เอบีบีกรุป

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ABB Ltd.
ประเภท มหาชน
ก่อตั้งเมื่อ 1988 จากการรวมกิจการระหว่างASEA (1883) ประเทศสวีเดน และBrown, Boveri & Cie (1891) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
สำนักงานใหญ่ ซูริค, สวิตเซอร์แลนด์
พื้นที่ที่ให้บริการ ทั่วโลก
บุคลากรหลัก Ulrich Spiesshofer (CEO), Hubertus von Grünberg (Chairman)
อุตสาหกรรม อุปกรณ์ทางไฟฟ้า
ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีไฟฟ้ากำลัง, ระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม
รายได้ US $39.337 billion (2012)[1]
รายได้จากการดำเนินงาน US $3.838 billion (2012)[1]
กำไร US $2.704 billion (2012)[1]
ทรัพย์สินทั้งหมด US $28.002 billion (2012)[1]
หุ้นรวม US $16.906 billion (2012)[1]
จำนวนพนักงาน 145,000 (June 2012)[2]
เว็บไซต์ www.abb.com

เอบีบี (ABB Limited) เป็นบริษัทข้ามชาติ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีการปฏิบัติการในส่วนของหุ่นยนต์ ระบบไฟฟ้าและเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ เอบีบี เป็นหนึ่งในบริษัทวิศวกรรมและบริษัทที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีสำนักงานในกว่า 100 ประเทศ ด้วยพนักงานประมาณ 150,000 คน

ประวัติ[แก้]

เอบีบี เกิดจากการรวมกิจการกันระหว่าง Allmänna Svenska Elektriska Aktiebolaget (ASEA) จากประเทศสวีเดน และ Brown, Boveri & Cie (BBC) จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในปี ค.ศ.1988 ประวัติของเอบีบีนับย้อนหลังไปถึงศตวรรษที่ 19 เมื่อบริษัทไฟฟ้าแห่งสวีเดน (ASEA) ถูกก่อตั้งขึ้นโดย ลุดวิก เฟรดโฮล์ม ในปี ค.ศ.1833 และ บริษัท บราว โบเวอรี ถูกก่อตั้งขึ้นในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับมอร์เตอร์ไฟฟ้าทั้งกระแสตรงและกระแสสลับ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าและหม้อแปลงไฟฟ้า

สำนักงานใหญ่เอบีบีประเทศไทย

โครงสร้างองค์กร[แก้]

เอบีบี เป็นผู้วางโครงข่ายไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของโลก แกนหลักของธุรกิจคือระบบไฟฟ้ากำลังและเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ บริษัทแบ่งโครงสร้างเป็น 1 แผนกบริหารงานกลาง และ 5 แผนกจำแนกตามผลิตภัณฑ์ โดยเอบีบีเป็นหนึ่งในบริษัทขนาดใหญ่จำนวนไม่มากนักที่ประสบความสำเร็จจากการจัดโครงสร้างองค์กรแบบแมทริกซ์

แผนกบริหารงานกลาง[แก้]

แผนกบริหารงานกลางมีหน้าที่จัดการและควบคุมการปฏิบัติงานโดยรวมของบริษัท รวมถึงการจัดการสินทรัพย์และการลงทุน

Discrete Automation and Motion[แก้]

รับผิดชอบสินค้าและบริการสำหรับการผลิตในอุตสาหกรรม โดยมีผลิตภัณพ์ คือ มอเตอร์ไฟฟ้า, เครื่องกำเนิดไฟฟ้า, ตัวควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า, อิเล็กทรอนิกส์กำลัง, เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากพลังงานลม, ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์, เครื่องสำรองไฟฟ้าและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม โดยในปี 2006 เอบีบี ได้ติดตั้งหุ่นยนต์ไปกว่า 200,000 ตัว

Low Voltage Products[แก้]

แผนกผลิตภัณฑ์แรงดันไฟฟ้าต่ำผลิตเซอร์กิตเบรกเกอร์สำหรับไฟฟ้าแรงดันต่ำ, สวิทช์, อุปกรณ์ควบคุม, ตู้ไฟฟ้าและระบบสายไฟฟ้า นอกจากนี้ยังรับผิดชอบการพัฒนา KNX systems ซึ่งเป็นระบบรวมการประสานงานและควบคุมภายในอาคาร โดยระบบนี้จะควบคุมระบบไฟฟ้า, ระบบการระบายอากาศ, ระบบความปลอดภัยและระบบการสื่อสาร

