ข้ามไปเนื้อหา

สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ThaiPBS)
สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
ตราสัญลักษณ์
อาคารสำนักงานองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
ชื่ออื่นThai PBS
ประเทศไทย
พื้นที่แพร่ภาพไทย
เครือข่ายสถานีโทรทัศน์/สถานีวิทยุ
ช่องโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล
ประเภทบริการสาธารณะ
คำขวัญสื่อของทุกคน
สำนักงานใหญ่เลขที่ 145 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
แบบรายการ
ระบบภาพ576i (16:9 ภาพคมชัดมาตรฐาน, ทีวีดาวเทียมระบบเคยูแบนด์)
1080i (16:9 ภาพคมชัดสูง, ทีวีดิจิทัล, ทีวีดาวเทียมระบบซีแบนด์)
1080p (16:9 ภาพคมชัดสูง, ออนไลน์)
ความเป็นเจ้าของ
เจ้าขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
บุคลากรหลัก
ช่องรองวิภา (VIPA)
ไทยพีบีเอส พอดแคสต์ (Thai PBS Podcast)
ประวัติ
เริ่มออกอากาศ15 มกราคม พ.ศ. 2551; 18 ปีก่อน (2551-01-15)
แทนที่โดย
ชื่อเดิม
  • ทีพีบีเอส
  • ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ
  • ทีวีไทย
ลิงก์
เว็บไซต์www.thaipbs.or.th
ออกอากาศ
ภาคพื้นดิน
ดิจิทัลช่อง 3 (มักซ์#4 : ส.ส.ท.)
เคเบิลทีวี
ช่อง 3
ทีวีดาวเทียม
สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสช่อง 3
ไทยคม 6 C-Band4009 H 15000
ไทยคม 8 KU-Band11560 H 30000
เอเชียแซท 7 C Band3760 H 26000
สื่อสตรีมมิง
Thai PBS Liveชมรายการสด
AI Vertical Liveชมสดแนวตั้ง

สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (อังกฤษ: Thai PBS) เป็นสถานีโทรทัศน์สาธารณะแห่งแรกของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้[1] ดำเนินการโดยองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ออกอากาศแทนสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 ก่อนแพร่ภาพอย่างเป็นทางการในอีก 1 เดือนต่อมา และเป็นสถานีโทรทัศน์แห่งแรกของประเทศไทยที่ออกอากาศโทรทัศน์ความละเอียดสูง สัดส่วนภาพ 16:9 โดยนำร่องทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ก่อนเริ่มให้บริการทางโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลในอีก 3 ปีถัดมา ทางช่องหมายเลข 3

ประวัติ

[แก้]

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2550 มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อลงมติแปรสภาพ 1 ใน 2 กิจการสถานีโทรทัศน์ที่กรมประชาสัมพันธ์กำกับดูแล คือสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 เอ็นบีที NBT (สทท.) และสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี เป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์สาธารณะตามข้อเสนอของทางภาครัฐ ผลปรากฏว่ามติเสียงข้างมาก 106 ต่อ 44 เสียง ให้แปรสภาพทีไอทีวีเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์สาธารณะ

ดังนั้น หลังจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2551 กรมประชาสัมพันธ์จึงมีคำสั่งให้ทีไอทีวียุติการออกอากาศตามผังรายการเดิมและการส่งสัญญาณการออกอากาศจากอาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เป็นการชั่วคราว เมื่อเวลา 00:01 น. ของวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 และเมื่อเวลา 00.08 น. ได้เปลี่ยนมาออกอากาศนโยบายของสถานีวิทยุโทรทัศน์สาธารณะ จากนั้นเผยแพร่สารคดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอยู่ในช่วงระหว่างการแสดงความอาลัยหลังการสิ้นพระชนม์ โดยออกอากาศในนาม สถานีโทรทัศน์ทีพีบีเอส ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 โดยทั้งหมดส่งสัญญาณจากอาคารที่ทำการของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ถนนกำแพงเพชร 7 เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร (ปัจจุบันเป็นอาคารที่ทำการสำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์) จนถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2551 เป็นเวลา 16 วัน

ทีพีบีเอส: 15 มกราคม - 31 มกราคม พ.ศ. 2551

[แก้]

ภายหลังการออกอากาศของสถานีไม่กี่ชั่วโมง คณะรัฐมนตรีเห็นชอบคณะกรรมการนโยบายชั่วคราวของ ส.ส.ท. จำนวน 5 คน ประกอบด้วย ขวัญสรวง อติโพธิ, อภิชาต ทองอยู่, ณรงค์ ใจหาญ, นวลน้อย ตรีรัตน์ และเทพชัย หย่อง โดยให้ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคณะกรรมการนโยบายจากการสรรหาตามกฎหมาย และในวันเดียวกัน คณะกรรมการนโยบายชั่วคราวของ ส.ส.ท. ได้แถลงข่าวที่โรงแรมเรดิสัน (ปัจจุบันคือโรงแรมโกลเด้นทิวลิป) เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร และแต่งตั้งขวัญสรวงเป็นประธานกรรมการ และมีเทพชัยรักษาการผู้อำนวยการสถานี และเปิดตัวโลโก้ของสถานีใหม่[2]

ในวันที่ 17 มกราคม เวลา 15:30 น. ส.ส.ท. จึงเริ่มดำเนินการในนาม สถานีโทรทัศน์ทีพีบีเอส อย่างเต็มตัว โดยได้ทดลองออกอากาศรายการพิเศษ "นับหนึ่งโทรทัศน์สาธารณะไทย TPBS" จากห้องส่ง สทท. เป็นครั้งแรก และนับเป็นรายการสดที่ออกอากาศจริงทางทีพีบีเอสเป็นครั้งแรก โดยเนื้อหาของรายการเป็นการอธิบายและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาที่ไปของสถานีโทรทัศน์[3] ดำเนินรายการโดย ณาตยา แวววีรคุปต์ อดีตผู้สื่อข่าวในสมัยไอทีวีชุดกบฏไอทีวี และมีผู้ร่วมรายการประกอบด้วย ขวัญสรวง อติโพธิ, ณรงค์ ใจหาญ, อภิชาต ทองอยู่ กรรมการนโยบายชั่วคราวของ ส.ส.ท. และอนุสรณ์ ศรีแก้ว คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต หลังจากนั้น ทีพีบีเอสก็กลับมาออกอากาศสารคดีอย่างต่อเนื่อง

