ฟุตบอลทีมชาติไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Thailand national football team)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หน้านี้สำหรับทีมฟุตบอลชาย สำหรับทีมหญิงดูได้ที่ ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย
ฟุตบอลทีมชาติไทย
Shirt badge/Association crest
ฉายาช้างศึก
สมาคมสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
สมาพันธ์ย่อยสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)
สมาพันธ์สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (ทวีปเอเชีย)
หัวหน้าผู้ฝึกสอนอาเลชังดรี ปอลกิง
ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนจเด็จ มีลาภ
หนึ่งฤทัย สระทองเวียน
กัปตันศิวรักษ์ เทศสูงเนิน
ติดทีมชาติสูงสุด เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (134)
ทำประตูสูงสุด เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (71)
สนามเหย้าราชมังคลากีฬาสถาน
รหัสฟีฟ่าTHA
อันดับฟีฟ่า
อันดับปัจจุบัน 122 ลดลง 2 (16 กันยายน 2021)[1]
อันดับสูงสุด42 (กันยายน 2541)
อันดับต่ำสุด165 (ตุลาคม 2558)
เกมระดับนานาชาติครั้งแรก
ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน 6–1 ไทย ไทย
(กรุงเทพ, ไทย; 20 สิงหาคม พ.ศ. 2491) [2]
ชนะสูงสุด
ไทย ไทย 10–0 บรูไน บรูไน
(กรุงเทพ, ไทย; 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2514)
แพ้สูงสุด
สหราชอาณาจักร สหราชอาณาจักร 9–0 ไทย ไทย
(เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย; 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499)

ฟุตบอลทีมชาติไทย เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศ และอยู่ภายใต้การบริหารของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์[3] โดยทีมมีประวัติของความสำเร็จในการแข่งขันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 5 สมัย และชนะเลิศซีเกมส์ 16 สมัย รวมทั้งคว้าอันดับ 3 ในรายการเอเชียนคัพ 1972 และเข้าร่วมการแข่งขันในโอลิมปิกฤดูร้อน 2 ครั้ง และในเอเชียนเกมส์ อีก 4 ครั้ง โดยอันดับโลกฟีฟ่าที่ดีที่สุดของทีมชาติไทย คือ อันดับที่ 42 ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2541 จากเกียรติประวัติดังกล่าวทำให้ทีมชาติไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นชาติที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันทีมชาติไทยอยู่ในอันดับที่ 118 ของโลก[4] และอันดับที่ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียใต้[5] จากการจัดอันดับโดยฟีฟ่า เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564[6]

ทีมชาติไทยมีผลงานที่ดีที่สุดคือการผ่านเข้าถึงรอบที่ 3 (รอบ 12 ทีมสุดท้าย) ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2 ครั้งใน พ.ศ. 2545 และ 2561 แต่ยังไม่เคยผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย

ประวัติ[แก้]

ปี สมาคม
2459 ก่อตั้ง
2468 ฟีฟ่า
2500 เอเอฟซี
2537 เอเอฟเอฟ

ก่อตั้งทีม (2458–2482)[แก้]

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยามขึ้นในเดือนเมษายน พ.ศ. 2459

ฟุตบอลทีมชาติไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2458 ในนามคณะฟุตบอลสำหรับชาติสยาม[7] โดยนักฟุตบอลทีมชาติสยาม 11 คนแรก มีรายชื่อดังนี้ อิน สถิตยวณิช (ผู้รักษาประตู) – แถม ประภาสะวัต, ต๋อ ศุกระศร, ภูหิน สถาวรวณิช (กองหลัง) – ตาด เสตะกสิกร, นายกิมฮวด วณิชยจินดา (กองกลาง) – หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร, ชอบ หังสสูต, โชติ ยูปานนท์, ศรีนวล มโนหรทัต, จรูญ รัตโนดม (กองหน้า) และลงเล่นในการแข่งขันอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกพบกับทีมสปอร์ตคลับฝ่ายยุโรปซึ่งใช้นักเตะอังกฤษทั้งหมด โดยแข่งขันกันที่สนามราชกรีฑาสโมสร ในวันที่ 20 ธันวาคม ซึ่งทีมชาติสยามเอาชนะไปได้ 2–1 จากชัยชนะดังกล่าวทำให้กระแสความสนใจในกีฬาฟุตบอลในสยามประเทศเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งวันที่ 25 เมษายน 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยามฯ ขึ้นอย่างเป็นทางการพร้อมทั้งตราข้อบังคับสมาคมฯ และแต่งตั้งคณะสภากรรมการชุดแรก ประกอบด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ 7 ท่าน โดยมีพระยาประสิทธิ์ศุภการ เป็นนายกสภาฯ[8] และพระราชดรุณรักษ์ เป็นเลขาธิการ[9] ในปีเดียวกันได้ริเริ่มจัดการแข่งขันฟุตบอลถ้วยใหญ่ (ถ้วยพระราชทาน ก) และฟุตบอลถ้วยน้อย (ถ้วยพระราชทาน ข) ขึ้นเป็นครั้งแรก

ทีมชาติสยามได้ลงแข่งขันในเกมระหว่างประเทศครั้งแรกในปี 2473 พบกับทีมชาติอินโดจีน ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เล่นเวียดนามใต้ และ ฝรั่งเศส เพื่อต้อนรับการเสด็จประพาสอินโดจีนของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยต่อมาชื่อของทีมชาติและชื่อของสมาคมได้ถูกเปลี่ยนชื่อในปี 2482 เมื่อรัฐบาล จอมพล แปลก พิบูลสงคราม ประกาศนโยบาย “รัฐนิยม” ฉบับแรกเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2481[10] ให้เปลี่ยนชื่อประเทศ ประชาชน และสัญชาติ จาก “สยาม” เป็น “ไทย”[11] จึงเป็นสาเหตุให้มีการเปลี่ยนชื่อจากสมาคมฟุตบอลแห่งชาติสยามเป็นสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อฟุตบอลทีมชาติสยามเป็นฟุตบอลทีมชาติไทยมาจนถึงปัจจุบัน[12]

คณะฟุตบอลชาติสยามในช่วงแรกของการก่อตั้ง

การแข่งขันโอลิมปิกและซีเกมส์[แก้]

ในปี 2499 พล.ต.เผชิญ นิมิบุตร ซึ่งเป็นนายกสมาคม ได้มีการหาผู้เล่นจากหลายสโมสรเพื่อจัดตั้งทีมที่จะลงแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 1956 ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยเป็นครั้งแรกของทีมชาติไทยที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมในกีฬาโอลิมปิก ในการแข่งขันครั้งนั้นเป็นการแข่งขันแบบแพ้คัดออก โดยทีมไทยซึ่งมี บุญชู สมุทรโคจร เป็นผู้จัดการทีมชาติคนแรก จับฉลากพบกับทีมสหราชอาณาจักร ในวันที่ 26 พฤศจิกายน โดยทีมไทยแพ้ไป 0–9 (นับเป็นความพ่ายแพ้ที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์) และตกรอบทันที โดยหนังสือพิมพ์สยามนิกร ฉบับวันที่ 28 พฤศจิกายน ได้พาดหัวข่าวหน้ากีฬาว่า "ทีมชาติอังกฤษเฆี่ยนทีมชาติไทย 9–0" ซึ่งภายหลังจบการแข่งขัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งถึงสมาคมฟุตบอลฯ ให้ส่ง พล.ต.ดร.สำเริง ไชยยงค์ หนึ่งในนักฟุตบอลชุดโอลิมปิกไปศึกษาพื้นฐานการเล่นฟุตบอลจากประเทศเยอรมนี[13] เพื่อให้กลับมาสอนการเล่นฟุตบอลให้แก่ทีมไทย[14]

จนกระทั่งในปี 2508 ทีมชาติไทยก็สามารถคว้าเหรียญทองแรกในกีฬาแหลมทอง (ปัจจุบันคือกีฬาซีเกมส์) ครั้งที่ 3 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้สำเร็จ และหากนับจนถึงปัจจุบันทีมชาติไทยสามารถคว้าแชมป์ซีเกมส์ได้รวม 16 สมัย (รวมทั้งทำสถิติคว้าแชมป์ติดต่อกัน 8 สมัย ตั้งแต่ พ.ศ. 2536–2550) ทีมชาติไทยได้เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนเป็นครั้งที่สองในปี 2511 ภายใต้การคุมทีมของ พลเอก ประเทียบ เทศวิศาล โดยแพ้บัลแกเรีย 0–7, แพ้กัวเตมาลา 1–4 และแพ้เช็กโกสโลวาเกีย 0–8 ตกรอบแรกในการแข่งขัน และนั่นเป็นการเข้าร่วมการแข่งขันในโอลิมปิกเป็นครั้งสุดท้ายของทีมชาติไทยจนถึงปัจจุบัน

การแข่งขันเอเชียนคัพ, คิงส์คัพ, เอเชียนเกมส์ และ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน[แก้]

