ระบบส่งกำลังรวม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ระบบส่งกำลังบำรุงรวม (อังกฤษ: Integrated Logistics Support) โดยเริ่มมาจากระบบส่งกำลังบำรุงให้กับหน่วยทหารที่อยู่นอกที่ตั้งที่ห่างไกลการขนส่งยุทธภัณฑ์ต่างๆนับว่าต้องมีการจัดการที่พิเศษกว่าภาคพลเรือนโดยทั่วไป

ในประเทศไทยเมื่อสิบกว่าปีก่อนคำว่าโลจิสติกส์อาจจะนับว่าเป็นคำใหม่ แต่ที่จริงแล้วคนในวงการทหารรู้จักคำนี้มาเป็นเวลาร้อยกว่าปีแล้ว ตั้งแต่สมัยประเทศทางตะวันตกขยายอิทธิพลยึดครองดินแดนไปทั่วโลก เพื่อเก็บเกี่ยวทรัพยากรและการสร้างฐานทัพหน้า คำว่าโลจิสติกส์นี้หากแปลเป็นภาษาไทยจะใช้คำว่า ”ส่งกำลังบำรุง” ถ้าเราใช้คำว่าส่งกำลังบำรุงกับคนในวงการธุรกิจก็คงจะไม่เหมาะสม และยากต่อการตีความให้เข้ากับวิถีทางธุรกิจ

คำว่าส่งกำลังบำรุงในทางทหาร ถ้าอธิบายกันอย่างง่าย ๆ ก็คือให้การสนับสนุนกองกำลังที่ตั้งอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ นอกฐานทัพ ทั้งที่อยู่ในดินแดนเราหรือข้าศึกก็ตามให้สามารถบรรลุภารกิจของหน่วยได้ ซึ่งรวมหมายถึง การขนส่ง การส่งกำลัง การซ่อมบำรุง การรักษาพยาบาล การส่งกลับ ฯลฯ สำหรับการส่งกลับหมายถึงการส่งผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตกลับจากแนวหน้า แต่ในทางภาคธุรกิจแล้วโลจิสติกส์ จะหมายถึงระบบการขนส่งสินค้าเสียมากกว่า ซึ่งนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบโลจิสติกส์ทางการทหาร แต่ก็ดำรงวัตถุประสงค์เดียวกันก็คือให้การสนับสนุนความต้องการของผู้บริโภคปลายทางนั่นเอง หากจะกล่าวในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ก็คือการซัพพลายให้กับดีมานด์ของผู้บริโภคเช่นกัน ในทางธุรกิจ ”โลจิสติกส์” จะหมายถึง ตัวสินค้า(หรือเรียกว่าโลจิสติกส์ยูนิท) การจัดส่งหรือการขนส่ง ผู้บริโภคหรือผู้ใช้ปลายทาง และจะรวมถึงการบริหารจัดการให้สินค้าไปสู่ปลายทางอีกด้วย

Integrated Logistics Support.ทางทหารจะแปลเป็นภาษาไทยว่า ”การส่งกำลังบำรุงรวม” หรือเรียกย่อ ๆ ว่า ILS แต่ถ้าใช้คำย่อนี้กับทางด้านอากาศยานก็จะหมายถึงInstrument Landing System หรือระบบช่วยลงจอดของเครื่องบินนั่นเอง ดังนั้นในบทความนี้จะขอใช้ในความหมายแรกคือ ระบบส่งกำลังบำรุงรวม (Integrated Logistics Support System) เป็นวิธีการบริหารจัดการเพื่อให้ยุทโธปกรณ์เกิดความพร้อมใช้ (หรือพร้อมรบหากใช้เพื่อการรบ) มากที่สุด ความพร้อมใช้ของแต่ละยุทโธปกรณ์ (Operation Availability-Ao)กำหนดค่าเป็นเปอร์เซ็นต์จากเกณฑ์ร้อยหรือเป็นทศนิยมจากเกณฑ์ 1 ก็ได้ วิธีการคำนวณค่า Ao) ตัวอย่างง่าย ๆ คือ ถ้าเราซื้อรถมาคันหนึ่งประมาณว่าจะใช้งานซัก 10 ปี แล้วเราสามารถขับรถอย่างต่อเนื่องได้นาน 10 ปีโดยไม่หยุดเลยเราอาจพูดได้ว่าเราใช้งานได้ต่อเนื่องร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ความจริงเราคงไม่ใช้งานโดยไม่หยุดเลย ในความหมายของความพร้อมใช้ (Operation Availability-Ao) ไม่จำเป็นต้องใช้โดยไม่หยุด แต่หมายถึงความต้องการใช้เมื่อใดก็สามารถใช้งานได้ทันที ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วรถเราก็มีโอกาสเสียได้ทุกเมื่อ อาจจะขับไปเสียกลางทางก็ได้ ช่วงเวลาตั้งแต่รถเสีย หาอู่ซ่อมรถ เมื่อพบแล้วช่างต้องหาอะไหล่ ใช้เวลาถอดส่วนที่เสียออกและใส่อะไหล่ใหม่เข้าไปแทน ทดสอบการใช้งาน จนถึงเราเริ่มออกรถไปทำภารกิจต่อ เวลาที่หายไปทั้งหมดเนื่องจากการซ่อมบำรุงและการรอคอยอะไหล่ ช่าง เครื่องมือ ฯลฯ ตลอดอายุการใช้งานที่กำหนดไว้ 10 ปี หากรวมกันเป็น 1 ปี ก็สรุปได้ว่า ความพร้อมใช้ (Operation Availability-Ao) มีค่า (10-1 )/10 = 0.9

ค่าความพร้อมใช้นี้ถ้าไม่ใช่รถของเราแต่เป็นเครื่องบินพาณิชย์ มูลค่าการลงทุนเป็นพันล้านบาทหากจอดซ่อมรออะไหล่ไม่สามารถให้บริการได้ ยิ่งนานค่า Ao) ก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ จนขาดทุน แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร คงจะต้องติดตามกันในตอนต่อไปว่า ILS จะถูกนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างไรเพื่อให้ Ao) มีค่าสูงสุด (เอกสารอ้างอิง James Jone)