นิกกีและเปาลู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นิกกีและเปาลู
ตัวละครใน อสุรกายดงดิบ
Nikki and Paulo on day 72
ปรากฎตัวครั้งแรก "Further Instructions"
ปรากฏตัวครั้งล่าสุด "Exposé"
แสดง คีลี ซานเชซ &
โรดรีกู ซานโตรู
ตอนเด่น "Exposé"
รายละเอียด
ชื่อจริง นิกกี เฟอร์นันเดซ & เปาลู
(ไม่ทราบนามสกุล)
เพศ หญิง (นิกกี)
ชาย (เปาลู)
อาชีพ นักต้มตุ๋น/
นักแสดง & พ่อครัว
ที่อยู่
เก่า
ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา และ บราซิล

นิกกี เฟอร์นันเดซและเปาลู (อังกฤษ: Nikki Fernandez and Paulo) เป็นสองตัวละครที่เป็นตัวประกอบในละครโทรทัศน์แนวดรามาทางช่องเอบีซีเรื่อง อสุรกายดงดิบ ซึ่งทั้งคู่อยู่ร่วมกับอีก 40 ชีวิตหลังเหตุการณ์เครื่องบินตกบนเกาะร้างแห่งหนึ่งในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้[1] นักแสดงหญิงคือคีลี ซานเชซและนักแสดงชายชาวบราซิล โรดรีกู ซานโตรู รับบทเป็นนิกกีและเปาลู ตามลำดับ ซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุสายการบินโอเชียนิกเที่ยวบินที่ 815 ตก[2]

ทั้งคู่ปรากฏตัวครั้งแรกในช่วงต้นฤดูกาลที่ 3[3] ผู้ผลิตรายการของเรื่องนี้ที่มักได้รับคำถามเกี่ยวกับผู้รอดชีวิตที่เหลือ เพราะเนื้อเรื่องมุ่งเน้นแต่ตัวละคร 15 คนหลัก จึงทำให้เกิดตัวละครนิกกีและเปาลู[4] เสียงวิจารณ์ของตัวละครทั้งคู่ ส่วนใหญ่เป็นในทางลบ เหตุเพราะการแนะนำเข้ามาในเนื้อเรื่องอย่างปัจจุบันทันด่วน[5] ผู้สร้าง อสุรกายดงดิบ เดมอน ลินเดลอฟ ก็ออกมาเปิดเผยว่าทั้งคู่ต่าง "ถูกแฟน ๆ ดูถูกอย่างถ้วนหน้า"[6] จึงเป็นผลให้ทั้งคู่ถูกฆ่าตายในฤดูกาลเดียวกันนี้ ทั้งนิกกีและเปาลูถูกฝังโดยเฮอร์ลีย์และซอว์เยอร์ ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยพวกเขาคิดว่าทั้งคู่ตายแล้ว

การปรากฏตัวในเรื่อง[แก้]

เปาลูซึ่งมาจากบราซิล เป็นนักต้มตุ๋น ทำงานกับแฟนสาวชาวอเมริกัน นิกกี เปาลูทำงานเป็นพ่อครัวให้กับผู้บริหารรายการโทรทัศน์ที่มั่งคั่งในซิดนีย์ นิกกีเป็นดารารับเชิญให้กับรายการของผู้บริหารนี้ นิกกีได้ยั่วยวนผู้บริหาร ทำให้เปาลูรู้สึกอึดอัด เปาลูได้วางยาพิษในอาหารฆ่าผู้บริหาร ทั้งคู่ได้ขโมยถุงที่มีเพชร มีค่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อมาอีก 3 วัน ในวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 2004 นิกกีและเปาลูได้เดินทางกับสายการบินโอเชียนิกเที่ยวบินที่ 815 เพื่อกลับมายังบ้านเกิดของนิกกีในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา[7]

