กรมราชองครักษ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กรมราชองครักษ์
Garuda Emblem of Thailand.svg
ตรา
ที่ทำการ
ไทย
กรมราชองครักษ์ สวนจิตรลดา ถนนราชวิถี แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10303
ภาพรวม
วันก่อตั้ง พ.ศ. 2413
เขตอำนาจ ทั่วราชอาณาจักร
งบประมาณ 684.5859 ล้านบาท (พ.ศ. 2557)[1]
ผู้บริหาร พลเอกสายัณห์ คัมภีร์พันธุ์, สมุหราชองครักษ์
ต้นสังกัด กระทรวงกลาโหม
ลูกสังกัด ดูในบทความ
เว็บไซต์
http://www.radc.go.th
ราชองครักษ์ สมัยรัชกาลที่ 5

กรมราชองครักษ์ (Royal Thai Aide-De-Camp Department) เป็นหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม มีหน้าที่จัดราชองครักษ์ปฏิบัติหน้าที่ ถวายพระเกียรติ ถวายความปลอดภัย และ ถวายงานตามพระราชประสงค์

กำเนิดกรมราชองครักษ์[แก้]

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงริเริ่มให้มีราชองครักษ์ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2413 ในคราวเสด็จประพาสประเทศสิงคโปร์และปัตตาเวีย (อินโดนีเซีย) ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายพลโทพระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงอดิศรอุดมเดช (ขณะนั้นดำรงพระยศ นายร้อยเอก พระองค์เจ้าสุขสวัสดิ์) ตามเสด็จฯ ซึ่งนับเป็น "ราชองครักษ์" พระองค์แรก

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เรียกนายทหารรักษาพระองค์เหล่านี้ว่า "ราช-แอด-เดอ-แกมป์" ซึ่งคัดเลือกมาจากกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ต่อมาเมื่อตั้งกรมยุทธนาธิการขึ้นเมื่อ วันที่ 8 เมษายน 2430 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนนามเป็น "แอด-เดอ-แกมป์หลวง" และไปขึ้นการปกครองบังคับบัญชากับผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการต่อมาในปี พ.ศ. 2434 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนนามเป็น "ราชองครักษ์" สืบมาจนปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2441 (ร.ศ.117) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดระเบียบการสำหรับราชองครักษ์ให้เป็นหลักฐานมั่นคง ด้วยการตรา "พระราชบัญญัติราชองครักษ์ ร.ศ.117" ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2441 โดยในมาตรา 6 ระบุข้อความว่า "สมุหราชองครักษ์กับทั้งราชองครักษ์ประจำการพวกนี้ นับเป็นกรมหนึ่ง ขึ้นอยู่ใน กรมยุทธนาธิการ" กรมราชองครักษ์จึงถือเอา วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2441 นี้ เป็นวันกำเนิดกรมราชองครักษ์ ซึ่งมีสมุหราชองครักษ์ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

วิวัฒนาการราชองครักษ์[แก้]

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญและคุณประโยชน์ที่จะต้องมีราชองครักษ์ไว้ปฏิบัติราชการสนองพระเดชพระคุณโดยใกล้ชิด จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คัดเลือก นายทหารรักษาพระองค์มาจากกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์

ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริเปลี่ยนแปลงแก้ไขความใน พระราชบัญญัติเดิมโดยตราเป็นพระราชบัญญัติราชองครักษ์ พ.ศ. 2459 ซึ่งจากเดิมที่กำหนดให้เฉพาะนายทหารบก เป็นราชองครักษ์เท่านั้นได้โปรดเกล้าฯให้นายทหารเรือ เข้ารับราชการเป็นราชองครักษ์ด้วยและสมุหราชองครักษ์มีสิทธิขาดในการนำความเข้ากราบบังคมทูลต่อพระมหากษัตริย์ได้โดยตรง บางคราวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งนายตำรวจภูธรและนายตำรวจนครบาลเป็นราชองครักษ์เป็นกรณีพิเศษ นอกเหนือจากกฎเกณฑ์ในพระราชบัญญัติ ซึ่งนับเป็นกำเนิดของตำรวจราชสำนักเวร

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติในปี พ.ศ. 2468 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนแปลงระเบียบการเกี่ยวกับราชองครักษ์บางอย่างที่สำคัญ คือ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ราชองครักษ์แต่เดิมในรัชกาลก่อนคงเป็นราชองครักษ์ของพระองค์สืบต่อไปและทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ใช้ "ปลอกแขน"เป็นเครื่องหมายแสดงว่าเป็นราชองครักษ์ขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำพระองค์

วิวัฒนาการราชองครักษ์ได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขมาเป็นลำดับเพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละรัชกาล ซึ่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลปัจจุบันได้มีกฎระเบียบและพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับราชองครักษ์ดังนี้ คือ ได้จำแนกราชองครักษ์ออกเป็น 3 ประเภท คือ

  • ราชองครักษ์พิเศษ เป็นตำแหน่งกิตติมศักดิ์แต่งตั้งจากนายทหารสัญญาบัตรและต้องปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์ ในบางโอกาสตามพระราชประเพณี
  • ราชองครักษ์เวร แต่งตั้งจากนายทหารสัญญาบัตรประจำการ และคงรับราชการตามตำแหน่งเดิม มีหน้าที่ประจำ ตามเสด็จรักษาการณ์และปฏิบัติกิจการอื่นในส่วนพระองค์พระมหากษัตริย์
  • ราชองครักษ์ประจำ แต่งตั้งจากนายทหารสัญญาบัตรประจำการ และเข้ารับราชการประจำในกรมราชองครักษ์ มีหน้าที่ปฏิบัติกิจการในส่วนองค์พระมหากษัตริย์แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ

