การเขียนคำทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่น
ข้อมูลในหน้านี้อาจมีการดัดแปลงหลายครั้งตามนโยบายวิกิพีเดีย สำหรับข้อมูลต้นฉบับสามารถดูได้ที่ เว็บไซต์ราชบัณฑิตยสถาน
หน้านี้อธิบายการเขียนคำทับศัพท์ตามโรมะจิ (ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ใช้แทนเสียงภาษาญี่ปุ่น) โดยโรมะจิในปัจจุบันมีอยู่ 3 ระบบในการเขียนได้แก่ นิฮงชิกิ (日本式) แบบดั้งเดิม, คุนเรชิกิ (訓令式) แบบที่ดัดแปลงจากนิฮงชิกิ และ เฮ็ปเบิร์น (เฮะบนชิกิ, ヘボン式) แบบปรับปรุงพัฒนาตามการออกเสียงจริง ซึ่งเป็นที่นิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบัน
เนื้อหา |
ระบบโรมะจิ [แก้]
| ความหมาย | คันจิ/คะนะ | ฟุริงะนะ | โรมะจิ | ||
|---|---|---|---|---|---|
| เฮปเบิร์น | คุนเรชิกิ | นิฮงชิกิ | |||
| โรมะจิ | ローマ字 | ローマじ | rōmaji | rômazi | rōmazi |
| ภูเขาฟูจิ | 富士山 | ふじさん | Fujisan | Huzisan | Huzisan |
| ชา | お茶 | おちゃ | ocha | otya | otya |
| รัฐบาล | 知事 | ちじ | chiji | tizi | tizi |
| ย่อขนาด | 縮む | ちぢむ | chijimu | tizimu | tidimu |
| (ตอน) ต่อไป | 続く | つづく | tsuzuku | tuzuku | tuduku |
เสียงตามระบบเฮ็ปเบิร์นเป็นเสียงที่ใกล้เคียงกับการออกเสียงภาษาอังกฤษมากที่สุด โดยในปัจจุบันมีการใช้กันมากที่สุด สำหรับในหนังสือหรือแหล่งอ้างอิงในบางแหล่งอาจจะมีการใช้โรมะจิแบบเก่า ซึ่งเมื่อถอดเสียงต่อมาเป็นภาษาไทย จะทำให้เกิดเสียงเพี้ยนได้ ซึ่งการถอดเสียงภาษาไทย ควรจะอ้างอิงจากตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นเอง เช่นคำว่า ภูเขาฟูจิ ในตารางด้านบน รูปแบบของเฮ็ปเบิร์นจะใช้ตัวอย่าง ā แทน aa และō แทน oo
วิธีการถอดเสียงภาษาไทยจากโรมะจิ [แก้]
การแยกพยางค์ [แก้]
แยกพยางค์ก่อน เพราะคำในภาษาญี่ปุ่นประกอบด้วย สระ และ/หรือพยางค์ต้น โดยไม่มีพยางค์ท้ายทุกคำเหมือนภาษาไทยยกเว้น ตัว ん (ออกเสียง ง,น,ม) โดยสระที่อยู่ติดแยกคำอ่าน ยกเว้น aa, ei, ou ถือเป็นพยางค์เดียว
- chijimu แยก chi-ji-mu อ่าน ชิจิมุ
- aoi แยก a-o-i อ่าน อะโอะอิ
- nihongo แยก ni-hon-go อ่าน นิฮงโงะ
- toori, tōri แยก too-ri tō-ri อ่าน โทริ
- fujieda แยก fu-ji-e-da อ่าน ฟุจิเอะดะ
- sensei แยก sen-sei อ่าน เซ็นเซ
- sai, kai, rai, tai หากเขียนด้วยอักษรคะนะและอยู่ในคำเดียวกันมักอ่านร่วมเป็นพยางค์เดียว แต่หากมาจากคันจิคนละตัวมักอ่านแยกสองพยางค์