ทั้งคู่ทำเพชรหายเนื่องจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก และใช้เวลาอย่างมากในการค้นหาเพชรบนเกาะ เปาลูสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ดังนั้นเมื่อเปาลูเจอเพชรในวันที่ 33 หลังเครื่องบินตก ก็มิได้บอกนิกกี วันหนึ่งขณะที่อยู่ในป่าพวกเขาได้พบสถานีไข่มุกของธรรมะปฏิบัติการ ซึ่งเป็นสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สร้างขึ้นต้นคริสต์ทศวรรษ 1980 นิกกีไม่สนใจอะไรแต่เปาลูกลับมาสถานีแห่งนี้อีกครั้งในวันที่ 49 ที่อยู่บนเกาะนี้ และได้ซ่อนเพชรไว้ในโถส้วม ขณะที่เปาลูอยู่ในห้องน้ำได้ยินเสียงจากบุคคลลึกลับ 2 คน และผู้อยู่อาศัยบนเกาะ ที่รู้จักในชื่อ "คนอื่น" เขาได้ยินว่าเพื่อนผู้รอดชีวิตบางคนของเขาถูกจับตัวโดยกลุ่ม "คนอื่น" แต่เขาก็ไม่ได้บอกใคร[7]

ในวันที่ 72 บนเกาะ นิกกีและเปาลูเดินทางไปเสี่ยงภัยร่วมกับล็อก ไปยังสถานีไข่มุก โดยหวังที่จะติดต่อกับกลุ่ม "คนอื่น"[8] เปาลูกลับมายังห้องส้วมเพื่อเอาเพชรที่ซ่อนไว้คืน โดยซ่อนไว้ในกางเกงใน แต่หลังออกจากสถานี มิสเตอร์เอโคก็เสียชีวิตและได้ฝังไว้ไม่ไกลจากสถานีไข่มุก[9] ต่อมาในวันที่ 81 หลังเครื่องบินตก นิกกีรู้ว่าเปาลูซ่อนเพชรไว้ ทำให้เธอโกรธมาก เธอได้ปล่อยแมงมุมพิษให้กัดเปาลู เป็นผลให้เขาเป็นอัมพาต 8 ชั่วโมง แต่ขณะที่อยู่ในภาวะอัมพาต เปาลูบอกว่าที่เขาไม่บอกเรื่องเพชรกับเธอเพราะคิดว่าถ้าเธอได้เพชร เธอจะทิ้งเขาไป แต่ด้วยความตกใจ ทำให้เธอฆ่าแมงมุงพิษ ซึ่งศพของแมงมุมพิษทำให้เป็นเหยื่อล่อแมงมุมพิษตัวอื่นด้วย ท้ายสุดแมงมุมพิษก็กัดนิกกี ทำให้เธออยู่ในภาวะอัมพาตชั่วคราวเช่นกัน ทั้งคู่ถูกเข้าใจผิดว่าตายแล้ว หลังจากนั้น เจมส์ "ซอว์เยอร์" ฟอร์ด และฮูโก "เฮอร์เลย์" เรเยส ช่วยกันฝังทั้งคู่ และได้โยนเพชรลงไปในหลุมด้วย โดยที่พวกเขาคิดว่าเพชรไม่มีค่าอะไรบนเกาะแห่งนี้[7] ในเวลาต่อมา ไมลส์ สเตราเม คนทรงที่สามารถรู้ความคิดของคนที่ตาย สามารถบอกได้เกี่ยวกับเพชรนี้[10]

บุคลิกและนิสัย[แก้]

