สีดำ” หรือ “สีช็อกโกแลต” กลายเป็นเนื้อยอดนิยมกลายเป็นของหายากจึงทำให้คน คิดนำพระแท้สีเทาไปทาสีเพื่อทำให้เป็น “เนื้อสีดำหรือช็อกโกแลต” พอนำออกขายก็จะได้ราคามากขึ้น แม้จะมีความพยายามเช่นไรแต่ก็มีพิรุธอยู่ดี คือเนื้อพระจะฉ่ำเยิ้มมีรอยแตกระแหงชำรุดง่าย การสร้างพระพิมพ์ทั้งสิ้นทั้งปวงนั้น ไม่มีฆราวาสคนใดได้จับหรือแตะต้อง มีเพียงพระภิกษุและสามเณรที่ปลงอาบัติและต่อศีลจนบริสุทธิ์ครบถ้วนแล้วเท่านั้นที่ช่วยกันบดผงด้วยครกเหล็กและกดพิมพ์พระจนบริบูรณ์

  • พระพิมพ์ สมเด็จพระแก้วมณีโชติ เนื้อดินผสมผง พิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่ มีทั้งหมด 8 สี คือ สีดำเงา สีขาว สีอิฐ สีอรุณ สีคราม สีน้ำตาลอ่อน สีเทา และสีน้ำตาล เรียกกันว่า พระอรหันต์ 8 ทิศ
  • พระพิมพ์ สมเด็จพระแก้วมณีโชติ เนื้อผง พิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่ สีขาว เป็นเนื้อมวลสารสมเด็จวัดระฆัง และสมเด็จวัดบางขุนพรหม กรุงเทพมหานคร ผสมไว้จำนวนมาก และเป็นมวลสารที่บริสุทธิ์กว่าพระพิมพ์ชนิดอื่นๆ จนมีผู้เล่ากันว่า ท่านพระครูศีลสารสัมบันเป็นผู้กดพิมพ์พระเองเสียด้วยซ้ำ พระพิมพ์ชนิดนี้จัดสร้างไว้จำนวนน้อยคำนวณนับได้ไม่ถึง 100 องค์ เพราะมวลสารสำหรับพิมพ์พระมีน้อย อุปมาดังเช่น พระพุทธเจ้า อันเป็นบุคคลที่หาได้ยากในโลก จึงแทน “พระสัมมาสัมพุทธเจ้า”


บรรณานุกรม[แก้]

  • รัฏฐฤทธิ์ จักรวรรดิโยธิน. (2554). ประวัติวัดสระแก้วปทุมทอง : วัดไตรภูมิแห่งนครสรลวงสองแคว(พิษณุโลก) และพระเครื่อง"สูตรมหาจักรพรรดิ์" หนึ่งในตำนานพระเครื่องเมืองสองแคว. พิมพ์ครั้งที่1. มติชน กรุงเทพ.
  • พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย. (2515). อนุสรณ์งานนมัสการ พระพุทธชินราช ประจำปี 2515 และงานจักรพรรดิมหาพุทธาภิเษก. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มิตรสยาม พระนคร.
  • รัฏฐฤทธิ์ จักรวรรดิโยธิน. (2548). ประวัติสระแก้วท้ายเมืองพระพิษณุโลกและวัดสระแก้วปทุมทอง. พิมพ์ครั้งที่1. รัตนสุวรรณการพิมพ์ 3 พิษณุโลก.
  • วัดสระแก้วปทุมทอง. (2553). ประวัติสมเด็จพระแก้วมณีโชติ. พิมพ์ครั้งที่ 1. วัดสระแก้วปทุมทอง พิษณุโลก.
  • วัดสระแก้วปทุมทอง. (2553). ประวัติสมเด็จพระแก้วมณีโชติ. พิมพ์ครั้งที่ 2. วัดสระแก้วปทุมทอง พิษณุโลก.