- 堺市 เป็นชื่อเมืองในจังหวัดโอะซะกะ คันจิ 堺 ออกเสียง さかい (ซะไก) ส่วน 市 ออกเสียง し (ชิ) กรณีนี้จึงอ่านรวม kai เป็นพยางค์เดียว (ดู ซะไก)
- 坂井 เป็นนามสกุล คันจิ 坂 ออกเสียง さか (ซะกะ) ส่วนคันจิ 井 ออกเสียง い (อิ) กรณีนี้จึงอ่านแยกว่า ซะกะอิ (ดู อิซุมิ ซะกะอิ) เช่นเดียวกับ 中井 อ่านว่า นะกะอิ
- 侍 ออกเสียง さむらい (ซะมุไร) เนื่องจากเป็นคันจิตัวเดียวจึงอ่านออกเสียงรวม rai เป็นพยางค์เดียว (ดู ซะมุไร)
- イタイイタイ ออกเสียง イタイイタイ (อิไตอิไต) เนื่องจากเป็นเสียงโอดโอย เขียนด้วยคะตะกะนะ จึงอ่าน tai รวมเป็นพยางค์เดียว (ดู โรคอิไตอิไต)
ตารางเทียบเสียงสระภาษาญี่ปุ่น [แก้]
| โรมะจิ | อักษรญี่ปุ่น | การทับศัพท์ | ตัวอย่าง | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| a | あ | อะ, –ั | yama = ยะมะ, sakura = ซะกุระ, gakkoo = กักโก, san = ซัง | |
| aa, ā | ああ | อา | okaasan, okāsan = โอะกาซัง, obaasan, obāsan = โอะบาซัง | |
| e | え | เอะ, เ–็ | ike = อิเกะ, fune = ฟุเนะ, denwa = เด็งวะ, sensei = เซ็นเซ | |
| ee, ē, ei | ええ, えい | เอ | sensei = เซ็นเซ, oneesan, onēsan = โอะเนซัง | |
| i | い | อิ | kin = คิง, kaki = คะกิ, hashi = ฮะชิ | |
| ii, ī | いい | อี | oniisan, onīsan = โอะนีซัง, oishii, oishī = โอะอิชี | |
| o | お | โอะ, โอะลดรูป | ocha = โอะชะ, kome = โคะเมะ, Nippon = นิปปง, konnichiwa = คนนิชิวะ | |
| oo, ō, ou | おう, おお | โอ | otoosan, otōsan = โอะโตซัง, sayoonara, sayōnara = ซะโยนะระ | |
| u | う | อุ | shinbun = ชิมบุง, isu = อิซุ, Suzuki = ซุซุกิ | |
| uu, ū | うう | อู | juuyoo, jūyoo = จูโย, juusho, jūsho = จูโชะ | |
| ya | ゃ | เอียะ | kyaku = เคียะกุ, hyaku = เฮียะกุ | * |
| yaa, yā | ゃあ | เอีย | nyaanyaa, nyānyā = เนียเนีย | * |
| yo | ょ | เอียว | ryokoo = เรียวโก | * |
| yoo, yō | ょう, ょお | เอียว | byooin, byōin = เบียวอิง, ryoori, ryōri = เรียวริ | * |
| yu | ゅ | อิว | kyu = คิว | * |
| yuu, yū | ゅう | อีว | kyuukoo, kyūkoo = คีวโก | * |
-
- * "y" เป็นเสียงกึ่งสระเมื่อตามหลังพยัญชนะจึงกำหนดให้เป็นเสียงสระเพื่อความสะดวกในการออกเสียง
ตารางเทียบเสียงพยัญชนะภาษาญี่ปุ่น [แก้]
| โรมะจิ | อักษรญี่ปุ่น | การทับศัพท์ | ตัวอย่าง | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| b | ば び ぶ べ ぼ | บ | obi = โอะบิ konbanwa = คมบังวะ |
|
| ch | ち (+ゃ ゅ ょ) | ช | chiisai = ชีซะอิ konnichiwa = คนนิชิวะ |