ไทยพีบีเอส: 1 กุมภาพันธ์ - 30 เมษายน พ.ศ. 2551

[แก้]

การทดลองออกอากาศในระยะแรก

[แก้]

1 กุมภาพันธ์ ได้เปลี่ยนชื่อจากทีพีบีเอสเป็น สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส แต่ยังคงใช้ตราสัญลักษณ์เดิม เพียงเปลี่ยนชื่อด้านล่าง พร้อมทั้งประกาศผังรายการใหม่ในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ เพื่อทดลองออกอากาศในระยะแรก ระหว่างวันที่ 1 - 14 กุมภาพันธ์ และกลับไปส่งสัญญาณการออกอากาศจากสำนักงานเดิมของไอทีวีและทีไอทีวี คืออาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต อีกครั้ง

ในระยะนี้มีรายการสำคัญ คือ ร่วมคิด ร่วมสร้าง ไทยพีบีเอส ในเวลา 20.00 น. ซึ่งเป็นรายการสด จัดโดยฝ่ายข่าวและฝ่ายรายการ เพื่อรับฟังความคิดเห็นถึงทัศนคติว่าด้วยทีวีสาธารณะ และความเหมาะสมในการออกอากาศรายการประเภทต่าง ๆ ในแต่ละช่วงจากตัวแทนภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม[4] แม้ยังไม่ออกอากาศรายการข่าว แต่ได้ทดลองนำเสนอข่าวโดยส่งผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์ ณ ทำเนียบรัฐบาล

การออกอากาศอย่างเป็นทางการ

[แก้]

15 กุมภาพันธ์ เริ่มเปิดสถานีในเวลา 05.00 น. และอีก 1 ชั่วโมงต่อมาเริ่มออกอากาศรายการข่าวรายการแรกคือ ข่าวเช้า โดยมีผู้ประกาศข่าวคู่แรกของช่อง คือภัทร จึงกานต์กุล และปิยณี เทียมอัมพร และช่วงเวลาที่เหลือเป็นการฉายสารคดีที่ฉายในช่วงทดลองออกอากาศอยู่เดิม[5]

ส่วนฝ่ายข่าว ส.ส.ท. เห็นชอบให้อดีตพนักงานฝ่ายข่าวของทีไอทีวีเดิม จำนวน 274 คน จากทั้งหมด 399 คนให้กลับเข้ามาทำงานที่สถานีอีกครั้งชั่วคราวเป็นเวลา 3 เดือน[6] รวมถึงทีมข่าวกีฬาชุดเดิมของทีไอทีวีด้วย และยังมีผู้สมัครจากภายนอกมาทำงานไปพลางก่อนในระยะเริ่มแรก ระหว่างนั้นสถานีได้ปรับผังรายการเป็นระยะ ๆ

ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ: 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 - 14 มกราคม พ.ศ. 2552

[แก้]

1 เมษายน ส.ส.ท. ได้จัดงานเปิดตัวอัตลักษณ์ใหม่ของสถานีฯ ตามที่ได้จัดประกวดไป[7] พร้อมเปลี่ยนชื่อสถานีอีกครั้งเป็น ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ ส่วนชื่อไทยพีบีเอสใช้เป็นชื่อของ ส.ส.ท. เท่านั้น (ถึงแม้ยังจะมีชื่อ Thai PBS อยู่ในอัตลักษณ์ก็ตาม)[8] ต่อมาในวันที่ 1 พฤษภาคม ได้ปรับผังรายการให้มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน รวมถึงความบันเทิงเชิงสาระมากขึ้น[9] โดยตราสัญลักษณ์รูปแบบใหม่มีข้อความ ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ ต่อท้าย ขณะที่ปรากฏขึ้นในกราฟิกขึ้นต้นรายการ และกราฟิกของทุกช่วงข่าวด้านล่าง

ทีวีไทย: 15 มกราคม พ.ศ. 2552 - 8 เมษายน พ.ศ. 2554

[แก้]

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2552 ในโอกาสครบรอบ 1 ปี จึงปรับผังรายการรวมถึงเปลี่ยนฉากและรูปแบบของอัตลักษณ์อีกครั้ง เป็นลายเส้นภาพนกเช่นเดิม แต่เปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง ลอยตัวอยู่เหนือตัวอักษร ทีวีไทย โดยระบุชื่อสถานีฯ ว่า สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย พร้อมทั้งปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีความทันสมัยมากขึ้น

Thai PBS

[แก้]
ไฟล์:Thai PBS Logo.svg
โลโก้ในช่วงแรกหลังการเปลี่ยนชื่อ

เริ่มต้น : 9 เมษายน - 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

[แก้]

ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2554 ได้เปลี่ยนชื่อสถานีโทรทัศน์กลับไปเป็น ไทยพีบีเอส เหมือนกับในช่วงที่เริ่มออกอากาศ 3 เดือนแรก แต่เปลี่ยนจากคำว่า ไทย เป็น Thai และใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Thai PBS และได้เตรียมการขั้นสุดท้ายก่อนย้ายที่ทำการไปยังที่ทำการถาวร โดยก่อนหน้านั้น ส.ส.ท. ได้เปลี่ยนการเรียกชื่อสถานีในรายการข่าวทุกช่วง โดยให้เรียกว่า "ไทยพีบีเอส" ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554 เริ่มตั้งแต่ช่วงทันข่าว 10.00 น. เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยนชื่อสถานีก่อนล่วงหน้าในไตเติ้ลรายการรวมถึงในเว็บไซต์ของสถานีด้วย[10] โดยรายการสุดท้ายที่ออกอากาศ ณ ที่ทำการชั่วคราว คือ ข่าวดึก และสิ้นสุดการออกอากาศในวันที่ 21 พฤษภาคม เวลา 00.30 น.