ราชองครักษ์ทุกคนจะต้องปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยและถวายพระเกียรติ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ณ ที่ประทับ รวมทั้งการเสด็จ ฯ แปรพระราชฐานประทับแรม ณ พระตำหนักในต่างจังหวัด เพื่อทรงงานและเยี่ยมเยียนราษฏรในทุกพื้นที่ของประเทศ

คณะผู้บริหารในปัจจุบัน[แก้]

  1. พลเอกสายัณห์ คัมภีร์พันธุ์ สมุหราชองครักษ์
  2. พลเรือเอก เดชา บุนนาค รองสมุหราชองครักษ์
  3. พลเอก วิเศษ คงอุทัยสกุล รองสมุหราชองครักษ์
  4. พลอากาศเอก สุพจน์ ครุฑพันธุ์ รองสมุหราชองครักษ์
  5. พลเรือเอก ประภัทร์เผ่า ปัณยาชีวะ รองสมุหราชองครักษ์
  6. พลเอก ณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์
  7. พลอากาศเอก ชาญศักดิ์ นิวาศะบุตร รองสมุหราชองครักษ์
  8. พลเอก คณิต เพิ่มทรัพย์ รองสมุหราชองครักษ์
  9. พลเอก พูลสวัสดิ์ ปัญจมานนท์ รองสมุหราชองครักษ์
  10. พลเอก วาภิรมย์ มนัสรังษี รองสมุหราชองครักษ์
  11. พลอากาศเอก จารึก สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองสมุหราชองครักษ์
  12. พลเอก พงษ์เทพ กนิษฐานนท์ รองสมุหราชองครักษ์
  13. พลเอก สมชาย หิรัณยัษฐิติ รองสมุหราชองครักษ์
  14. พลเรือเอก วีระศักดิ์ อ๊อกกังวาล รองสมุหราชองครักษ์
  15. พลเอก ณรงค์ แสงชนะศึก รองสมุหราชองครักษ์
  16. พลเอก นนท์เกษม ขำเกษม รองสมุหราชองครักษ์
  17. พลเอก เจษฎา ศรีสุภาพ รองสมุหราชองครักษ์
  18. พลอากาศเอก ธีระพล คล้ายพันธ์ เสนาธิการกรมราชองครักษ์

ภารกิจหลัก[แก้]

กรมราชองครักษ์มีหน้าที่ตามกฎหมาย ว่าด้วยราชองครักษ์และกฎหมายว่าด้วยตำรวจราชสำนัก ได้แก่ การถวายความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ[2] ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชประสงค์และราชประเพณี โดยสรุปก็คือ การถวายความปลอดภัยและการถวายพระเกียรตินั่นเอง ปัจจุบันกรมราชองครักษ์ได้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวในลักษณะเป็นการประจำดังนี้

  • จัดราชองครักษ์และนายตำรวจราชสำนัก ปฏิบัติหน้าที่เวรประจำพระองค์ ถวายความปลอดภัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
  • จัดราชองครักษ์และนายตำรวจราชสำนักปฏิบัติหน้าที่เวรประจำพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารวังศุโขทัย
  • จัดราชองครักษ์และนายตำรวจราชสำนักปฏิบัติหน้าที่เวรประจำพระองค์ ณ สถานที่ประทับเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จ ฯ แปรพระราชฐานไปประทับแรมต่างจังหวัด หรือเมื่อมีพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จ ฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และประทับแรมต่างจังหวัด
  • จัดราชองครักษ์รับเสด็จ ตามเสด็จ หรือไปเฝ้า ฯ ในการเสด็จ ฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในงานอันเป็นพระราชพิธี รัฐพิธี หรือส่วนพระองค์ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด
  • จัดราชองครักษ์ตามเสด็จ พระบรมวงศานุวงศ์ในการเสด็จ ฯ เยือนต่างประเทศ และจัดราชองครักษ์ ที่ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประจำ ณ ประเทศต่าง ๆ ปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัย เมื่อมีพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จ ฯ ณ ประเทศนั้น ๆ
  • จัดราชองครักษ์และนายตำรวจราชสำนักปฏิบัติหน้าที่ประจำพระราชอาคันตุกะ ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการและส่วนพระองด์ในบางโอกาส

นอกจากนั้นยังมีภารกิจต่าง ๆ จำนวนมาก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ไว้วางพระราชฤทัยให้กรมราชองครักษ์ปฏิบัติ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ ข้าราชการกรมราชองครักษ์เป็นอย่างยิ่ง และได้สนองพระเดชพระคุณด้วยความเรียบร้อยตลอดมาโดยเหตุที่กรมราชองครักษ์เป็นส่วนราชการที่มีภารกิจในการสนองพระเดชพระคุณสถาบันพระมหกษัตริย์โดยตรง ซึ่งเป็นภารกิจพิเศษที่ต้องใช้ความคล่องแคล่วรวดเร็วในการสั่งการและบริหารงานทั่วไป

หน่วยสมทบ[แก้]

  • หน่วยแยกรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ประจำกรมราชองครักษ์
  • สำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ
  • นายทหารเสริมกำลังพิเศษ

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจานุเบกษา, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 เล่ม 130 ตอนที่ 93ก วันที่ 11 ตุลาคม 2556
  2. พระราชบัญญัติระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนที่ 26 ก วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2551 หน้า 35

ดูเพิ่ม[แก้]