ตัวละครเปาลู ถูกเขียนมาเพื่อไม่เป็นที่ชื่นชอบ โดยหวังว่าเขาจะถูกชดใช้ผลของการกระทำของเขา ที่ความจริงเปิดเผยในตอนสุดท้ายที่เขาปรากฏ[11] เปาลูรู้สึกไม่พอใจหรือการกระทำไม่ใกล้กับผู้กล้าหาญในบรรดาผู้รอดชีวิต เขาใช้เวลาโดยมากในการเล่นกอล์ฟ[12] เขาบ่นกับนิกกีเกี่ยวกับการไม่มีส่วนร่วมของกลุ่ม อย่างไรก็ตามเขาก็ได้ช่วยเหลือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในค่ายพัก และไม่พยายามพิสูจน์สถานะของตนเองในลำดับขั้นของผู้รอดชีวิต[8] ตัวอย่างเช่น เมื่อเขามีโอกาสร่วมเดินทางในป่า เมื่อเฮอร์ลีย์เจอรถยนต์ เปาลูก็ไม่สนใจและขัดขวางไม่ให้นิกกีร่วมกับเฮอร์ลีย์ในการเดินทาง[13] เมื่อนิกกีพยายามมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ มิสเตอร์เอโคที่บาดเจ็บ[8] และอาสาจะไปสถานีไข่มุกกับล็อกซึ่งก็สร้างความตกใจให้กับเปาลู[8] เขาจึงร่วมเดินทางไปกับเธอและเขาก็ได้แสดงพฤติกรรมเสียดสีเธอที่สถานีไข่มุก[14]

นิกกีเป็นคนที่ตามใจเปาลูและดูจะสนใจเกี่ยวกับเพชรมากกว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ หลังเครื่องบินตก เปาลูเริ่มสงสัยนิกกีว่าแค่ต้องการใช้เขาเพื่อจะได้เพชรมา สิ่งแรกที่เธอถามหลังเครื่องบินตกคือ เพชรอยู่ที่ไหน และพยายามหลีกเลี่ยงการตอบคำถามเปาลูเมื่อเขาถามว่า ทั้งคู่จะอยู่กันได้หรือไม่หากเธอไม่ต้องการให้เขาช่วยหาเพชร เปาลูทำในสิ่งที่นิกกีบอกเพราะกลัวที่จะสูญเสียเธอไป ซึ่งต่อมาส่งผลให้ทั้งคู่ต้องตาย[7]

การสร้าง[แก้]

ในท้ายฤดูกาลแรก ผู้เขียนมีแนวความคิดเกี่ยวกับหนึ่งในภูมิหลังของผู้รอดชีวิตที่จะเกิดขึ้นและจะมีเรื่องราวย้อนหลังบนเกาะ เพื่อที่จะช่วยตอบคำถามที่ว่า "เกิดอะไรขึ้นกับอีกคนอื่นที่เหลือ อีก 35 คน ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยหรือ"[6] ตัวละครแรกที่เกิดขึ้นคือ เลสลี อาซต์ เป็นตัวละครที่มีภูมิหลัง ซึ่งถูกระเบิดตายในอีกไม่กี่ตอนภายหลัง[15] แนวคิดแรกมีเพียงผู้หญิงคนเดียว ที่ก่อนหน้านี้มีอาชีพเป็นนักแสดง[16] ที่จะแนะนำมาในโครงเรื่องหลัก แต่ก็เปลี่ยนแนวคิดในเวลาต่อมา โดยเพิ่มแฟนหนุ่มของเธอมาด้วย[17] ผู้เขียนได้ตัดสินใจที่จะเล่าเรื่องของทั้งคู่เพียงแค่ตอนเดียวและกำจัดตัวละครนั้นทิ้งออกอย่างรวดเร็ว เนื่องจากได้คำวิจารณ์ด้านลบเกี่ยวกับตัวละครและคนดูในฤดูกาลที่ 3 มียอดลดลง[18] และยังใส่เป็นมุขตลกที่ซอว์เยอร์ไม่รู้จักนิกกีและเปาลู[7] เรียกพวกเขาว่า "นีนา" และ "ปาโบล" และถามว่าพวกเขาคือใคร[19] ต่อมาลินเดลอฟได้ออกมาพูดว่า "พวกเรารู้สึกกับนิกกีและเปาลูว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้องกว่า 1 เดือน ก่อนที่แฟน ๆ จะเริ่มแสดงปฏิกิริยากัน พวกเราได้คิดแล้วว่า บางทีสัญชาตญาณของเราอาจจะผิด"[20]

