The Price Is Right Thailand ราคาพารวย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ราคาพารวย
The price is right thailand logo.jpg
โลโก้นี้ใช้โลโก้ 2007 (พ.ศ. 2550) โดเมนปี สำหรับรุ่นประเทศสหรัฐอเมริกา
พัฒนาโดยบริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน)
บ็อบ สจ๊วต
เสนอโดยเกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา
ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์
ซอ จียอน
นิภาภรณ์ ฐิติธนการ
ณปภา ตันตระกูล
ประเทศแหล่งกำเนิดไทย
ภาษาต้นฉบับไทย
จำนวนฤดูกาล7
จำนวนตอนมากกว่า 100 ตอน
การผลิต
กล้องMulti-camera
ความยาวตอน60 นาที
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่องทรูโฟร์ยู
การออกอากาศแรก27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 – ปัจจุบัน
ลำดับเวลา
รายการที่เกี่ยวข้องทายได้ให้เลย
แหล่งข้อมูลอื่น
เว็บไซต์

The Price Is Right Thailand ราคาพารวย เป็นรายการประเภทเกมโชว์ที่ให้ผู้เข้าแข่งขันมาเล่นเกมเกี่ยวกับราคาของสินค้าชนิดต่างๆ เพื่อได้รับของรางวัลกลับบ้าน โดยมีรูปแบบรายการต้นฉบับมาจากรายการ "The Price Is Right" ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทางบริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) ซื้อลิขสิทธิ์รายการนี้มาจากบริษัท Fremantle ของประเทศสหรัฐอเมริกา นำมาผลิตในรูปแบบของประเทศไทย[1] ตอนรับพิธีกร ของรายการ the prise is right thailandเกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เกมในรายการ[แก้]

รูปแบบการแข่งขัน จะคล้ายคลึงกับต้นฉบับของสหรัฐอเมริกาเกือบทุกประการ ยกเว้นรอบสุดท้าย ทั้งนี้ ราคาของสินค้าในรายการทั้งหมด เป็นราคามาตรฐาน ก่อนหักส่วนลดของแต่ละห้างสรรพสินค้า ณ วันที่ถ่ายทำ

รอบการแสดงมาจากเวอร์ชันสหราชอาณาจักรซึ่งถูกใช้โดยเวอร์ชันสากลส่วนใหญ่

เนื่องจากข้อตกลงสิทธิ์ใช้งานระหว่างผู้ผลิตในท้องถิ่นและเจ้าของ Fremantle ส่วนใหญ่ชุดมีพิมพ์เขียวตาม CBS สำหรับรุ่นสหรัฐอเมริกา

รอบแรก One-Bid (เปิดราคา)[แก้]

ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 ท่าน ที่เป็นลูกค้าของทรู และสมัครผ่านทางโทรศัพท์ ที่ถูกเรียกลงมา จะต้องทายราคาสินค้าตามที่รายการกำหนดไว้ ซึ่งราคาจริงนั้น ส่วนใหญ่จะมี 4 หลัก ผู้เข้าแข่งขันที่สามารถทายราคาได้ใกล้เคียงที่สุด โดยที่ไม่เกินราคาจริง จะได้รับของรางวัลชิ้นนั้นไปทันที และได้เข้าไปเล่นทั้งรอบ Showcase Showdown และรอบ Pricing Game ทุกคน

กรณีที่ทายราคาสินค้าตรงกับราคาจริง จะมีรางวัลโบนัส 5,000 บาทเพิ่มให้กับผู้ทายราคาตรงกับราคาจริงทันที เรียกว่า Perfect-Bid แต่ถ้าทุกคนทายราคาเกินราคาจริงหมด ต้องทายราคาใหม่ทุกคนทันทีโดยไม่เกินราคาต่ำสุดที่1 ใน 4 ผู้เข้าแข่งขันทาย เช่น คนแรกทาย 2,900 บาท คนที่สองทาย 3,500 บาท คนที่สามทาย 2,590 บาท และคนสุดท้ายทาย 4,200 บาท แล้วทุกคนทายเกินทั้งหมด ต้องทายใหม่โดยให้ต่ำกว่า 2,590 บาท เรียกว่า Overbid

ซึ่งในเกม One-Bid นี้ จะเล่นกันวันละ 4 รอบ ในรอบแรกให้ผู้ที่อยู่ตำแหน่งซ้ายสุดเริ่มทายราคาสินค้าก่อน ส่วนรอบที่ 2, 3, 4 จะเรียกผู้เล่นลงมาเพิ่มอีก 1 คน ไปยืนแทนที่ตำแหน่งของคนที่ผ่านเข้ารอบไปแล้ว แล้วเริ่มทายราคาสินค้านั้นก่อนทันที รวมแล้วแต่ละวัน จะมีผู้เข้าแข่งขันที่ต้องเล่นเกมนี้ทั้งหมด 7 คน

แต่มีระยะหนึ่งในรอบนี้ถูกลดเหลือให้เล่นวันละ 3 รอบ รวมผู้ที่เล่นในรอบนี้แต่ละวันทั้งหมด 6 คน