Power Products[แก้]

ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้ากำลังเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับระบบการส่งและจ่ายไฟฟ้า แผนกนี้ทำการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า, สวิทช์เกียร์, เซอร์กิตเบรกเกอร์, สายไฟฟ้า, อุปกรณ์แรงดันไฟฟ้าสูงและแรงดันไฟฟ้าปานกลาง แผนกผลิตภัณฑ์ไฟฟ้ากำลังยังแบ่งออกเป็น 3 หน่วยธุรกิจย่อย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แรงดันไฟฟ้าสูง, ผลิตภัณฑ์แรงดันไฟฟ้าต่ำ และหม้อแปลงไฟฟ้า

Power Systems[แก้]

แผนกระบบไฟฟ้ากำลังรับผิดชอบการบริการระบบเทิร์นคีย์สำหรับการส่งและกระจายไฟฟ้าในโครงข่ายและในโรงไฟฟ้า โดยผลิตภัณฑ์ที่สำคัญคือสถานีไฟฟ้าย่อยและระบบอัตโนมัติสำหรับสถานี นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นจุดเด่นคือ ระบบส่งไฟฟ้ากระแสสลับแบบยืดหุ่นได้ (flexible AC transmission systems), ระบบสายส่งกระแสตรงแรงดันสูง (high-voltage direct current) และระบบจัดการโครงข่าย ในด้านการผลิตไฟฟ้า แผนกระบบไฟฟ้ากำลังมีผลิตภัณฑ์สำหรับการควบคุมและการจ่ายไฟฟ้าในโรงไฟฟ้า แผนกนี้แบ่งออกเป็น 4 หน่วยธุรกิจย่อย ได้แก่ ระบบโครงข่ายไฟฟ้า, สถานีไฟฟ้าย่อย, การจัดการโครงข่าย และการผลิตไฟฟ้า

Process Automation[แก้]

จุดมุ่งหมายหลักของ เอบีบี คือนำเสนอผลิตภัณฑ์ระบบสำหรับควบคุม, การเพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน และแอพพลิเคชันอัตโนมัติที่จำเพาะเจาะจงสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ก๊าซและน้ำมัน, สารเคมีและยา, กระดาษ, เหล็กและเหมืองแร่, การเดินเรือ และเทอร์โบชาร์จเจอร์ แผนกนี้แบ่งออกเป็น 6 หน่วยธุรกิจย่อย ได้แก่ เทอร์โบชาร์จเจอร์, การเดินเรือ, เทคโนโลยีการควบคุม, ผลิตภัณฑ์การวัด และการแก้ปัญหาสำหรับอุตสาหกรรม

ประวัติการดำเนินงาน[แก้]

1990[แก้]

  • เอบีบี ซื้อกิจการแผนกการวัดและควบคุมจากเวสติงเฮาส์ (Westinghouse Electric Company) ซื้อกิจการคอมบัสชัน เอนจิเนียริง ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของสหรัฐอเมริกาในการพัฒนาทางด้านพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อเจาะตลาดทวีปอเมริกาเหนือ

1997[แก้]

2000[แก้]

  • เอบีบี ขายกิจการหม้อต้มไอน้ำและเชื้อเพลิงฟอสซิลให้กับอัลสตอม (Alstom) และขายธุรกิจนิวเคลียร์ให้เวสติงเฮาส์

2001[แก้]

  • เอบีบี ถูกจัดให้อยู่อันดับที่ 1 ติดต่อกันสามปีในดัชนีความยั่งยืนดาว โจนส์ (The Dow Jones corporate sustainability index)

2008[แก้]

2010[แก้]

  • เอบีบี ซื้อกิจการบริษัทซอฟท์แวร์เวนทิกซ์ (Ventyx) เป็นมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

2011[แก้]

2012[แก้]

  • เอบีบี ซื้อกิจการโธมัส แอนด์ เบทส์ (Thomas & Betts) ด้วยมูลค่า 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • เอบีบี ซื้อกิจการ โทรโพส (Tropos) บริษัทซึ่งเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีไร้สายสำหรับอุตสาหกรรมและการพาณิชย์

2013[แก้]

  • เอบีบี ซื้อกิจการพาวเวอร์-วัน (Power-One) เป็นมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับโลกทางด้านพลังงานแสงอาทิตย์

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 "Annual Results 2012". ABB. สืบค้นเมื่อ 2013-02-14. 
  2. "Our businesses". ABB. Archived from the original on 7 July 2011. สืบค้นเมื่อ 2011-02-20. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]