โทรทัศน์ความละเอียดสูง : 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 - ปัจจุบัน

[แก้]

ในวันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ส.ส.ท. ได้ย้ายที่ทำการไปยังที่ทำการถาวร ข้างสโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร และเริ่มออกอากาศโทรทัศน์ความละเอียดสูง (HD) สัดส่วน 16:9 เป็นฟรีทีวีแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 00.30 น. ของวันดังกล่าวเป็นต้นไป ในส่วนของโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ขณะที่ในโทรทัศน์ระบบแอนะล็อกยังคงออกอากาศด้วยโทรทัศน์ความละเอียดมาตรฐาน (SD) สัดส่วน 4:3 ตามเดิม[11]

ในช่วงอุทกภัยในประเทศไทย พ.ศ. 2554 ไทยพีบีเอสทำข่าวประจำวันได้ยากลำบากมาก จึงตั้งศูนย์ข่าวเฉพาะกิจ ไทยพีบีเอส-จุฬา นิวส์ เซ็นเตอร์ ที่ศูนย์แห่งความเป็นเลิศด้านสื่อดิจิทัล อาคารมงกุฎสมมติวงศ์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อให้สามารถรายงานข่าวได้อย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมระบบการออกอากาศตั้งแต่วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน และมีฝ่ายข่าวบางส่วนมาทำงานที่ศูนย์ข่าวเฉพาะกิจเพื่อผลิตข่าว[12] หลังออกอากาศได้ประมาณ 20 วัน สถานการณ์น้ำท่วมโดยเฉพาะหน้าสำนักงานใหญ่ดีขึ้น ไทยพีบีเอสจึงกลับมาออกอากาศที่สำนักงานใหญ่ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน[13]

ในวันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอาคารสำนักงานใหญ่ ส.ส.ท. อย่างเป็นทางการ พร้อมทอดพระเนตรห้องออกอากาศ ส่วนปฏิบัติงานต่าง ๆ รวมทั้งห้องออกอากาศ 1 ที่ใช้สำหรับออกอากาศข่าว จากนั้นทรงทดลองอ่านข่าวซึ่งทางกองบรรณาธิการได้ถวายบทข่าวและถวายคำแนะนำในการอ่านข่าว และวิธีการใช้อุปกรณ์สำหรับผู้ประ­กาศข่าว จากนั้นทอดพระเนตรห้องออกอากาศรายการต่าง ๆ และห้องควบคุมระบบการออกอากาศ 24 ชั่วโมง[14]

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2557 ไทยพีบีเอสได้ปรับเปลี่ยนสัดส่วนภาพออกอากาศในระบบ SD จาก 4:3 (แบบ Center Crop ภาพจากระบบโทรทัศน์ความละเอียดสูง) เป็น 16:9 (Anamophic) เพื่อรองรับการออกอากาศโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล ซึ่งได้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ทางช่องหมายเลข 3

วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2561 ไทยพีบีเอสดำเนินกิจการครบรอบ 10 ปี รศ.ดร. วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ได้ประกาศนโยบาย 10 ข้อ เรียกว่า "10 ทิศทางกับก้าวใหม่ไทยพีบีเอส" เพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในโลกยุคดิจิทัล มุ่งหวังให้คนไทยเข้าถึงเนื้อหาของสื่อสาธารณะให้มากที่สุด[15]

การออกอากาศ

[แก้]

เป็นการจัดตั้งสถานีเครื่องส่งสัญญาณโทรทัศน์ในจังหวัดหรืออำเภอต่าง ๆ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง โดยในอดีตออกอากาศในระบบแอนะล็อก (แพล) บนคลื่นความถี่ยูเอชเอฟ ช่อง 29 (จากสถานีเครื่องส่งโทรทัศน์ที่กรุงเทพมหานครซึ่งส่งจากอาคารใบหยก 2) เขตราชเทวี ซึ่งเป็นช่องเดิมของไอทีวีและทีไอทีวี

ระบบเสียงที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเคยส่งออกอากาศบนโทรทัศน์ระบบแอนะล็อกประกอบด้วยระบบเสียงโมโน และดิจิทัลนิแคมสเตริโอ

ไทยพีบีเอสมีสถานีเครื่องส่งโทรทัศน์ส่งสัญญาณภาคพื้นดินจำนวน 52 สถานี ซึ่งเคยใช้เพื่อออกอากาศในระบบแอนะล็อก แบ่งเป็นในกรุงเทพมหานคร 1 สถานี ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก 13 สถานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13 สถานี ภาคเหนือ 14 สถานี และภาคใต้ 12 สถานี โดยส่งสัญญาณในระบบยูเอชเอฟ[16]

ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556 ไทยพีบีเอสได้เริ่มทดลองออกอากาศโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล มาตรฐาน DVB-T2 ร่วมกับสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ซึ่งสามารถรับชมได้ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผ่านกล่องรับสัญญาณหรือโทรทัศน์ที่รองรับระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน[17]

1 เมษายน พ.ศ. 2557 ไทยพีบีเอสได้เริ่มการออกอากาศโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล มาตรฐาน DVB-T2 โดยใช้โครงข่ายของตัวเองที่ MUX 4 (กรุงเทพมหานคร ออกอากาศระบบยูเอชเอฟ ช่อง 44) ทางช่องหมายเลข 3 ผ่านทางกล่องรับสัญญาณหรือโทรทัศน์ที่รองรับระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน

การยุติการออกอากาศโทรทัศน์ระบบแอนะล็อก

[แก้]

ไทยพีบีเอสได้ทำการยุติการออกอากาศโทรทัศน์ระบบแอนะล็อก โดยมีแผน 10 ระยะ ตามที่ได้ส่งไปยัง กสทช. โดยดำเนินการแบบ "ป่าล้อมเมือง" จากสถานีระดับอำเภอไปหาสถานีระดับจังหวัด จากสถานีเสริมไปยังสถานีหลัก โดยเริ่มยุติการออกอากาศโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบแอนะล็อกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558 จากสถานีส่ง 2 แห่ง คืออำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ และทยอยยกเลิกการออกอากาศระบบแอนะล็อกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งยุติการออกอากาศใน 3 สถานีสุดท้าย ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (ณ สถานีเครื่องส่งโทรทัศน์อาคารใบหยก 2) จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 00:01 น.[18]

โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม

[แก้]

ในการแพร่สัญญาณภาพดิจิทัลผ่านดาวเทียม ไทยพีบีเอสแพร่ภาพผ่านดาวเทียมไทยคม 5 ย่านความถี่ซีแบนด์ โดยครอบคลุมประเทศไทยทั้งประเทศ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออก

