ชุบ นิกกูรัธ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชุบ นิกกูรัธและดาร์คยัง

ชุบ นิกกูรัธ (Shub-Niggurath) เป็นหนึ่งในสิ่งที่เรียกว่า เอาเตอร์ก็อด ในงานประพันธ์ของเอช. พี. เลิฟคราฟท์ โดยกล่าวถึงครั้งแรกในเรื่อง The Last Test (พ.ศ. 2471) ชุบ นิกกูรัธมีฉายาว่า แพะดำแห่งป่าผู้มีบุตรหนึ่งพัน (The Black Goat of the Woods with a Thousand Young) และเป็นเอาเตอร์ก็อดที่มักกล่าวถึงในฐานะเพศหญิง เลิฟคราฟท์เองไม่ได้ระบุลักษณะของชุบ นิกกูรัธ เพียงแต่ให้ตัวละครเอ่ยถึงในลักษณะของคำอุทาน พัฒนาการของชุบ นิกกูรัธส่วนใหญ่จึงมาจากนักเขียนรุ่นหลังเช่น ออกัสต์ เดอเลธ โรเบิร์ต บลอค หรือ แรมซีย์ แคมเบล

ในงานประพันธ์ของเลิฟคราฟท์[แก้]

ในช่วงแรกนั้นเลิฟคราฟท์เพีงแต่ระบุถึงชื่อของชุบ นิกกูรัธในลักษณะของคำอุทาน เช่น ใน The Dunwich Horror (พ.ศ. 2471) ซึ่งข้อความจากคัมภีร์นีโครโนมิคอนซึ่งระบุถึงเหล่าโอลด์วันถูกแทรกด้วยวลี "Iä! Shub-Niggurath!"[1] โดยไม่ได้ขยายความวลีนี้อีกเลย

ใน The Whisperer in Darkness (พ.ศ. 2473) ซึ่งกล่าวถึงพิธีบูชาของมนุษย์และอมนุษย์ ได้กล่าวถึงชุบ นิกกูรัธไว้ว่า:

Ever Their praises, and abundance to the Black Goat of the Woods. Iä! Shub-Niggurath! The Goat with a Thousand Young!
Iä! Shub-Niggurath! The Black Goat of the Woods with a Thousand Young![2]

บทอุทานที่ไม่มีคำอธิบายนี้ยังปรากฏในเรื่อง The Dreams in the Witch House (พ.ศ. 2475) [3] และ The Thing on the Doorstep (พ.ศ. 2476).[4]

ในเรื่อง The Mound ซึ่งเลิฟคราฟท์แต่งในนามของซีเลีย บิชอปนั้น นักล่าอาณานิคมชาวสเปนได้พบอาณาจักรใต้ดิน คุน ยัน และวิหารของทซาธอกกวาซึ่งกลายเป็นวิหารของชุบ นิกกูรัธ "มารดาทั้งมวล และ คู่ครองของผู้มิอาจเอ่ยนาม" และระบุว่ามีลักษณะคล้ายกับเทพีแอสทาร์ท[5] การเชื่อมโยงชุบ นิกกูรัธเข้ากับแอสทาร์ทนี้ทำให้ชุบ นิกกูรัธมีลักษณะของเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ และในเรื่องสั้น The Rats in the Walls มี แมกนา เมเตอร์ มารดาผู้ยิ่งใหญ่ของลัทธิ Exham ซึ่งก็คือชุบ นิกกูรัธ[6]

ผู้มิอาจเอ่ยนาม ซึ่งเป็นคู่ของชุบ นิกกูรัธนี้ไม่สามารถระบุตัวตนได้แน่ชัด ชื่อนี้ถูกกล่าวถึงอยู่ในรายชื่อจากเรื่อง The Whisperer in Darkness [7] และเรื่อง The Shambler from the Stars ซึ่งเลิฟคราฟท์เขียนไม่เสร็จและส่งให้โรเบิร์ต บลอค [8] ออกัสต์ เดอเลธระบุว่าผู้มิอาจเอ่ยนามก็คือฮัสเทอร์ [9] (แม้ว่าฮัสเทอร์จะปรากฏในรายชื่อจาก Whisperer in Darkness เช่นกัน) ขณะที่โรเบิร์ต แมคแนร์ ไพรซ์ ระบุว่าเป็นยอก โซธอท แต่ก็ออกความเห็นว่าคู่ของชุบ นิกกูรัธน่าจะเป็นยิก อสรพิษเทพ[10]

ในเรื่อง Out of the Aeons ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับทวีปมูนั้น ตัวละคร T'yog เป็น "หัวหน้านักบวชของชุบ นิกกูรัธ และผู้พิทักษ์วิหารทองแดงของเทพผู้มีบุตรหนึ่งพัน" ในเรื่องนี้ T'yog กล่าวถึงชุบ นิกกูรัธ นุกและเยบ รวมถึงยิก อสรพิษเทพ ในฐานะของเทพผู้เป็นมิตรกับมนุษย์เพื่อต่อสู้กับกาทาโนธอ ในเรื่องนี้ ชุบ นิกกูรัธถูกเรียกว่า เทพมารดร[11]

จดหมายที่เลิฟคราฟท์เขียนถึงวิลลิส คอโนเวอร์ระบุถึงชุบ นิกกูรัธว่าเป็นสิ่งที่ดูคล้ายเมฆอันชั่วร้าย[12]

