กลุ่มภาษากัม-ไท

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

กลุ่มภาษากัม-ไท (อังกฤษ: Kam–Tai languages) หรือ กลุ่มภาษาจ้วง-ต้ง (Zhuang–Dong languages) เป็นสาขาภาษาหลักที่มีการเสนอให้จัดแบ่งขึ้นในตระกูลภาษาไท-กะได ประกอบด้วยภาษาของชนชาติต่าง ๆ ในจีนตอนใต้และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประมาณกว่าร้อยละ 80 ของภาษาทั้งหมดในตระกูลดังกล่าว[1]

กลุ่มภาษากัม-สุย, เบ และไท (ซึ่งเป็นกลุ่มภาษาหลัก 3 ใน 5 กลุ่มของตระกูลไท-กะได) มักถูกจัดอยู่รวมกันในกลุ่มภาษากัม-ไทเนื่องจากมีคำศัพท์ที่ใช้ร่วมกันจำนวนมาก อย่างไรก็ตามการจัดแบ่งเช่นนี้มีผู้โต้แย้งโดยมองว่าเป็น "หลักฐานของการไม่มีจริง" (negative evidence) ซึ่งอาจเป็นเพราะมีการแทนที่ศัพท์เข้าไปในสาขาอื่น ความคล้ายกันของระบบหน่วยคำทำให้มีนักภาษาศาสตร์จัดสาขาขร้ากับกัม-สุย เป็นกลุ่มกะไดเหนือทางหนึ่ง และสาขาไหลกับไท เป็นกลุ่มกะไดใต้อีกทางหนึ่งแทน ตำแหน่งของภาษาอังเบในข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้ถูกพิจารณาไปด้วย

คำจำกัดความ[แก้]

คำว่ากลุ่มภาษาจ้วง-ต้งนิยมใช้ในหมู่นักวิชาการจีนทั้งในด้านภาษาศาสตร์และวัฒนธรรม ในจีน ภาษานี้ใช้พูดโดยชนกลุ่มน้อย เช่น ชาวจ้วง, ปูยี, กัม (ต้ง), ไท, สุ่ย, มูลัม เหมาหนาน และไหล แต่ก็รวมภาษาของชาวไทย, ลาว, ไทใหญ่, นุง, ต่า, โทในเวียดนามและชนกลุ่มอื่น ๆ ที่พบในไทย ลาว พม่า เวียดนาม นักวิชาการจีนให้กลุ่มภาษาจ้วง-ตั้งอยู่ในตระกูลภาษาจีน-ทิเบต ตระกูลภาษาย่อยทิเบต-พม่า สาขาแม้ว-เย้า นักวิชาการบางส่วนในปัจจุบันใช้คำว่าไท-กะไดแทน และถือว่ากลุ่มภาษานี้ไม่มีความสัมพันธ์ทางพันธุศาสตร์กับตระกูลภาษาจีน-ทิเบต แต่น่าจะมีความสัมพันธ์ทางพันธุศาสตร์กับตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน และเกิดสมมติฐานออสโตร-ไทขึ้น

ประชากรและการแพร่กระจาย[แก้]

ในจีนผู้พูดกลุ่มภาษากัม-ไทพบในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง มณฑลกุ้ยโจว หูหนาน ยูนนาน กวางตุ้ง และไหหลำ ทางภาคใต้ของจีน ใน พ.ศ. 2533 มีผู้พูดในภาษาในกลุ่มนี้ทั้งหมด 23,262,000 คน ดังต่อไปนี้

  • ภาษาจ้วง เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด และชาวจ้วงเป็นชนกลุ่มน้อยที่พูดภาษาไท-กะไดที่ใหญ่ที่สุดของจีนด้วย มีประชากรประมาณ 15,489,630 คน ส่วนใหญ่อยู่ในเขตปกครองตนเองกวางสี-จ้วง เขตปกครองตนเองเวนชาน-จ้วงและแม้วในมณฑลยูนนาน รวมทั้งเขตปกครองตนเองเหลียนชาน จ้วง-เย้าในมณพลกวางตุ้ง เขตปกครองตนเองเกวียนตัวหนาน แม้วและต้งในมณฑลกุ้ยโจว และเขตปกครองตนเองเจียงหัว เย้าในมณฑลหูหนาน
  • ภาษาปูยี เป็นภาษาของกลุ่มชนที่พบทางใต้และตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลกุ้ยโจว และยังมีในมณฑลยูนนานและเสฉวน ชาวปูยีมีทั้งหมดประมาณ 2,545,059 คน
  • ภาษากัมหรือภาษาต้ง มีผู้พูดภาษานี้กระจายอยู่ในกุ้ยโจว หูหนาน หูเป่ย และเขตปกครองตนเองกวางสี-จ้วง มีประมาณ 2,514,014 คน
  • ภาษาไหลหรือภาษาหลี มีประมาณ 1,110,900 คน ส่วนใหญ่พบในเกาะไหหลำ
  • ภาษาไท ส่วนใหญ่พบในมณฑลยูนนาน โดยเฉพาะในสิบสองปันนาและเขตปกครองตนเองเต๋อหงไทและจิงผ่อ
  • ภาษาสุ่ย ส่วนใหญ่อยู่ในมณฑลกุ้ยโจวและเขตปกครองตนเองกวางสี-จ้วง มีประมาณ 345,993 คน
  • ภาษามู่หลามหรือภาษามู่เหลา ส่วนใหญ่อยู่ในเขตปกครองตนเองกวางสี-จ้วง มีประมาณ 159,328 คน
  • ภาษาเหมาหนาน ส่วนใหญ่อยูในเขตปกครองตนเองกวางสี-จ้วงและมณฑลกุ้ยโจว มีประมาณ 71,968 คน
  • ภาษาลินเกา อยู่ในเกาะไหหลำ
  • ภาษาแถคำ บริเวนมลฑลยูนนาน ซึ่งเป็นภาษที่แตกออกมาจากภาษาถนะคำภาของชนชาวภูแถนหลวง