chi ในบางแห่งอาจเขียนเป็น ti โดยออกเสียงเหมือน chi |
| d | だ で ど | ด | denwa = เด็งวะ Yamada = ยะมะดะ |
|
| f | ふ | ฟ | Fujisan = ฟุจิซัง fune = ฟุเนะ |
|
| g | が ぎ ぐ げ ご | ก (พยางค์แรก) | ginkoo = กิงโก | |
| ง (พยางค์อื่น) | arigatoo = อะริงะโต | |||
| h | は ひ へ ほ | ฮ | hashi = ฮะชิ | |
| j | じ ぢ (+ゃ ゅ ょ) | จ | kaji = คะจิ | |
| k | か き く け こ | ค (พยางค์แรก) | kao = คะโอะ | |
| ก (พยางค์อื่น) | niku = นิกุ | |||
| -kk | กก | gakkoo = กักโก | ||
| m | ま み む め も | ม | mado = มะโดะ | |
| n | な に ぬ ね の | น | Nagoya = นะโงะยะ | |
| -n | ん | ง, น, ม | ดูหมายเหตุท้ายตาราง | |
| p | ぱ ぴ ぷ ぺ ぽ | พ (พยางค์แรก) | pen = เพ็ง | |
| ป (พยางค์อื่น) | tenpura = เท็มปุระ | |||
| -pp | ปป | Nippon = นิปปง | ||
| r | ら り る れ ろ | ร | ringo = ริงโงะ | |
| s | さ す せ そ | ซ | sakana = ซะกะนะ | |
| sh | し (+ゃ ゅ ょ) | ช | sashimi = ซะชิมิ | shi ในบางแห่งอาจจะเขียนเป็น si โดยออกเสียงเหมือน shi |
| -ss | สซ | kissaten = คิสซะเต็ง | ||
| -ssh | สช | zasshi = ซัสชิ | ||
| t | た て と | ท (พยางค์แรก) | te = เทะ | |
| ต (พยางค์อื่น) | migite = มิงิเตะ | |||
| -tch | ตช | itchi = อิตชิ | ||
| tsu | つ | สึ | tsukue = สึกุเอะ | |
| -tt | ตต | komitto = โคะมิตโตะ | ||
| -ttsu | ตสึ | mittsu = มิตสึ | ||
| w | わ は | ว | watashi = วะตะชิ | は สำหรับคำเชื่อมประโยคหรือท้ายประโยค ออกเสียง วะ นอกนั้นออกเสียง ฮะ |
| y | や ゆ よ | ย | yama = ยะมะ | |
| z | ざ じ ず ぜ ぞ づ | ซ | mizu = มิซุ |
สำหรับ n ที่เป็นตัวสะกด [แก้]
n เมื่อเป็นตัวสะกดจะออกเสียงได้หลายอย่าง จึงกำหนดไว้ดังนี้
- เมื่อตามด้วยพยัญชนะ b m และ p ให้ถอดเป็น ม เช่น
- shinbun = ชิมบุง
- sanma = ซัมมะ
- enpitsu = เอ็มปิสึ
- เมื่อตามด้วยพยัญชนะ g h k และ w ให้ถอดเป็น ง เช่น
- ringo = ริงโงะ
- ginkoo = กิงโก
- denwa = เด็งวะ
- เมื่ออยู่ท้ายสุดของคำ ให้ถอดเป็น ง เช่น
- hon = ฮง
- san = ซัง
- ในกรณีอื่น ๆ นอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ 1, 2 และ 3 ให้ถอดเป็น น เช่น
- gunjin = กุนจิง
- hontoo = ฮนโต
- undoo = อุนโด
- chichimenchoo= ชิชิเม็นโช
- densha = เด็นชะ
- onna = อนนะ
- kanri = คันริ
- dansei = ดันเซ
ข้อยกเว้น [แก้]