ในปี 2515 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 1972 ซึ่งเป็นการแข่งขันเอเชียนคัพครั้งที่ 5 โดยในการแข่งขันนี้ ทีมชาติไทยได้อันดับที่ 3 โดยยิงลูกโทษตัดสินเอาชนะกัมพูชา 5–3 หลังจากเสมอกัน 2–2

ในปี 2519 ทีมชาติไทยได้แชมป์คิงส์คัพเป็นสมัยแรกโดยเป็นแชมป์ร่วมกับทีมชาติมาเลเซีย ภายหลังจากที่มีการเริ่มมีการจัดคิงส์คัพในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2511 โดยต่อมาทีมชาติไทยได้เป็นแชมป์คิงส์คัพรวมทั้งสิ้น 11 ครั้ง

สำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ทีมชาติไทยยังไม่เคยคว้าแชมป์ โดยความสำเร็จสูงสุดคือเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ในเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 11 ที่ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในปี 2533 เช่นเดียวกับ เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13 ที่ กรุงเทพมหานคร ในปี 2541 และเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 14 ที่ ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ในปี 2545 และล่าสุดในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่ โดฮา ประเทศกาตาร์ ในปี 2549 ทีมชาติไทยทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยการเป็นทีมเดียวในอาเซียนที่ผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย และยังผ่านเข้ารอบโดยเป็นที่ 1 ของกลุ่ม

ในปี 2537 ทีมชาติไทยได้ร่วมก่อตั้งสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) ร่วมกับอีก 9 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ ประเทศไทยได้มีการเชิญสโมสรชั้นนำจากทั่วโลกมาแข่งขันในประเทศไทยหลายครั้งจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ เอฟซีปอร์โต (2540) อินเตอร์มิลาน (2540) โบคาจูเนียร์ (2540) ลิเวอร์พูล (2544) นิวคาสเซิลยูไนเต็ด (2547) เอฟเวอร์ตัน (2548) โบลตันวันเดอร์เรอร์ (2548) แมนเชสเตอร์ซิตี (2548 ที่ไทย และ 2550 ที่อังกฤษ[15]) รวมถึงเรอัลมาดริด, บาร์เซโลนา, เชลซี และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ถัดมาในปี 2539 ทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของธวัชชัย สัจจกุล ได้มีผู้เล่นชื่อดังหลายคน อาทิ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, ตะวัน ศรีปาน, ดุสิต เฉลิมแสน, นที ทองสุขแก้ว, และ เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ จนได้รับการขนานนามจากสื่อว่าเป็น "ทีมชาติไทยชุดดรีมทีม (Dream Team)"[16][17][18] โดยมีผลงานโดดเด่นคือการชนะเลิศรายการ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน (ปัจจุบันคือรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ) ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยชนะมาเลเซียในรอบชิงชนะเลิศ 1–0 คว้าแชมป์สมัยแรก

ทีมอันดับหนึ่งของอาเซียน (2540–2560)[แก้]

ต่อมา ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2541 ได้มีเหตุการณ์สำคัญในนัดที่ทีมไทยพบกับอินโดนีเซียในรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย โดยทั้งสองทีมต่างก็ไม่ต้องการชนะ เพื่อจะได้เลี่ยงการพบเจ้าภาพเวียดนามในรอบรองชนะเลิศ เนื่องจากผู้ชนะของกลุ่มต้องเดินทางไกลจากโฮจิมินห์ไปแข่งกับเวียดนามที่ฮานอย ซึ่งก่อนเกมทีมไทยต้องการเล่นเอาผลเสมอเพื่อเข้ารอบเป็นอันดับสอง ในขณะที่อินโดนีเซียซึ่งเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มในขณะนั้นต้องการแพ้และให้ทีมไทยเป็นอันดับหนึ่งแทน การแข่งขันจบลงโดยไทยชนะ 3–2[19] โดยผู้เล่นอินโดนีเซียเจตนาทำเข้าประตูตัวเองในช่วงทดเวลา และฟีฟ่าได้ลงโทษทั้งสองทีมโดยปรับเงิน 40,000 ดอลลาร์ และทีมไทยเข้าไปแพ้เวียดนาม 0–3 ก่อนที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันในปี 2543 และชนะอินโดนีเซียในรอบชิงชนะเลิศที่ราชมังคลากีฬาสถาน 4–1[20] และป้องกันแชมป์ได้อีกครั้งในปี 2545 ชนะจุดโทษอินโดนีเซียเจ้าภาพร่วมไปได้อีกครั้ง หลังเสมอกัน 2–2 คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 3[21]

อย่างไรก็ตาม ทีมชาติไทยทำผลงานย่ำแย่ในเอเชียนคัพ ปี 2547 โดยตกรอบแบ่งกลุ่ม และแพ้รวดสามนัดที่พบกับญี่ปุ่น อิหร่าน และโอมาน ถือเป็นผลงานในเอเชียนคัพที่ย่ำแย่ที่สุดของทีม ก่อนจะทำผลงานดีขึ้นในการแข่งขันปี 2550 ในฐานะเจ้าภาพร่วมและมีลุ้นเข้ารอบจนถึงนัดสุดท้าย ด้วยการเสมออิรัก, ชนะโอมาน ก่อนจะแพ้ออสเตรเลีย ซึ่งในรายการนั้นยังเป็นการอำลาทีมชาติของผู้เล่นคนสำคัญ ได้แก่ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, ตะวัน ศรีปาน และ พิพัฒน์ ต้นกันยา

โลโก้ทีมชาติไทยในช่วงปี 2549–2560

ในปี 2551 ไทยตกรอบฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกในรอบ 20 ทีมสุดท้าย โดยได้อยู่สายเดียวกับญี่ปุ่น โอมาน บาห์เรน โดยมีผลงานคือเสมอ 1 นัด และแพ้ไปถึง 5 นัด ทำให้ชาญวิทย์ ผลชีวิน ลาออก[22] หลังจากนั้น ปีเตอร์ รีด อดีตนักเตะสโมสรเอฟเวอร์ตันและทีมชาติอังกฤษได้เข้ามารับตำแหน่งผู้ฝึกสอนต่อ แต่ทีมชาติไทยก็พลาดแชมป์สำคัญในรายการอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ 2007 โดยแพ้เวียดนามรวมผลประตูสองนัด 2–3 และยังพลาดแชมป์คิงส์คัพโดยดวลจุดโทษแพ้ทีมชาติเดนมาร์ก ทำให้ในเดือนกันยายน 2552 ปีเตอร์ รีด ถูกปลด

ในวันที่ 23 กันยายน 2552 ไบรอัน ร็อบสัน ได้เข้ามาทำหน้าที่ผู้ฝึกสอน[23] และในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 ร็อบสันนำทีมชาติไทยคว้าชัยชนะนัดแรกในการแข่งขันเอเชียนคัพ 2011 รอบคัดเลือกโดยชนะสิงคโปร์ 3–1[24] แต่ในวันที่ 18 พฤศจิกายน ร็อบสันนำทีมไทยแพ้นัดแรกต่อสิงคโปร์เช่นกันด้วยผลประตู 0–1 โดยเป็นการแพ้ที่ประเทศไทย ต่อมา ทีมชาติไทยสามารถยันเสมอกับจอร์แดนและอิหร่าน 0–0 ทั้งสองนัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายได้

ในวันที่ 11 สิงหาคม 2553 ร็อบสันนำทีมชาติไทยชนะสิงคโปร์ 1–0 ในการแข่งขันกระชับมิตรที่ประเทศไทย ถัดมา ในเดือนกันยายน ร็อบสันก็นำทีมชาติไทยเอาชนะอินเดียได้ 2–1 ในการแข่งขันกระชับมิตรเช่นกัน แต่ในเดือนธันวาคม ทีมไทยทำผลงานน่าผิดหวังในการตกรอบแบ่งกลุ่มเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2010 โดยเสมอ 2 นัดกับลาว และ มาเลเซีย และแพ้อินโดนีเซีย ทำให้ร็อบสันถูกยกเลิกสัญญา[25]

ในเดือนมิถุนายน 2554 วินฟรีด เชเฟอร์ อดีตผู้จัดการทีมเฟาเอฟเบชตุทท์การ์ทในบุนเดิสลีกา และอดีตผู้จัดการทีมชาติแคเมอรูน ได้เข้ามาเป็นผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย โดยงานแรกคือการนำทีมไทยไปแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก[26] โดยนัดแรก ไทยบุกไปแพ้ออสเตรเลีย 1–2[27] และในนัดต่อมาเอาชนะโอมานได้ 3–0 โดยเป็นชัยชนะนัดที่สองของทีมชาติไทยในการแข่งขันรอบคัดเลือกครั้งนี้ ซึ่งนัดแรกคือการชนะปาเสลสไตน์ 3–2 ในรอบคัดเลือกรอบที่ 2[28] และยังสามารถยันเสมอกับซาอุดีอาระเบียได้ 0–0 ในนัดถัดมา ก่อนจะแพ้ 3 นัดรวด ยุติเส้นทางการแข่งขันไว้ที่รอบคัดเลือกรอบที่ 3 ถัดมา ในการแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ทีมไทยเข้าชิงชนะเลิศกับสิงคโปร์ โดยในนัดแรก ไทยบุกไปแพ้ 1–3 และในนัดที่สองที่กรีฑาสถานแห่งชาติ ไทยชนะ 1–0 แต่รวมผลประตูสองนัดแพ้ 2–3 ได้แค่รองแชมป์[29] ต่อมา เชเฟอร์นำทีมไปแข่งเอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือก ก่อนจะแพ้ทั้ง 2 นัด ทำให้เชเฟอร์ยกเลิกสัญญาในเดือนมิถุนายน 2556

