การขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ
การขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ (อังกฤษ: Circumcision) หรือเรียกกันว่า สุนัต คือ การผ่าตัดเพื่อเอาหนังหุ้มปลายของอวัยวะสืบพันธุ์ชายออกไป โดยมีจุดประสงค์เพื่อการรักษาความสะอาดที่ง่ายขึ้น หรือ การผ่าตัดเพื่อผู้ที่มีหนังหุ้มหนาเกินไปจนไม่สามารถเปิดออกเองได้ และเกิดความเจ็บปวดเวลาอวัยวะเพศแข็งตัว
การขริบหนังปลายอวัยวะเพศ เป็นสิ่งที่ทำมาเป็นพัน ๆ ปีแล้ว ในหลายกลุ่มวัฒนธรรม ศาสนา และเชื้อชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มชาวยิวและมุสลิม เมื่อประมาณหลายสิบปีก่อนหน้านี้ ในสหรัฐอเมริกาจะมีการขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะในทารกแรกเกิดเป็นส่วนใหญ่ ในปัจจุบันมีการถกเถียงว่าการขริบสามารถลดการติดเชื้อเอดส์และมะเร็งได้จริงหรือไม่ และคุ้มค่าหรือไม่กับการสูญเสียความรู้สึกทางเพศ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับวิธีป้องกันอื่น ๆ ที่มีอยู่ รวมถึงเรื่องการละเมิดสิทธิเด็ก
เนื้อหา |
[แก้] เหตุผลทางการแพทย์
เหตุผลทางการแพทย์ของการขริบ คือ [1]
- หนังหุ้มปลายไม่เปิด (Phimosis) ในเด็กแรกเกิดส่วนใหญ่จะไม่เปิด ทารกเพียงร้อยละ 4 เท่านั้นที่มีหนังหุ้มปลายรูดเปิดได้ หลัง 3 ขวบจะค่อยๆ รูดเปิดได้ และหลังอายุ 5 ขวบเด็กส่วนใหญ่รูดเปิดหนังหุ้มปลายได้ ร้อยละ 98-99 กระทั่งผู้ชายอายุ 18 สามารถรูดเปิดหนังหุ้มปลายได้
- มีการอักเสบที่ปลายอวัยวะเพศ (Balanitis) บางคนที่มีหนังหุ้มปลายรูดเปิดยาก หรือไม่ค่อยรูดเปิดทำความสะอาด หรือในบางรายที่แพ้สบู่ น้ำยาซักผ้า หรือน้ำยาฆ่าอสุจิในถุงยางอนามัย จะมีการอักเสบที่ปลายอวัยวะเพศ และอาจมีการติดเชื้อยีสต์แทรกซ้อนได้
- ในผู้ชายที่มีหนังหุ้มปลายรัดตึง จนมีอาการเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์
[แก้] ข้อโต้แย้ง
ในบรรดาผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการขลิบ มีข้อโต้แย้งเช่น [1][2]
- ในเรื่องการลดการติดต่อทางเพศสัมพันธ์เช่นเอดส์และมะเร็งนั้น ข้อมูลยังไม่ชัดเจน และการป้องกันด้วยถุงยางอนามัยให้ผลที่แน่นอนกว่ามากโดยไม่ต้องขลิบ นอกจากนี้อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าขลิบแล้วไม่จำเป็นต้องสวมถุงยางอนามัย ทำให้เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคขึ้นอีก
- ในเรื่องการทำความสะอาดอวัยวะเพศ ผู้ปกครองสามารถสอนเด็กให้ทำได้เองตั้งแต่เล็กโดยไม่ต้องขลิบ
- ที่ปลายอวัยวะเพศมีปมประสาทจำนวนมากที่ให้ความสุขในการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งจะถูกทำลายเมื่อถูกขลิบ และตามธรรมชาติหนังหุ้มปลายมีหน้าที่ปกป้องหัวลึงค์ซึ่งไวต่อสัมผัส เมื่อถูกขลิบไปทำให้หัวลึงค์ต้องถูกเสียดสีโดยตรง เป็นการทำลายความไวต่อสัมผัสอีกต่อหนึ่ง ผู้โต้แย้งการขลิบเห็นว่าการขลิบตามหลักศาสนาทั้งหญิงและชายนั้นเป็นการทำเพื่อลดความสุขทางเพศ โดยเฉพาะการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง ทำให้คนหมกมุ่นทางเพศน้อยลง
- การขลิบถือเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวสำหรับเด็ก โดยเฉพาะการขลิบตามประเพณีที่มักกระทำโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์และไม่มีกรรมวิธีที่ถูกต้อง เช่น ไม่ใช้ยาชา อาจทำให้เด็กเกิดแผลในใจและนำไปสู่ความเกลียดกลัวการมีเพศสัมพันธ์ ในทารกแรกเกิดนั้นก็สามารถรับรู้ความเจ็บปวดได้ และแม้เด็กจะจำไม่ได้แต่ความรู้สึกนั้นจะฝังลงในจิตใต้สำนึกและอาจกลายเป็นปัญหาในตอนโต
- การขลิบเด็กและทารกที่ไม่สามารถให้ความยินยอมได้เองนั้นถือเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก ผู้ปกครองและแพทย์ควรทำเพียงให้ความรู้ แล้วปล่อยให้เด็กตัดสินใจเองเมื่อบรรลุนิติภาวะแล้วว่าจะขลิบหรือไม่ ในประเทศที่ถือสิทธิส่วนบุคคลอย่างมากเช่นแถบสแกนดิเนเวีย การขลิบเด็กโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์อันควรถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
[แก้] อ้างอิง
- ^ 1.0 1.1 นพ.ประวิตร พิศาลบุตร, ขลิบ vs. Oral Sex
- ^ Dr.DEN Sexociety, ถ้าอยากมีเซ็กซ์สนุกระเบิด ก็ไม่ต้องขลิบ?!