- วิสามายนาม วิสามายนามในภาษาญี่ปุ่น เมื่อเจ้าตัว, เจ้าของ, ตัวแทนอย่างเป็นทางการ, ผู้ทรงลิขสิทธิ์ หรือองค์กรในภูมิภาคกำหนดหรือใช้อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเช่นไร ก็ควรใช้เช่นนั้น แม้ไม่ต้องตามวิธีทับศัพท์นี้ เช่น ชื่อบุคคล, ตัวละคร, บริษัท, ห้างร้าน, หน่วยงาน, สิ่งประดิษฐ์, วรรณกรรม, สิ่งบันเทิง, กีฬา ฯลฯ เป็นต้นว่า
- 三菱 (Mitsubishi, ตามหลักต้องว่า "มิสึบิชิ") แต่มีชื่ออย่างเป็นทางการ (ชื่อบริษัทยานยนต์) ในประเทศไทยว่า "มิตซูบิชิ" ก็ให้ใช้อย่างหลังนี้ (ดู มิตซูบิชิ)
- おいしい (Oishī, ตามหลักต้องว่า "โอะอิชี") แต่มีชื่ออย่างเป็นทางการ (ชื่อบริษัทเครื่องดื่ม) ในประเทศไทยว่า "โออิชิ" ก็ให้ใช้อย่างหลังนี้ (ดู โออิชิ กรุ๊ป), เว้นแต่ที่ใช้ในกรณีทั่วไป ซึ่งมีความหมายว่า อร่อย ก็ให้ทับศัพท์ตามหลักเป็น "โอะอิชี"
- คำที่ทับศัพท์จากภาษาอื่น คำในภาษาญี่ปุ่นที่ทับศัพท์จากภาษาอื่นมักเขียนด้วยคะตะกะนะ อาจให้ทับศัพท์ตามภาษาต้นทาง เช่น
- カノン (Kanon, ตามหลักต้องว่า "คะนง") ทับศัพท์จากคำภาษาอังกฤษว่า "Kanon", ก็ให้ทับศัพท์ตามคำอังกฤษนั้น และโดยวิธีทับศัพท์ภาษาอังกฤษ เป็น "แคนอน", แต่เนื่องจากเป็นชื่ออะนิเมะ (วิสามานยนาม) ซึ่งในประเทศไทยใช้อย่างเป็นทางการว่า "คาน่อน" จึงให้เขียนชื่ออะนิเมะนี้ว่า "คาน่อน" (ดู คาน่อน)
- チャオリンシェン (Chao Rinshen, ตามหลักต้องว่า "เชา รินเช็ง") ทับศัพท์จากคำภาษาจีนว่า "超鈴音" (Chāo Língchén), ก็ให้ทับศัพท์ตามคำจีนนั้น และโดยวิธีทับศัพท์ภาษาจีน เป็น "เชา หลิงเฉิน", แต่เนื่องจากเป็นชื่อตัวละคร (วิสามานยนาม) ซึ่งในประเทศไทยใช้อย่างเป็นทางการว่า "เจ้า หลินเฉิง" จึงให้เขียนชื่อตัวละครนี้ว่า "เจ้า หลินเฉิง" (ดู เจ้า หลินเฉิง)
- วิดีโอเกมที่ผลิตโดยญี่ปุ่นแต่อิงจากภาษาอื่น หรืออาจใช้ตามความนิยมของนักเล่นเกมส่วนใหญ่ โดยอาจใช้อ้างอิงหรือมีการอภิปรายประกอบ
- คำที่นิยมเขียนเป็นอื่น คำในภาษาญี่ปุ่น ที่ในประเทศไทยนิยมเขียนแบบอื่นซึ่งไม่ต้องตามวิธีทับศัพท์นี้ ก็อาจใช้ต่อไปตามนั้น เช่น
- คำที่ราชบัณฑิตยสถานรับรอง คำที่ราชบัณฑิตยสถานบัญญัติเอง ให้ใช้ตามนั้น แม้ไม่ต้องตามวิธีทับศัพท์นี้ก็ตาม เช่น
- 東京 (Tōkyō, แยกพยางค์เป็น Tō-kyō, และตามหลักต้องว่า "โทเกียว") ราชบัณฑิตยสถานให้ว่า "โตเกียว" โดยชี้แจงว่า ก่อนประกาศใช้หลักเกณฑ์นี้ มีการทับศัพท์ว่า "โตเกียว" แพร่หลายอยู่แล้ว
- 津波 (tsunami, ตามหลักต้องว่า "สึนะมิ") ราชบัณฑิตยสถานบัญญัติว่า "สึนามิ" ตามความนิยม
ดูเพิ่ม [แก้]
|
|
|||||