ในอดีต ไทยพีบีเอสเริ่มแพร่ภาพออกอากาศมาตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 ทางดาวเทียมไทยคม 2 ความถี่ 4145 อัตราสัญลักษณ์ 4815 แนวนอน แต่เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2553 ไทยพีบีเอสได้ย้ายส่งสัญญาณจากดาวเทียมไทยคม 2 มาเป็นไทยคม 5 จึงปรับความถี่ใหม่เป็นที่ 3985 อัตราสัญลักษณ์ 4815 แนวตั้ง และปัจจุบัน ได้ย้ายความถี่ซีแบนด์เป็นความถี่ 4017 อัตราสัญลักษณ์ 1800 แนวตั้ง โดยความถี่เดิมได้ยกเลิกไปแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 - 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ไทยพีบีเอสส่งสัญญาณโทรทัศน์ความละเอียดสูง ในระบบ DVB-S2 MPEG4 AVC ผ่านดาวเทียมไทยคม 5 ย่านซีแบนด์ ที่ความถี่ 4012 อัตราสัญลักษณ์ 6400 แนวตั้ง ซึ่งสถานีออกอากาศระบบความคมชัดปกติควบคู่กันไปในความถี่เดิม[19]

ตั้งแต่เวลา 02.30 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558 - 28 เมษายน พ.ศ. 2559 ไทยพีบีเอสปรับเปลี่ยนความถี่ดาวเทียมและพารามิเตอร์ใหม่ในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ความละเอียดสูง ที่ความถี่ 3991 เมกะเฮิรตซ์ อัตราสัญลักษณ์ 15 เมกะสัญลักษณ์ต่อวินาที FEC 4/5 กระจายสัญญาณแนวตั้ง[20]

แต่หลังจากนั้นไม่นาน สัญญาณคลื่นความถี่เดิมมีปัญหารบกวน จึงทำให้ทางไทยพีบีเอสปรับเปลี่ยนความถี่ดาวเทียมและพารามิเตอร์ใหม่ในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ความละเอียดสูง ที่ความถี่ 4007 เมกะเฮิรตซ์ อัตราสัญลักษณ์ 15 เมกะสัญลักษณ์ต่อวินาที FEC 4/5 กระจายสัญญาณแนวตั้ง ตั้งแต่เวลา 02.30 น. ของวันที่ 28 เมษายน - 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ไทยพีบีเอสได้ย้ายส่งสัญญาณจากดาวเทียมไทยคม 5 มาเป็นไทยคม 6 ปรับเปลี่ยนความถี่ดาวเทียมและพารามิเตอร์เดิมในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ความละเอียดสูงอีกครั้ง ที่ความถี่ 4007 เมกะเฮิรตซ์ อัตราสัญลักษณ์ 15 เมกะสัญลักษณ์ต่อวินาที FEC 4/5 กระจายสัญญาณแนวนอน ตั้งแต่เวลา 02.30 น. ของวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 - ปัจจุบัน

ออนไลน์

[แก้]

ไทยพีบีเอสเคยทำการถ่ายทอดสดออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ในชื่อ ThaiPBS Web TV ผ่านทางเว็บไซต์ของไทยพีบีเอสเอง และ Youtube ThaiPBS

ต่อมาในปี พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา ไทยพีบีเอสขยายการออกอากาศไปยังเฟซบุ๊กและยูทูบ รวมไปถึงแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ ของไทยพีบีเอสเอง โดยออกอากาศรายการข่าวประจำวันและรายการต่าง ๆ คู่ขนานไปกับช่องทางปกติของไทยพีบีเอส

ปี พ.ศ. 2567 ไทยพีบีเอสทำการถ่ายทอดสดออนไลน์ในรูปแบบวีดิโอแนวตั้ง (AI Vertical Live) เพื่อรองรับการรับชมรายการข่าวและรายการต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือ

ผู้อำนวยการสถานี

[แก้]

รายนามผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส มีดังต่อไปนี้

สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
รายนามผู้อำนวยการ วาระการดำรงตำแหน่ง
1. เทพชัย หย่อง 15 มกราคม พ.ศ. 2551 - 9 ตุลาคม พ.ศ. 2551 (รักษาการผู้อำนวยการสถานีตามมติคณะกรรมการนโยบายชั่วคราว ส.ส.ท.)
10 ตุลาคม พ.ศ. 2551 - 9 ตุลาคม พ.ศ. 2555
2. สมชัย สุวรรณบรรณ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555 - 9 ตุลาคม พ.ศ. 2558[21]
3. พวงรัตน์ สองเมือง 9 ตุลาคม พ.ศ. 2558[22] - 31 มกราคม พ.ศ. 2559 (ผู้อำนวยการสำนักรายการ รักษาการผู้อำนวยการสถานีตามมติคณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท.)
4. ทันตแพทย์ กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 - 15 มีนาคม พ.ศ. 2560[23]
5. อนุพงษ์ ไชยฤทธิ์ 16 มีนาคม[24] - 15 เมษายน พ.ศ. 2560 (รองผู้อำนวยการสถานี รักษาการผู้อำนวยการสถานี)
6. ก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ 16 เมษายน[25] - 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 (ผู้อำนวยการสำนักข่าว รักษาการผู้อำนวยการสถานีตามมติคณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท.)
7. รองศาสตราจารย์ วิลาสินี พิพิธกุล 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 - 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568[26]
8. วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 - ปัจจุบัน [27]

ผู้ประกาศข่าวและผู้สื่อข่าว

[แก้]

ผู้ประกาศข่าวและผู้สื่อข่าวในปัจจุบันที่มีชื่อเสียง

[แก้]
  • เจษฎา จี้สละ
  • วันวิสาข์ ทินวัฒน์
  • จีรชาตา เอี่ยมรัศมี
  • ผึ้งนภา คล่องพยาบาล
  • พิมพิมล ปัญญานะ
  • สิริมา ทรงกลิ่น
  • กรุณา บัวคำศรี
  • เทพชัย หย่อง
  • พงศธัช สุขพงษ์ (ต่างประเทศ)
  • ธิดารัตน์ อนันตรกิตติ
  • อุษา เอิ่ยมสุวรรณ
  • อธิวัฒน์ ธีรนิธิศนันท์
  • ชไมพร เห็นประเสริฐ
  • พิชญาพร โพธิ์สง่า
  • ดนยา พงศ์พฤทธิวัฒน์
  • ปวีณา ฟักทอง
  • อนุชา ขำดวง
  • ภัทรชัย ปราชญ์อุดม
  • อรสินี อมรโมฬี
  • เฌอศานต์ ศรีสัจจัง
  • วีระ ธีรภัทร
  • วิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์
  • สุทธิชัย หยุ่น
  • ชินดนัย มีชัย
  • วรรณชนก สังขเวช
  • สุธาสินี สุทธิบงกช (กีฬา)
  • อินทัช เพชรประสมกูล (กีฬา)
  • วิริยะ ตันนุกูลกิจ (กีฬา)
  • อัครเดช วัฒนาบรรจงกุล (กีฬา)
  • วินิจฐา จิตรกรี (ต่างประเทศ)
  • ทิพย์ตะวัน ธีรนัยพงศ์ (ต่างประเทศ)
  • จารุพร โอภาสรัตน์ (ต่างประเทศ)
  • ดลยณา บุนนาค (ต่างประเทศ)
  • อุรชัย ศรแก้ว
  • ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์
  • วิภาพร วัฒนวิทย์
  • ธนวรรณ มิลินทสูต (พยากรณ์อากาศ)
  • นิตยา กีรติเสริมสิน (พยากรณ์อากาศ)
  • อภิยา ฉายจันทร์ทิพย์ (บันเทิง)
  • กริษฐา ดีมี ปฎิรพ (บันเทิง)
  • เวณิกา วิชัยวัฒนา (บันเทิง)
  • อัญชลี โปสุวรรณ (บันเทิง)
  • กวินภพ พันธุฤกษ์ (บันเทิง)

