กันดั้มซี้ดเดสทินี
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
กันดั้มซี้ดเดสทินี เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น 1 ในซีรีส์กันดั้ม ที่ถูกสร้างขึ้นเป็นภาคต่อของกันดั้มซี้ด เริ่มออกอากาศที่ประเทศญี่ปุ่น ทุกวันเสาร์ เวลา 18.00-18.30 น. ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 2004 (บางท้องถิ่นเป็นวันที่ 16 ตุลาคม) ถึง 1 ตุลาคม ค.ศ. 2005 (บางท้องถิ่นเป็นวันที่ 8 ตุลาคม) ทางสถานี TBS รวมความยาวทั้งสิ้น 50 ตอน
ในประเทศไทย กันดั้มซี้ดเดสทินี ไม่ได้ออกอากาศทางฟรีทีวี แต่เพิ่งได้ออกกอากาศทาง ทรูสปาร์กในช่วงปลายปี 2550 ค.ศ. 2007 โดยออกอากาศครบตามจำนวนตอนปกติเหมือนครั้งออกอากาศทางญี่ปุ่น และในปี 2553 ได้กลับมาออกอากาศในรายการการ์ตูนทางทีวีช่อง 5 อีกครั้ง ส่วนรูปแบบ วีซีดี และ ดีวีดี เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท DEX ซึ่งในรูปแบบ ดีวีดี แผ่นสุดท้ายได้มีตอนพิเศษแถมมาให้ซึ่งก็คือเนื้อเรื่องตอนที่ 50 นำมาดัดแปลงบางส่วนของตอนจบให้ต่างจากของต้นฉบับเดิม อนึ่ง กันดั้มซี้ดเดสทินี เป็นอะนิเมะเรื่องแรกๆ ของประเทศไทยที่มีการออกวางจำหน่ายวีซีดีในช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นยังคงออกอากาศต่อเนื่องอยู่
เนื้อหา |
เรื่องย่อ [แก้]
เรื่องราวเกิดขึ้นจากผลกระทบของสงครามระหว่างกองทัพโลกและกองทัพซาฟต์ในสงครามครั้งก่อน เมื่อ ออร์บ ประเทศเป็นกลางโดนกองทัพโลกบุกโจมตีเพื่อยึดโรงงานโมบิลสูทมาเป็นของตัวเอง เพื่อใช้ในการผลิตโมบิลสูทต่อสู้กับกองทัพซาฟต์และนำเทคโนโลยีของออร์บมาใช้ ในขณะนั้นเองตัวเอกของเรื่อง ชิน อาสึกะ นั้นก็ได้รับผลกระทบจากสงครามที่เกิดขึ้นจนทำให้เสียครอบครัวอันเป็นที่รักไป ต่อมาในภายหลังก็ได้อพยพย้ายไปอยู่ที่ แพลนท์ และได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักบินของซาฟต์ในการขับหุ่นกันดั้มรุ่นใหม่ของซาฟต์ อิมพัลส์กันดั้ม และด้วยเหตุอันสุดวิสัยจึงต้องเข้ามาเกี่ยวกับสงครามครั้งใหม่ที่เกิดจากการจู่โจมของหน่วยลับบลูคอสมอส นำโดยพันเอกนีโอ ลอร์นอร์ค ได้ขโมยกันดั้มรุ่นใหม่ของทางซาฟต์ไปถึง 3 เครื่อง เคออสกันดั้ม ไกอากันดั้ม อบีสกันดั้ม ซึ่งในขณะนั้น อัสรัน ซาล่า และ คางาริ ได้อยู่ที่แพลนท์ด้วย ทำให้ทั้งสองต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับสงครามที่จะประทุขึ้นมาครั้งใหม่ ทั้งการก่อการณ์ร้ายของเหล่าโคออดิเนเตอร์ที่แพ้สงครามครั้งก่อน และยังยึดมั่นในอุดมคติของ แพททริก ซาร่า ทำให้พวกเขาส่ง ยูนิอุส เซเวน (JUNIUS