มีข้อสังเกตประการหนึ่งในเกมนี้ว่า หากมีผู้เข้าแข่งขัน 1 ใน 4 คนที่ทายราคาตรงกับราคาจริง จะมีเสียงกระดิ่งดังออกมาเมื่อผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 คนได้ทายราคาเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 คนทายราคาเสร็จเรียบร้อยแล้วมีเสียงสัญญาณออดดังขึ้น นั่นหมายความว่าทุกคนทายราคาเกิน (Overbid)

ในซีซั่นที่ 7 เป็นต้นไป การแข่งขันในรอบนี้ จะเพิ่มจาก 4 รอบ เป็น 6 รอบ เหมือนกับต้นฉบับของสหรัฐอเมริกาทุกประการ จึงทำให้มีผู้แข่งขันที่ได้เล่นเกมนี้ 9 คน

รอบที่ 2 Pricing Game (ราคาน่าลุ้น)[แก้]

เป็นเกมที่ผู้ที่ผ่านเข้ารอบจากเกม One-Bid ทั้ง 4 คน (แต่มีระยะหนึ่งที่ลดจำนวนเหลือ 3 คน และ ในซีซั่นที่ 7 เพิ่มเป็น 6 คน) จะต้องเล่นเกมทายราคาสินค้าตามที่รายการได้กำหนดไว้ ซึ่งมีดังนี้

