ชุบ นิกกูรัธ
ชุบ นิกกูรัธ (Shub-Niggurath) เป็นหนึ่งในสิ่งที่เรียกว่า เอาเตอร์ก็อด ในงานประพันธ์ของเอช. พี. เลิฟคราฟท์ โดยกล่าวถึงครั้งแรกในเรื่อง The Last Test (พ.ศ. 2471) ชุบ นิกกูรัธมีฉายาว่า แพะดำแห่งป่าผู้มีบุตรหนึ่งพัน (The Black Goat of the Woods with a Thousand Young) และเป็นเอาเตอร์ก็อดที่มักกล่าวถึงในฐานะเพศหญิง เลิฟคราฟท์เองไม่ได้ระบุลักษณะของชุบ นิกกูรัธ เพียงแต่ให้ตัวละครเอ่ยถึงในลักษณะของคำอุทาน พัฒนาการของชุบ นิกกูรัธส่วนใหญ่จึงมาจากนักเขียนรุ่นหลังเช่น ออกัสต์ เดอเลธ โรเบิร์ต บลอค หรือ แรมซีย์ แคมเบล
เนื้อหา |
ในงานประพันธ์ของเลิฟคราฟท์ [แก้]
ในช่วงแรกนั้นเลิฟคราฟท์เพีงแต่ระบุถึงชื่อของชุบ นิกกูรัธในลักษณะของคำอุทาน เช่น ใน The Dunwich Horror (พ.ศ. 2471) ซึ่งข้อความจากคัมภีร์นีโครโนมิคอนซึ่งระบุถึงเหล่าโอลด์วันถูกแทรกด้วยวลี "Iä! Shub-Niggurath!"[1] โดยไม่ได้ขยายความวลีนี้อีกเลย
ใน The Whisperer in Darkness (พ.ศ. 2473) ซึ่งกล่าวถึงพิธีบูชาของมนุษย์และอมนุษย์ ได้กล่าวถึงชุบ นิกกูรัธไว้ว่า:
- Ever Their praises, and abundance to the Black Goat of the Woods. Iä! Shub-Niggurath! The Goat with a Thousand Young!
- Iä! Shub-Niggurath! The Black Goat of the Woods with a Thousand Young![2]
บทอุทานที่ไม่มีคำอธิบายนี้ยังปรากฏในเรื่อง The Dreams in the Witch House (พ.ศ. 2475) [3] และ The Thing on the Doorstep (พ.ศ. 2476).[4]
ในเรื่อง The Mound ซึ่งเลิฟคราฟท์แต่งในนามของซีเลีย บิชอปนั้น นักล่าอาณานิคมชาวสเปนได้พบอาณาจักรใต้ดิน คุน ยัน และวิหารของทซาธอกกวาซึ่งกลายเป็นวิหารของชุบ นิกกูรัธ "มารดาทั้งมวล และ คู่ครองของผู้มิอาจเอ่ยนาม" และระบุว่ามีลักษณะคล้ายกับเทพีแอสทาร์ท[5] การเชื่อมโยงชุบ นิกกูรัธเข้ากับแอสทาร์ทนี้ทำให้ชุบ นิกกูรัธมีลักษณะของเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ และในเรื่องสั้น The Rats in the Walls มี แมกนา เมเตอร์ มารดาผู้ยิ่งใหญ่ของลัทธิ Exham ซึ่งก็คือชุบ นิกกูรัธ[6]
ผู้มิอาจเอ่ยนาม ซึ่งเป็นคู่ของชุบ นิกกูรัธนี้ไม่สามารถระบุตัวตนได้แน่ชัด ชื่อนี้ถูกกล่าวถึงอยู่ในรายชื่อจากเรื่อง The Whisperer in Darkness [7] และเรื่อง The Shambler from the Stars ซึ่งเลิฟคราฟท์เขียนไม่เสร็จและส่งให้โรเบิร์ต บลอค [8] ออกัสต์ เดอเลธระบุว่าผู้มิอาจเอ่ยนามก็คือฮัสเทอร์ [9] (แม้ว่าฮัสเทอร์จะปรากฏในรายชื่อจาก Whisperer in Darkness เช่นกัน) ขณะที่โรเบิร์ต แมคแนร์ ไพรซ์ ระบุว่าเป็นยอก โซธอท แต่ก็ออกความเห็นว่าคู่ของชุบ นิกกูรัธน่าจะเป็นยิก อสรพิษเทพ[10]
ในเรื่อง Out of the Aeons ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับทวีปมูนั้น ตัวละคร T'yog เป็น "หัวหน้านักบวชของชุบ นิกกูรัธ และผู้พิทักษ์วิหารทองแดงของเทพผู้มีบุตรหนึ่งพัน" ในเรื่องนี้ T'yog กล่าวถึงชุบ นิกกูรัธ นุกและเยบ รวมถึงยิก อสรพิษเทพ ในฐานะของเทพผู้เป็นมิตรกับมนุษย์เพื่อต่อสู้กับกาทาโนธอ ในเรื่องนี้ ชุบ นิกกูรัธถูกเรียกว่า เทพมารดร[11]
จดหมายที่เลิฟคราฟท์เขียนถึงวิลลิส คอโนเวอร์ระบุถึงชุบ นิกกูรัธว่าเป็นสิ่งที่ดูคล้ายเมฆอันชั่วร้าย[12]
ในงานของนักประพันธ์อื่นๆ [แก้]
โรเบิร์ต บลอค ได้เพิ่มถึง ดาร์คยัง ซึ่งเป็นลูกๆของชุบ นิกกูรัธ ว่าเป็นสัตว์ประหลาดสีดำ รูปทรงคล้ายกับต้นไม้ ส่วนที่เป็นหัวประกอบด้วยหนวดระยางมากมายและมีปากซึ่งหยดเมือกสีเขียวออกมา ดาร์คยังมีกลิ่นเหมือนหลุมศพที่ถูกเปิดและมักอยู่ในป่าซึ่งมีลัทธิบูชาชุบ นิกกูรัธ ดาร์คยังจะปรากฏตัวเมื่อเหล่าสาวกทำพิธีเรียกมาเพื่อเป็นตัวแทนของชุบ นิกกูรัธ ตำรา Book of Eibon ระบุว่าพิธีเรียกดาร์คยังนี้ต้องกระทำในคืนเดือนมืดและสังเวยเหยื่อบนแท่นบูชาในป่าลึก ซึ่งดาร์คยังจะกัดกินผู้ที่มิใช่สาวกเพื่อรับการบูชา