ต่อมาทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แต่งตั้งร้อยตำรวจโท เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตนักฟุตบอลชื่อดังเป็นผู้ฝึกสอนคนใหม่ ซึ่งนัดแรกของเกียรติศักดิ์ในการคุมทีมชาติไทยคือการแข่งขันกระชับมิตรพบกับทีมชาติจีน โดยทีมชาติไทยบุกไปชนะจีนได้ถึง 5–1[30]

ทีมชาติไทยชนะเลิศรายการ ซูซูกิ คัพในปี 2557 ที่ประเทศมาเลเซีย

ในเดือนสิงหาคม 2556 ทางสมาคมได้แต่งตั้งให้ สุรชัย จตุรภัทรพงษ์ อดีตนักฟุตบอลชื่อดังเป็นผู้ฝึกสอนและเตรียมทีมชาติไทยไปแข่งกับทีมชาติอิหร่านในการแข่งขันเอเชียนคัพ 2015 รอบแบ่งกลุ่ม[31] ก่อนที่เกียรติศักดิ์จะมาคุมทีมต่อและสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 มาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี โดยเอาชนะมาเลเซียในรอบชิงชนะเลิศด้วยผลประตูรวมสองนัด 4–3 ตามด้วยการคว้ารองแชมป์คิงส์คัพในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ถัดมา ในปี 2559 ทีมชาติไทยเป็นแชมป์กลุ่มเอฟในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบที่ 2 ผ่านเข้าสู่รอบที่ 3 ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี และผ่านเข้าไปเล่นเอเชียนคัพ 2019 ได้สำเร็จ ซึ่งยังเป็นการผ่านเข้าไปเล่นเอเชียนคัพได้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี และยังคว้าแชมป์ได้อีก 2 รายการ คือ คิงส์คัพ ครั้งที่ 44 และเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 เอาชนะจอร์แดนและอินโดนีเซียตามลำดับ แต่ในรอบที่ 3 ของฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ทีมไทยทำผลงานย่ำแย่โดยนับจนถึงเดือนมีนาคม 2560 ทำได้เพียงเสมอ 1 นัด และแพ้รวดในนัดที่เหลือ ทำให้เกียรติศักดิ์ลาออก[32][33]

ทีมชาติไทยในการแข่งขัน คิงส์ คัพ ปี 2560
ทีมชาติไทยในการแข่งขันเอเชียน คัพ ปี 2562

ในเดือนพฤษภาคม 2560 มิลอวัน ราเยวัตส์ อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติกานาซึ่งพาทีมผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2010 ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน และพาทีมไทยคว้าแชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 45 โดยชนะจุดโทษเบลารุส แต่ผลงานโดยรวมยังไม่ดีขึ้น โดยแพ้ 8 นัด และเสมออีก 2 นัดรวมทุกรายการ ต่อมา ในปี 2561 ไทยลงแข่งขันคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 โดยในนัดแรกเสมอกาบอง 0–0 ก่อนจะชนะจุดโทษ แต่ไปแพ้สโลวาเกีย 2–3 ในรอบชิงชนะเลิศ ตามด้วยการตกรอบรองชนะเลิศเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 โดยแพ้มาเลเซียด้วยกฎประตูทีมเยือน และในนัดแรกของเอเชียนคัพ 2019 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไทยถูกอินเดียถล่ม 1–4 ทำให้ราเยวัตส์ถูกปลด[34]

สมาคมแต่งตั้ง ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ขึ้นรักษาการเป็นผู้ฝึกสอนชั่วคราว[35] และทีมไทยทำผลงานดีขึ้นกว่าเดิม โดยเอาชนะบาห์เรน 1–0 และเสมอยูเออีเจ้าภาพ 1–1 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จซึ่งนี่ถือเป็นการผ่านเข้ารอบแพ้คัดออก (Knockout) ในรายการนี้ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2515 ก่อนจะแพ้จีน 1–2 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ต่อมา ในการแข่งขันคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ทีมไทยแพ้เวียดนามและอินเดีย 0–1 ทั้งสองนัด จบเพียงอันดับ 4

ยุคใหม่ (2562–ปัจจุบัน)[แก้]

ทีมชาติไทยแต่งตั้ง อากิระ นิชิโนะ อดีตนักฟุตบอลและผู้จัดการทีมชาติญี่ปุ่นทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนทั้งทีมชาติชุดใหญ่และทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี โดยเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2562 ซึ่งเขาถือเป็นผู้จัดการทีมชาวเอเชียคนแรก (ที่ไม่ใช่ชาวไทย) ที่ได้เป็นผู้จัดการทีมชาติไทย[36] ในวันที่ 24 มกราคม 2563 นิชิโนะได้รับการขยายสัญญาไปถึงปี 2565[37]

แต่ในที่สุด วันที่ 29 กรกฎาคม 2564 ทีมชาติไทยได้ตัดสินใจยกเลิกสัญญากับนิชิโนะ เนื่องจากผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก[38] ต่อมา ในวันที่ 29 กันยายน ทีมชาติไทยแต่งตั้ง อาเลชังดรี ปอลกิง อดีตผู้จัดการทีมหลายสโมสรในไทยลีก เป็นผู้ฝึกสอนคนใหม่[39] โดยงานแรกของปอลกิงคือการพาทีมชาติไทยลงแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 ในเดือนธันวาคม

อุปกรณ์[แก้]

ชุดแข่งขัน[แก้]

ชุดแข่งขันของทีมชาติไทยในกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน พ.ศ. 2511

แต่เดิมชุดแข่งขันของฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดที่หนึ่งประกอบด้วย เสื้อสีแดง กางเกงสีแดง และถุงเท้าสีแดง ส่วนชุดที่สองประกอบด้วย เสื้อสีน้ำเงิน กางเกงสีน้ำเงิน และ ถุงเท้าสีน้ำเงิน ต่อมาในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ทำเรื่องขอเปลี่ยนชุดที่หนึ่งไปยัง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เป็นเสื้อสีเหลือง กางเกงสีเหลือง และถุงเท้าสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในวโรกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ต่อมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554 ที่ประชุมกรรมการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีมติให้ทำเรื่องขอเปลี่ยนชุดที่หนึ่งไปยังฟีฟ่า กลับมาเป็นเสื้อสีแดง กางเกงสีแดงและถุงเท้าสีแดงอีกครั้ง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2560 สมาคมฯ ได้ขอทางฟีฟ่าเปลี่ยนสีเสื้อทั้งเหย้าและเยือนเป็นสีดำและขาว เพื่อเป็นการถวายอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นเวลา 1 ปี [40][41]

ผู้ผลิตชุดแข่งทีมชาติไทย
ปี ผู้ผลิต ชุดแข่ง
2545–2550 ไทย เอฟบีที
  • 2545 (เหย้า–เยือน)
  • 2546–2547 (เหย้า–เยือน)
  • 2547-2548 (เหย้า–เยือน)
  • 2549–2550 (เหย้า–เยือน)
2550–2554 สหรัฐ ไนกี
  • เอเชียนคัพ 2550 (เหย้า–เยือน)
  • 2550 (ชุดที่สาม)
  • 2551–2553 (เหย้า–เยือน)
  • 2553–2555 (เหย้า–เยือน)
2555–2559 ไทย แกรนด์สปอร์ต
  • 2555–2557 (เหย้า–เยือน)
  • 2557–2559 (เหย้า–เยือน)
  • คิงส์คัพ 2559
  • 2559 (เหย้า–เยือน)
2560–2571 ไทย วอริกซ์
  • 2560–2563 (เหย้า–เยือน–ชุดที่สาม)
  • 2564–2571 (เหย้า–เยือน–ชุดที่สาม)

สนามเหย้า[แก้]

ดูบทความหลักที่: ราชมังคลากีฬาสถาน

ปัจจุบันทีมชาติไทยใช้ราชมังคลากีฬาสถานเป็นสนามเหย้า ราชมังคลากีฬาสถานมีความจุ 49,722 ที่นั่ง เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2541 เพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 1998 โดยทีมชาติไทยลงแข่งขัน ณ สนามแห่งนี้เป็นครั้งแรกในนัดที่เสมอกับทีมชาติคาซัคสถานไป 1–1 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2541 ซึ่งในยุคสมัยนั้นยังมีการใช้สนามเหย้าทั้งกรีฑาสถานแห่งชาติและราชมังคลากีฬาสถานสำหรับเกมนานาชาติสลับหมุนเวียนไป ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ราชมังคลากีฬาสถานเป็นสนามเหย้าของทีมชาติไทยในเกมระดับนานาชาติอย่างเป็นทางการเพียงแห่งเดียว (อาจใช้สนามแห่งอื่นในบางโอกาส)