  • Master Key กุญแจมหาสมบัติ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทายราคาสิ่งของ 2 ชิ้นข้างกุญแจทั้ง 5 ดอกให้ถูก ถ้าทายถูกจะมีสิทธิ์เลือกกุญแจ 2 ใน 5 ดอก เพื่อไปไขของรางวัล 3 ชิ้น โดยจะมี 3 ดอกที่ไขได้ 1 ชิ้น 1 ดอก ไขได้ทั้ง 3 ชิ้น และอีก 1 ดอกไขอะไรไม่ได้เลย หากขึ้นคำว่า Win ตรงของรางวัลชิ้นไหนก็รับของรางวัลชิ้นนั้นไปทันที
  • HOLE IN ONE ทีเดียวให้ลงหลุม ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเรียงลำดับราคาสินค้า 6 ชิ้นจากน้อยไปหามาก ยิ่งทายถูกลูกกอล์ฟก็จะยิ่งใกล้หลุมมากขึ้น แต่ถ้าของชิ้นก่อนหน้าแพงกว่าของชิ้นแรก แล้วของชิ้นต่อไปถูกกว่าของชิ้นก่อนหน้า ก็จะได้พัตต์จากจุดที่ทายถูกชิ้นสุดท้ายในขณะนั้น ในกรณีที่ทายถูกครบ 6 ชิ้น จะได้รับรางวัลพิเศษ 5,000 บาท และมีสิทธิ์ตีกอล์ฟชิดหลุม โดยมีสิทธิ์ตี 2 ครั้ง (Or TWO) ถ้าตีกอล์ฟลงหลุมภายใน 2 ครั้งจะได้รับของรางวัลไปทันที
  • Plinko เหรียญนำโชค ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับเหรียญนำโชคหรือชิปไปก่อน 1 เหรียญ และจะได้เพิ่มถ้าทายราคาของอีก 4 ชิ้นถูก รวม 5 เหรียญ ซึ่งสามารถรับเงินรางวัลได้มากที่สุดถึง 50,000 บาท หากผู้เข้าแข่งขันหย่อนเหรียญลงที่เลขอะไรก็จะได้รับเงินตามนั้น {(เรียงจากซ้ายไปขวามี 1,000, 3,000, 5,000, 0, 10,000, 0, 5,000, 3,000, 1,000) ก่อนหน้านั้นเรียงเป็น 100, 500, 1,000, 0, 10,000, 0, 1,000, 500, 100}
  • Pathfinder เลขนำทาง บนกระดานขนาด 5*5 ทางรายการได้กำหนดตัวเลขราคาของรางวัลหลักหมื่นไว้แล้ว ซึ่งอยู่ตรงช่องกลางที่ผู้เข้าแข่งขันเหยียบอยู่ตอนเริ่มเกมนั่นเอง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทายราคาของรางวัลให้ถูกต้อง โดยการเดินไปข้างหน้า ข้างขวา ข้างซาย หรือข้างหลัง ถ้าเดินถูกได้ไปต่อ แต่ถ้าเดินผิดจะต้องถอยหลังกลับมาและทายราคาสิ่งของ 3 ชิ้นให้ถูกต้อง โดยทุกครั้งที่ทายถูกจะได้สิทธิ์ในการเดินอีกครั้ง ถ้าเดินถูกครบ 4 หลักจะได้รับของรางวัลไปทันที แต่ถ้าเดินผิด ทายราคาของชิ้นสุดท้ายผิด หรือทายของถูกชิ้นสุดท้ายแล้วการเดินครั้งต่อไปเดินผิด เกมจะหยุดลงทันทีแล้วก็จะไม่ได้ของรางวัลไปในเกมนี้ ในกรณีที่เดินไม่ผิดเลยจะได้รับเงินรางวัลอีก 5,000 บาทด้วย
  • Pick a Pair ถูกคู่ ถูกราคา ผู้เข้าแข่งขันจะต้องหาราคาสินค้า 2 จาก 6 ชิ้นที่ราคาเท่ากัน รวมมี 3 คู่ โดยมีโอกาส 2 ครั้ง ถ้าทายผิดในครั้งแรก สามารถเลือกขึ้นมาได้อีกครั้งว่าจะตามหาสินค้าที่มีราคาตรงกับของสินค้าที่ทายไว้ก่อนหรือสินค้าที่จับคู่ราคาผิด ถ้าทายถูกจะได้รับเงินรางวัล 30,000 บาทไปทันที
  • Secret X ตามล่าหา X บนกระดานขนาด 3*3 (ซึ่งในแถวตั้งกลางนั้น มี X ซ่อนอยู่ 1 อัน โดยผู้เข้าแข่งขันไม่สามารถวาง X ในแถวตั้งกลางได้) ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเรียง X เป็นแนวนอน หรือแนวทแยงมุม ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะได้รับ X ไปก่อน 1 อัน ซึ่งผู้เข้าแข่งขันมักจะวางที่ช่องมุมบนซ้ายเป็นส่วนใหญ่ และมีสิทธิ์ได้ X อีก 2 ชิ้นจากการทายราคาสินค้า 2 ชิ้น ถ้าถูกจะได้รับ X เพิ่ม ถ้าหา X ไม่ได้ทั้ง 2 อัน (ทายราคาผิดทั้ง 2 ชิ้น) ถือว่าหยุดเกมลงและไม่ได้รางวัลในเกมนี้ ถ้าผู้เข้าแข่งขันหา X ที่ซ่อนอยู่เจอ (หมายถึง X 3 อันเรียงเป็นเส้นตรงแนวนอน หรือแนวทแยงมุม) ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับของรางวัลไปทันที
  • Ten Chances ลุ้นสิบ สิบโอกาส ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทายราคาของรางวัล 3 ชิ้นให้ถูกภายใน 10 โอกาส ทางรายการจะมีปากกาให้ผู้เข้าแข่งขันเขียน ซึ่งของชิ้นแรกจะมี 3 ตัว หยิบมาทายแค่ 2 ตัว ชิ้นที่ 2 มี 5 ตัว หยิบมา 4 ตัว และรางวัลใหญ่มี 5 ตัว หยิบมาทายให้หมดเลย ถ้าทายถูกจะได้รับของรางวัลไปทันที สูงสุดถึง 3 ชิ้น
  • One Away บวกหนึ่ง ลบหนึ่ง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทายราคาของรางวัลให้ถูกต้อง โดยการทายว่าราคาที่เห็นอยู่นั้น แต่ละหลักบวก 1 หรือลบ 1 โดยมีโอกาส 2 ครั้ง เมื่อทายเสร็จเรียบร้อย จะมีการเฉลยโดยการใช้วิธีไหว้ขอพรจากผู้ให้ราคาจริง (แต่พิธีกรจะเรียก "เจ้าที่เจ้าทาง") ถ้าครั้งแรกไม่ถูกซักหลักเลย เกมจะหยุดลงทันที และในทางกลับกัน ถ้าครั้งแรกถูกทั้ง 5 หลักจะได้รับของรางวัลทันที แต่ถ้ามีหลักถูก แต่ไม่ครบ 5 หลัก ทางรายการจะเฉลยว่ามีถูกกี่หลัก โดยผู้เข้าแข่งขันสามารถเปลี่ยนหลักได้ในครั้งที่ 2 ถ้าทายถูกทุกหลักจะได้รับของรางวัลไปทันที