ในงานของนักประพันธ์อื่นๆ[แก้]

โรเบิร์ต บลอค ได้เพิ่มถึง ดาร์คยัง ซึ่งเป็นลูกๆของชุบ นิกกูรัธ ว่าเป็นสัตว์ประหลาดสีดำ รูปทรงคล้ายกับต้นไม้ ส่วนที่เป็นหัวประกอบด้วยหนวดระยางมากมายและมีปากซึ่งหยดเมือกสีเขียวออกมา ดาร์คยังมีกลิ่นเหมือนหลุมศพที่ถูกเปิดและมักอยู่ในป่าซึ่งมีลัทธิบูชาชุบ นิกกูรัธ ดาร์คยังจะปรากฏตัวเมื่อเหล่าสาวกทำพิธีเรียกมาเพื่อเป็นตัวแทนของชุบ นิกกูรัธ ตำรา Book of Eibon ระบุว่าพิธีเรียกดาร์คยังนี้ต้องกระทำในคืนเดือนมืดและสังเวยเหยื่อบนแท่นบูชาในป่าลึก ซึ่งดาร์คยังจะกัดกินผู้ที่มิใช่สาวกเพื่อรับการบูชา

ในเรื่อง The Moon Lens ของ แรมซีย์ แคมเบล ชุบ นิกกูรัธจะทำพิธีโดยการกลืนสาวกซึ่งมีศรัทธาอย่างแรงกล้าเพื่อให้คืนชีพขึ้นมาเป็นซาไทร์และเป็นอมตะ[13]

อ้างอิง[แก้]

  1. H. P. Lovecraft, "The Dunwich Horror", The Dunwich Horror and Others, p. 170.
  2. H. P. Lovecraft, "The Whisperer in Darkness", The Dunwich Horror and Others, p. 226.
  3. H. P. Lovecraft, "The Dreams in the Witch House", At the Mountains of Madness, p. 293.
  4. H. P. Lovecraft, "The Thing on the Doorstep", The Dunwich Horror and Others, pp. 287, 296.
  5. H. P. Lovecraft writing as Zealia Bishop, "The Mound", The Horror in the Museum, pp. 144-145.
  6. Price, Shub-Niggurath Cycle, p. xiv.
  7. Lovecraft, "The Whisperer in Darkness", p. 223.
  8. Robert Bloch, "The Shambler from the Stars", Mysteries of the Worm, p. 31.
  9. August Derleth, "The Return of Hastur", The Hastur Cycle, pp. 255-256.
  10. Price, p. xiii.
  11. H. P. Lovecraft writing as Hazel Heald, "Out of the Aeons", The Horror in the Museum, pp. 273-274; Price, p. xiii.
  12. Cited in Price, p. xv.
  13. Campbell, "The Moon-Lens", Shub-Niggurath Cycle.
  • Bloch, Robert (1998) [1951]. "Notebook Found in a Deserted House". Tales of the Cthulhu Mythos (1st ed. ed.). New York, NY: Random House. ISBN 0-345-42204-X. 
  • Campbell, Ramsey (1987) [1964]. "The Moon-Lens". Cold Print (1st ed. ed.). New York, NY: Tom Doherty Associates. ISBN 0-8125-1660-5. 
  • Harms, Daniel (1998). "Byatis". The Encyclopedia Cthulhiana (2nd ed. ed.). Oakland, CA: Chaosium. pp. pp. 42–3. ISBN 1-56882-119-0.  [Suggests Byatis is the son of Yig]
—"Dark Young of Shub-Niggurath", pp. 75, ibid.
—"gof'nn hupadgh Shub-Niggurath", pp. 124, ibid.
—"Shub-Niggurath", pp. 275-7, ibid.
  • Ferraresi, Rodolfo A. (Hallowmas 1985). "The Question of Shub-Niggurath". Crypt of Cthulhu #35: A Pulp Thriller and Theological Journal. Vol. 5 (No. 1).  Robert M. Price (ed.), Mount Olive, NC: Cryptic Publications.
  • Lovecraft, Howard P. (1985) [1933]. "The Dreams in the Witch House". In S. T. Joshi (ed.). At the Mountains of Madness, and Other Novels (7th corrected printing ed.). Sauk City, WI: Arkham House. ISBN 0-87054-038-6.  Definitive version.
  • Lovecraft, Howard P. (1984) [1931]. "The Whisperer in Darkness". In S. T. Joshi (ed.). The Dunwich Horror and Others (9th corrected printing ed.). Sauk City, WI: Arkham House. ISBN 0-87054-037-8.  Definitive version.
  • Lovecraft, Howard P.; Zealia Bishop (1989) [1940]. "The Mound". In S.T. Joshi (ed.). The Horror in the Museum and Other Revisions. Sauk City, WI: Arkham House. ISBN 0-87054-040-8. 
—and Adolphe de Castro (1928). "The Last Test", ibid.
—and Hazel Heald (1932). "The Man of Stone", ibid.
  • Myers, Gary (2007). Dark Wisdom. Poplar Bluff, MO: Mythos Books. ISBN 0-97899-113-3. 
  • Pratchett, Terry (2002) [1990]. Moving Pictures. New York, NY: HarperTorch. ISBN 0-06-102063-X. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]