สนามที่ฟุตบอลทีมชาติไทยเคยใช้งาน
รูปภาพ สนาม ความจุ ที่ตั้ง เกมล่าสุดที่ใช้งาน
Thammasat Stadium.jpg สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ รังสิต 25,000 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
(สนามเหย้าของทรูแบงค็อก ยูไนเต็ด)
v  Flag of the United Arab Emirates สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
(15 ตุลาคม 2562; ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก)
LEO Stadium 2017.jpg ลีโอสเตเดียม 16,014 อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
(สนามเหย้าของบีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
v  Flag of the Republic of the Congo สาธารณรัฐคองโก
(10 ตุลาคม 2562; เกมกระชับมิตร)
Fancy Crave 2015-06-18 (Unsplash qowyMze7jqg).jpg ช้างอารีนา 32,600 อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
(สนามเหย้าของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
v  ธงชาติอินเดีย อินเดีย
(8 มิถุนายน 2562; ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47)
RajamangalaStadium.jpg ราชมังคลากีฬาสถาน 49,722 เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
(สนามของการกีฬาแห่งประเทศไทย)
v  ธงชาติมาเลเซีย มาเลเซีย
(5 ธันวาคม 2561; ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2018)
FC Suphamburi Stadium.jpg สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี 15,000 อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
(สนามเหย้าของสุพรรณบุรี)
v  ธงชาติตรินิแดดและโตเบโก ตรินิแดดและโตเบโก
(14 ตุลาคม 2561; เกมกระชับมิตร)
ScG Stadium.jpg เอสซีจี สเตเดียม 15,000 อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
(สนามเหย้าของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
v  ธงชาติเคนยา เคนยา
(8 ตุลาคม 2560; เกมกระชับมิตร)
Suphachalasai Stadium 2015.jpg สนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ 19,793 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
(ภายใต้การดูแลของกรมพลศึกษา)
v  ธงชาติเกาหลีใต้ เกาหลีใต้
(27 มีนาคม 2559; เกมกระชับมิตร)
Korat v Thailand XI.JPG สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวา 2550 20,141 อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
(สนามเหย้าของนครราชสีมา มาสด้า)
v  ธงชาติสิงคโปร์ สิงคโปร์
(26 มีนาคม 2558; เกมกระชับมิตร)
700th Anniversary Stadium.jpg สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี 25,000 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
(สนามเหย้าของเชียงใหม่)
v  Flag of the Maldives มัลดีฟส์
(24 กุมภาพันธ์ 2555; เกมกระชับมิตร)
ASEAN Cup 2008.JPG สนามสุระกุล 15,000 อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต
(สนามเหย้าของ ภูเก็ต)
v  ธงชาติมาเลเซีย มาเลเซีย
(10 ธันวาคม 2551; เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2008)
Tinsulanonstadium2014.jpg สนามกีฬาติณสูลานนท์ 45,000 อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
(สนามเหย้าของ สงขลา)
v  Flag of the People's Republic of China จีน
(19 ธันวาคม 2541; เอเชียนเกมส์ 1998)

สมาชิก[แก้]

ผู้ฝึกสอน[แก้]

ตำแหน่ง ชื่อ
ผู้จัดการทีม ไทย นวลพรรณ ล่ำซำ
หัวหน้าผู้ฝึกสอน บราซิล อาเลชังดรี ปอลกิง
ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ไทย จเด็จ มีลาภ
ไทย หนึ่งฤทัย สระทองเวียน
ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู ไทย อัมรินทร์ เยาดำ
ผู้ฝึกสอนด้านสมรรถภาพทางกาย ญี่ปุ่น โยเฮ ชิรากิ

ผู้เล่น[แก้]

รายชื่อผู้เล่น 23 คน สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 2 กับมาเลเซีย ในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564
จำนวนนัดที่ลงเล่นให้ทีมชาติและจำนวนประตูที่ยิงได้นับถึงวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564 หลังแข่งขันกับมาเลเซีย

0#0 ตำแหน่ง ผู้เล่น วันเกิด (อายุ) ลงเล่น ประตู สโมสร
1 1GK ฉัตรชัย บุตรพรม 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1987 (34 ปี) 10 0 ไทย บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
23 1GK ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน 20 เมษายน ค.ศ. 1984 (37 ปี) 25 0 ไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

2 2DF สุพรรณ ทองสงค์ 26 สิงหาคม ค.ศ. 1994 (27 ปี) 11 0 ไทย สุพรรณบุรี
3 2DF สถาพร แดงสี 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1988 (33 ปี) 3 0 ไทย หนองบัว พิชญ
4 2DF มานูเอล บีร์ 17 กันยายน ค.ศ. 1993 (28 ปี) 12 0 ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ด
5 2DF พรรษา เหมวิบูลย์ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1990 (31 ปี) 23 4 ไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
12 2DF เอร์เนสโต ภูมิภา 16 เมษายน ค.ศ. 1990 (31 ปี) 3 0 ไทย บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
15 2DF นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1994 (27 ปี) 33 1 ไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
19 2DF ทริสตอง โด 31 มกราคม ค.ศ. 1993 (28 ปี) 37 0 ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ด

6 3MF สารัช อยู่เย็น 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1992 (29 ปี) 48 0 ไทย บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
7 3MF สุภโชค สารชาติ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 1998 (23 ปี) 11 2 ไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
8 3MF ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ 1 กันยายน ค.ศ. 1993 (28 ปี) 36 6 ไทย บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
10 3MF ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร 8 มกราคม ค.ศ. 2000 (21 ปี) 3 0 อังกฤษ เลสเตอร์ซิตี
11 3MF พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี 15 กันยายน ค.ศ. 1992 (29 ปี) 6 0 ไทย สมุทรปราการ ซิตี้
13 3MF เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1997 (24 ปี) 1 0 ไทย สมุทรปราการ ซิตี้
16 3MF พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1995 (26 ปี) 8 0 ไทย เชียงราย ยูไนเต็ด
18 3MF เอกนิษฐ์ ปัญญา 21 ตุลาคม ค.ศ. 1999 (22 ปี) 7 1 ไทย เชียงราย ยูไนเต็ด
20 3MF จักรพันธ์ แก้วพรม 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1988 (33 ปี) 23 2 ไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
21 3MF สุมัญญา ปุริสาย 5 ธันวาคม ค.ศ. 1986 (34 ปี) 22 0 ไทย บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

9 4FW อดิศักดิ์ ไกรษร 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1991 (30 ปี) 39 17 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด
14 4FW ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 1997 (24 ปี) 0 0 ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ด
17 4FW ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา 2 สิงหาคม ค.ศ. 2002 (19 ปี) 7 3 ไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
22 4FW ศุภชัย ใจเด็ด 1 ธันวาคม ค.ศ. 1998 (22 ปี) 18 4 ไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

รายชื่อผู้เล่นที่เคยถูกเรียกตัวติดทีมชาติไทยในรอบ 12 เดือนหลังสุด:

ตำแหน่ง ผู้เล่น วันเกิด (อายุ) ลงเล่น ประตู สโมสร ถูกเรียกครั้งล่าสุด
GK อภิรักษ์ วรวงษ์ 7 มกราคม ค.ศ. 1996 (25 ปี) 0 0 ไทย เชียงราย ยูไนเต็ด v. ธงชาติเวียดนาม เวียดนาม, 5 กันยายน 2562PRE
GK กรพัฒน์ นารีจันทร์ 7 ตุลาคม ค.ศ. 1997 (24 ปี) 0 0 ไทย ขอนแก่น v. ธงชาติเวียดนาม เวียดนาม, 5 กันยายน 2562PRE
GK วัชระ บัวทอง 20 เมษายน ค.ศ. 1993 (28 ปี) 0 0 ไทย การท่าเรือ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47PRE
GK ปฏิวัติ คำไหม 24 ธันวาคม ค.ศ. 1994 (26 ปี) 0 0 ไทย สมุทรปราการ ซิตี้ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47PRE
GK วรวุฒิ ศรีสุภา 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1992 (29 ปี) 0 0 ไทย การท่าเรือ ไชนาคัพ 2019
GK สรานนท์ อนุอินทร์ 24 มีนาคม ค.ศ. 1994 (27 ปี) 0 0 ไทย เชียงราย ยูไนเต็ด ไชนาคัพ 2019PRE
GK ขวัญชัย สุขล้อม 12 มกราคม ค.ศ. 1995 (26 ปี) 0 0 ไทย ประจวบ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018PRE