  • Let' em Roll ก้อนหรรษา ผู้เข้าแข่งขันจะมีสิทธิ์ทอยลูกเต๋า (ซึ่งในที่นี้หมายถึง เทลูกเต๋าลงมาตามทางลาด) ได้ 1 ครั้ง แต่สามารถเพิ่มสิทธิ์ได้อีก 2 ครั้งโดยการทายราคาสิ่งของ 3 ชิ้นว่าด้านขวามือถูกหรือแพงกว่าด้านซ้ายมือ หากทายถูก ก็จะได้รับ 1 สิทธิ์ในการทอยลูกเต๋า ทายถูกทั้งหมดก็จะได้ 3 สิทธิ์ในการทอยลูกเต๋า แต่ถ้าทายผิดก็จะไม่ได้สิทธิ์ในการทอยลูกเต๋าเพิ่ม หลังจากนั้นผู้เข้าแข่งขันจะทอยลูกเต๋าทั้ง 5 ลูก ซึ่งในลูกเต๋าจะมีมอเตอร์ไซค์ซึ่งเป็นของรางวัลทั้งหมด 3 หน้า รวม 15 หน้า กับเงินรางวัล 3,000, 4,000 และ 5,000 บาทอยู่ตรง 3 หน้าที่เหลือ รวม 5 ลูกสูงสุด 25,000 บาท ถ้าผู้เข้าแข่งขันทอยลูกเต๋าแล้วออกมอเตอร์ไซค์ครบ 5 หน้าจะได้รับมอเตอร์ไซค์ไปทันที แต่หากทอยลูกเต๋าออกเงินรางวัลแล้วผู้เข้าแข่งขันไม่แน่ใจ สามารถหยุดได้และรับเงินรางวัลไปตามนั้น โดยถ้าตัดสินใจทอยใหม่ จะสามารถทอยใหม่ได้เฉพาะลูกเต๋าที่แสดงหน้าเงินรางวัลเท่านั้น จนกว่าผู้เข้าแข่งขันจะทอยแล้วได้หน้ามอเตอร์ไซด์ครบ 5 หน้า, เลือกที่จะหยุดและรับเงินรางวัล, หรือหมดสิทธิ์ทอยต่อ (ในกรณีนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับเงินรางวัลตามหน้าลูกเต๋าที่แสดงหน้าเงินอยู่โดยอัตโนมัติ)
  • Cliffhangers ยิ่งสูง ยิ่งเสียว ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทายราคาสิ่งของ 3 ชิ้นให้ถูกต้องหรือใกล้เคียงมากที่สุด เพราะผลต่างของราคาที่ทายผิดจะทำให้นักไต่เขาไต่เขาขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยสามารถผิดได้ไม่เกิน 250 บาท หากนักไต่เขาไม่ตกเขา ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับของรางวัลไปทันที แต่ถ้าทายราคาผิดจนกระทั่งนักไต่เขาตกเขาตายที่รอบการทายราคาของชิ้นใดๆ ก็ตามแต่ ถือว่าหยุดเกมลงและไม่ได้ของรางวัลไปในเกมนี้ ในกรณีที่ทายราคาถูกต้องทั้ง 3 ชิ้น (นักไต่เขาอยู่ที่ตำแหน่ง 0) จะได้รับเงินรางวัลอีก 5,000 บาทด้วย
  • Check Out คิดตังค์หน่อยพี่ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทายราคาสิ่งของ 5 ชิ้น โดยผลรวมของราคาทายทั้ง 5 ชิ้น จะมากกว่าหรือน้อยกว่าราคาจริงได้ไม่เกิน 20 บาท ถ้าอยู่ระหว่างนี้ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับของรางวัลไปทันที
  • Switcheroo สลับรับโชค ผู้เข้าแข่งขันมีเวลา 30 วินาทีในการทายเลขหลักร้อยของสินค้าทั้ง 5 ชิ้นจากเลข 5 ตัว ให้ถูกต้อง ทายถูกชิ้นไหนก็รับของรางวัลชิ้นนั้นไปทันที โดยมีโอกาส 2 ครั้ง (ถ้าครั้งแรกพอใจ สามารถหยุดได้ และจะได้รางวัลเฉพาะสินค้าที่ทายได้ถูกต้องเท่านั้น)
  • Grocery Game ร้านชำนำโชค ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกซื้อสินค้าทีละชิ้นจากจ­ำนวน 5 ชิ้นจำนวนครั้งละเท่าไรก็ได้ แต่ไม่สามารถเลือกซื้อสินค้าชิ้นเดิมไ­ด้ ซึ่งผลรวม­ราคาที่เลือกนั้นควรอยู่ระหว่าง 380 ถึง 400 บาท ถ้าอยู่ระหว่างนี้ที่การซื้อสินค้ารอบใดๆ ก็ตามแต่ เกมจะหยุดลงผู้เข้าแข่งขันจะได้รับของรางวัลไปทันที แต่ถ้าผลรวมออกมาเกิน 400 บาทที่การซื้อสินค้ารอบใดๆ ก็ตามแต่ ถือว่าหยุดเช่นกันแต่จะไม่ได้ของรางวัลไปในเกมนี้
  • It's in the Bag อะไรอยู่ในถุง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกสินค้า 5 จาก 6 ชิ้น นำไปวางข้างบนถุงที่ตรงกับราคาที่แปะอยู่ที่หน้าถุง ­โดยทุกครั้งที่ตอบถูก คือสินค้าบนถุงกับในถุงเป็นอันเดียวกัน เงินรางวัลจะคูณ 2 ไปเรื่อย ๆ จาก 2,000 เป็น 4,000, 8,000, 16,000 และ 32,000 ตามลำดับ หากผู้เข้าแข่งขันไม่แน่ใจ สามารถหยุดได้และรับเงินรางวัลที่สะสมอยู่ในขณะนั้น แต่ถ้าของชิ้นแรกผู้เข้าแข่งขันตอบถูก ตัดสินใจเล่นต่อแล้วของชิ้นต่อไปผู้เข้าแข่งขันตอบผิด เกมจะหยุดลงและไม่ได้เงินรางวัลเลยในเกมนี้ (ในกรณีที่เรียงไม่ถูกเลยแม้แต่ตำแหน่งเดียว จะมีรางวัลพิเศษ 5,000 บาท)
  • More or Less มากกว่า หรือ น้อยกว่า ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทายว่าราคาจริงของสินค้าที่เ­ห็นนั้น มากกว่าหรือน้อยกว่าราคาตั้งที่เห็น ถ้าทายถูกจะได้รับของรางวัลไปทันที หากผู้เข้าแข่งขันไม่แน่ใจ สามารถหยุดได้และรับของรางวัลไปในขณะนั้น แต่ถ้าสินค้าชิ้นแรกผู้เข้าแข่งขันทายถูก ตัดสินใจเล่นต่อแล้วชิ้นต่อไปผู้เข้าแข่งขันทายผิด เกมจะหยุดลงทันทีแล้วก็จะไม่ได้ของรางวัลใดๆ เลยในเกมนี้
