โยฮันน์ ชเตราสส์ ที่สอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Johann Strauss II
รูปปั้นราชาแห่งเพลงวอลซ์เหมือนมีชีวิต ที่สแตดพาร์ก ในกรุงเวียนนา

โยฮันน์ ชเตราสส์ ที่สอง (เยอรมัน: Johann Strauß (Sohn) - หรือ โยฮันน์ ชเตราสส์ บุตร หรือ โยฮันน์ ชเตราสส์ จูเนียร์) เกิดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 1825 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 1899) เป็นคีตกวีชาวออสเตรีย ซึ่งบทประพันธ์เพลงวอลซ์ของเขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เดอะ บลู ดานูบ

โยฮันน์ ชเตราสส์ ที่สอง เป็นบุตรชายของโยฮันน์ ชเตราสส์ ที่หนึ่ง ซึ่งเป็นคีตกวีเช่นกัน น้องชายของเขา ๒ คน คือ โยเซฟ ชเตราสส์ กับ เอด๊วด ชเตราสส์ ก็เป็นนักประพันธ์เพลง แต่โยฮันน์ที่สองเป็นคนที่โด่งดังที่สุดในตระกูล เขาเป็นที่รู้จักในนามของ ราชาเพลงวอลซ์ ในช่วงที่เขายังมีชีวิตอยู่ และเป็นผู้สร้างให้เกิดกระแสความนิยมเพลงวอลซ์ในกรุงเวียนนา ตลอดช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ชเตราสส์ได้กลายเป็นราชาเพลงวอลซ์ เนื่องจากได้ปฏิวัติรูปแบบวอลซ์ด้วยการยกระดับเพลงระบำชาวนาอันต่ำต้อย ขึ้นมาเป็นเพลงเพื่อให้ความบันเทิงแก่บุคคลชั้นสูงในราชสำนักฮับส์บวร์กได้ เขาไม่เพียงแค่ปฏิวัติเพลงวอลซ์เท่านั้น แต่งานของเขายังโดดเด่นกว่าคีตกวีในยุคเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น โยเซฟ แลนเนอร์ และ โยฮันน์ ชเตราสส์ ที่หนึ่ง รวมทั้งยังได้สุขสำราญกับชื่อเสียงที่มากกว่าอีกด้วย เพลงโพลก้า กับเพลงมาร์ชของเขายังเป็นที่รู้จักกันดี รวมถึงจุลอุปรากร ชื่อว่า Die Fledermaus.

ประวัติ[แก้]

ชเตราสส์เกิดที่กรุงเวียนนา บิดาของเขาไม่ต้องการให้เขาประกอบอาชีพนักดนตรีแต่อยากให้เป็นนายธนาคารมากกว่า อย่างไรก็ดี เขาได้หัดเล่นไวโอลินอย่างลับ ๆ ตั้งแต่วัยเด็กกับฟรานซ์ อามอน นักไวโอลินในวงดนตรีของพ่อ อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อบิดาทราบว่าเขาฝ่าฝืนคำสั่ง โยฮันน์ที่สองเล่าถึงเหตุการณ์วันนั้นว่า เป็น'ฉากที่มีแต่ความรุนแรงและไม่น่าดูชม' และ 'บิดาของเขาไม่ต้องการรับรู้ใด ๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับแผนการทางดนตรีของเขา' มิใช่ว่าชเตราสส์ผู้พ่อไม่ต้องการให้เกิดนักดนตรีคู่แข่ง แต่เขาต้องการให้บุตรของตนหลีกหนีจากชีวิตนักดนตรีเสียมากกว่า จนกระทั่งเมื่อบิดาทิ้งครอบครัวไปอยู่กับภรรยาน้อย เอมิล แทรมบุช จึงเปิดโอกาสให้โยฮันน์ที่สองสามารถเริ่มอาชีพนักประพันธ์เพลงอย่างจริงจังได้ เมื่อเขามีอายุได้ 17 ปี

โยฮันน์ จูเนียร์ได้ศึกษา counterpoint และ เสียงประสาน จากนักทฤษฎีดนตรี ศาสตราจารย์โจอาคิม ฮอฟฟ์มันน์ ผู้เป็นเจ้าของโรงเรียนดนตรีเอกชน ความสามารถของเขาเป็นที่ประจักษ์แก่คีตกวี [[โยเซฟ เดร็คชเลอร์] ซึ่งเป็นครูสอนแบบฝึกหัดด้านเสียงประสานให้ ครูสอนไวโอลินอีกคนชื่ออันโตน โคลมันน์ เป็นผู้ฝึกสอนบัลเลต์ให้กับอุปรากรแห่งราชสำนักเวียนนา ก็ได้เขียนจดหมายแนะนำตัวให้เขาเป็นอย่างดี ด้วยจดหมายแนะนำที่ยอดเยี่ยมหลายฉบับ เขาได้เข้าพบผู้มีอำนาจในกรุงเวียนนาเพื่อขอใบอนุญาตเปิดการแสดง และตั้งวงดุริยางค์ของตนเองขึ้น โดยได้ว่าจ้างสมาชิกจากวงดนตรีต่าง ๆ ที่เล่นในผับ 'Zur Stadt Belgrad' (แหล่งของนักดนตรีที่หางานทำ) มาร่วมวง อิทธิพลของโยฮันน์ ชเตราสส์ ที่หนึ่ง ทำให้สถานที่ต่าง ๆ ไม่กล้าว่าจ้างชเตราสส์บุตร ด้วยเกรงว่าจะทำให้ชเตราสส์ผู้พ่อโกรธ แต่ชเตราสส์บุตรสามารถโน้มน้าวผู้บริหารของคาสิโนดอมมาเยอร์ ผู้จัดการสถาบันไฮท์ซิง ในกรุงเวียนนาเป็นผลสำเร็จ ทำให้เขาได้เริ่มเปิดการแสดง สื่อมวลชนต่างโหมเสนอข่าว 'ชเตราสส์ ปะทะ ชเตราสส์' หรือการเผชิญหน้าระหว่างบุตรกับบิดา ซึ่งผู้เป็นพ่อเองก็ไม่ยอมไปเปิดการแสดงที่คาสิโนของนายดอมเมอเยอร์อีกตลอดชีวิต ด้วยความโกรธที่บุตรฝ่าฝืนความปรารถนาของเขา ซึ่งเป็นที่น่าประหลาดใจเนื่องจากสถาบันไฮท์ซิงเป็นที่ที่เขาประสบความสำเร็จในการแสดงหลายครั้งด้วยกัน

ผลงานของโยฮันน์ ชเตราสส์ ที่สอง[แก้]

จุลอุปรากร[แก้]

อุปรากร[แก้]

บัลเลต์[แก้]

วอลซ์[แก้]

โพลก้า[แก้]

มาร์ช[แก้]

  • Kaiser Franz Josef Rettungs op. 126
  • Napoleon op. 156
  • Persischer op. 289
  • Egyptischer op. 335
  • Jubelfest op. 396
  • Deutschmeister Jubiläumsmarsch op. 470
  • Auf's Korn! op. 478

ภาพยนตร์[แก้]