ซอฟต์เสิร์ฟ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ซอฟต์เสิร์ฟรสสตรอเบอร์รี

ซอฟต์เสิร์ฟ หรือ ซอฟต์ครีม เป็นคำที่ใช้เพื่ออธิบายประเภทของไอศกรีมที่นุ่มกว่าไอศกรีมปกติ และขายเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษที่ 1930 [1]

ประวัติความเป็นมา[แก้]

ในปี 1934 ทอม Carvel ผู้ก่อตั้งแบรนด์และแฟรนไชส์ ​​Carvel ประสบเหตุยางแบนในรถบรรทุกไอศกรีมของเขาในเมือง Hartsdale, นิวยอร์ก เขาจึงนำรถที่ยางแบนเข้าลานจอดรถและเริ่มขายไอศกรีมของเขาที่เริ่มละลายให้กับผู้ที่มาพักผ่อนที่สัญจรไปมา ภายในสองวันเขาสามารถขายไอศกรีมทั้งหมด และสรุปได้ว่า ที่ตั้งถาวรและ ซอฟต์เสิร์ฟ เป็นแนวคิดธุรกิจที่มีโอกาสทางธุรกิจได้สูง[2] ในปี 1936, Carvel เปิดร้านสาขาแรกของเขาบนรถตู้ที่เสียของเขา และริเริ่มการพัฒนาความลับของสูตรซอฟต์เสิร์ฟไอศกรีม พร้อมๆกับที่จดสิทธิบัตรเครื่องทำไอศกรีมซอฟต์เซิร์ฟ [3]

Dairy Queen ยังอ้างว่าได้คิดค้นซอฟต์เสิร์ฟ ในปี 1938 ใกล้เมือง Moline, รัฐอิลลินอยส์, JF McCullough และลูกชายของ Alex ได้พัฒนาสูตรซอฟต์เสิร์ฟของพวกเขา [4] การทดลองขายของพวกเขาครั้งแรกคือเมื่อ 4 สิงหาคม 1938 ใน Kankakee, รัฐอิลลินอยส์ที่ร้านของเพื่อนของพวกเขา, ร้านชื่อโนเบิลเฮิร์บ พวกเขาขายซอฟต์เสิร์ฟได้ถึง 1600 ที่ภายในสองชั่วโมง[5]

คุณลักษณะ[แก้]

ซอฟต์เสิร์ฟโดยทั่วไป จะมีไขมันต่ำ (3-6%) กว่า ไอศกรีม (10-18%) และมีการผลิตที่อุณหภูมิประมาณ -4 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับไอศกรีมซึ่งเก็บไว้ในเครื่องทำความเย็นที่ -15 องศาเซลเซียส ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟจะมีการนำอากาศใส่เข้าไปในขณะที่ปั่นไอศกรีม โดยเรียกว่า "overrun" ซึ่งจะมีสัดส่วนตั้งแต่ 0-60% ของเนื้อไอศกรีม อากาศเป็นตัวแปรหลักในการทำให้รสชาติไอศกรีมชนิดนี้แตกต่างกันออกไป ปริมาณอากาศที่น้อยกว่า จะทำให้มีรสชาติที่เข้มข้นกว่า สีจะเข้มกว่า และอาจจะมีเกร็ดน้ำแข็งบ้างในบางโอกาส ส่วนไอศกรีมที่มีปริมาณอากาศมากกว่า จะเนื้อมีสีขาวกว่าและรสชาติไอศกรีมจะไม่เข้มข้นเท่า ปริมาณอากาศที่เหมาะสมควรอยุ่ที่ 33-45% ของปริมาตรไอศกรีม

เพื่อป้องกันการไม่ให้เกิดเกร็ดน้ำแข็ง เครื่องผลิตไอศกรีมจะต้องทำไอศกรีมแข็งตัวเร็วที่สุด โดยปกติแล้วเครื่องผลิตไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟควรจะมีที่รักษาอุณหภูมิที่ 3-4 องศาเซลเซียส และ เครื่องจะทำงานโดนการปั่นไอศกรีมจากกระบอกผลิต เครื่องผลิตไอศกรีมมีทั้งระบบ Gravity และ Air Pump

ส่วนผสม[แก้]

ส่วนผสมสด - สามารถเก็บรักษาไว้สุงสุด 5-7 วัน แต่ควรระวังเป้นอย่างยิ่งในการจัดเก็บและผสม เนื่องจากหากเกิดการเจือปน และมีอากาศร้อน อาจก่อให้เกิดแบคทีเรีย และสามารถทำให้ท้องเสียได้ง่าย

ส่วนผสมแบบผง - ข้อได้เปรียบคือ สามารถเก็บไว้ได้นาน สดวก และไม่ต้องการที่เยอะในการเก็บ แต่รสชาติอาจผิดเพี้ยนไปได้เนื่องจากต้องผสมน้ำ ซึ่งน้ำในแต่ละที่จะรสชาติไม่เหมือนกัน และผู้ผสมอาจใส่น้ำเกินหรือขาดได้ หลังจากผสมแล้วควรเก็บไว้ในที่ 1-4 ° C เพื่อลดการเจริยเติบโตของแบคทีเรียในน้ำและอากาศได้ ไม่ควรใช้น้ำอุ่นในการผสม เนื่องจากแบคทีเรียสามารถเจริญเติบโตได้เร็ว และข้อสำคัญ ผลิตภัณฑ์ควรได้รับ มาตรฐานจากองค์การอาหารและยา เนื่องจากนมมีสารเจือปนได้ง่าย และได้มีการลักลอบผลิตสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพสู่ตลาด โดยผู้บริโภคไม่ได้ระวัง ผู้ประกอบการอาจจะต้องโดนฟ้องร้องจากการขายสินค้าที่มีปัญหากับผู้บริโภคได้ ปัญจุบันในประเทศไทยมีทั้งผลิตภัณฑ์นำเข้า (China, Italy, New Zealand[6], Australia[7], USA) และผลิตเองในประเทศไทย

ส่วนผสมแบบน้ำ - ข้อได้เปรียบคือ สามารถเก็บได้นาน รสชาติไม่ผิดเพี้ยน แต่จัดเก็บลำบากกว่าแบบผง เมื่อเปิดภาชนะบรรจุแล้ว ควรทำตามขั้นตอนข้างต้น

อ้างอิง[แก้]

  1. The term soft serve dates from before 1959 (New York Times. June 22, 1958. p. F11. )
  2. "Carvel History". 
  3. "About Tom Carvel". 
  4. "The DQ Team". 
  5. "Dairy Queen History". 
  6. "Anchor". 
  7. "Snowboy".