โยฮันเนส บราห์ม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

โยฮันเนส บรามส์ (อังกฤษ: Johannes Brahms 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2376 - 3 เมษายน พ.ศ. 2440 พ.ศ. 2440) เป็นคีตกวีและวาทยกรชาวเยอรมัน หลายคนยกย่องเขาในฐานะทายาททางดนตรีของเบโธเฟน ซิมโฟนีบทแรกของเขาได้รับการยกย่องจาก ฮันส์ ฟอน บือโลว์ ว่าเป็นซิมโฟนีบทที่ 10 ของเบโธเฟน

โยฮันเนส บราห์ม

ชีวประวัติและผลงาน[แก้]

บรามส์เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2376 (ค.ศ. 1833) ที่นครฮัมบูร์กประเทศเยอรมนี

บิดาของบรามส์เป็นนักเล่นดับเบิลเบสและยังเป็นครูดนตรีคนแรกของเขาอีกด้วย บรามส์ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถมากอันโดดเด่นเกินวัย สนใจเครื่องดนตรีทุกประเภท ครูดนตรีคนสำคัญของเขาได้แก่เอด๊วด มาร์กเซ็น ได้สอนเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ ด้วยความหวังที่ว่าเขาจะกลายเป็นนักเปียโนเอกในอนาคต โดยได้สอนเทคนิคการเล่นของ บาค โมซาร์ท และเบโธเฟน ซึ่งกลายเป็นที่จดจำของบรามส์ไปตลอด โดยมิได้ทำลายพรสวรรค์ทางการสร้างสรรค์ของศิษย์

ความสามารถทางการเล่นเปียโนของเขา ทำให้เขาได้เป็นนักดนตรีอาชีพครั้งแรกที่ผับแห่งหนึ่งในนครฮัมบูร์ก ตั้งแต่มีอายุเพียงสิบสามปี

ในปีพ.ศ. 2396 (ค.ศ. 1853) บรามส์ออกตระเวนเปิดการแสดงกับเพื่อนนักไวโอลิน ชื่อเอด๊วด เรเมนยี ซึ่งทำให้เขามีโอกาสได้พบกับนักไวโอลินชื่อดังแห่งยุค โยเซ็ฟ โยอาคิม ผู้ซึ่งประทับใจฝีมือของบรามส์มาก และยังได้แนะนำให้เขาได้รู้จักกับ ฟรานซ์ ลิซท์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งชูมันน์ กับภรรยา คลาร่า ชูมันน์ ซึ่งเขาได้สนิทสนมด้วยเป็นอย่างดี อิทธิพลของชูมันน์ที่มีต่องานของบรามส์นั้นใหญ่หลวงนัก

ระหว่างปี พ.ศ. 2400 (ค.ศ. 1857) ถึง พ.ศ. 2402 (ค.ศ. 1859) เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะนักร้องประสานเสียงประจำวังของเจ้าชายแห่งเด็ตโมลด์ ในช่วงเวลานี้เองที่เขาได้ประพันธ์เซเรเนดสำหรับวงดุริยางค์ขึ้นสองบท และคอนแชร์โต้สำหรับเปียโนชื้นแรก

ปีพ.ศ. 2405 (ค.ศ. 1862) เขาได้เดินทางกลับสู่นครเวียนนา ชื่อเสียงในฐานะนักดนตรีของเขาเพิ่มขึ้น และได้รับการยกย่องให้เป็น ทายาทดนตรีของเบโธเฟน เพลงสวดเรเควียมของเขาเป็นเครื่องพิสูจน์คำกล่าวนั้นได้เป็นอย่างดี

ในปีพ.ศ. 2413 (ค.ศ. 1870) เขาได้พบกับวาทยกรฮันส์ ฟอน บือโลว์ ผู้ซึ่งมีอุปการคุณต่องานดนตรีของบรามส์เป็นอย่างมากในภายหลัง

ในปีพ.ศ. 2419 (ค.ศ. 1876) บรามส์แต่งซิมโฟนีบทแรกสำเร็จ ได้รับการขนานนามว่าเป็นซิมโฟนีบทที่ 10 ของเบโธเฟน ตามคำกล่าวของบือโลว์ จากนั้นก็มีงานประพันธ์สำหรับวงดุริยางค์ตามมาจำนวนมาก ซิมโฟนีอีกสามบท คอนแชร์โต้สำหรับไวโอลิน คอนแชร์โต้หมายเลขสองสำหรับเปียโน จนกระทั่งถึงผลงานเอกในช่วงบั้นปลายชีวิต นั่นก็คือบทเพลงสำหรับคลาริเน็ท

งานของบรามส์ได้รับอิทธิพลหลากหลาย โดดเด่นด้วยศาสตร์แห่งเคานเตอร์พ้อยท์ และ โพลีโฟนี ความงดงามของบทเพลงที่เขาประพันธ์อยู่ที่รูปแบบคลาสสิกที่ถูกแต่งแต้มด้วยความถวิลหาของยุคโรแมนติก แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สีสันทางดนตรีอันบรรเจิด ท่วงทำนองที่สร้างสรรค์ และจังหวะทำให้ประหลาดใจด้วยการสอดประสานกัน