  • Eazy As 1 2 3 เรียงปั๊บ รับเลย ของรางวัลจะมีทั้งหมด 3 ชิ้น ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเรียงลำดับของราคาสินค้าจากน­้อยที่สุดไปหามากที่สุดให้ถูกต้อง โดยการวางกล่องเลข 1, 2, 3 ซึ่ง 1 = น้อยที่สุด 2 = ปานกลาง และ 3 = มากที่สุด ถ้าเรียงถูกจะได้รับของรางวัลทั้งหมดไปทันที
  • Grand Game ทายถูก คูณสิบ ในแต่ละครั้งทางรายการจะมีราคาบังคับให้ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกสินค้า 4 จาก 6 ชิ้นที่มีราคาต่ำกว่าราคาบังคับนั้น ถ้าถูก เงินรางวัลจะคูณ 10 ไปเรื่อย ๆ จาก 2 เป็น 20, 200, 2,000 และ 20,000 ตามลำดับ แต่หากผู้เข้าแข่งขันไม่แน่ใจ สามารถหยุดได้และรับเงินรางวัลไปในขณะนั้น แต่ถ้าของชิ้นแรกที่ผู้เข้าแข่งขันเลือกนั้นมีราคาต่ำกว่าที่บังคับไว้ (ทายถูก) ตัดสินใจเล่นต่อแล้วชิ้นต่อไปที่ผู้เข้าแข่งขันเลือกเป็นของที่มีราคาเกินจากราคาบังคับ (ทายผิด) เกมจะหยุดลงทันทีแล้วก็จะไม่ได้เงินรางวัลใดๆ เลยในเกมนี้
  • Shell Game ตามล่าหาไข่ทองคำ ก่อนอื่นผู้เข้าแข่งขันจะต้องทายราคาสินค้า 4 ชิ้นว่าราคาจริงนั้นมากกว่าหรือน้อยกว่าราคาที่ตั้ง ถ้าทายถูกจะได้เหรียญหรือชิปไปวางหน้าหอย 1 ใน 4 ฝาที่มั่นใจว่ามีไข่ทองคำซ่อนอยู่ แต่ถ้าทายผิด ก็จะไม่ได้ชิปเพิ่ม หากทายราคาสินค้าถูกครบ 4 ชิ้นหรือเปิดหอยที่มีชิปอยู่แล้วเจอไข่ทองคำจะได้รับของรางวัลไปทันที
  • Race Game ถูกและเร็ว ผู้เข้าแข่งขันมีเวลา 45 วินาทีในการนำป้ายราคาที่ถูกต้องไปวางตรง­สินค้า เมื่อวางแล้วต้องกลับมาสับคันโยกเพื่อเช็คผลว่า­ถูกไปกี่ตำแหน่ง ถ้ายังมีผิดก็ต้องกลับไปวางใหม่จนถูกต้อง หรือจนกว่าจะหมดเวลา แต่ถ้าสับคันโยกแล้วออกเลข 4 จะหมายความว่าราคากับสินค้าทั้ง 4 ชิ้นตรงกัน และผู้เข้าแข่งขันจะได้รับของรางวัลทั้งหมดไปทันที แต่ถ้าเวลาหมด ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับรางวัลเฉพาะสินค้าที่วางได้ถูกต้องเท่านั้น
  • Any Number เติมราคา ทางรายการได้เติมเลข 0 ไว้ตรงหลักหน่วยของของรางวัล 2 ชิ้นให้ไว้แล้ว ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกตัวเลขทีละ 1 ตัวเลข จาก 0-9 เพื่อเติมราคาของรางวัล โดยจะมีของรางวัล 3 ชิ้น (รางวัลใหญ่ 5 หลัก ต้องทาย 4 หลักแรก, รางวัลเล็ก 4 หลัก ต้องทาย 3 หลักแรก, และกระปุกหมูซึ่งหมายถึงเงินสด 3 หลัก ซึ่งต้องทายให้ครบทั้ง 3 หลัก) ถ้าช่องราคาของรางวัลชิ้นไหนเต็มก่อน เกมจะหยุดลงแล้วจะได้รับของรางวัลชิ้นนั้นไปทันที
  • Clock Game ระเบิดราคา ผู้เข้าเแข่งขันจะต้องทายราคาของสินค้าราคาหลักร้อย 2 ชิ้นภายในเวลา 30 วินาที (โดยทายทีละชิ้น) โดยเวลาจะเรื่มก็ต่อเมื่อผู้เข้าแข่งขันทายราคาของสินค้าในครั้งแรก และทุกครั้งที่ทาย พิธีกรจะบอกว่าราคาที่ทายนั้น มากไปหรือน้อยไป และเวลาจะหยุดเมื่อผู้เข้าแข่งขันทายราคาของสินค้าได้ถูกต้อง ถ้าผู้เข้าแข่งขันสามารถทายราคาของสินค้าทั้ง 2 ชิ้นก่อนเวลา 30 วินาทีจะหมดลง ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับของรางวัลไปทันที
  • Take Two สอง สอง สี่ ทางรายการจะกำหนดราคาบังคับมาให้ ซึ่งก็คือราคารวมของของรางวัล 2 ใน 4 ชิ้น ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกของรางวัล 2 ชิ้น และราคาของของรางวัลทั้ง 2 ชิ้นจะถูกเปิดเผย ถ้าราคารวมชองของรางวัลทั้ง 2 ชิ้นตรงกับราคาบังคับ ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับของรางวัลทั้ง 4 ชิ้น โดยผู้เข้าแข่งขันจะมีโอกาส 2 ครั้ง
  • One Right Price ทายหนึ่งได้สอง ทางรายการจะกำหนดราคาบังคับมาให้ ซึ่งผู้เข้าแข่งขันต้องทายว่า ราคาบังคับนั้นเป็นราคาของของรางวัลชิ้นไหนจาก 2 ชิ้น ถ้าผู้เข้าแข่งขันทายถูกจะได้รับของรางวัลทั้ง 2 ชิ้นทันที แต่ถ้าทายผิดก็จะไม่ได้รางวัลใดๆ เลยในเกมนี้
  • Vend-O-Price ตู้หยอดเงิน ทางรายการจะมีสินค้า 3 ชิ้น วางอยู่บนชั้น 3 ชั้น ซึ่งในชั้นบนสุดมีสินค้าที่มีราคาถูกที่สุด และในชั้นล่างสุดจะมีสินค้าที่มีราคาแพงที่สุด ซึ่งเมื่อผู้เข้าแข่งขันหยอดเหรียญ ชั้นวางของจะเปิดออก และเปิดเผยจำนวนสินค้าเหมือนกันที่วางอยู่ในแต่ละชั้น ซึ่งชั้นบนสุดจะมีจำนวนสินค้ามากที่สุด และชั้นล่างสุดจะมีจำนวนสินค้าน้อยที่สุด ผู้เข้าแข่งขันต้องทายว่า สินค้าในชั้นไหนมีราคารวมมากที่สุดโดยการกดปุ่มข้างชั้นที่คิดว่าใช่ ถ้าผู้เข้าแข่งขันทายถูกจะได้รับเงินรางวัล 20,000 บาทไปในทันที
  • Shopping Spree ป๋าพารวย ทางรายการจะกำหนดราคาขั้นต่ำมาให้ โดยผู้เข้าแข่งขันต้องเลือกของรางวัล 3 ใน 4 ชิ้นที่คิดว่าแพงที่สุด (โดยเลือกทีละชิ้น) ถ้าราคารวมของของรางวัลทั้ง 3 ชิ้นที่เลือกมากกว่าราคาขั้นต่ำ ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับของรางวัลทั้ง 4 ชิ้นทันที