DF ชินภัทร ลีเอาะ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 (24 ปี) 0 0 ไทย เชียงราย ยูไนเต็ด v. ธงชาติอินโดนีเซีย อินโดนีเซีย, 10 กันยายน 2562
DF พัชรพล อินทนี 12 ตุลาคม ค.ศ. 1998 (23 ปี) 0 0 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด v. ธงชาติอินโดนีเซีย อินโดนีเซีย, 10 กันยายน 2562
DF พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1993 (28 ปี) 29 1 ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ด ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47
DF ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์ 22 ตุลาคม ค.ศ. 1996 (25 ปี) 1 0 ไทย ราชบุรี มิตรผล ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47
DF นัสตพล มาลาพันธ์ 10 มกราคม ค.ศ. 1994 (27 ปี) 3 0 ไทย ประจวบ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47PRE
DF จักพัน ไพรสุวรรณ 16 สิงหาคม ค.ศ. 1994 (27 ปี) 0 0 ไทย สมุทรปราการ ซิตี้ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47PRE
DF มิก้า ชูนวลศรี 26 มีนาคม ค.ศ. 1989 (32 ปี) 7 0 ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ด ไชนาคัพ 2019PRE
DF ธนะศักดิ์ ศรีใส 25 กันยายน ค.ศ. 1989 (32 ปี) 1 0 ไทย เชียงราย ยูไนเต็ด ไชนาคัพ 2019PRE
DF เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1986 (35 ปี) 19 0 ไทย นครราชสีมา เอเชียนคัพ 2019
DF ฟิลิป โรลเลอร์ 10 มิถุนายน ค.ศ. 1994 (27 ปี) 11 1 ไทย ราชบุรี มิตรผล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018
DF เควิน ดีรมรัมย์ 11 กันยายน ค.ศ. 1997 (24 ปี) 1 0 ไทย การท่าเรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018
DF มาร์โค บัลลินี 12 มิถุนายน ค.ศ. 1998 (23 ปี) 0 0 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 PRE

MF ชนาธิป สรงกระสินธ์ 5 ตุลาคม ค.ศ. 1993 (28 ปี) 54 7 ญี่ปุ่น คอนซาโดเล ซัปโปะโระ v. Flag of the Republic of the Congo สาธารณรัฐคองโก, 10 ตุลาคม 2562INJ
MF อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 1997 (24 ปี) 2 0 ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ด v. ธงชาติอินโดนีเซีย อินโดนีเซีย, 10 กันยายน 2562
MF สรรวัชญ์ เดชมิตร 3 สิงหาคม ค.ศ. 1989 (32 ปี) 29 0 ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ด v. ธงชาติเวียดนาม เวียดนาม, 5 กันยายน 2562PRE
MF พิชา อุทรา 7 มกราคม ค.ศ. 1996 (25 ปี) 1 0 ไทย สมุทรปราการ ซิตี้ v. ธงชาติเวียดนาม เวียดนาม, 5 กันยายน 2562PRE
MF รัตนากร ใหม่คามิ 7 มกราคม ค.ศ. 1998 (23 ปี) 0 0 ไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด v. ธงชาติเวียดนาม เวียดนาม, 5 กันยายน 2562PRE
MF ศิวกร จักขุประสาท 23 เมษายน ค.ศ. 1992 (29 ปี) 0 0 ไทย การท่าเรือ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47
MF นูรูล ศรียานเก็ม 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992 (29 ปี) 15 0 ไทย การท่าเรือ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47INJ
MF เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 1990 (31 ปี) 33 7 ไทย ชลบุรี ไชนาคัพ 2019
MF ศนุกรานต์ ถิ่นจอม 12 กันยายน ค.ศ. 1993 (28 ปี) 1 0 ไทย เมืองทอง ยูไนเต็ด ไชนาคัพ 2019
MF จิตปัญญา ทิสุด 4 ตุลาคม ค.ศ. 1991 (30 ปี) 0 0 ไทย ประจวบ ไชนาคัพ 2019
MF ปกเกล้า อนันต์ 4 มีนาคม ค.ศ. 1991 (30 ปี) 42 6 ไทย แบงค็อก ยูไนเต็ด เอเชียนคัพ 2019
MF ปกรณ์ เปรมภักดิ์ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1993 (28 ปี) 5 0 ไทย การท่าเรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018

FW สุรชาติ สารีพิมพ์ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1986 (35 ปี) 6 0 ไทย บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47
FW อภิวัฒน์ เพ็งประโคน 22 กันยายน ค.ศ. 1988 (33 ปี) 0 0 ไทย พีทีที ระยอง ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47PRE
FW อาทิตย์ บุตรจินดา 7 สิงหาคม ค.ศ. 1994 (27 ปี) 0 0 ไทย ชลบุรี ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47PRE
FW สิโรจน์ ฉัตรทอง 8 ธันวาคม ค.ศ. 1992 (28 ปี) 25 3 ไทย ประจวบ เอเชียนคัพ 2019

INJ ผู้เล่นที่ถูกเรียกแต่ถอนตัวเนื่องจากอาการบาดเจ็บ
PRE ผู้เล่นชุดเบื้องต้น
RET ผู้เล่นที่เลิกเล่นให้กับทีมชาติ
WD ผู้เล่นที่ถูกเรียกแต่ถอนตัวเนื่องจากปัญหาส่วนตัว

กัปตันทีม[แก้]

หมายเลขเสื้อ ผู้เล่น ดำรงตำแหน่ง
23 ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน พ.ศ. 2562–
4

เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว

รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018
1 กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ พ.ศ. 2560–2561
10 ธีรศิลป์ แดงดา พ.ศ. 2559–รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016, พ.ศ. 2562–
3 ธีราทร บุญมาทัน พ.ศ. 2558–2560
19 อดุลย์ หละโสะ พ.ศ. 2557–2558
18 สินทวีชัย หทัยรัตนกุล พ.ศ. 2556–2557
2 ภานุพงศ์ วงศ์ษา พ.ศ. 2555–2556
6 ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ พ.ศ. 2553–2554
7 ดัสกร ทองเหลา พ.ศ. 2551–2552
10 ตะวัน ศรีปาน พ.ศ. 2550–2551
17 สุธี สุขสมกิจ พ.ศ. 2549
1

5

กิตติศักดิ์ ระวังป่า

นิเวส ศิริวงศ์

พ.ศ. 2549, พ.ศ. 2551
6 รุ่งโรจน์ สว่างศรี พ.ศ. 2547–2548
8 เทิดศักดิ์ ใจมั่น พ.ศ. 2546
12 สุรชัย จิระศิริโชติ พ.ศ. 2545
13 เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง พ.ศ. 2544–พ.ศ. 2545, พ.ศ. 2547, พ.ศ. 2550
5 โชคทวี พรหมรัตน์ พ.ศ. 2542–พ.ศ. 2543, พ.ศ. 2546
7 นที ทองสุขแก้ว พ.ศ. 2539–พ.ศ. 2541
14 วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ พ.ศ. 2538
9 ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน พ.ศ. 2536

ผู้ฝึกสอนทีมชาติ[แก้]

ผู้ฝึกสอนตั้งแต่ (พ.ศ. 2499–ปัจจุบัน)

ชื่อ สัญชาติ ช่วงเวลา สถิติ ผลงาน
แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ Win %
บุญชู สมุทรโคจร ไทย 2499–2507 ? ? ? ? ?
ประเทียบ เทศวิศาล ไทย 2508–2511 ? ? ? ? ?
กึนเทอร์ กลอมบ์ เยอรมนี 2511–2518 ? ? ? ? ? โอลิมปิกฤดูร้อน 1968 - รอบแบ่งกลุ่ม