เป็นผลงานส่วนตัวของบรามส์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ซึ่งเราอาจนึกว่าจะเข้าใจยากเมื่อแรกได้ยิน แต่เราก็จะเข้าถึงได้และขาดไม่ได้ในที่สุด

นับเป็นหนึ่งในคีตกวีคนสำคัญของประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตก ศพของโยฮันเนส บรามส์ถูกฝังไว้ที่สุสานกลางแห่งนครเวียนนา ในส่วนของนักดนตรีคนสำคัญผู้ล่วงลับ

ผลงานหลักๆ[แก้]

สำหรับวงดุริยางค์[แก้]

คอนแชร์โต้[แก้]

เชมเบอร์มิวสิก[แก้]

  • ควินเต็ต สำหรับคลาริเน็ทและเครื่องสาย โอปุส 115
  • ทริโอ สำหรับ คลาริเน็ท เชลโล่ และเปียโน โอปุส 114
  • เซ็กเต็ตสำหรับเครื่องสาย หมายเลข 1 โอปุส 18
  • เซ็กเต็ตสำหรับเครื่องสาย หมายเลข 2 โอปุส 36
  • โซนาต้าสำหรับคลาริเน็ตและเปียโน โอปุส 120
  • โซนาต้าสำหรับไวโอลินและเปียโน โอปุสที่ 100 โอปุส 108
  • โซนาต้าสำหรับเชลโล่และเปียโน หมายเลข 2 โอปุส 99
  • ควินเต็ตสำหรับเครื่องสาย หมายเลข 1 โอปุส 88
  • ควินเต็ตสำหรับเครื่องสาย หมายเลข 2 โอปุส 111
  • ควอร์เต็ตสำหรับเครื่องสาย หมายเลข 1 และหมายเลข 2 โอปุส 51
  • ควอร์เต็ตสำหรับเครื่องสาย หมายเลข 3 โอปุส 67
  • ควอร์เต็ตสำหรับเปียโนและเครื่องสาย หมายเลข 1 โอปุส 25 หมายเลข 2 โอปุส 26 และหมายเลข 3 โอปุส 60

ดนตรีขับร้อง[แก้]

  • "เยอรมัน" เรเควียม โอปุส 45
  • Magelone Romanzen (เพลงโรแมนซ์สิบห้าบท) โอปุส 33 ; Zigeurnerlieder (เพลงร้องยิปซี) , Volskieder (เพลงพื้นบ้าน)
  • Rinaldo โอปุส 50
  • เพลงขับร้องสี่บท โอปุส 121
  • แรพโซดี้สำหรับ นักร้องเสียงอัลโต้ และวงดุริยางค์ โอปุส 53
  • เพลงอื่น ๆ อีกมากมาย

ดนตรีสำหรับเปียโน[แก้]

บรามส์ ได้แต่งเพลงบรรเลงเปียโนไว้เพียง 12 ชิ้น จากแคตตาล็อกผลงานทั้งหมดรวมกว่า 122 ชิ้น

บรามส์ยังได้ประพันธ์เพลงจำนวนหนึ่งไว้สำหรับบรรเลงด้วยเปียโนสี่มือ :

ผู้ถ่ายทอดผลงานของบรามส์ที่มีชื่อเสียง[แก้]

มีเดีย[แก้]

Intermezzo Op. 116 No. 4
Intermezzo Op. 76 No. 7
Brahms' Intermezzo Op. 76, No. 7, is representative of his middle works for piano
Schicksalslied
Waltz #1
Sixteen Waltzes for piano, four hands (Opus 39) , in B major
Waltz #2
Sixteen Waltzes for piano, four hands (Opus 39) , in E major
Waltz #3
Sixteen Waltzes for piano, four hands (Opus 39) , in G-sharp minor
Waltz #4
Sixteen Waltzes for piano, four hands (Opus 39) , in E minor
Waltz #5
Sixteen Waltzes for piano, four hands (Opus 39) , in E major
Waltz #6
Sixteen Waltzes for piano, four hands (Opus 39) , in C-sharp major
Waltz #7
Sixteen Waltzes for piano, four hands (Opus 39) , in C-sharp minor
Waltz #8
Sixteen Waltzes for piano, four hands (Opus 39) , in B-flat major
Waltz #9
Sixteen Waltzes for piano, four hands (Opus 39) , in D minor
Waltz #10
Sixteen Waltzes for piano, four hands (Opus 39) , in G major
Waltz #11
Sixteen Waltzes for piano, four hands (Opus 39) , in B minor
Waltz #12
Sixteen Waltzes for piano, four hands (Opus 39) , in E major
Waltz #13
Sixteen Waltzes for piano, four hands (Opus 39) , in B major
Waltz #14
Sixteen Waltzes for piano, four hands (Opus 39) , in G-sharp minor
Waltz #15
Sixteen Waltzes for piano, four hands (Opus 39) , in A-flat major
Waltz #16
Sixteen Waltzes for piano, four hands (Opus 39) , in C-sharp minor
Hungarian Dance in G minor
Hungarian Dance in D major

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]