ผู้ซุ่มอ่านข่าว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ในวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต ผู้ซุ่มอ่านข่าว (อังกฤษ: lurker) โดยปรกติแล้วเป็นสมาชิกของประชาคมออนไลน์ที่เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวในประชาคมนั้น แต่ไม่แสดงออกอย่างเป็นกิจจะลักษณะนัก[1][2] ในบรรดาสมาชิกของประชาคมออนไลน์แต่ละแห่งมักมีผู้ซุ่มอยู่จำนวนมาก[3] การซุ่มอาจเป็นไปเพื่อเรียนรู้กฎระเบียบของประชาคมก่อนเข้าร่วมอย่างเปิดเผย ช่วยให้เข้าสังคมได้ดีขึ้นเมื่อออกจากการซุ่ม[4] อย่างไรก็ดี การขาดการติดต่อกับผู้อื่นในระหว่างซุ่มนั้นอาจทำให้ผู้ซุ่มเหงาใจหรือเฉื่อยชาได้[5]

ในภาษาอังกฤษยังมีคำอื่นใช้เรียกผู้ซุ่มอีกหลายคำ เช่น browsers, read-only participants, non-public participants, legitimate peripheral participants หรือ vicarious learners[6]

ความเป็นมา[แก้]

นับแต่เริ่มมีการคมนาคมโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อขึ้นมา ก็มีการซุ่มเกิดขึ้นในหมู่สมาชิกประชาคมแต่ละแห่งแล้ว[4] ส่วนคำว่า "lurk" (ซุ่ม) ในภาษาอังกฤษนั้นปรากฏว่า ใช้เป็นครั้งแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 14[7] คำนี้เดิมหมายถึงบุคคลที่ซ่อนตัวอยู่โดยมีเจตนาไม่พึงประสงค์ ต่อมาในกลางคริสต์ทศวรรษที่ 1890 ก็เริ่มมีการใช้คำ "lurk" ในระบบอินเทอร์เน็ตเมื่อระบบกระดานข่าวเกิดเป็นที่นิยมขึ้นมา กระดานข่าวดังกล่าวมักเข้าถึงได้ผ่านสายโทรศัพท์ที่บุคคลโทรศัพท์ไปอัปโหลดไฟล์หรือเขียนเนื้อความเผยแพร่[8] แต่ผู้ซุ่มอ่านข่าวเงียบ ๆ มักส่งผลให้สายโทรศัพท์ไม่ว่างเป็นเวลานาน และไม่เกิดสิ่งใหม่ขึ้นบนกระดานข่าว ผู้ดูแลระบบจึงมักมองเป็นพฤติกรรมลบ แล้วปิดกั้นผู้ซุ่มจากกระดานข่าวนั้นเสีย

ปัจจุบัน มีมุมมองทั้งดีและไม่ดีต่อผู้ซุ่ม ประชาคมส่วนใหญ่ยังคงถือว่า ผู้ซุ่มเป็น "ผู้บริโภคโดยไม่ยอมเสียเงิน" (free rider)[9] เพราะเขาเหล่านั้นได้รับประโยชน์ไปโดยไม่สร้างประโยชน์ตอบแทน[10] แต่ประชาคมบางแห่งก็ชี้ชวนให้หน้าใหม่คอยซุ่มไว้ก่อน[11] เพราะจะได้ใช้เวลาเรียนรู้วัฒนธรรมของประชาคมนั้น ๆ ทำความเข้าใจบรรทัดฐานในประชาคม และคุ้นเคยกับขาประจำมากขึ้น[12] นอกจากนี้ ทัศนคติแง่ดีเกี่ยวกับผู้ซุ่มยังเกิดขึ้นเพราะผู้ซุ่มช่วยเพิ่มจำนวนผู้ชม[4]

การสืบหาหลักแหล่งผู้ซุ่มนั้นทำได้ยากในประชาคมที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อ[4] เพราะบทบาทหลักของผู้ซุ่ม คือ อ่านอย่างเดียว จึงไม่มีร่องรอยอันใดให้ใช้ตรวจสอบได้ อนึ่ง ในประชาคมแบบโอเพนซอร์ส (open source) นั้น มีการประเมินว่า มีผู้ซุ่มอยู่ราวร้อยละ 50 ถึง 90 ของผู้ชมทั้งหมด ไม่ว่า ณ เวลาใดก็ตาม[13] สถิติอันนี้สอดคล้องหลักการเรื่อง 90-9-1 (ขึ้นอยู่กับประชาคมแต่ละแห่ง)