เอเชียนคัพ 1972 - อันดับ 3

เนาวรัตน์ ปทานนท์ ไทย 2518 ? ? ? ? ?
เพเทอร์ ชนิทเกอร์ เยอรมนี 2519–2521 ? ? ? ? ?
แวร์เนอร์ บิคเคลเฮาพท์ เยอรมนี 2522 ? ? ? ? ?
วิชิต แย้มบุญเรือง ไทย 2522 ? ? ? ? ?
ศุภกิจ มีลาภกิจ ไทย 2523 ? ? ? ? ?
ประวิทย์ ไชยสาม ไทย 2524–2526 ? 2 3 ? ?
ยรรยง ณ หนองคาย ไทย 2526 ? 2 3 ? ?
เสนอ ไชยยงค์ ไทย 2527 ? 2 3 ? ?
บัวร์กฮาร์ด ซีเซอ เยอรมนี 2528–2529 ? ? ? ? ?
เชิดศักดิ์ ชัยบุตร ไทย 2530 ? ? ? ? ?
ประวิทย์ ไชยสาม ไทย 2531–2532 ? ? ? ? ?
การ์ลูส โรเบร์ตู จี การ์วัลยู บราซิล 2532–2534 ? ? ? ? ? ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 20ชนะเลิศ
เอเชียนเกมส์ 1990 - อันดับ 4
ปีเตอร์ สตัปป์ เยอรมนี 2534–2537 ? 6 2 1 ? เอเชียนคัพ 1992 - รอบแบ่งกลุ่ม
ซีเกมส์ 1993 - ชนะเลิศ
วรวิทย์ สัมปชัญญสถิตย์ ไทย 2537 ? 2 3 ? ?
ชัชชัย พหลแพทย์ ไทย 2537–2538 ? ? ? ? ? ซีเกมส์ 1995 - ชนะเลิศ
ธวัชชัย สัจจกุล ไทย 2539 ? ? ? ? ? ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 1996 - ชนะเลิศ
อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ ไทย 2539 15 9 3 3 60.0 เอเชียนคัพ 1996 - รอบแบ่งกลุ่ม
เด็ทมาร์ คราเมอร์ เยอรมนี 2540 ? ? ? ? ?
วิทยา เลาหกุล ไทย 2540–2541 24 10 9 5 41.7 ซีเกมส์ 1997 - ชนะเลิศ
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 1998 - อันดับ 4
ปีเตอร์ วิธ อังกฤษ 2541–2546 101 46 25 30 45.5 เอเชียนเกมส์ 1998 - อันดับ 4
ซีเกมส์ 1999 - ชนะเลิศ
เอเชียนคัพ 2000 - รอบแบ่งกลุ่ม
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2000 - ชนะเลิศ
คิงส์คัพ 2000 - ชนะเลิศ
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2002 - ชนะเลิศ
เอเชียนเกมส์ 2002 - อันดับ 4
การ์ลูส โรเบร์ตู จี การ์วัลยู บราซิล 2546–2547 13 6 2 5 46.1
ชัชชัย พหลแพทย์ ไทย มิถุนายน – สิงหาคม 2547 8 2 1 5 25.0 เอเชียนคัพ 2004 - รอบแบ่งกลุ่ม
ซีคฟรีท เฮ็ลท์ เยอรมนี สิงหาคม 2547–2548 11 4 4 3 36.4 ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2004 - รอบแบ่งกลุ่ม
ชาญวิทย์ ผลชีวิน ไทย 2548–มิถุนายน 2551 39 18 11 10 46.1 ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 37 - ชนะเลิศ
2006 T&T Cup - ชนะเลิศ
ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 38 - ชนะเลิศ
เอเชียนคัพ 2007 - รอบแบ่งกลุ่ม
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2007- รองชนะเลิศ
ปีเตอร์ รีด อังกฤษ กันยายน 2551–กันยายน 2552 15 8 4 3 53.3 2008 T&T Cup - ชนะเลิศ
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2008 - รองชนะเลิศ
ไบรอัน ร็อบสัน อังกฤษ กันยายน 2552–มิถุนายน 2554 18 7 4 7 38.8 ภูเก็ต กะตะกรุ๊ป คัพ 2009 (รายการการแข่งขันกระชับมิตรกับทีมสโมสร)
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2010 – รอบแบ่งกลุ่ม
วินฟรีท เชเฟอร์ เยอรมนี กรกฎาคม 2554–มิถุนายน 2556 28 14 6 8 50 ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 41 – อันดับ 4
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2012 – รองชนะเลิศ
ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 – อันดับ 3
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
ไทย กรกฎาคม 2556–31 มีนาคม 2560 42 21 7 14 50 ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 – รองชนะเลิศ
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2014ชนะเลิศ
ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44ชนะเลิศ
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2016ชนะเลิศ
ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย – รอบ 12 ทีม
มิลอวัน ราเยวัตส์
เซอร์เบีย 5 พฤษภาคม 2560–7 มกราคม 2562 20 8 7 5 40 ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 45ชนะเลิศ
ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 – รองชนะเลิศ
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2018 – รอบรองชนะเลิศ
เอเชียนคัพ 2019 (นัดที่ 1)
ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย
ไทย 7 มกราคม 2562–
14 มิถุนายน 2562
7 2 1 4 28 เอเชียนคัพ 2019 – รอบ 16 ทีม

ไชนาคัพ 2019 – รองชนะเลิศ
ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 – อันดับ 4

อากิระ นิชิโนะ ญี่ปุ่น 17 กรกฎาคม 2562–
29 กรกฎาคม 2564
11 2 5 4 18.2 ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย – รอบที่ 2
อาเลชังดรี ปอลกิง บราซิล 28 กันยายน 2564– 0 0 0 0 0

การแข่งขัน[แก้]

สถิติการแข่งขันแบบเฮดทูเฮด[แก้]

