ซาโมวาร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ซาโมวาร์ (อังกฤษ: samovar) ประดิษฐ์ขึ้นก่อนศตวรรษที่ 18 เพื่อใช้ต้มน้ำชาโดยเฉพาะ ให้ความร้อนด้วยถ่านหินหรือถ่าน ด้านล่างของกาจะมีก็อก ตรงกลางจะมีช่องว่างสำหรับใส่ถ่านเพื่อต้มน้ำให้เดือด ซึ่งส่วนใหญ่จะทำด้วยโลหะรูปร่างคล้ายแจกัน ประดับด้วยเงิน ทองแดง หรือเพชร ซาโมวาร์ มีใช้กันในหลายประเทศ นอกจากรัสเซียแล้ว ก็ยังนิยมใช้กันในประเทศที่ชนพื้นเมืองเป็นชาวสลาฟ ในอิหร่าน แคชเมียร์ และ ตุรกี หลายคนจึงโต้แย้งว่า ซาโมวาร์ อาจจะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศเหล่านี้ก็ได้ แต่จากหลักฐานที่มีอยู่ และเป็นที่ชื่อถือ บอกว่ามันมาจากรัสเซีย แม้กระทั่งชื่อที่ใช้ในอิหร่าน ก็ยังเรียกว่า ซาโมวาร์ โดยคำๆนี้ในภาษารัสเซีย แปลได้ว่า " ต้มเอง " ซาโมวาร์ ในอิหร่าน มีหลักฐานว่าปรากฏขึ้นหลังศตวรรษที่ 18 แต่ในรัสเซีย มีหลักฐานว่าซาโมวาร์ปรากฏขึ้นในศตวรรษที่ 18

ซาโมวาร์ มีหลากหลายรูปทรง และขนาด (ตั้งแต่ 100 แกลลอน จนถึง 1 ลิตร ) ตอนแรกทำจากโลหะ แต่ต่อมามีการใช้วัสดุอื่นมาทำด้วยเช่นกัน อย่างเช่นดินเผา แต่ส่วนประกอบที่สำคัญ น่าจะได้แก่ขา ที่ทำหน้าที่ กันไม่ให้ความร้อนจากซาโมวาร์ ไหลลงมาโดนพื้นที่มันตั้งอยู่ และก็อกที่ทำหน้าที่ปล่อยน้ำออกจากซาโมวาร์

ใน สมัยก่อน ระบบการทำให้น้ำในซาโมวาร์ร้อน ใช้เป็นระบบท่อโลหะกลวง ติดตั้งในแนวตั้งอยู่กลางซาโมวาร์ ส่วนเชื้อเพลิงก็อาจจะเป็นฟืนหรือถ่านที่ใส่ลงไปในท่อกลวงนี้ ในสมัยเก่า ระบบการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่เชื่องช้ามากของซาโมวาร์ ถือว่าเป็นการประหยัดเชื้อเพลิงอย่างมาก แต่ถ้าจะเร่งไฟให้แรงขึ้นก็สามารถทำได้โดยง่าย ด้วยความช่วยเหลือของที่เป่าลม แต่ปัจจุบัน ซาโมวาร์ พัฒนามาเป็นระบบไฟฟ้ากันหมดแล้ว ระบบท่อกลวงดังกล่าวจึงหายไป

บางรุ่นบางแบบ อาจจะมีฝาที่ด้านบนเป็นรูปถ้วย เพื่อใช้สำหรับอุ่นกาน้ำชา

ซาโมวาร์ ยุคโบราณ[แก้]

ตามประวัติที่บันทึกกันไว้ ผู้คิดค้นซาโมวาร์ขึ้นมา ชื่อนาย เฟดอร์ ลิซิตซิน ชาวเมืองตูลา ทางใต้ของกรุงมอสโก ซึ่งมีอาชีพทำปืนและกระสุน โดยในช่วงที่มีเวลาว่าง เขาและลูกชาย 2 คนก็ได้คิดสร้างซาโมวาร์ขึ้นมาเมื่อปลายศตวรรษที่ 18 ตอนแรกก็ทำใช้เอง แต่ต่อมาก็ทำมันออกขาย และก็ขายดิบขายดี โรงงานผลิตซาโมวาร์จึงเกิดตามมามากมาย และทำให้เมืองนี้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตซาโมวาร์ ก่อนที่ศูนย์กลางนี้จะขยับขยายไปยังเมืองอื่นๆ

ซาโมวาร์บนแสตมป์โซเวียต[แก้]

ต้นศตวรรษ 20 มีความพยายามที่จะพัฒนาซาโมวาร์ โดยการเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงที่ทันสมัยเช่นน้ำมันก๊าด น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ไม่ได้รับความนิยม เพราะเรื่องกลิ่น อันตรายจากเพลิงไหม้ และการระเบิด ยุคนี้ การรถไฟ ก็นำเอาซาโมวาร์ไปติดอยู่บนขบวนรถด้วย เพื่อให้ผู้โดยสารมากดน้ำร้อนไปใช้ได้ตามสบายด้วย พอ ถึงยุค 50 และ 60 ซาโมวาร์ ก็หันมาใช้ระบบไฟฟ้า และในยุคของเบรชเนฟ ซาโมวาร์ ก็มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เมื่อมอสโกเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกปี 1980 และนักท่องเที่ยว นักกีฬา ที่เดินทางมารัสเซียในช่วงนั้น ก็ได้หอบหิ้วเอาซาโมวาร์กลับไปเป็นของที่ระลึกจำนวนมาก ทำให้คนทั้งโลกได้รู้จักมัน และนับตั้งแต่นั้นมา มันก็กลายเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของรัสเซีย

ซาโมวาร์ยุคโมเดิร์น[แก้]

ปัจจุบัน ซาโมวาร์ กลายเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างของการคิดถึงวันเวลาเก่าๆ เมื่อคนรัสเซียหลายคน ซื้อซาโมวาร์มาใช้ประดับประดาบ้าน แทนที่จะใช้ในการชงชา

อ้างอิง[แก้]

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=216892