ดอพเพลแกงเกอร์
ดอพเพลแกงเกอร์ (เยอรมัน: doppelgänger) เป็นความเชื่อ โดย doppel มีความหมายเดียวกับคำว่า double ในภาษาอังกฤษหรือแปลได้ว่า "ซ้ำสอง" ส่วนคำว่า gänger หมายถึง "goer" มีคำเรียกอีกอย่างว่า evil twin (แฝดปีศาจ) หรือ bilocation (การปรากฏตนในสองสถานที่) ซึ่งมีที่มาจากเรื่องเล่าขานพื้นบ้านของเยอรมัน
นิยามกว้าง ๆ ของดอพเพลแกงเกอร์ กล่าวถึงปรากฏการณ์ที่มีการพบเห็นบุคคลหนึ่งผู้ในเวลาเดียวกันแต่ต่างสถานที่ ศัพท์นี้ได้ถูกนำมาใช้มากที่สุดกับกรณีของฝาแฝดผู้ชั่วร้าย ซึ่งปรากฏให้เห็นโดยทั่วไปในวรรณกรรมและภาพยนตร์แนวลึกลับต่างๆ โดยทั่วไปแล้วดอพเพลแกงเกอร์ถูกถือเป็นสัญญาณแห่งความโชคร้าย ความเจ็บป่วยหรือภยันตรายจะเกิดขึ้นหากเพื่อนฝูงหรือเครือญาติได้พบเห็น ในขณะที่การพบเห็นดอพเพลแกงเกอร์ของตนจะนำมาซึ่งความตาย ถึงกระนั้น รายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ที่ว่านี้นั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นไปในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงดังกล่าว เนื่องจากเรื่องราวและความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับคำนี้มีขอบเขตที่กว้างกว่านั้นมาก
ดอพเพลแกงเกอร์ เป็นคำที่ใช้เรียกกรณีที่มนุษย์คนหนึ่งได้ปรากฏตัวตนเพิ่มขึ้นมาจากเดิมอีกคนหนึ่งซึ่งจะมีลักษณะภายนอกเหมือนกันทุกประการ
ตามเรื่องราวที่เล่าขานกันมาดอพเพลแกงเกอร์นั้นจะไม่มีเงาของตัวเอง รวมทั้งไม่มีภาพสะท้อนบนกระจกหรือผิวน้ำ มันอาจจะให้คำแนะนำอะไรบางอย่างกับบุคคลต้นแบบของมันด้วยเจตนาร้ายซึ่งยุแยงให้เกิดความเข้าใจผิดต่างๆ หรืออาจจะปรากฏตัวต่อหน้าญาติมิตรเพื่อทำให้เกิดความสับสน และมันอาจจะปรากฏตัวในลักษณะที่สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ยามที่บุคคลต้นแบบของมันเจ็บไข้ได้ป่วย
ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าปรากฏการณ์ดอพเพลแกงเกอร์นั้นเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใด ความเชื่อบางประเภทนั้นยึดหลักที่ว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกจะมีฝาแฝดของตนอยู่ หากบุคคลนั้นเป็นคนดี ฝาแฝดก็จะชั่วร้าย หากบุคคลนั้นเป็นคนชั่วร้าย ฝาแฝดก็จะเป็นไปในทางกลับกัน และการที่ฝาแฝดทั้งสองมาพบกันนั้นก็จะยังผลให้ทั้งคู่ต้องพบกับจุดจบของชีวิต บ้างก็เชื่อว่าดอพเพลแกงเกอร์เป็นภูตผีปีศาจในรูปแบบหนึ่งที่จะปรากฏตัวขึ้นเพื่อบ่งบอกถึงลางร้าย หากพวกมันไม่ได้ นำพามาซึ่งลางร้ายเสียเอง นอกเหนือไปจากนี้แล้ว บุคคลบางกลุ่มมีความเห็นเกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่ว่านี้ว่าน่าจะเป็นรูปแบบหนึ่งของการใช้พลังจิตที่มีชื่อเรียกว่า "Out-of-Body Experience" หรือ "Astral Projection" ในกรณีนี้ มีการกล่าวอ้างว่ามีหลายคนพบเห็นพราหมณ์บางคนหลายสถานที่ในเวลาเดียวกัน ทั้งๆที่พราหมณ์ผู้นั้นกำลังนอนอยู่