ในเรื่อง The Moon Lens ของ แรมซีย์ แคมเบล ชุบ นิกกูรัธจะทำพิธีโดยการกลืนสาวกซึ่งมีศรัทธาอย่างแรงกล้าเพื่อให้คืนชีพขึ้นมาเป็นซาไทร์และเป็นอมตะ[13]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ H. P. Lovecraft, "The Dunwich Horror", The Dunwich Horror and Others, p. 170.
- ↑ H. P. Lovecraft, "The Whisperer in Darkness", The Dunwich Horror and Others, p. 226.
- ↑ H. P. Lovecraft, "The Dreams in the Witch House", At the Mountains of Madness, p. 293.
- ↑ H. P. Lovecraft, "The Thing on the Doorstep", The Dunwich Horror and Others, pp. 287, 296.
- ↑ H. P. Lovecraft writing as Zealia Bishop, "The Mound", The Horror in the Museum, pp. 144-145.
- ↑ Price, Shub-Niggurath Cycle, p. xiv.
- ↑ Lovecraft, "The Whisperer in Darkness", p. 223.
- ↑ Robert Bloch, "The Shambler from the Stars", Mysteries of the Worm, p. 31.
- ↑ August Derleth, "The Return of Hastur", The Hastur Cycle, pp. 255-256.
- ↑ Price, p. xiii.
- ↑ H. P. Lovecraft writing as Hazel Heald, "Out of the Aeons", The Horror in the Museum, pp. 273-274; Price, p. xiii.
- ↑ Cited in Price, p. xv.
- ↑ Campbell, "The Moon-Lens", Shub-Niggurath Cycle.
- Bloch, Robert (1998) [1951]. "Notebook Found in a Deserted House". Tales of the Cthulhu Mythos (1st ed. ed.). New York, NY: Random House. ISBN 0-345-42204-X.
- Campbell, Ramsey (1987) [1964]. "The Moon-Lens". Cold Print (1st ed. ed.). New York, NY: Tom Doherty Associates. ISBN 0-8125-1660-5.
- Harms, Daniel (1998). "Byatis". The Encyclopedia Cthulhiana (2nd ed. ed.). Oakland, CA: Chaosium. pp. pp. 42–3. ISBN 1-56882-119-0. [Suggests Byatis is the son of Yig]
- —"Dark Young of Shub-Niggurath", pp. 75, ibid.
- —"gof'nn hupadgh Shub-Niggurath", pp. 124, ibid.
- —"Shub-Niggurath", pp. 275-7, ibid.
- Ferraresi, Rodolfo A. (Hallowmas 1985). "The Question of Shub-Niggurath". Crypt of Cthulhu #35: A Pulp Thriller and Theological Journal. Vol. 5 (No. 1). Robert M. Price (ed.), Mount Olive, NC: Cryptic Publications.
- Lovecraft, Howard P. (1985) [1933]. "The Dreams in the Witch House". In S. T. Joshi (ed.). At the Mountains of Madness, and Other Novels (7th corrected printing ed.). Sauk City, WI: Arkham House. ISBN 0-87054-038-6. Definitive version.
- Lovecraft, Howard P. (1984) [1931]. "The Whisperer in Darkness". In S. T. Joshi (ed.). The Dunwich Horror and Others (9th corrected printing ed.). Sauk City, WI: Arkham House. ISBN 0-87054-037-8. Definitive version.
- Lovecraft, Howard P.; Zealia Bishop (1989) [1940]. "The Mound". In S.T. Joshi (ed.). The Horror in the Museum and Other Revisions. Sauk City, WI: Arkham House. ISBN 0-87054-040-8.
- —and Adolphe de Castro (1928). "The Last Test", ibid.
- —and Hazel Heald (1932). "The Man of Stone", ibid.
- Myers, Gary (2007). Dark Wisdom. Poplar Bluff, MO: Mythos Books. ISBN 0-97899-113-3.
- Pratchett, Terry (2002) [1990]. Moving Pictures. New York, NY: HarperTorch. ISBN 0-06-102063-X.