SEVEN) ตกลงสู่โลก ทั้งการที่หน่วยลับของโคออดิเนเตอร์พยายามสังหาร ลักส์ ไคลน์ การตัดสินใจของคิระและอัสรันในสงครามที่สวนทางกัน ทั้ง ๆ ที่ความตั้งใจของเขาทั้งสองเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เหตุการณ์จึงยิ่งเลวร้ายยิ่งขึ้น เมื่อบลูคอสมอสยื่นมือเข้ามาในสงครามนี้ และ ออร์บ ที่เข้าไปเป็นพันธมิตรกับ สหพันธ์แอตแลนติก
ตัวละครหลัก [แก้]
- ชิน อาสึกะ (Shinn Asuka) พระเอกของเรื่องในภาคนี้ เขาขับโมบิลสูทให้กับซาฟท์ ก่อนมาเป็นทหารเคยอาศัยอยู่ที่ORBมาก่อนแต่ได้เสียพ่อแม่และน้องสาวไปต่อหน้าต่อตาในสงคราม เขาได้เข้าร่วมกับซาฟท์ ในตอนแรกชินไม่ยอมรับอัสรัน เพราะว่าอัสรันเคยไปอยู่กับพวกคิระ เป็นเหตุให้ชินและอัสรันไม่ค่อยลงรอยกันนัก หลังจากที่คิระฆ่าสเตลล่า ที่เบอร์ลิน ทำให้ชินแค้นคิระมาก จึงต่อสู้กับคิระพร้อมกับทำลายฟรีดอมกันดั้มบนทะเลแถวชายฝั่งของเยอรมนี และคิดว่าคิระตายไปแล้ว หลังจากนั้น ชินก็ได้รับโมบิลสูทตัวใหม่จาก ดูแรลดัล ชื่อว่า เดสทินี่ แต่ว่าหลังจากนั้นได้ไม่นาน ก็ได้รับคำสั่งจากดูแรนดัลให้ชินกับเรย์กำจัดอัสรันกับเมรินที่หนีออกมา ชินอดคิดไม่ได้ว่าทำไมทั้ง2คน ถึงหนีออกมา และสับสนระหว่างคำพูดของงอัสรันและเรย์ แต่สุดท้ายก็เกิดอาการซีด และได้ลงมือกำจัดอัสรันด้วยตัวเอง หลังจากนั้นก็ได้มีความรัก กับ ลูน่ามาเรีย
- เรย์ ซา บาเรล (Rey Za Barrel)
- เพื่อนสนิทของ ชิน อาซึกะ คอยให้คำปรึกษาต่างๆ เป็นคนที่สนิทกับ ประธานกิลเบิร์ต ดูแรนดัล อย่างมาก ซึ่งเบื้องหลังของเค้านั้นคือ ร่างโคลน ของ ลาอู เลอ ครูเซ่ นั้นเอง ซึ่งหลังจากที่ ลาอูตายจากไป เรย์ ได้ทำหน้าที่แทนตัวเค้าเป็นอย่างดีในฐานะโคลนของลาอู แต่ก็คิดได้เมื่อได้ต่อสู้กับคิระ เมื่อคิระกล่าวว่า "ชีวิตเป็นของของนาย ไม่ใช่ของเค้า (ลาอู)" ทำให้เรย์ได้สติ ต่อมาได้ตายในแมสไซอาร์ พร้อมกิลเบิร์ต ผู้ที่เค้าลั่นไกสังหารเอง
- ลูน่ามาเรีย ฮอว์ค (Lunamaria Hawke)
- พี่สาวของ เมย์ริน ฮอว์ค จบโรงเรียนทหารมาพร้อมกับ ชิน และ เรย์ ในยศ ซาฟท์เรด เป็นผู้ขับอิมพัลส์ ต่อจาก ชินที่ได้ เดสตินี่ไปแล้ว (ก่อนขับอิมพัลส์ก็เคยขับกันเนอร์แซกวอริเออร์รุ่นสีแดงมาแล้ว) เธอมีผมสีแดง เป็นคนรักของชิน อาสึกะ สูง160ซ.ม.หนัก43.5ก.ก.
- เมย์ริน ฮอว์ค (Meyrin Hawke)
- น้องสาวของลูน่ามาเรีย อดีตหน่วย CIC ของมิเนอร์ว่า หน้าที่คอยสั่งการโมบิลสูท และคอยติดต่อด้านการสื่อสารและระบบเครื่องของยาน ได้ช่วยเหลือในการหลบหนีของอัสรันและตัวเองก็ไปด้วย น่าจะมีความรักต่ออัสรันด้วยเธอมีผมสี แดงชมพูนิดๆ สูง156ซ.ม.หนัก54ก.ก.