ได้มีการแนะนำตัวละครนิกกีและเปาลูในเรื่องในตอน "Further Instructions" แต่ก็ตัดออกในท้ายสุด[21] โดยเป็นฉากที่ ตัวละครแคลร์ ลิตเทิลตัน พบทั้งคู่โดยบังเอิญในเต็นท์ของแจ็ก ที่กำลังมีเพศสัมพันธ์กันในตอนกลางของเรื่อง[22] แต่ฉากแนะนำที่มาแทนคือตอนจบของตอนเดียวกัน เมื่อล็อกกล่าวสุนทรพจน์[3]

การแสดง[แก้]

ซานโตรูในนิวยอร์ก เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2004

คีลี มิเชลล์ แซนเชซ[23] ลูกครึ่งฝรั่งเศส-เปอร์โตริโก[24] รับบทเป็นนิกกี 6 ตอนในฤดูกาลที่ 3 ของ Lost เธอมีปัญหาในการถ่ายทำฉากที่ถูกฝัง เนื่องจากเธอเป็นโรคกลัวที่ปิดทึบ (claustrophobia)[25] ส่วนโรดรีกู ซานโตรู[26] ที่ได้รับฉายาว่า ทอม ครูซชาวบราซิล และรัสเซล โครว์ชาวบราซิล[27] ได้แสดงเรื่องนี้ที่ถือเป็นบทสำคัญในซีรีส์โทรทัศน์อเมริกันเรื่องแรกของเขา ในบท เปาลู[28] เขาปรากฏอยู่ในเรื่อง 7 ตอน มีรายงานว่าเขาได้เงินค่าจ้างระหว่าง 2634-6427 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อสัปดาห์[29] ลินเดลอฟพูดถึงซานโตรูว่า "มีความสามารถ"[30] และเหมาะสมกับ Lost เพราะ ผู้ชมชาวอเมริกันยังไม่คุ้นเคยหน้าของเขา เป็นเหตุผลเดียวกับยุนจิน คิม ที่มีฉายาจูเลีย โรเบิตส์แห่งเกาหลี[31] รับบทบาทซุน ควอน[32] ส่วนหนึ่งที่ซานโตรูผ่านการคัดตัวนักแสดงเพราะ รูปร่างหน้าตาดี อย่างไรก็ตามผู้เขียนกล่าวว่า พวกเขาไม่ได้เขียนตัวละครนี้อย่างที่เขาคิด หรือไม่ได้ต้องการให้เขาเป็นเช่นนี้[27] ซานโตรูกล่าวว่าเขารู้สึกในการทำงานกับซานเชซและหวังว่าจะได้กลับมาทำงานร่วมกับทีมงาน Lost อีก[33]

การตอบรับ[แก้]

การตอบรับของ ตัวละครทั้งคู่นี้ที่มีลักษณะเสแสร้งและได้รับโทษ[34] ได้รับเสียงวิจารณ์ด้านลบมากกว่าตัวละครอื่น ๆ ในเรื่อง[35] หนึ่งในนักเขียนของ เอนเตอร์เทนเมนต์วีกลี ตั้งฉายาให้เปาลูว่า ""Paulo Poops-a-Lot"" (เปาลูถ่ายหนักบ่อย) โดยอ้างจากฉากในตอน "The Cost of Living" และ "Enter 77"[36] นิตยสารแม็กลีนส์ วิจารณ์การเขียนตัวละคร[37]และเรียกตัวละครว่า "น่ารำคาญอย่างไม่น่าเชื่อ"[38] นิตยสาร ทีวีไกด์ เขียนเกี่ยวกับทั้งคู่ว่า "หน้าตาดูสมบูรณ์แบบเกินไปที่จะเชื่อว่าเป็นมนุษย์"[39]

