ภาษีในประเทศเยอรมนี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ภาษีในประเทศเยอรมนี การเรียกเก็บภาษีก่อให้เกิดรายได้ที่สามารถควบคุมงบประมาณของชาติ ทรัพยากรการคลังจะเพิ่มขึ้นจากภาษีที่ถูกใช้จากงานในกองทุนของรัฐบาล แต่กระทรวงการคลังไม่เพียงแต่รับผิดชอบภาษีที่แตกต่างกันและจัดการกับปัญหา หลักในนโยบายภาษี ร่วมกับประเทศสมาชิกอื่นๆในยุโรป กระทรวงทำงานเพื่อปรับปรุงการทำงานร่วมกันระหว่างระบบภาษีที่แตกต่างกันและ ค่าใช้จ่ายทางการเงิน

การจัดเก็บภาษีในสหพันธ์สาธารณะรัฐเยอรมนี นั้นจะแบ่งการจัดเก็บเป็น 3 ระดับ คือ การจัดเก็บภาษีส่วนรัฐบาลกลาง การจัดเก็บภาษีส่วนมลรัฐและการจัดเก็บภาษีส่วนท้องถิ่น ตามรูปแบบการปกครองของรัฐ โดยจะมีการจัดเก็บภาษีที่แตกต่างกัน ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งรัฐ ที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 106[1] ดังนี้

1. รายได้และรายรับจากภาษีอากรต่อไปนี้ที่ให้เป็นของสหพันธ์
  • ภาษีศุลกากร
  • ภาษีสรรพสามิตที่ไม่เป็นของมลรัฐตามวรรค 2
  • ภาษีการโอนกรรมสิทธิ์
  • ภาษีการขนส่ง
  • ภาษีที่เก็บจากทรัพย์สินแต่ไม่ประจำ ภาษีที่เก็บเพื่อให้เกิดความเสมอภาคในการเสียภาษี
  • ภาษีช่วยเบอร์ลินยามฉุกเฉิน
  • ภาษีเสริมจากภาษีเงินได้และภาษีเงินได้นิติบุคคล

2. รายได้จากภาษีต่อไปนี้ให้เป็นของมลรัฐ

  • ภาษีทรัพย์สิน
  • ภาษีมรดก
  • ภาษีรถยนต์
  • ภาษีที่ไม่เป้นของสหพันธ์ตามวรรค 2
  • ภาษีเบียร์
  • อากรพนัน

นอก จากรายได้จากการแบ่งสรรภาษีอากรดังกล่าวแล้ว มลรัฐที่มีรายได้จากภาษีอากรน้อยจะได้รับเงินอุดหนุนจากมลรัฐที่มีความมั่ง คงทางการเงินมากกว่า โดยวิธีการแบ่งเบาภาระให้เสมอภาคกันตามนัยที่เรียกกันว่า แนวขวาง และได้รับจากสหพันธ์โดยวิธีการแบ่งเบาภาระให้เสมอภาคกัน ตามที่เรียกว่า แนวตั้ง เนื่องจากเศรษฐกิจเจริญขึ้นภาษีที่เก็บได้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งใน 6 เดือนของปี ค.ศ 2013 จัดเก็บภาษีทั้งหมดมากกว่า 5.3 ล้านยูโร โดยแบ่งเป็น

  • รายได้ของสหพันธ์ 1.3 ล้านยูโร
  • รายได้ของมลรัฐ 2.4 ล้านยูโร
  • รายได้ของท้องถิ่น 1.1 ล้านยูโร

อ้างอิง[แก้]

  1. รัฐ ธรรมนูญสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน แปลจาก The Basic Law of the Federal Republic of Germany (revised edition : 31 December 1961) by German Information Center