- สเตลล่า ลูซิเอ้ (Stella Loussier)
- หนึ่งในเด็กที่โดนทดลองโดยกองทัพโลกเรียกว่า EXTENDED ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ พันเอก นีโอ ลอร์นอร์ค ซึ่งเธอเกลียดและกลัวคำที่เกี่ยวกับคำว่า "ตาย" เป็นอย่างมาก ถ้าได้ยินจะคลั่งจนควบคุมสติไม่อยู่ ต้องหายาระงับบ่อยครั้ง และเป็นคนรักของ ชิน อาสึกะ อีกด้วย ภายหลังได้เสียชีวิตโดยฝีมือของ คิระ จากการระเบิดของหุ่นยักษ์ DESTROY GUNDAM ซึ่งเธอเป็นคนบังคับ เธอมีผมสีส้มออกเหลืองบางส่วนสูง155ซ.ม.หนัก37.5
- สติง โอคเลย์ (Sting Oakley)
- อาว นีเดอร์ (Auel neider)
- นีโอ ลอร์นอร์ค (Neo roanoke)
- เป็นคนที่เคยเสียความทรงจำจากการทำสงคราม แต่ความจริงแล้วนีโอ คือ มู รา ฟราก้า สุดท้ายมูก็ฟื้นความทรงจำและกลับไปอยู่กับฝ่ายคิระ
- กิลเบิร์ต ดูแรนดัล (Gilbert Duraivdal)
- ประธานวุฒิสภาแห่งซาร์ฟที่ทำหน้าที่ต่อจากแพทริก ซาล่าที่ตั้งใจจะนำแผนการ "เดสทินี่ แพลนท์" มาใช้แต่ไม่สำเร็จ สุดท้ายก็จบชีวิตลงด้วยมือของเรย์ที่ตนรักเหมือนกับลูกหลาน
- มีอา แคมป์เบลล์ (Meer Campbell)
- หญิงสาวผู้มีเสียงคล้าย ลักซ์ ไคลน์ ซึ่งโดนประธานดูแรนดาล สั่งให้ทำศัลยกรรมให้มีรูปร่างลักษณะเหมือนลักซ์ เพื่อชักจูงจิตใจของประชาชนให้เชื่อมั่นในตัวดูลแรนดัล ภายหลังเมื่อลักซ์ตัวจริงได้เปิดเผยตัวเพื่อขัดขวางแผนการของประธาน เธอก็ถูกลอยแพ และได้เสียชีวิตเพราะช่วยเหลือลักซ์
เมื่อก่อนเธอมีผมสีนำตาลที่ชื่นชอบลักซ์ ไคลน์มากสูง160ซ.ม.หนัก52ก.ก.
- อัสรัน ซาล่า (Athrun Zala)
- อดีตคู่หมั้นของลักซ์ ไคลน์ แต่ตอนนี้รักกับคางาริน้องสาวของคิระ อัสรันเป็นเพื่อนเก่าแก่ของคิระ แต่เนื่องจากการเป็นทหารคนละฝ่าย และเพราะการตัดสินใจไม่ถูกของอัสรัน ทำให้หลังจากสงครามครั้งที่ 2 นี้คิระและอัสรันทะเลาะและกลายเป็นศัตรูไป แต่เมื่อใดที่จะเกิดอันตรายกับอีกคน ก็จะเข้ามาคอยช่วยเหลือกันเสมอ
- คางาริ ยูระ อัธฮา (Cagalli Yula Athha)
- แฟนของอัสรัน รู้สึกเป็นห่วงอัสรันอยู่เนืองๆในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นผู้นำของORBไปในตัว และการที่เป็นผู้นำของORB ทำให้ความสัมพันธ์รักระหว่างของเธอกับอัสรันแทบจะเป็นไปไม่ได้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงยังคลุมเครือ แม้ใน Gundam SEED Destiny: Special Edition IV อัสรันจะใส่ชุดนายพลของออร์บ ซึ่งหมายความว่าเขากลับไปหาคางาริก็ตาม
- คิระ ยามาโตะ (Kira Yamato)