ผู้สื่อข่าว

[แก้]
  1. ภัทราพร ตั้นงาม
  2. จิราพร คำภาพันธ์
  3. นิติเทพ กิ่งชา
  4. อัฟนัน อับดุลเลาะ
  5. ทอฝัน ช่วยชู
  6. อรุชิตา อุตมะโภศิน
  7. จิรายุทธ บุญชู
  8. มุกระวี ดีบุกคำ
  9. พรพิศิษฐ แดนนาเฟือง
  10. ศันสนีย์ พลอยวิลัย
  11. ปูรณ์ภัสสร บุตรญาคุณานันท์
  12. ธนนชัย กุลสิงห์
  13. ธันยาภรณ์ ครองยุติ
  14. ธนธร จิรรุจิเรข
  15. วาทินี นวฤทธิศวิน
  16. กัลยกร สมศรี
  17. ภควัต โฉมศรี
  18. สุชาดา แก้วนาง
  19. ฐิติญา เกษกาญจน์
  20. ภัทรา ชวนชม
  21. ธิดารัตน์ อนันตรกิตติ
  22. อุษา เอิ่ยมสุวรรณ
  23. พจนีย์ ใสกระจ่าง (ภาคอีสาน)
  24. กัลยารัตน์ ลิ้มอำนวยลาภ (ภาคอีสาน)
  25. วีรภัทร ยาตรา (ภาคเหนือ)
  26. พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย (ภาคเหนือ)
  27. ติชิลา พุทธสาระพันธ์ (ภาคใต้)
  28. อาซือรี มามะ (ภาคใต้)
  29. สกนธ์ จินดาวรรณ (การเมือง)
  30. เกษมณี แก้วผลึก (การเมือง)
  31. ศิรประภา ชัยเจริญ (การเมือง)
  32. เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์ (การเมือง)
  33. อัจฉรา โพธิ์ศรี (การเมือง)
  34. กริษฐา ดีมี ปฎิรพ (บันเทิง)
  35. กวินภพ พันธุฤกษ์ (บันเทิง)
  36. ชุดา ลิมป์กมลธรรม (บันเทิง)
  37. น้ำอ้อย บุลสถาพร (บันเทิง)
  38. พรรษชล พงษ์เพียจันทร์ (บันเทิง)
  39. วัณณิตา วิมลเก็จ (บันเทิง)
  40. วรรณชนก สังขเวช (พระราชสำนัก)
  41. อรสินี อมรโมฬี (พระราชสำนัก)
  42. พงศธัช สุขพงษ์ (ต่างประเทศ)
  43. นัฐชา กิจโมกข์ (ต่างประเทศ)
  44. วินิจฐา จิตรกรี (ต่างประเทศ)
  45. ทิพย์ตะวัน ธีรนัยพงศ์ (ต่างประเทศ)
  46. พงศ์พิสิฐ อินทรนันท์ (กีฬา)
  47. อัครเดช วัฒนาบรรจงกุล (กีฬา)
  48. ณัฐธวัช อิงควิธาน (กีฬา)

