พระครูอุตรการบดี (ทา โสณุตฺตโร)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก หลวงพ่อทา)
พระครูอุตรการบดี
(ทา โสณุตฺตโร)
หลวงพ่อวันทา
LP-ta.jpg
เกิด พ.ศ. 2366
มรณภาพ พ.ศ. 2462
อายุ 96
อุปสมบท 2379
พรรษา 76
วัด วัดพะเนียงแตก
ท้องที่ นครปฐม
สังกัด มหานิกาย
วุฒิการศึกษา เปรียญธรรม-บาลีสันสฤต
ตำแหน่ง
ทางคณะสงฆ์
เจ้าคณะแขวงรองเมืองนครไชยศรี( ในขณะนั้น )

พระครูอุตรการบดี (ทา) เป็นภิกษุชาวไทย มีชื่อเสียงในระหว่าง พ.ศ. 2430-2460 ความเฉียบขาดและความดุของท่านทำให้นักเลงและเสือร้ายเกรงกลัวมาก จนได้รับฉายาว่า "หลวงพ่อเสือ" บ้างก็เรียก "พ่อเสือกระเบนยอดด้วน" เนื่องจากท่านชอบถือหางกระเบนลงอาคมหรือที่เราเรียกว่ากระเบนยอดด้วนบ้างหรือกระเบนหางด้วนบ้างนั่นเอง สมณศักดิ์สุดท้ายที่ "พระครูอุตรการบดี" ดำรงตำแหน่ง "เจ้าคณะแขวงรองเมืองนครไชยศรีและพระอุปัชฌาย์ทางตอนเหนือขององค์พระปฐมเจดีย์ในสมัยรัชกาลที่ ๕"

ประวัติ[แก้]

พระทา วัดพะเนียงแตก พื้นเพเป็นชาวบ้านหนองเสือ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2366 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่ออายุ 6 ขวบ ท่านได้ศึกษาที่วัดโพธาราม และบรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 13 ปีที่วัดเดียวกัน ต่อมาเมื่อครบอายุบวช จึงได้อุปสมบท ณ วัดบ้านฆ้อง (วัดบ้านฆ้อง ในอดีตเป็นสำนักปฏิบัติธรรมและพระกัมมัฏฐานที่มีชื่อเสียงมาก)

พระทาภายหลังจากการอุปสมบทแล้ว ได้ตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัยจนมีความรู้อย่างแตกฉาน เมื่อเห็นสมควรแล้ว ได้ศึกษาและฝึกปฏิบัติพระกัมมัฏฐานควบคู่ไปกับการเรียนคาถาอาคมต่าง ๆ จนชำนาญ จึงกราบลาพระอาจารย์ ออกเดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่าง ๆ กาลเวลาได้ล่วงเลยมาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี ที่ท่านพระทาได้ออกออกธุดงค์ จนกระทั่ง พ.ศ. 2417 ขณะนั้นท่านมีอายุ 51 ปี ได้เดินมาถึงบริเวณ ตำบลพะเนียงแตกหรือมาบแคในปัจจุบันจังหวัดนครปฐม ซึ่งบริเวณนั้นเป็นพื้นที่รกร้างนอกเมือง ท่านได้ปักกรดพักแรมและทราบด้วยฌาณว่า บริเวณนี้เคยเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อน พระทาจึงได้ออกเดินสำรวจโดยรอบ และได้พบระฆังใบใหญ่ใบหนึ่งมีอักขระขอมจารึกไว้ เป็นข้อความปริศนาแต่ตีความได้ไม่ยาก แสดงว่าเจ้าของทรัพย์ได้อธิษฐานมอบแก่ผู้มีบุญบารมีและมีจิตเป็นกุศลจึงจะสามารถพบเจอสมบัติ ซึ่งท่านพระทาทราบเจตนารมย์ของเจ้าของสมบัติ จึงนำสมบัตินั้นไปสร้างวัด

พระทา วัดพะเนียงแตก ช่วงนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังมาก ได้รับการยอมรับนับถือกันอย่างกว้างขวาง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงทราบถึงกิติคุณดังกล่าว จึงรับสั่งโปรดเกล้าให้เข้าเฝ้าอยู่เสมอ พระทาก็เป็นเถราจารย์องค์หนึ่งที่พระองค์ท่านโปรดปราน ดังนั้นพระราชพิธีหลวงต่าง ๆ ท่านจะนิมนต์พระทาอยู่เสมอ

โดยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์ และทรงแต่งตั้งพระเถระ 4 รูป เพื่อทำหน้าที่พิทักษ์และเฉลิมพระเกียรติองค์พระปฐมเจดีย์ ประจำทั้ง 4 ทิศ

  1. พระครูอุตรการบดี ประจำทิศเหนือ โดยหลวงพ่อทา ได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์แรก และองค์ต่อมาคือ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว,หลวงพ่อสุข วัดห้วยจระเข้
  2. พระครูทักษิณานุกิจ ประจำทิศใต้ พระเถระที่เคยดำรงสมณศักดิ์นี้คือ หลวงพ่ออยู่ วัดโคกแขก,หลวงพ่อแจ้ง วัดธรรมศาลา,หลวงพ่อผัน วัดสรรเพชร ,หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
  3. พระครูปริมานุรักษ์ ประจำทิศตะวันออก พระเถระที่เคยดำรงสมณศักดิ์นี้คือ หลวงพ่อคต วัดใหม่สุประดิษฐ์,หลวงพ่อนวม วัดธรรมศาลา,หลวงพ่อคล้าย วัดศิลามูล
  4. พระครูปัจฉิมทิศบริหาร พระเถระที่เคยดำรงสมณศักดิ์นี้คือ หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้,หลวงพ่อเกิด วัดงิ้วราย

พระทาได้ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการสงบ ในปี พ.ศ. 2462 รวมสิริอายุได้ประมาณ 96 ปี 76 พรรษา

การรับเป็นศิษย์[แก้]

พระทามีลูกศิษย์มากมาย แต่ที่มี่ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมีอย่างน้อย 6 ท่าน

  1. หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง
  2. หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม
  3. หลวงพ่อแดง วัดทุ่งคอก
  4. หลวงพ่อวงษ์ วัดทุ่งผักกูด
  5. หลวงพ่อเที่ยง วัดม่วงชุม