ตะลึงงันและสั่นไหว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตะลึงงันและสั่นไหว  
ผู้ประพันธ์ อเมลี โนโธมต์
ชื่อต้นฉบับ Stupeur et Tremblement
ผู้แปล ณัฐปคัลภ์ ทองสวัสดิ์ และตวงทอง สรประเสริฐ
ประเทศ ฝรั่งเศส
ภาษา ฝรั่งเศส
ประเภท นวนิยาย
วันเผยแพร่ ค.ศ. 1999

ตะลึงงันและสั่นไหว (ฝรั่งเศส: Stupeur et Tremblements) เป็นผลงานวรรณกรรมฝรั่งเศสของอเมลี โนโธมต์ นักเขียนหญิงชาวเบลเยี่ยม ซึ่งได้รับรางวัลจาก Grand Prix du roman de l'Académie française ด้วย

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

Stupeur et tremblements เป็นบันทึกเรื่องราวตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ตัวผู้เขียนได้มีโอกาสทำงานในบริษัทยูมิโมโตะ คอร์เปอเรชั่น (Yumimoto Corporation) ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้า-ส่งออกสินค้ายักษ์ใหญ่ชั้นนำของญี่ปุ่น โดยมีสัญญาการว่าจ้างงาน 1 ปี เธอมีความภาคภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของยูมิโมโตะ แต่แล้วการทำงานที่บริษัทแห่งนี้กลับไม่ง่ายและไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ เพียงแค่วันแรกของการทำงาน เธอก็สร้างความไม่พอใจแก่คุณไซโตะ งานแรกของเธอคืองานร่างจดหมายเป็นภาษาอังกฤษตอบรับคำเชิญไปตีกอล์ฟกับ มิสเตอร์ อดัม ของคุณไซโตะ แต่ถึงแม้จะมาปัญหาอุปสรรคอย่างไร เธอก็ยังพึงพอใจที่ได้ทำงานที่นี่ การได้ลอบมองความงามของฟูบูกิ เจ้านายโดยตรงของเธอดูจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้การทำงานในแต่ละวันของเธอไม่น่าเบื่อจนเกินไปนัก

หลายวันผ่านไป Amélie ก็ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเหมือนเดิม งานต่อมาของเธอคืองานชงกาแฟ ส่งเอกสาร เปลี่ยนปฏิทิน จนถึงงานถ่ายเอกสาร ต่อมาเธอได้พบกับคุณเทนชิ ผู้จัดการแผนกผลิตภัณฑ์นม ผู้ซึ่งชักชวนให้เธอมาร่วมทำโครงการซึ่งเกี่ยวกับวิธีขจัดไขมันออกจากเนยของบริษัทคู่ค้าเบลเยี่ยม เธอจึงตอบรับโดยทันทีเนื่องจากจะได้ทำตัวให้มีประโยชน์ขึ้น แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น หลังจากนั้นไม่นานคุณเทนชิรวมทั้ง Amélie ต่างถูกเรียกตัวเข้าพบคุณ โอโมชิ เหตุการณ์ครั้งนี้รุนแรงมาก คุณเทนชิถูกเรียกว่าคนทรยศ คนหลอกลวง ผู้สร้างความพินาศให้กับบริษัท

ต่อมา Amélie จึงได้รู้ว่าฟูบูกินั่นเองที่เป็นผู้รายงานเรื่องนี้ให้คุณโอโมชิทราบด้วยเหตุผลที่ว่า ฟูบูกิยอมไม่ได้หากว่า Amélie ที่เพิ่งทำงานที่นี่ได้เพียง 10 สัปดาห์ จะได้เลื่อนตำแหน่ง ดังนั้นความสัมพันธ์อันดีระหว่างเธอและเจ้านายแสนสวยจึงสิ้นสุดลง

หลังจากนั้น Amélie ก็ได้รับมอบหมายให้ทำงานบัญชี และงานตรวจดูรายจ่ายเกี่ยวกับการเดินทางไปทำธุรกิจข้างนอกของพนักงานแผนกต่างๆ ซึ่งทั้ง 2 งานนี้เธอทำไม่สำเร็จ จนทำให้ฟูบูกิต่อว่าเธอว่าเป็นคนมือพิการบ้าง เป็นคนบกพร่องทางจิตบ้าง เพราะใครกันนะที่จะโง่คิดเลขผิดได้ขนาดนั้น