Doppelganger ว่ากันว่ามันคือภูติประจำตัวเราเองครับDoppelganger ว่ากันว่าจะอยู่ข้างหลังเจ้าของร่างตลอดแต่นั้นมีความเร็วมากในระดับความเร็วแสงเลยทีเดียว ต่อให้หันหลังเร็วขนาดไหนก็ไม่เห็น ผู้ที่โดนติดตามจะแทบไม่รู้ตัวถึงการมีอยู่ของมัน โดยมันจะทำทุกอย่างให้เงียบซะจนไม่มีเสียงเลย และมันอยู่กับเราตลอดเวลาโดยเลียนแบบการกระทำของเราอยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้นมันยังฉลาดกว่ามนุษย์เราหลายขุม ว่ากันว่า Doppleganger จะคอยระวังตัวให้เจ้าของร่างและคอยรับเคราะห์แทนตัวเรา เวลาเกิดอุบัติเหตุแล้วเรารอดนั้นมาจาก Doppelganger รับเคราะห์แทนเรา นอกจากนั้น Doppleganger ยังอาจจะไปปรากฎตัวในที่อื่นได้แม้เราจะไม่ได้อยู่ที่นั่น Doppelganger อาจไปปรากฎตัวกับผู้อื่นหรือเจ้าของร่างก็เป็นได้ Doppelganger จะมีนิสัยเหมือนเจ้าของร่างแทบทุกประการ Doppelganger นอกจากนั้นยังอาจนำภัยมาหาเจ้าของร่างเอง เช่น ถ้าหากเจ้าของร่างมีความแค้นฝังใจเรื่องอะไรซักเรื่องเจ้า Doppelganger อาจไปสะสางเรื่องให้ทั้งๆที่ไม่ใช่เรา (ความรู้สึกของDopplegangerนั้นก็เป็นของเรา) นอกจากนั้น ยังอาจจะเข้าสิงร่างเจ้าของแล้วไปทำเรื่องอะไรบางอย่างก็ได้ Doppelganger ซักวันอาจ จะอยากมีตัวตนเหมือนกับเราซึ่งจะทำอย่างงั้นมันไม่ยากเลย Doppelganger ก็แค่ฆ่าเราซะแล้วสวมรอยไปแทน บ้างก็ว่า Doppelganger เป็นปิศาจบ้างหละ บ้างก็ว่าเป็นเงาของเราบ้างหละ บ้างก็ว่ามันจะออกมาพบเราตอนใกล้ตายบ้างหละ บ้างก็ว่าจะมาสะสางเรื่องสุดท้ายในชีวตบ้างหละบ้างก็ว่าใครที่เคยเห็นDoppelganger ตัวเองแล้วจะตายบ้างหละอ้อและก็นี่หลังจากที่Doppleganger สวมรอยเป็นเราแล้ว ความทรงจำของเราจะกลายเป็นของมันทั้งความรู้สึก (มันกลายเป็นเราไปเลย)มันก็จะไม่รู้แล้วว่ามันเป็น Doppelganger พูดง่ายๆ ตัวตนเราไม่ได้หายไปไหน ที่หายไปคือวิญญาณของใครบางคน บางทีคนที่นั่งเคาะแป้นอยู่ตรงนี้อาจเป็น Doppelganger เองซะก็ได้ อ้อ Doppleganger เนี่ยยังเป็นชื่อปรากฏการณ์เมื่อตัวเราปรากฏขึ้นในที่หลายแห่งพร้อมกัน (ไม่แน่ใจว่าต้องให้ตัวเองเห็นตัวเองด้วยรึเปล่า หรือคนอื่นเห็นก็ได้) บางคนยังบอกไว้ว่าที่หมาของเราเห่าเรายังเป็นเพราะ Doppelganger ที่ตามหลังเรามาหน้าคล้ายเราเปี้ยบมันเลยเกิดอาการตกใจและระแวงขึ้นมา ไม่ ก็ พวกท่านๆเคยเห็นคนแก่คุยกับตัวเองพึมพำๆมั้ยครับ นั่นเป็นเพราะ Doppelganger สามารถรวมตัวตนเป็นหนึ่งเดียวกับเจ้าของร่างได้นั่นเอง แล้วก็เคยมีคนหนึ่งมาโรงเรียนตอนเช้าทั้งๆที่ลาไว้แล้วทั้งครูประจำชั้นและนักเรียนยังเห็นมาเข้าแถวตอนเช้า เพียงแต่ถามอะไรไปก็ได้แต่เงียบ ไม่ตอบหรือพูดคุยกับใครเลย พอเริ่มคาบก็หายไปเลยเป็นห่วงกันโทรถามพ่อแม่ปรากฎว่า เขาอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านโดยตลอดไม่ได้ออกไปไหน โดยเป็นเรื่องพูดคุยไปทั่วจนซักพักก็เงียบหายไป