- ตัวเอกจากภาคแรก ซึ่งเป็นบุคคลที่น่ายกย่องทางด้านฝีมือและการตัดสินใจจนเป็นที่กล่าวขวัญถึง บุคคลิกในภาคนี้จะต่างจากซี้ดเป็นอย่างมาก เขาสุขุมและมีความคิดความอ่านมากขึ้น ช่วงแรกๆของเรื่องยังไม่ค่อยมีบทบาทมากเท่าไรนัก แต่ภายหลังเกิดเหตุการณ์ลอบสังหารลักซ์ที่ORBทำให้ต้องขึ้นขับฟรีด้อมและกลับสู่สนามรบอีกครั้ง ตั้งแต่กลางเรื่องไปเขาจะมีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญและเป็นกำลังหลักในการหยุดยั้งกิลเบิร์ต ในช่วงที่เขาได้ไปที่เบอร์ลิน เพื่อยุติการสู้รบ และหลังจากที่ฆ่า สเตลล่า คนรักของชิน ก็ถูกชินไล่ตามฆ่าจนสุดท้ายก็โดนกำจัด พร้อมกับเสีย ฟรีดอม แต่โชคดีที่พวก คางาริ ช่วยเอาไว้ได้เลยรอดตายมาอย่างหวุดหวิด ต่อมาก็ได้ สไตรค์ฟรีดอม จาก ลักส์ และได้กลับมาสู้อีกครั้ง
- ลักส์ ไคลน์ (Lacus Clyne)
- อดีตนักร้องของฝ่ายซาฟท์และเป็นอดีดคู่หมั้นของอัสรัน เป็นผู้หญิงที่อ่อนโยน เข้มแข็ง ใจดี เป็นแฟนสาวของคิระในภาคนี้ รู้เรื่องราวทุกอย่าง ทั้งเรื่องที่ใครทำอะไรผิดหรือถูก หรือแม้แต่การรบ ลักซ์ก็สามารถทำได้ ในภาคนี้ลักซ์ได้ลอบกลับเข้าไปในฐานซาฟท์เพื่อเอายานออกมา ภายหลังจบศึกเดสทินี ลักซ์ได้เป็นผู้นำของซาฟท์ และนำพาสันติสุขแด่ซาฟท์
- มิริอาเรีย ฮาล์วในภาคซี้ดเดสทินี่ทำหน้าที่เป็นช่างภาพอิสระ
เพลงประกอบ [แก้]
- เพลงเปิดเรื่อง (Opening)
- Ignited ขับร้องโดย T.M. Revolution (ตอนที่ 1-13)
- Pride ขับร้องโดย High and Mighty Color (ตอนที่ 14-24)
- Boku-tachi No Yukue ขับร้องโดย ฮิโตมิ ทาคาฮาชิ (ตอนที่ 25-37)
- Wings of Word ขับร้องโดย CHEMISTRY (ตอนที่ 38-50)
- Vestige ขับร้องโดย T.M. Revolution (ตอน Final Plus)
- เพลงปิดเรื่อง (Endings)
- Reason ขับร้องโดย ทามากิ นามิ (ตอนที่ 1-13)
- Life Goes On ขับร้องโดย มิกะ อาริซากะ (ตอนที่ 14-25)
- I Wanna Go to a Place... ขับร้องโดย ริเอะ ฟุ (ตอนที่ 26-37)
- Kimi wa Boku ni Niteiru ขับร้องโดย See-Saw (ตอนที่ 38-50 ,Final Plus และ Gundam Seed Destiny Special Edition Part 4)
- Result ขับร้องโดย ทามากิ นามิ (Gundam Seed Destiny Special Edition Part 1)
- Tears ขับร้องโดย Lisa (Gundam Seed Destiny Special Edition Part 2)
- Enrai ~tooku ni aru akari~ ขับร้องโดย High and Mighty Color(Gundam Seed Destiny Special Edition Part 3)
- เพลงแทรกระหว่างเรื่อง (Insert Songs)
- Fields of Hope ขับร้องโดย ริเอะ ทานากะ
- Vestige ขับร้องโดย T.M. Revolution
- Quiet Night C.E. 73 ขับร้องโดย ริเอะ ทานากะ
- Shinkai no Kodoku ขับร้องโดย โฮโกะ คุวาชิม่า
- Honoo no Tobira ขับร้องโดย FictionJunction YUUKA
- Emotion ขับร้องโดย ริเอะ ทานากะ
- Zips ขับร้องโดย T.M. Revolution (Gundam Seed Destiny Special Edition Part 1)
ดูเพิ่ม [แก้]
|
||||||||