เมื่อมีข่าวลือแพร่สะพัดทางอินเทอร์เน็ตและมีการโฆษณาทางช่องเอบีซีว่าตัวละครทั้งสองจะตาย ผู้ชมบางคนก็คาดหวัง "การฆาตกรรมของคู่"[40] และรู้สึกยินดีมากเมื่อทั้งนิกกีและเปาลูตายตามคำปรารถนาของผู้ชม[41] โดยก่อนหน้านี้ 3 เดือน ก่อนที่จะออกอากาศทางโทรทัศน์ ซานโตรูให้สัมภาษณ์กับนิตยสารโรลลิงสโตนฉบับบราซิลว่า ตัวละครที่เขาแสดงจะตายในกลางฤดูกาลที่ 3[42] ขณะเดียวกันก็มีการประกาศว่า ซานเชซได้เซ็นสัญญาแสดงในตอนไพรอตของซีรีส์ภาพยนตร์ออกอากาศทางเอบีซีในฤดูใบไม้ร่วงปี ค.ศ. 2007 เรื่อง Football Wives[43] ดังนั้นจะเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะแสดงต่อใน Lost ในฐานะหญิงฆาตกร[34]

อ้างอิง[แก้]

  1. Fordis, Jeff, (January 22, 2007) "ABC Studios Lost Show Description Lead Press Release Page," ABC Medianet. Retrieved on April 8, 2007.
  2. Fordis, Jeff, (February 16, 2007) "ABC Television Studio Lost March 7, 2007 Episode "Enter 77" Entertainment Press Release," ABC Medianet. Retrieved on April 1, 2007.
  3. 3.0 3.1 "Further Instructions." Lost, ABC. October 18, 2006. Episode 3, season 3.
  4. White, Cindy, (January 22, 2007) "Executive Producers Damon Lindelof and Carlton Cuse Promise That They Have Found the Plot Twists That Will Bring Lost's Viewers Back," Sci Fi. Retrieved on April 1, 2007. Archived มีนาคม 18, 2007 at the Wayback Machine.
  5. Catlin, Roger, (January 30, 2007) "Nikki and Paulo Rising," Hartfort Courant. Retrieved on April 1, 2007. Archived มีนาคม 31, 2007 at the Wayback Machine.
  6. 6.0 6.1 Jensen, Jeff & Snierson, Dan, (February 8, 2007) "'Lost' and Found," Entertainment Weekly. Retrieved on April 3, 2007.
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 7.4 "Exposé." Lost, ABC. March 28, 2007. Episode 14, season 3.
  8. 8.0 8.1 8.2 8.3 "The Cost of Living." Lost, ABC. November 1, 2006. Episode 5, season 3.
  9. "I Do." Lost, ABC. November 8, 2006. Episode 6, season 3.
  10. "Dr. Linus." Lost, ABC. March 28, 2007. Episode 7, season 6.
  11. Goldman, Eric, (January 16, 2007), "How Will Lost End?," IGN. Retrieved on April 4, 2007.
  12. "Every Man for Himself." Lost, ABC. October 25, 2006. Episode 4, season 3.
  13. "Tricia Tanaka is Dead." Lost, ABC. February 28, 2007. Episode 10, season 3.
  14. Star magazine, (March 26, 2007) "The Hunk," DarkUFO. Retrieved on April 13, 2007.
  15. "Exodus (Part 2)." Lost, ABC. May 24, 2005. Episode 24, season 1.
  16. Edward Kitsis, Adam Horowitz (2007). Audio commentary for "Exposé" (DVD). Lost: The Complete Third Season Disk 4: Buena Vista Home Entertainment. 
  17. Cuse, Carlton & Kitsis, Eddie & Horowitz, Adam, (March 30, 2007), "Official LOST Podcast March 30, 2007," ABC. Retrieved on April 4, 2007.
  18. Nielsen Media Research & ABC Medianet, (April 13, 2007) "ABC's LOST Ratings at a Glance," Yet Another Useless Website. Retrieved on April 13, 2007.
  19. "Enter 77." Lost, ABC. March 7, 2007. Episode 11, season 3.
  20. Littleton, Cynthia, (October 12, 2007) "Lost: The Weight of the Wait," Variety. Retrieved on October 13, 2007.
  21. Veitch, Kristin, (October 19, 2006) "Where the Hell was Nikki's Story? Bloody Good Lost Redux," E! Online. Retrieved on June 15, 2007.