ผู้ประกาศข่าวและผู้รายงานข่าวในอดีต

[แก้]
  • สรยุทธ สุทัศนะจินดา (ปัจจุบันอยู่ช่อง 3 เอชดี ในนามครอบครัวข่าว 3และสื่อมวลชนอิสระ)
  • กฤษฎิน สุวรรณบุปผา (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • อรัญญา อุ่นแสง (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ภัทราพร สังข์พวงทอง (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • อรุณี ผลน้อย (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • แก้วตา ปริศวงศ์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • สุมนา แจวเจริญวงศ์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • เอกปวีร์ เลาสุขศรี (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • วิศาล ดิลกวณิช (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • กฤษนะ ละไล (ปัจจุบันเป็นประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล)
  • เพชรี พรหมช่วย (ปัจจุบันเป็นพิธีกรอิสระ)
  • เสรี วงษ์มณฑา (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • สมชัย ศรีสุนาครัว (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • ชยธร ธนวรเจต (ปัจจุบันอยู่ท็อปนิวส์และพิธีกรอิสระ)
  • ดวงเดือน วงศ์ลา (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • เติมศักดิ์ จารุปราณ (ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2563)
  • ตรีภพ หวังวรรณะกิจ (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • เทเรซา อากีล่า (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ธนาวุฒิ นุชตเวชวงศ์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • กรองแก้ว ชัยกฤษ (ปัจจุบันอยู่เอ็นบีที 2 เอชดี)
  • ปัฐมาภรณ์ หาญชาญชัย (ปัจจุบันอยู่เอ็นบีที 2 เอชดี)
  • ธิติมา ปิยะศิริศิลป์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ธนภัทร ดวงจิตร (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • นันทกาญจน์ เฉลิมรุ่งโรจน์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • บัณฑิต ลุนทา (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • บุญเลิศ มโนสุจริตชน (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • เบญจวรรณ ยันตพร (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ประภาพร เชาวนาศิริ (ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563)
  • ปัญญา นานกระโทก (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ประวิณศร เย็นยอดวิชัย (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ปรียะดา ฉันทะกลาง (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • เอกราช เก่งทุกทาง (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • พัสวี ฐิติพรวัฒนกุล (ปัจจุบันอยู่ทีเอ็นเอ็น ช่อง 16)
  • มนต์ชัย วงศ์กิตติไกรวัล (ปัจจุบันอยู่ทีเอ็นเอ็น ช่อง 16)
  • พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ (ปัจจุบันอยู่ช่อง 3 เอชดี ในนามครอบครัวข่าว 3)
  • อดิศักดิ์ ศรีสม (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • พิชาญพงศ์ วงศ์ศรีแก้ว (ชื่อเดิม : วิเทศ) (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • พ.อ.ทพ.ฤทธิกร การะเวก (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • นิรัชญา หมอนทอง (ปัจจุบันอยู่ทีเอ็นเอ็น ช่อง 16)
  • พนิตพิมพ์ สิทธิพงศ์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ทพ.พิชัย ปิตุวงศ์ (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • รัตตภูมิ นิลศิริ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • เฉลิมลาภ อนันตบุตร (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • วราภรณ์ สมพงษ์ (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • นิลาวัณย์ พาณิชย์รุ่งเรือง (ปัจจุบันอยู่ช่อง 7HD ในนามสำนักข่าวช่อง 7HD)
  • ร้อยเอก นายแพทย์ยงยุทธ มัยลาภ (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชน พิธีกรและนักพากย์อิสระ)
  • วีรเทพ จตุรภัทร (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • วันดี วรรณเมธางกูร (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ศันสนีย์ มีชูสาร (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ศุภโชค โอภาสะคุณ (ปัจจุบันอยู่อมรินทร์ทีวี)
  • สำราญ รอดเพชร (ปัจจุบันอยู่ช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี ในนามสำนักข่าวไทยและสื่อมวลชนอิสระ)
  • เสาวภา ชาติก้อน (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • สุพจน์ สุขสงค์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • อวัสดา ปกมนตรี (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ชมพูนุช ตัณฑเศรษฐี (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • อาทิตยา วิชิตานุรักษ์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • อภิรดี อาวรณ์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • อัญชลีพร กุสุมภ์ (ปัจจุบันอยู่ช่องสุวรรณภูมิและสื่อมวลชนอิสระ)
  • อลงกรณ์ เหมือนดาว (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ชลลดา สิริสันต์ (ปัจจุบันเป็นพิธีกรอิสระ)
  • มัลลิกา มหาสุข (ปัจจุบันเป็นนักการเมืองอิสระ)
  • จตุพร สุวรรณรัตน์ (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • อานนท์ ศรีเปลี่ยนจั่น (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • ศิริพร อยู่ยอด (ปัจจุบันเป็นนักร้องและพิธีกรอิสระ)
  • ตุลชัย ธรรมดุษฎี (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • เจก รัตนตั้งตระกูล (ชื่อเดิม : จำเริญ) (ปัจจุบันอยู่ทีเอ็นเอ็น ช่อง 16)
  • สายสวรรค์ ขยันยิ่ง (ปัจจุบันเป็นพิธีกรและนักพากย์อิสระ)
  • กิตติ สิงหาปัด (ปัจจุบันอยู่ช่อง 3 เอชดี ในนามครอบครัวข่าว 3)
  • ชาดา สมบูรณ์ผล (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • นิติรัฐ บัวจันทร์ (ปัจจุบันอยู่ช่อง 8)
  • โชติพงษ์ วงศ์พนารักษ์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • จตุรงค์ สุขเอียด (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ธีระ ธัญญอนันต์ผล (ปัจจุบันอยู่ช่อง 8)
  • จิรายุ ห่วงทรัพย์ (ปัจจุบันเป็นนักการเมืองอิสระ)
  • ชิบ จิตนิยม (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • คงกะพัน แสงสุริยะ (ปัจจุบันเป็นพิธีกรอิสระ)
  • วรวีร์ วูวนิช (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • เชิงชาย หว่างอุ่น (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ตวงพร อัศววิไล (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ปนัดดา วงศ์ผู้ดี (ปัจจุบันอยู่ช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี ในนามสำนักข่าวไทย ช่องเวิร์คพอยท์ สื่อมวลชนและพิธีกรอิสระ)
  • สุจิรา อรุณพิพัฒน์ (ปัจจุบันอยู่ช่องวัน 31 ในนามสำนักข่าววันนิวส์ นักแสดงและพิธีกรอิสระ)
  • สร้อยฟ้า โอสุคนธ์ทิพย์ (ปัจจุบันอยู่ททบ.5 เอชดี สื่อมวลชนและพิธีกรอิสระ)
  • ฐปณีย์ เอียดศรีไชย (ปัจจุบันอยู่ The Reporters)
  • พลภฤต เรืองจรัส (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • รัชนีวรรณ ดวงแก้ว (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช (ปัจจุบันเป็นทนายความอิสระ)
  • วันชัย สอนศิริ (ปัจจุบันเป็นทนายความอิสระ)
  • พรหมพร ยูวะเวส (ปัจจุบันเป็นพิธีกรอิสระ)
  • จอม เพชรประดับ (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • นารากร ติยายน (ปัจจุบันอยู่ช่องเวิร์คพอยท์ สื่อมวลชนและพิธีกรอิสระ)
  • ศศิวรรณ์ เลิศวิริยะประภา (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • กฤต เจนพานิชการ (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • บุญญิตา งามศัพพศิลป์ (ปัจจุบันอยู่ช่อง 8)
  • ปิยณี เทียมอัมพร (ปัจจุบันอยู่ช่อง 3 เอชดี ในนามครอบครัวข่าว 3)
  • ภัทร จึงกานต์กุล (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ศจี วงศ์อำไพ (นามสกุลเดิม : ชลายนเดชะ) (ปัจจุบันอยู่ช่อง 7HD ในนามสำนักข่าวช่อง 7HD)
  • อนุวัต เฟื่องทองแดง (ปัจจุบันอยู่ช่องวัน 31 ในนามสำนักข่าววันนิวส์และพิธีกรอิสระ)
  • ณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • มนตรี อุดมพงษ์ (ปัจจุบันอยู่ช่อง 3 เอชดี ในนามครอบครัวข่าว 3)