  • Bullseye ทายให้เข้าเป้า ทางรายการจะมีสินค้าให้เลือก 5 ชิ้น โดยจะมีโอกาสให้เลือกสินค้าทั้งหมด 3 ชิ้น โดยเป้าหมายคือ เลือกสินค้าทีละชิ้น และเลือกจำนวนมาคูณกัน ให้อยู่ระหว่าง 380 ถึง 400 บาท ถ้าเลือกสินค้าและคูณจำนวนแล้วอยู่ระหว่างจำนวนที่กำหนด ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับของรางวัลทันที แต่ถ้าคูณแล้วไม่ถึง 300 บาท หรือ เกิน 400 บาท จะถือว่าพลาดเป้าทันที แต่ถ้าคูณแล้วอยู่ระหว่าง 300 ถึง 379 บาท จะถือว่า อยู่ในเป้า แต่ ไม่เข้าเป้า ในกรณีที่ทายของไปแล้ว 3 ชิ้น แต่ไม่เข้าเป้า จะต้องมาลุ้นกันว่า ของที่เพิ่งทายจะมีสัญลักษณ์ เป้าตาวัว อยู่หลังแผ่นป้ายหรือไม่ โดยทางรายการจะเฉลยของที่อยู่ในเป้าเท่านั้น (อยู่ระหว่าง 300-379 บาท) ถ้าของที่อยู่ในเป้ามีสัญลักษณ์เป้าตาวัวแม้แต่ชิ้นเดียว ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับของรางวัลเช่นเดียวกัน
  • Balance Game ชั่งดีมีรางวัล จะมีถุงเงินอยู่สองชุด ถุงใหญ่นั้นจะเป็นถุงเงินของรางวัลจากราคาจริง อีกหนึ่งชุดจะเป็นถุงเงินที่มีราคาต่างๆ ทั้งหมด 4 ถุง ซึ่งจะมีหนึ่งถุงที่จะเป็นตัวหลอกทำให้ตาชั่งไม่สมดุลกัน เริ่มแรกพิธีกรจะหยิบถุงเงินที่มีมูลค่าน้อยที่สุดวางบนตาชั่ง ซึ่งเป็นถุงที่ถูกต้องอยู่แล้ว โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องนำถุงเงินอีกสองถุงวางบนตาชั่งที่คิดว่าน่าจะเป็นถุงที่ถูกต้อง และเมื่อยืนยันคำตอบแล้ว ผู้ช่วยพิธีกรจะนำถุงใหญ่มาวางบนตาชั่งเพื่อที่จะลุ้นว่า ถุงเงินที่ผู้เข้าแข่งขันได้วางไปนั้นจะหนักเท่ากับถุงใหญ่หรือไม่ หากตาชั่งสมดุลกัน ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับของรางวัลไปเลย
  • Spelling Bee รังผึ้งซ่อนรวย ทางรายการจะมีแผ่นป้ายรังผึ้งอยู่ 30 แผ่นป้าย โดยจะมีตัว W ซ่อนอยู่ 11 แผ่นป้าย ตัว I ซ่อนอยู่ 11 แผ่นป้าย ตัว N ซ่อนอยู่ 6 แผ่นป้าย และคำว่า WIN ซ่อนอยู่ 2 แผ่นป้าย โดยทุกป้ายจะมีเงินรางวัลหน้าป้ายแผ่นละ 1,000 บาท โดยเบื้องต้นจะให้ผู้แข่งขันเลือกแผ่นป้ายก่อน 2 แผ่นป้าย ส่วนอีก 3 แผ่นป้ายจะได้มาจากการทายราคาของว่าราคาจริงมากกว่า หรือ น้อยกว่าราคาที่โชว์อยู่ หากทายถูกจะได้เลือกแผ่นป้ายเพิ่มอีกชิ้นละ 1 แผ่นป้าย ถ้าแผ่นป้ายที่เลือกเปิดแผ่นป้ายแล้วเจอตัวอักษร W I N ครบ 3 ตัวหรือเจอคำว่า WIN จะได้รับของรางวัลทันที แต่ถ้าผู้เข้าแข่งขันไม่มั่นใจว่าป้ายที่เลือกจะเรียงเป็นคำว่า W I N หรือคำว่า WIN หรือไม่ ผู้เข้าแข่งขันมีสิทธิ์หยุดเพื่อรับเงินหน้าป้ายจากแผ่นป้ายที่ยังไม่ได้เปิดทันที
  • Danger Price ราคาพาบึ้ม ในเกมนี้ทางรายการมีของรางวัล 4 ชิ้น โดยทางรายการกำหนดราคาอันตราย 1 ราคา ซึ่งจะตรงกับราคาจริงของ 1 ใน 4 ของรางวัล (ทางรายการจะเรียกว่า ราคาพาบึ้ม) กติกาคือ จะต้องเลือกเลือกของ 3 ชิ้น ที่ราคาไม่ตรงกับราคาอันตราย เช่น ทางรายการกำหนดราคาอันตรายคือ 4,390 บาท ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกของ 3 ชิ้นที่ราคาไม่ใช่ 4,390 บาท หากเลือกครบ 3 ชิ้น แล้วไม่โดนราคาอันตราย จะได้ของรางวัลทั้งหมดทันที ในระหว่างทาง ผู้เข้าแข่งขันสามารถหยุดได้ โดยจะได้รับของรางวัลที่เลือกแล้วไม่โดนราคาอันตรายไปด้วย แต่ถ้าระหว่างทางเกิดเลือกของไปตรงกับราคาอันตราย Game Over และจะไม่ได้รับของรางวัลทันที
  • Bargain Game อะไรลดมากกว่า ในเกมนี้ทางรายการมีของรางวัล 2 ชิ้น ซิ่งทางรายการจะเปิดเผยแค่ราคาที่ลดจากราคาจริงแล้ว กติกาคือ ของชิ้นไหนลดราคาจากราคาจริงเยอะกว่ากัน ถ้าทายถูกรับของทั้ง 2 ชิ้นกลับไปเลย
  • Double Price ราคาไหนรวย ในเกมนี้ทางรายการจะมีรางวัลอยู่ 1 ชิ้น ซึ่งจะมีราคาอยู่ 2 ราคา(ราคาบนและราคาล่าง) ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทายว่าราคาสินค้าชิ้นใดเป็นราคาที่ถูกต้อง ถ้าทายถูกรับของรางวัลไปเลย
  • Most Expensive ในเกมนี้ทางรายการจะมีสินค้า 3 ชิ้น ซึ่งมีราคาแตกต่างกันไป ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทายว่าสินค้าชิ้นไหนราคาแพงที่สุด ถ้าทายถูกรับของรางวัลไปทั้ง 3 ชิ้นทันที
  • Do The Math ในเกมนี้ทางรายการจะมีสินค้า 2 ชิ้น รวมไปถึงส่วนต่างราคาที่จะต้องนำไปรวมหรือหักกับสินค้าชิ้นแรก เพื่อให้ได้ราคาสินค้าชิ้นที่สอง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทายว่า ราคาสินค้าชิ้นแรก ต้องนำไปบวก หรือลบผลต่างราคาสินค้าเพื่อให้ได้ราคาสินค้าชิ้นที่สอง ถ้าทายถูกก็รับของรางวัลทั้ง 2 ชิ้นไปเลย