  22. Fordis, Jeff, (October 2, 2006) "ABC Television Network Lost October 18, 2006 Episode "Further Instructions" Entertainment Press Release," ABC Medianet. Retrieved on June 14, 2007. Archived กันยายน 21, 2007 at the Wayback Machine.
  23. UGO visitors, (2006) "Kiele Sanchez Picture, Profile, Gossip, and News," Celebrity Wonder. Retrieved on June 15, 2007.
  24. Factor, David, (October 29, 2006) "Spotlight> Kiele Sanchez," Maxim magazine. Retrieved on June 14, 2007.
  25. Malcolm, Shawna, (March 29, 2007) "Lost Boss Explains Last Night's Double Demise," TV Guide. Retrieved on April 2, 2007. Archived เมษายน 3, 2007 at the Wayback Machine.
  26. M., Luciana, (2006) "Information," Rodrigo Santoro Fan. Retrieved on June 15, 2007. Archived มิถุนายน 2, 2007 at the Wayback Machine.
  27. 27.0 27.1 Ausiello, Michael, (July 25, 2006), "Lost Snags "Brazilian Tom Cruise"," TV Guide. Retrieved on April 3, 2007. Archived พฤษภาคม 19, 2007 at the Wayback Machine.
  28. Fordis, Jeff (July 25, 2006) "Lost Gets a New Mystery Man," ComingSoon. Retrieved on June 30, 2007.
  29. Boscov, Isabela, (March 28, 2007), "He's Almost There," Veja magazine. Retrieved on April 3, 2007.
  30. Malcolm, Shawna, (April 2, 2007) "Lost Fans Dramatically Divided Over a Double Death," TV Guide. Retrieved on May 11, 2007.
  31. Maxim magazine, (Spring, 2007) "Yoon-jin Kim Picture Pages," SuperiorPics. Retrieved on April 7, 2007.
  32. Before They Were Lost (Documentary). Lost: The Complete First Season: Buena Vista Home Entertainment. 
  33. Veitch, Kristin, (June 5, 2007) "Hawaii – News – Spoiler Chat: Are House's Minions Gone for Good? Will Hiro Get Some Lovin'? Find Out!," Yahoo! TV. Retrieved on June 14, 2007.
  34. 34.0 34.1 Roush, Matt, (March 29, 2007) "Lost: Who Were Those Pretty People? Roush Dispatch," TV Guide. Retrieved on June 29, 2007. Archived มิถุนายน 8, 2007 at the Wayback Machine.
  35. Dahl, Oscar, (November 6, 2006) "Hate the New Lost Characters? Prepare to Get Your Wish!," BuddyTV. Retrieved on October 7, 2007.
  36. Jensen, Doc, (March 27, 2007) "A "Lost" Cause?," Entertainment Weekly. Retrieved on April 1, 2007
  37. Carreau, Isabelle, (March 22, 2007) "Rodrigo Santoro: In the Limelight," AOL TV Squad. Retrieved on April 2, 2007.
  38. Weinman, James J. (July 9, 2007) "Another One Bites the Dust," Maclean's. Retrieved on July 1, 2007.
  39. Weiss, Sabrina Rojas, (March 29, 2007) "Razzle-Dazzle!," TV Guide. Retrieved on May 11, 2007. Archived พฤษภาคม 20, 2007 at the Wayback Machine.
  40. Ausiello, Michael, (March 14, 2007) "14, 2007 Ask Ausiello," TV Guide. Retrieved on April 2, 2007.
  41. Van De Kamp, Justin, (March 26, 2007) "LOST Spoilers #314: 'Expose': Die, Nikki and Paulo, Die!," Televisionista. Retrieved on April 3, 2007.
  42. Rolling Stone magazine, Brazilian edition, (January 10, 2007) "Santoro Says That His Character Dies in the 3rd Season of 'Lost'," Folha. Retrieved on April 2, 2007.
  43. Zap2It News, (February 14, 2007) "'Lost's' Sanchez Playing 'Football'," Zap2It. Retrieved on June 14, 2007.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • บทความเกี่ยวกับ Nikki & Paulo