  • สุวรรณี กรรณสูต (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ธนวรรษ โฆษิตสุข (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • บุษกร อังคณิต (ปัจจุบันเป็นพิธีกรอิสระ)
  • ธีรัตถ์ รัตนเสวี (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว (ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง)
  • ปิยเกียรติ บุญเรือง (ปัจจุบันยุติทำหน้าที่แล้ว)
  • ณัฐพงษ์ ธีระภัทรานนท์ (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • ณฤดี จันทรเกษมชัย (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • อรชุน รินทรวิฑูรย์ (ชื่อเดิม : โจจิรัฏฐ์) (ปัจจุบันอยู่ช่องวัน 31 ในนามสำนักข่าววันนิวส์)
  • วิลาสินี แวน ฮาเรน (นามสกุลเดิม : ลิ้มพรกุล) (ปัจจุบันเป็นพิธีกรอิสระ)
  • เอกราช อุดมอำนวย (ปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร)
  • ลานบุญ วุฑฒกุล (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • รุ่งทิพย์ โชติณภาลัย (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • อัครพล ทองธราดล (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • กานท์กลอน รักธรรม (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • พุทธิฉัตร จินดาวงศ์ (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวีและบรรณาธิการบริหารข่าวไทยรัฐทีวี)
  • ชัยรัตน์ ถมยา (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ประวีณมัย บ่ายคล้อย (ปัจจุบันอยู่ช่อง 3 เอชดี ในนามครอบครัวข่าว 3)
  • กมลวรรณ สุนทรธรรม (นามสกุลเดิม : ตรีพงศ์) (ปัจจุบันอยู่ช่อง 3 เอชดี ในนามครอบครัวข่าว 3)
  • เบญจมาลัญช์ ทิพย์ขันทอง (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • รินทร์ลิตา กีรติปัญญพันธ์ (ชื่อเดิม : พิมพ์นารา อรุณโน) (ปัจจุบันเป็นพิธีกรอิสระ)
  • วีรยุทธ์ วิริยะสัจจะจิตร (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ชาติ พัฒนกุลการกิจ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ธัญญธร สารสิทธิ์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • บุตรรัตน์ บุตรพรหม (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • พนิตนาฏ ฉัตรวิไล (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • อธิวัฒน์ เวชประเสริษฐสุข (ชื่อเดิม : อนุมัติ) (ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2564)
  • อรพิน ลิลิตวิศิษฎ์วงศ์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • วรรณี ปิยศุภกรวนิช (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • วรารัตน์ ไชยภัทรคุณเจริญ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ศิริพร กิจประกอบ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • สุผจญ กลิ่นสุวรรณ (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • สถาพร พงษ์พิพัฒน์วัฒนา (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ประภาพร เชาวนาศิริ (ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563)
  • ศตคุณ ดำเกลี้ยง (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • สรัญธร แก้วเวียงชัย (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ปิยะชาติ คงถิ่น (ปัจจุบันอยู่ช่อง 8)
  • ปราโมทย์ คำมา (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • เวนไตย ไชยวงค์ (ปัจจุบันอยู่NBT ภาคเหนือ)
  • กานดา แย้มบุญเรือง (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • วนิดา เพ็งจันทร์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • พรชนก ฉลาดแย้ม (ปัจจุบันอยู่เอ็นบีที 2 เอชดีและพิธีกรอิสระ)
  • พรทิวา กันธิยาใจ (ปัจจุบันอยู่เอ็นบีที 2 เอชดี)
  • นัธวินทร์ ทองย้อย (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • ขวัญแก้ว แช่มโสภา (ปัจจุบันอยู่เดอะสแตนดาร์ด)
  • สิรีภัคกมณ ตรัยตรึงตรีคูณ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ณาตยา แวววีรคุปต์ (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • สุริสา ศรีกุลทรัพย์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • จตุรงค์ แสงโชติกุล (ปัจจุบันอยู่เอ็นบีที 2 เอชดี)
  • มณีนาถ อ่อนพรรณา (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • วราวิทย์ ฉิมมณี (ปัจจุบันอยู่เนชั่นทีวี ในนามสำนักข่าวเนชั่น)
  • วรลักษณ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • สายชล วัชนุชา (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ธีร์วัฒน์ ชูรัตน์ (ปัจจุบันอยู่เนชั่นทีวี ในนามสำนักข่าวเนชั่น)
  • สุภาพร เอ็ลเดรจ (ปัจจุบันเป็น Creative Director ของ SUPA East Glamor)
  • ปิยะฉัตร กรุณานนท์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • อาทร คงรอด (ปัจจุบันอยู่ช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี ในนามสำนักข่าวไทย)
  • ตะวันรุ่ง ปริสุทธิธรรม (ชื่อเดิม : เตี๋ยประดิษฐ์) (ปัจจุบันอยู่โมโนแมกซ์ สปอร์ตส์และพิธีกรอิสระ)
  • ณัฎฐา โกมลวาทิน (ปัจจุบันอยู่เดอะสแตนดาร์ดและสื่อมวลชนอิสระ)
  • สถาพร ด่านขุนทด (ปัจจุบันอยู่ช่อง 3 เอชดี ในนามครอบครัวข่าว 3)
  • ภคนันท์ ธนาศรม (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • อภิสิทธิ์ ดุจดา (ปัจจุบันอยู่สำนักข่าวเวิร์คพอยท์ทูเดย์)
  • นันทินี ลายละเอียด (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • สุขบงกช สุขแก้ว (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ธนวรรณ เถาว์มูล (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • วีริศ หุ่นเจริญ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • เสาวลักษณ์ จักรวิวัฒนากุล (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • พรวดี ลาทนาดี (ปัจจุบันอยู่พีพีทีวี)
  • สุภาพ คลี่ขจาย (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • ดาวี ไชยคีรี (ปัจจุบันอยู่ทีเอ็นเอ็น ช่อง 16)
  • อรนิศวร์ เพชรวงศ์ศิริ (ปัจจุบันอยู่ททบ.5 เอชดี)
  • ภัชชาร์ ภัทรเดชาธรรม (ปัจจุบันอยู่เอ็นบีที 2 เอชดีและพิธีกรอิสระ)
  • อภิรักษ์ หาญพิชิตวณิชย์ (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • อภิกขณา บุราณฤทธิ์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • โกวิทย์ บุญธรรม (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • วิลาศิณีย์ ศุภรส (ปัจจุบันอยู่เนชั่นทีวี ในนามสำนักข่าวเนชั่น)
  • อจิรงค์ เดชไกรศักดิ์ (ปัจจุบันเป็นพิธีกรอิสระ)
  • อรวรรณ สุขโข (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ (ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการข่าวไทยพีบีเอส)
  • ประภาส เลิศวิไล (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ชานนท์ ขุมทรัพย์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ธีรเดช งามเหลือ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • วิภา ปิ่นแก้ว (ปัจจุบันอยู่ท็อปนิวส์)
  • พเยีย พรหมเพชร (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ญาณี ไหว้ครู (ปัจจุบันอยู่ช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี ในนามสำนักข่าวไทย)
  • ธีรวัฒน์ หวังธิติธีรกุล (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • ธิติยา จารุไพบูลย์พันธ์ (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • อรอุษา พรมอ๊อด (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • ภัสรา จิกคำ (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • ณิชมน โลหะขจรพันธ์ (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • ทัศนีย์ ประกอบบุญ (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • เมธาวี ทวีผล (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • วชิรวิทย์ เลิศบำรุงชัย (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • บุศย์สิรินทร์ ยิ่งเกียรติกุล (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • อัญชัญ อันชัยศรี (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • ประจักษ์ มะวงษ์สา (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวีและสื่อมวลชนอิสระ)
  • รุ่งโรจน์ สมบุญเก่า (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • พงศ์เมธ ล่องเซ็ง (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • ดวงทิพย์ เยี่ยมภพ (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • พิมพิมล ปัญญานะ (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)