ในกรณีที่ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดที่ได้เล่นเกมประจำวันสำเร็จทั้ง 4 เกม (แต่มีระยะหนึ่งที่เหลือเพียง 3 เกม และในซีซั่นที่ 7 เป็นต้นไป เพิ่มเป็น 6 เกม) เรียกว่า Perfect Show

รอบที่ 3 Showcase Showdown (วงล้อนำโชค)[แก้]

เป็นเกมที่นำผู้ที่ผ่านจากรอบ One-Bid และ Pricing Game รอบละ 3 คน มาหมุนวงล้อนำโชค ซึ่งมีคะแนนตั้งแต่ 5 ถึง 100 คะแนน ผู้เล่นจะมีโอกาสหมุนวงล้อได้ 2 ครั้ง เพื่อทำการรวมคะแนนของการหมุนให้ได้มากที่สุด แต่ถ้าเกิน 100 คะแนนหรือน้อยกว่าตัวตั้งด้านขวา จะกลับบ้านทันที หลังหมุนครั้งแรก ถ้าคิดว่าคะแนนสะสมพอที่จะเข้ารอบกับผู้ท้าชิง สามารถหยุดเล่นได้ เพื่อรับคะแนนนั้น รอบนี้ ผู้ที่ได้คะแนนรวมมากที่สุดจาก 4 คน จะเข้าไปสู่รอบ Showcase ในกรณีที่หมุนวงล้อได้ 100 คะแนนจะได้เงินรางวัลพิเศษ 10,000 บาท หมุน 2 ครั้ง คะแนนรวมได้ 100 รับ 5,000 บาท และ 2 คน กลับไปวงอีก 1 ครั้ง คะแนนมากที่สุดเข้ารอบแจ็ตพอตเพียงคนเดียว