ต่อมา Amélie ได้รับมอบหมายให้เป็นพนักงานทำความสะอาดห้องน้ำ เนื่องจากความเข้าใจผิดที่ฟูบูกิคิดว่า Amélie ตามเธอไปที่ห้องน้ำเพื่อจะเยาะเย้ยเธอ ภายหลังจากที่ฟูบูกิถูกคุณโอโมชิต่อว่าอย่างสาหัส เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ ฟูบูกิรู้สึกไม่ชอบ Amélie มากกว่าเก่า จึงแก้แค้นเธอด้วยวิธีนี้

อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่คุณเทนชิทราบเรื่องที่ Amélie ถูกกระทำเช่นนี้ เขารู้สึกเห็นใจเธอเป็นอย่างมาก จึงกำชับไม่ให้พนักงานในแผนกผลิตภัณฑ์นมเข้าห้องน้ำชั้นนี้ ความวุ่นวายยังคงดำเนินต่อไปและการทำงานของ Amélie ก็ยังคงเหมือนเดิมทุกวัน จนถึงเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นเดือนที่หมดอายุสัญญาการว่าจ้างงาน 1 ปีพอดี เธอจึงตัดสินใจลาออกโดยแจ้งกับฟูบูกิเป็นคนแรก ต่อมาคือคุณไซโตะ คุณโอโมชิ และคุณฮาเนดะตามลำดับ และในวันที่ 7 มกราคมก็คือวันสุดท้ายของการทำงานที่ยูมิโมโตะ โดยที่เธอไม่เคยหวนกลับไปอีกเลย

คตินิยม[แก้]

นวนิยายเรื่องนี้ได้สะท้อนถึงเรื่องนี้ไว้ได้อย่างชัดเจน เนื่องจาก อเมลี เป็นสาวชาวตะวันตก ได้เข้ามาทำงานในบริษัทญี่ปุ่นซึ่งถือเป็นชาวตะวันออก ทำให้เกิดการปะทะระหว่าง 2 วัฒนธรรมเกิดขึ้น ทั้งทางด้านความคิดและวิธีการทำงาน ตัวอย่างเช่น

  1. ชาวตะวันตกมักมีความคิดว่าเราสามารถแสดงความคิดเห็นได้ เมื่ออยู่ในที่ทำงาน ถ้าเราเห็นว่าเรื่องนั้นไม่ถูกต้อง แต่สำหรับชาวตะวันออกซึ่งมีสังคมการปกครองตามลำดับขั้น เมื่อเป็นลูกน้องจึงต้องเชื่อฟังและทำตามคำสั่งของเจ้านายทุกอย่างโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆทั้งสิ้น
  2. ชาวตะวันตกมักมีความคิดว่าไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็มีสิทธิเท่าเทียมกัน แต่สังคมชาวตะวันออก ผู้หญิงมันถูกกดขี่ข่มเหงและมีบทบาททางสังคมน้อยกว่าผู้ชาย
  3. ชาวตะวันตกมักจะแสดงออกทางอารมณ์อย่างชัดเจน เช่น ดีใจหรือเสียใจ แต่สำหรับชาวตะวันออก มักไม่ค่อยแสดงออกถึงความรู้สึกภายในให้ผู้อื่นรับรู้ เราสามารถเห็นได้จากตอนที่ฟูบูกิ ร้องไห้อยู่ในห้องน้ำ อเมลีได้เข้ามาปลอบใจ แต่ฟูบูกิกลับต่อว่าเธอและไล่เธอออกไป
  4. ชาวตะวันออกมีความคิดว่า เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่คับขัน พวกเขาจำเป็นต้องทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด แต่สำหรับชาวตะวันตก พวกเขามีความคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร พวกเขาก็ไม่สามารถหลอกตัวเองได้ เราจะเห็นได้จากตอนที่ อเมลีถูกสั่งให้ลืมว่าพูดภาษาญี่ปุ่นได้