ผลการแข่งขันเฮดทูเฮดของทีมชาติไทย
ทีม ตั้งแต่ ถึง ลงเล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง สมาพันธ์
ธงชาติอัฟกานิสถาน อัฟกานิสถาน 2015 2015 1 1 0 0 2 0 +2 AFC
ธงชาติออสเตรเลีย ออสเตรเลีย 1982 2017 7 0 1 6 4 17 −13 AFC
ธงชาติบาห์เรน บาห์เรน 1980 2019 8 2 4 2 8 9 −1 AFC
ธงชาติบังกลาเทศ บังกลาเทศ 1973 2012 14 9 3 2 29 11 +18 AFC
ธงชาติเบลารุส เบลารุส 2017 2017 1 0 1 0 0 0 0 UEFA
ธงชาติภูฏาน ภูฏาน 2012 2012 1 1 0 0 5 0 +5 AFC
ธงชาติบราซิล บราซิล 2000 2000 1 0 0 1 0 7 −7 CONMEBOL
ธงชาติบรูไน บรูไน 1971 1997 7 6 1 0 33 5 +28 AFC
ธงชาติบัลแกเรีย บัลแกเรีย 1968 1996 2 0 0 2 0 13 −13 UEFA
ธงชาติประเทศกัมพูชา กัมพูชา 1957 1997 15 8 5 2 36 17 +19 AFC
ธงชาติแคเมอรูน แคเมอรูน 2015 2015 1 0 0 1 2 3 −1 CAF
Flag of the People's Republic of China จีน 1975 2019 28 5 5 18 24 61 −37 AFC
ธงชาติจีนไทเป จีนไทเป 1963 2015 9 4 1 4 16 16 0 AFC
Flag of the Republic of the Congo สาธารณรัฐคองโก 2019 2019 1 0 1 0 1 1 0 CAF
ธงชาติเช็กเกีย เช็กเกีย 1968 1968 1 0 0 1 0 8 −8 UEFA
ธงชาติเดนมาร์ก เดนมาร์ก 2009 2010 2 0 1 1 2 5 −3 UEFA
ธงชาติอียิปต์ อียิปต์ 1998 1998 1 0 1 0 1 1 0 CAF
ธงชาติเอสโตเนีย เอสโตเนีย 2000 2004 2 1 1 0 2 1 +1 UEFA
ธงชาติฟินแลนด์ ฟินแลนด์ 1996 2000 4 3 1 0 11 3 +8 UEFA
ธงชาติกาบอง กาบอง 2018 2018 1 0 1 0 0 0 0 CAF
ธงชาติเยอรมนี เยอรมนี 2004 2004 1 0 0 1 1 5 −4 UEFA
ธงชาติกานา กานา 1982 1983 2 0 0 2 2 6 −4 CAF
ธงชาติประเทศกัวเตมาลา กัวเตมาลา 1968 1968 1 0 0 1 1 4 −3 CONCACAF
ธงชาติฮ่องกง ฮ่องกง 1961 2018 26 9 6 11 39 33 +6 AFC
ธงชาติอินเดีย อินเดีย 1962 2019 23 11 6 6 37 26 +11 AFC
ธงชาติอินโดนีเซีย อินโดนีเซีย 1957 2021 69 33 18 18 121 82 +39 AFC
ธงชาติอิหร่าน อิหร่าน 1972 2013 14 0 3 11 5 32 −27 AFC
ธงชาติอิรัก อิรัก 1972 2017 17 2 5 10 18 45 −27 AFC
ธงชาติอิสราเอล อิสราเอล 1973 1973 1 0 0 1 0 6 −6 UEFA
ธงชาติญี่ปุ่น ญี่ปุ่น 1962 2017 19 1 3 15 11 49 −38 AFC
ธงชาติจอร์แดน จอร์แดน 2004 2016 7 1 5 1 4 3 +1 AFC
ธงชาติคาซัคสถาน คาซัคสถาน 1998 2006 4 2 2 0 5 3 +2 UEFA
ธงชาติเคนยา เคนยา 1990 2017 2 2 0 0 3 1 +2 CAF
ธงชาติคูเวต คูเวต 1972 2014 12 4 1 7 18 30 −12 AFC
ธงชาติคีร์กีซสถาน คีร์กีซสถาน 2001 2001 1 1 0 0 3 1 +2 AFC
ธงชาติลาว ลาว 1961 2010 12 10 1 1 45 14 +31 AFC
ธงชาติลัตเวีย ลัตเวีย 2005 2005 1 0 1 0 1 1 0 UEFA
ธงชาติเลบานอน เลบานอน 1998 2014 7 3 2 2 12 15 −3 AFC
ธงชาติไลบีเรีย ไลบีเรีย 1984 1984 1 0 0 1 1 2 −1 CAF
ธงชาติลิเบีย ลิเบีย 1977 1977 1 0 1 0 2 2 0 CAF
ธงชาติลิกเตนสไตน์ ลิกเตนสไตน์ 1981 1981 1 1 0 0 2 0 +2 UEFA
ธงชาติลักเซมเบิร์ก ลักเซมเบิร์ก 1980 1980 1 0 0 1 0 1 −1 UEFA
ธงชาติมาเก๊า มาเก๊า 2007 2007 2 2 0 0 13 2 +11 AFC
ธงชาติมาเลเซีย มาเลเซีย 1959 2021 98 29 31 38 136 141 −5 AFC
Flag of the Maldives มัลดีฟส์ 1996 2012 3 3 0 0 19 0 +19 AFC
ธงชาติมอลตา มอลตา 1981 1981 1 0 0 1 0 2 −2 UEFA
ธงชาติโมร็อกโก โมร็อกโก 1980 1980 1 0 0 1 1 2 −1 CAF
ธงชาติประเทศพม่า พม่า 1957 2017 48 20 14 14 89 62 +27 AFC
ธงชาติเนปาล เนปาล 1982 2008 3 3 0 0 12 1 +11 AFC
Flag of the Netherlands เนเธอร์แลนด์ 2007 2007 1 0 0 1 1 3 −2 UEFA
ธงชาตินิวซีแลนด์ นิวซีแลนด์ 1976 2014 5 2 2 1 9 7 +2 OFC
ธงชาติไนจีเรีย ไนจีเรีย 1983 1983 1 0 1 0 0 0 0 CAF
ธงชาติไอร์แลนด์เหนือ ไอร์แลนด์เหนือ 1997 1997 1 0 1 0 0 0 0 UEFA
ธงชาติเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือ 1978 2017 20 5 4 11 18 32 −14 AFC
ธงชาตินอร์เวย์ นอร์เวย์ 1965 2012 2 0 0 2 0 8 −8 UEFA
ธงชาติโอมาน โอมาน 1986 2021 12 5 1 6 11 10 +1 AFC
ธงชาติปากีสถาน ปากีสถาน 1960 2001 5 4 0 1 16 7 +9 AFC
ธงชาติรัฐปาเลสไตน์ ปาเลสไตน์ 2011 2011 2 1 1 0 3 2 +1 AFC
ธงชาติปาปัวนิวกินี ปาปัวนิวกินี 1984 1984 1 0 0 1 1 4 −3 OFC
Flag of the Philippines ฟิลิปปินส์ 1971 2018 21 17 2 2 65 10 +55 AFC
ธงชาติโปแลนด์ โปแลนด์ 2010 2010 1 0 0 1 1 3 −2 UEFA
ธงชาติประเทศกาตาร์ กาตาร์ 1992 2016 11 4 3 4 15 15 0 AFC
ธงชาติซาอุดีอาระเบีย ซาอุดีอาระเบีย 1982 2017 16 1 1 14 9 42 −33 AFC
ธงชาติสิงคโปร์ สิงคโปร์ 1957 2018 62 33 17 12 107 62 +45 AFC
ธงชาติสโลวาเกีย สโลวาเกีย 2004 2018 2 0 1 1 3 4 –1 UEFA
ธงชาติแอฟริกาใต้ แอฟริกาใต้ 2010 2010 1 0 0 1 0 4 −4 CAF
ธงชาติเกาหลีใต้ เกาหลีใต้ 1961 2016 61 8 12 41 43 120 −77 AFC
ธงชาติศรีลังกา ศรีลังกา 1979 2001 5 5 0 0 15 2 +13 AFC
ธงชาติสวีเดน สวีเดน 1962 2003 5 0 1 4 4 13 −9 UEFA
ธงชาติซีเรีย ซีเรีย 1978 2016 5 3 2 0 12 7 +5 AFC
ธงชาติทาจิกิสถาน ทาจิกิสถาน 2003 2021 3 1 1 1 3 3 0 AFC
ธงชาติประเทศติมอร์-เลสเต ติมอร์-เลสเต 2004 2018 2 2 0 0 15 0 +15 AFC
ธงชาติตรินิแดดและโตเบโก ตรินิแดดและโตเบโก 2003 2018 2 2 0 0 4 2 +2 CONCACAF
ธงชาติเติร์กเมนิสถาน เติร์กเมนิสถาน 1998 1998 1 0 1 0 3 3 0 AFC
Flag of the United Arab Emirates สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1986 2021 12 2 3 7 12 19 −7 AFC
Flag of the United States สหรัฐ 1987 1987 1 0 0 1 0 1 −1 CONCACAF
ธงชาติอุรุกวัย อุรุกวัย 2019 2019 1 0 0 1 0 4 −4 CONMEBOL
ธงชาติอุซเบกิสถาน อุซเบกิสถาน 1994 2017 8 5 0 3 18 15 +3 AFC
ธงชาติเวียดนาม เวียดนาม 1957 2019 47 19 6 22 48 48 0 AFC
ธงชาติเยเมน เยเมน 1988 2007 6 2 4 0 9 5 +4 AFC
80 ประเทศ 1948 2021 796 293 189 314 1214 1195 +19 ทั้งหมด
การแข่งขันนัดล่าสุด: พบทีมชาติมาเลเซียในวันที่ 15 มิถุนายน 2021

สถิติฟุตบอลโลก[แก้]

ดูบทความหลักที่: ทีมชาติไทยในฟุตบอลโลก
ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
ปี ผล อันดับ ลงเล่น ชนะ เสมอ* แพ้ ประตูได้ ประตูเสีย ลงเล่น ชนะ เสมอ* แพ้ ประตูได้ ประตูเสีย
อุรุกวัย 1930 -
เม็กซิโก 1970
ไม่ได้เข้าร่วม - - - - - - - - - - - - -
เยอรมนีตะวันตก 1974 ไม่ผ่านเข้ารอบ - - - - - - - 4 0 0 4 0 13
อาร์เจนตินา 1978 - - - - - - - 4 1 0 3 8 12
สเปน 1982 - - - - - - - 3 0 1 2 3 13
เม็กซิโก 1986 - - - - - - - 6 1 2 3 4 4
อิตาลี 1990 - - - - - - - 6 1 0 5 2 14
สหรัฐ 1994 - - - - - - - 8 4 0 4 13 7
ฝรั่งเศส 1998 - - - - - - - 4 1 1 2 5 6
เกาหลีใต้ญี่ปุ่น 2002 - - - - - - - 14 5 5 4 25 20
เยอรมนี 2006 - - - - - - - 6 2 1 3 9 10
แอฟริกาใต้ 2010 - - - - - - - 10 3 2 5 20 17
บราซิล 2014 - - - - - - - 8 2 2 4 7 10
รัสเซีย 2018 - - - - - - - 16 4 4 8 20 30
ประเทศกาตาร์ 2022 - - - - - - - 8 2 3 3 9 9
รวม - - - - - - - 97 26 21 50 125 165

โอลิมปิก[แก้]

(ใช้ทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2535)

สถิติในกีฬาโอลิมปิก
ปี รอบ อันดับ ลงเล่น ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้ ประตูเสีย
ฝรั่งเศส 1900 to
ฟินแลนด์ 1952
ไม่เข้าร่วม - - - - - - -
ออสเตรเลีย 1956 รอบที่ 1 11/11 1 0 0 1 0 9
อิตาลี 1960 ไม่เข้าร่วม - - - - - - -
ญี่ปุ่น 1964 ไม่ผ่านเข้ารอบ - - - - - - -
เม็กซิโก 1968 รอบที่ 1 16/16 3 0 0 3 1 19
เยอรมนี 1972 ถึง
เกาหลีใต้ 1988
ไม่ผ่านเข้ารอบ - - - - - - -
รวม 2/19 - 4 0 0 4 1 28

สถิติเอเอฟซี เอเชียนคัพ[แก้]

ดูบทความหลักที่: ทีมชาติไทยในเอเชียนคัพ
เอเชียนคัพ นัดแข่งขันกับโอมาน ในปี 2007
เอเชียนคัพรอบสุดท้าย เอเชียนคัพรอบคัดเลือก
ปี ผลการแข่งขัน อันดับ ลงเล่น ชนะ เสมอ* แพ้ ประตูได้ ประตูเสีย ลงเล่น ชนะ เสมอ* แพ้ ประตูได้ ประตูเสีย
ฮ่องกง 1956 ถึง เกาหลีใต้ 1960 ไม่ได้เข้าร่วม - - - - - - - - - - - - -
อิสราเอล 1964 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก - - - - - - - 3 0 1 2 4 9
อิหร่าน 1968 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก - - - - - - - 4 2 0 2 5 4
ไทย 1972 อันดับ 3 5 0 3 2 6 9 2 1 0 1 10 1
อิหร่าน 1976 ถอนทีมหลังจากผ่านรอบคัดเลือก - - - - - - - 4 3 0 1 8 2
คูเวต 1980 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก - - - - - - - 5 3 0 2 11 3
สิงคโปร์ 1984 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก - - - - - - - 5 3 0 2 9 10
ประเทศกาตาร์ 1988 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก - - - - - - - 5 1 2 2 5 12
ญี่ปุ่น 1992 รอบที่ 1 3 0 2 1 1 5 2 2 0 0 3 1
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1996 รอบที่ 1 3 0 0 3 2 13 6 4 2 0 31 5
เลบานอน 2000 รอบที่ 1 3 0 2 1 2 4 6 4 1 1 13 8
ประเทศจีน 2004 รอบที่ 1 3 0 0 3 1 9 6 3 0 3 10 7
อินโดนีเซียมาเลเซียไทยเวียดนาม 2007 รอบที่ 1 3 1 1 1 3 5 เข้ารอบสุดท้ายในฐานะเจ้าภาพร่วม
ประเทศกาตาร์ 2011 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก - - - - - - 6 1 3 2 3 3
ออสเตรเลีย 2015 ไม่ผ่านรอบคัดเลือก - - - - - 6 0 0 6 7 21
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2019 รอบ 16 ทีม 4 1 1 2 4 7 6 4 2 0 14 6
รวม ดีที่สุด: อันดับ 3 24 2 9 13 19 52 61 30 10 21 119 822