สำหรับการเล่นที่มีดารานักแสดงมาร่วมเล่นเกมนี้ด้วย ก็จะให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกดารารับเชิญคนใดคนหนึ่งให้หมุนวงล้อนี้ หากดารารับเชิญหมุนวงล้อได้คะแนนเท่าไหร่ ผู้เข้าแข่งขันที่เลือกดารารับเชิญคนนั้นก็จะได้รับเงินรางวัลไปก่อน 100 บาท คูณกับคะแนนที่หมุนได้ เช่น หมุนได้ 100 คะแนน ผู้เข้าแข่งขันคนนั้นก็จะได้รับเงินรางวัล 100 x 100 = 20,000 บาท 50 x 50 = 10,000 บาท

แต่มีระยะหนึ่งในบางเทปของรายการที่ได้ลดจำนวนผู้เข้าเล่นเกมนี้เหลือเพียงแค่วันละ 3 คนเท่านั้น

ในซีซั่นที่ 7 เป็นต้นไป รอบนี้ จะถูกแบ่งเป็น 3 ช่วง โดยช่วงที่ 1 และ ช่วงที่ 2 จะแข่งขันกันรอบละ 3 คน เพื่อหาผู้ที่ทำคะแนนได้สูงที่สุดแต่ไม่เกิน 100 คะแนน มาเป็นผู้ท้าชิงของแต่ละช่วง และในช่วงสุดท้ายของรายการ ผู้ชนะจากสองช่วง 2 คน จะมาแข่งหมุนวงล้อเพียง 1 ครั้ง เพื่อหา 1 คน ที่มีคะแนนมากที่สุด เข้าสู่รอบแจ็กพอตต่อไป

ในกรณีที่มีคะแนนสูงสุดเสมอกัน จะต้องทำการหมุนวงล้อใหม่ (เรียกว่า Spin-Off) ผู้ที่ได้คะแนนมากที่สุด จะเข้ารอบ

รอบที่4 Showcase (แจ๊คพอต)[แก้]

ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านหมุนวงล้อได้คะแนนสูงสุดจากรอบ Showcase Showdown จะมาเล่นเกมนี้ กับกลุ่มของรางวัลที่มีราคารวมตั้งแต่หลักแสนขึ้นไป โดยก่อนเปิดเผยของรางวัลนั้น ทางรายการจะมีราคาช่วย ที่สามารถทายราคาต่ำกว่าราคาจริงได้ แต่ไม่เกินราคาช่วยที่กำหนดไว้ ต่างกันไปแล้วแต่เทป โดยผู้เล่นจะต้องกดปุ่ม เพื่อสุ่มรับราคาช่วยนั้น โดยราคาช่วยจะเรื่มต้นที่ 10,000 บาท ซึ่งจะเพื่มขึ้นระดับละ 10,000 บาท จนถึงสูงสุด 60,000 บาท

หลังจากนั้น ของรางวัลทั้งหมดจะถูกเปิดเผย ผู้เล่นจะต้องทายราคาสินค้าของรางวัลทั้งหมดนั้น ถ้าผู้เล่นสามารถทายราคาสินค้า ต่ำกว่าราคาจริง โดยที่ผลต่างนั้นไม่เกินราคาช่วยที่กำหนดไว้ ผู้เล่นจะได้รับของรางวัลทั้งหมดไปทันที

อ้างอิง[แก้]

  1. "The Price is Right Thailand ราคาพารวย". True4u.truelife.com. สืบค้นเมื่อ 17 มกราคม 2559.