ทำไมต้องซุ่ม[แก้]

เหตุผลที่ซุ่มนั้นมีหลายประการ ผู้ซุ่มส่วนใหญ่รับว่า ที่ซุ่มเพราะเห็นว่า เพียงติดตามอยู่เฉย ๆ ก็พอแล้ว[9] บุคคลยังเลือกซุ่มเพื่อคอยสังเกตตัวอย่างไว้เป็นแนวประพฤติในโอกาสที่เข้ามีส่วนร่วมอย่างเปิดเผยแล้ว จะได้ไม่สร้างข้อความซ้ำซ้อน หรือเข้าใจหัวข้อพูดคุยได้ดีขึ้น เป็นต้น[2] อนึ่ง ผู้ซุ่มบางคนเห็นว่า จำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับประชาคมนั้น ๆ เสียก่อน นี้จึงเป็นเหตุผลที่มีผู้ซุ่มอยู่ในส่วนสนับสนุนทางเทคนิคมากเป็นสองเท่าของผู้ซุ่มในส่วนอื่น ๆ[9]

นักวิจัยเห็นว่า พฤติกรรมต่าง ๆ ในสภากาแฟออนไลน์ เช่น การอ่าน การเขียน และการควบคุมเว็บไซต์ เกิดจากแรงจูงใจต่าง ๆ กันไป ผู้ซุ่มโดยแท้นั้นมักมีแรงจูงใจเป็นความคิดเห็นที่ว่า ประชาคมแห่งนั้นเป็นสถานที่เดียวที่เขาจะพบเจอเนื้อหาดังประสงค์ ขณะที่ผู้ควบคุมเว็บไซต์และผู้เขียนมักมีแรงจูงใจเป็นหน้าที่หรือความรู้สึกซึ่งติดมากับประชาคมนั้น ๆ[14]

อ้างอิง[แก้]

  1. Bishop, J. (2007). "Increasing participation in online communities: A framework for human–computer interaction". Computers in Human Behavior 23 (4): 1881–1893. doi:10.1016/j.chb.2005.11.004. 
  2. 2.0 2.1 Dennen V. (2008). "Pedagogical lurking: Student engagement in non-posting discussion". Computers in Human Behavior 24 (4): 1624–1633. 
  3. Nielsen, Jakob. "Participation Inequality: Encouraging More Users to Contribute". สืบค้นเมื่อ 23 October 2012. 
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 Rafaeli S., Ravid G., Soroka, V. (2004). "De-lurking in virtual communities: a social communication network approach to measuring the effects of social and cultural capital". Proceedings of the 37th Hawaii International Conference on System Sciences. 
  5. Burke, M., Marlowe, C., Lento, T. (2010). "Social Network Activity and Social Well-Being". ACM Special Interest Group on Computer–Human Interaction Proceedings. 
  6. Tan, V. M. (2011). Examining the posters and lurkers: Shyness, Sociability, and cummunity-related attributes as predictors of SNS participation online status (Doctoral dissertation, The Chinese University of Hong Kong). 
  7. "Lurker Definition". Merriam Webster. 
  8. Nguyen, Binh. "Hacking-Lexicon / Linux Dictionary V 0.16". Hacking-Lexicon / Linux Dictionary V 0.16. 
  9. 9.0 9.1 9.2 Nonnecke B.; Andrews D., Preece, J. (2006). "Non-public and public online community participation: needs, attitudes and behavior". Electronic Commerce 6 (1): 7–20. 
  10. Bishop, J. (2009). "Increasing Membership In Online Communities: The Five Principles Of Managing Virtual Club Economies". Third International Conference on Internet Technologies and Applications (ITA 09). 
  11. Jensen, C., King, S., Kuechler, V. (2011). "Joining Free/Open Source Software Communities: An Analysis of Newbies’ First Interactions on Project Mailing Lists". Proceedings of the 44th Hawaii International Conference on System Sciences. 
  12. Nonnecke B. (2006). Lurking in email-based discussion lists (Doctoral dissertation, South Bank University). 
  13. Zhang, W., Storck, J. (2001). "Peripheral members in online communities". Americas Conference on Information Systems. 
  14. Bateman, P., Gray, P., Butler, B. (2011). "The Impact of Community Commitment on Participation in Online Communities". Information Systems Research 22 (4). 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]