เอเชียนเกมส์[แก้]

(ใช้ทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2545)

เอเชียนเกมส์
ปี รอบ ลงเล่น ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้ ประตูเสีย
อินเดีย 1951 ถึง
อินโดนีเซีย 1962
ไม่ได้เข้าร่วม
-
-
-
-
-
-
ไทย 1966
รอบก่อนรองชนะเลิศ
4
1
1
2
5
8
ไทย 1970
รอบก่อนรองชนะเลิศ
4
1
2
1
6
6
อิหร่าน 1974
รอบที่ 1
2
0
0
2
2
4
ไทย 1978
รอบที่ 2
5
2
0
3
6
12
อินเดีย 1982
รอบที่ 1
3
1
0
2
3
5
เกาหลีใต้ 1986
รอบที่ 1
4
1
1
2
8
4
ประเทศจีน 1990
รอบรองชนะเลิศ
6
3
1
2
5
3
ญี่ปุ่น 1994
รอบที่ 1
4
0
1
3
8
12
ไทย 1998
รอบรองชนะเลิศ
8
4
1
3
12
10
รวม
ดีที่สุด: รอบรองชนะเลิศ
43 13 7 23 59 74

สถิติอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ[แก้]

การแข่งขันนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อไทเกอร์คัพและเอเอฟเอฟซูซูกิคัพ

ซีเกมส์[แก้]

ใช้ทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 2001 - ค.ศ. 2015 ใช้ทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 2017

ซีเกมส์
เจ้าภาพ/ปี รอบ ลงเล่น ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้ ประตูเสีย
ไทย 1959 รองชนะเลิศ 4 2 0 2 9 10
ประเทศพม่า 1961 อันดับ 3 3 1 2 0 7 4
มาเลเซีย 1965 ชนะเลิศ 3 2 1 0 6 3
ไทย 1967 อันดับ 3 4 2 0 2 9 8
ประเทศพม่า 1969 รองชนะเลิศ 3 1 1 1 4 4
มาเลเซีย 1971 อันดับ 3 5 1 2 2 7 8
สิงคโปร์ 1973 รอบที่ 1 2 0 1 1 1 2
ไทย 1975 ชนะเลิศ 3 1 2 0 5 4
มาเลเซีย 1977 รองชนะเลิศ 4 1 1 2 3 6
อินโดนีเซีย 1979 อันดับ 3 5 2 2 1 6 5
ฟิลิปปินส์ 1981 ชนะเลิศ 4 2 2 0 9 6
สิงคโปร์ 1983 ชนะเลิศ 5 3 1 1 10 4
ไทย 1985
ชนะเลิศ
4
3
1
0
17
1
อินโดนีเซีย 1987
อันดับ 3
4
2
1
1
7
3
มาเลเซีย 1989
รอบรองชนะเลิศ
4
1
2
1
5
3
ฟิลิปปินส์ 1991
รองชนะเลิศ
4
2
1
1
10
2
สิงคโปร์ 1993
ชนะเลิศ
6
6
0
0
18
6
ไทย 1995
ชนะเลิศ
6
5
1
0
19
2
อินโดนีเซีย 1997
ชนะเลิศ
6
4
2
0
15
3
บรูไน 1999
ชนะเลิศ
6
5
1
0
24
1
รวม
ดีที่สุด: ชนะเลิศ
127 70 29 19 330 109

เกียรติยศอื่น ๆ[แก้]

สถิติ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "The FIFA/Coca-Cola World Ranking". FIFA. 16 กันยายน 2021. สืบค้นเมื่อ 16 กันยายน 2021.
  2. "Thailand matches, ratings and points exchanged". World Football Elo Ratings: Thailand. สืบค้นเมื่อ 24 November 2016.
  3. http://fathailand.org/
  4. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2016-06-25. สืบค้นเมื่อ 2021-05-19.
  5. "FIFA". fifa.com (ภาษาอังกฤษ).
  6. "Men's Ranking". origin1904-p.cxm.fifa.com (ภาษาอังกฤษ).[ลิงก์เสีย]
  7. https://www.vajiravudh.ac.th/OVtoVC/OVtoVC_83.htm
  8. https://www.siamfootball.com/index.php/2017-07-18-12-23-04/63-2017-07-30-11-28-45
  9. http://fathailand.org/history
  10. https://www.bbc.com/thai/thailand-53399231
  11. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2021-05-19. สืบค้นเมื่อ 2021-05-19.
  12. http://fathailand.org/history
  13. http://fathailand.org/news/3797
  14. http://toplinediamond.com/TabNews/TabNewsDetail/21520
  15. บังยีแจงแม้วควักตังค์พาแข้งไทยบินซ้อมที่เรือใบ ข่าวจากสยามกีฬา
  16. "Asian Nations Cup 1992". www.rsssf.com.
  17. "The Dream Team Era". Charnpipop (ภาษาอังกฤษ). 2017-09-12.
  18. Wilson, Simon. "Flashback: 2000 ASEAN Football Championship". www.affsuzukicup.com (ภาษาอังกฤษ).
  19. https://www.youtube.com/watch?v=9mtfgzVPMMM#t=56s
  20. https://www.affsuzukicup.com/2020/
  21. https://www.affsuzukicup.com/2020/
  22. https://hilight.kapook.com/view/25731
  23. "Bryan Robson to coach Thailand Bryan Robson has agreed to replace his former England team-mate Peter Reid as coach of Thailand". The Daily Telegraph. London. 23 September 2009. สืบค้นเมื่อ 27 April 2010.
  24. Singapore 1–3 Thailand: Sutee Suksomkit gives Bryan Robson crucial win
  25. "Bryan Robson resigns as Thailand manager". BBC Sport. 8 June 2011. สืบค้นเมื่อ 8 June 2011.
  26. http://fathailand.org/
  27. "จิงโจ้เฉือนไทย 2-1 ประเดิมคัดบอลโลก". Manger Online. 2 September 2011. สืบค้นเมื่อ 2 September 2011.
  28. "แข้งไทยสุดยอด!ดับโอมาน 3-0 ประเดิมชัยนัดที่สองในฟุตบอลโลก 2014". Siamsport. 6 September 2011. สืบค้นเมื่อ 6 September 2011.
  29. "ไทยเชือดสิงคโปร์ 1-0 รวมผลได้รองแชมป์อาเซียน". Siamsport. 22 December 2012. สืบค้นเมื่อ 22 December 2012.
  30. "ขุนพลช้างศึกฟอร์มเทพ!บุกขยี้จีนเละคาถิ่น 5-1". Siamsport. 15 June 2013. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2013-09-06. สืบค้นเมื่อ 15 June 2013.
  31. "ตั้งโค้ชง้วน คุมทีมชาติชุดใหญ่ประเดิมคัดเอเชียนคัพบุกอิหร่าน". Thairath. 22 August 2013. สืบค้นเมื่อ 22 August 2013.
  32. https://news.thaipbs.or.th/content/261297
  33. https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_279818
  34. https://www.khaosod.co.th/sports/news_2053936
  35. สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (7 มกราคม 2562). "ถ้อยแถลงของนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์". fathailand.org. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  36. https://www.mainstand.co.th/catalog/1-FEATURE/857
  37. http://fathailand.org/
  38. เปิดสถิติ "นิชิโนะ" คุมทีมชาติไทยในเกมทางการก่อนถูก "ส.ฟุตบอล" ยุติสัญญา - ไทยรัฐ (29 กรกฎาคม 2564)
  39. Limited, Bangkok Post Public Company. "Polking appointed as national coach". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 2021-10-23.
  40. https://www.facebook.com/warrixofficial/photos/a.1620139491615372.1073741827.1620139098282078/1620139468282041/?type=3&theater
  41. https://football-tribe.com/thailand/2017/10/13/king-rama9-thailand/
  42. 42.0 42.1 Roberto Mamrud. "Thailand – Record International Players". RSSSF. สืบค้นเมื่อ 6 กรกฎาคม 2559. Check date values in: |accessdate= (help)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]