จุดกำเนิด ประวัติ และลักษณะทั่วไป[แก้]

ขอบเขตการแพร่กระจายของภาษาในกลุ่มนี้เริ่มจากทางตะวันตกของยูนนานไปจนถึงกวางตุ้งและเกาะไหหลำ ผู้พูดส่วนใหญ่รวมตัวเป็นกลุ่มก้อนท่ามกลางชาวจีนฮั่นหรือชนกลุ่มน้อยอื่นๆ มีความเชื่อที่คล้ายคลึงกันมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สืบทอดมาด้วยภาษาของตนเองซึ่งน่าจะเริ่มต้นมาจากภาษากัม-ไทดั้งเดิม ชาวเยว่ที่เคยแพร่หลายทางตอนใต้ของจีนสมัยโบราณมีภาษาที่มีบรรพบุรุษเดียวกับภาษาในกลุ่มนี้

เยว่เป็นชื่อทั่วไปที่ใช้เรียกกลุ่มชนที่มีความสัมพันธ์กับชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ ที่อยู่ในจีนตอนใต้มาเป็นเวลานาน เนื่องจากมีหลายสาขา เยว่จึงเคยมีชื่อเรียกว่าไป่เยว่ (เยว่ร้อยจำพวก) ในเอกสารประวัติศาสตร์สมัยโบราณของจีนซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่ใหญ่มาก ชนกลุ่มเยว่ในบริเวณต่างกันมีชื่อเรียกต่างกันตั้งแต่ชายฝั่งตะวันออกของประเทศจีนไปจนถึงตะวันออกเฉียงเหนือในพม่ามีชาวเยว่หลายกลุ่ม เช่น หวู่เยว่ (Wuyue 吳越), ยูเยว่ (Yuyue 於越), โอวเยว่หรือเยว่ตะวันออก (Ouyue 甌越), หนานเยว่ (Nanyue 南越/南粵), ซีโอว (Xi'ou 西甌), หลัวเยว่ (Luoyue 雒越/駱越), หยางเยว่ (Yangyue 揚越), หมิ่นเยว่ (Minyue 閩越), ชานเยว่ (Shanyue 山越), กุยเยว่ และเตียนเยว่ (Dianyue 滇越)

ในช่วงสมัยราชวงศ์ฉินจนถึงราชวงศ์ฮั่นตะวันตกเกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ในหมู่ชาวไป่เยว่ในจีนตอนใต้ซึ่งเกิดจากการสู้รบระหว่างชาวไป่เยว่กับรัฐบาลกลางทำให้มีการจัดการปกครองขึ้นใหม่ มีการอพยพของทหารจีนจากตอนเหนือเข้ามา ชาวเยว่เริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มแยกต่างหากจากผู้อพยพเข้ามาใหม่ เกิดการใช้ชื่อเรียกชาวเยว่ในแต่ละที่เป็นการเฉพาะ คำว่าเยว่จึงหายไปจากประวัติศาสตร์จีน

หลังจากยุคราชวงศ์ฮั่นประมาณพุทธศตวรรษที่ 8 มีชื่อใหม่ เช่น วูฮู ลื้อ และลาวเกิดขึ้น เพื่อใช้เรียกกลุ่มชาวไป่เยว่ที่แตกต่างกัน มีความเห็นที่แตกต่างกันมากในหมู่นักประวัติศาสตร์จีนเกี่ยวกับต้นกำเนิดของคำว่าวูฮู คำว่าลื้อและลาวเริ่มใช้ในพุทธศตวรรษที่ 8-11 ใช้เรียกชาวเยว่ที่อยู่ทางตะวัตกเฉียงใต้ของจีน ในสมัยราชวงศ์ถังมีชื่อของกลุ่มชนลาวกว่า 20 ชื่อ เช่นลาวนานผิง ลาวเจียนนาน ลาววูฮู ลาวปาโจว ลาวอี้โจว ลาวกุ้ยโจว และลาวฉาน

คำว่าจ้วงปรากฏครั้งแรกในหนังสือ A History of the Local Administration in Guangxi เขียนโดย Fan Chengda ในสมัยราชวงศ์ซ้องใต้ แต่โดยมากมักใช้ปะปนกับคำว่าลาว ในกว่างซี คำว่าจ้วงใช้เรียกปนกับพวกลื้อจนถึงสมัยราชวงศ์หมิง ต่อมาจึงใช้คำว่าจ้วงเรียกลูกหลานของกลุ่มชนปู้จ้วงที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกวางสี ทางใต้ของกุ้ยโจวและตะวันตกของกวางตุ้ง

อ้างอิง[แก้]