ผลการดำเนินงานของสถานี

[แก้]

สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสได้รับรางวัลดังนี้[28]

  • รางวัลสถานีส่งเสริมรายการเด็ก เยาวชน สตรี และครอบครัวดีเด่น จากงานประกาศผลครั้งที่ 25 - 30[29][30][31][32][33][34]
  • รางวัลสถานีส่งเสริมรายการความรู้ และศิลปวัฒนธรรมดีเด่น จากงานประกาศผลครั้งที่ 25[29]
รางวัลเมขลามหานิยมแห่งปี
[แก้]
  • สถานีโทรทัศน์มหานิยม ด้านอนุรักษ์วิถีไทยและส่งเสริมการแสดงออกทางความคิดของประชาชนดีเด่น[35]
  • พิธีกรข่าวหญิงดีเด่นเมขลามหานิยมแห่งปี ได้แก่ ณัฏฐา โกมลวาทิน จากรายการ ที่นี่ไทยพีบีเอส
รางวัลมณีเมขลาดีเด่น
[แก้]
  • ละครวัฒนธรรมและจริยธรรมมณีเมขลาดีเด่นยอดนิยม ได้แก่ ความรัก ความศรัทธา ปาฏิหาริย์
  • พิธีกรข่าวเศรษฐกิจมณีเมขลาดีเด่นยอดนิยม ได้แก่ ดร.รุ่งทิพย์ โชติณภาลัย จากรายการชั่วโมงทำกิน
  • รายการสารคดีมณีเมขลาดีเด่นยอดนิยม ได้แก่รายการ Spirit Of Asia
  • รายการทอล์กโชว์มณีเมขลาดีเด่นยอดนิยม ได้แก่รายการ วิพากษ์วีรชนที่ถูกลืม
  • รายการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมมณีเมขลาดีเด่นยอดนิยม ได้แก่ รายการ พันแสงรุ้ง
รางวัลพิเศษ เกียรติยศคนโทรทัศน์
[แก้]
  • รางวัลมณีเมขลาเกียรติยศ บุคคลพิเศษผู้มีผลงานบันเทิงโดดเด่น ได้แก่ โสภณ ฉิมจินดา จากรายการ ล้อ เล่น โลก

ครั้งที่ 25

[แก้]

สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสได้รับ 8 รางวัล ดังต่อไปนี้

รางวัลเมขลามหานิยมแห่งปี
[แก้]
  • สถานีโทรทัศน์เมขลามหานิยมแห่งปี ด้านส่งเสริมคุณค่าชีวิตและเปิดโลกทัศน์ประชาชน
  • ละครโหมโรงได้รับรางวัลถึง 3 รางวัล ดังนี้
    • ละครเมขลามหานิยมแห่งปี
    • ผู้กำกับเมขลามหานิยมแห่งปี (วินัย ปฐมบูรณ์)
    • องค์ประกอบศิลป์เมขลามหานิยมแห่งปี
รางวัลมณีเมขลาดีเด่น
[แก้]

Thailand Zocial Awards 2023

[แก้]
  • รางวัล Best Brand Performance by LINE สาขา Best Video Performance on LINE VOOM แบรนด์ที่ทำผลงานวิดีโอยอดเยี่ยมบน LINE VOOM[36]

โครงการอนาคต

[แก้]
  • สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสแต่ละภูมิภาค - คล้ายกับ สทท.ส่วนภูมิภาค โดยให้แต่ละศูนย์เป็นผู้ผลิตรายการที่เหมาะกับแต่ละท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันได้เกิดขึ้นแล้ว 3 ภูมิภาค และยังได้ร่วมมือกับเครือข่ายพลเมืองและผู้ผลิตสื่อจาก 3 ภูมิภาค จัดรายการ "ภูมิภาค 3.0" ออกอากาศทุกสัปดาห์[37] มีช่วงย่อยของรายการในแต่ละภูมิภาค ได้แก่
  1. อยู่ดีมีแฮง (ชื่อเดิม: ทีวีจออีสาน) - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  2. องศาเหนือ (ชื่อเดิม: ทีวีจอเหนือ) - ภาคเหนือ
  3. แลต๊ะแลใต้ (ชื่อเดิม: ดีสลาตัน ณ แดนใต้) - ภาคใต้ [38]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Thai PBS ปรับอัตลักษณ์และหน้าจอครั้งใหญ่ พร้อมออกอากาศด้วยระบบHD
  2. ครม.แต่งตั้ง5คณะกรรมการTPBS "เทพชัย หย่อง" นั่งเก้าอี้รักษาการผอ. เก็บถาวร 2012-12-27 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน โดย: สยามดารา เรียกดูข้อมูลเมื่อ 10 พ.ย. 2556
  3. ทีพีบีเอสแพร่ภาพรายการสดครั้งแรก โดย: สำนักข่าวไทย เรียกดูข้อมูลเมื่อ 17 ม.ค. 2551
  4. ทาบคนนอกทีไอทีวีจัดทัพข่าว เก็บถาวร 2011-08-09 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน จาก ผู้จัดการรายวัน เรียกดูข้อมูลเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
  5. สมคิด เอนกทวีผล , จากไอทีวี สู่ “ทีวีไทย” Positioning Magazine เมษายน 2551
  6. รับ 274 ทีไอทีวี เข้าทำทีพีบีเอส จาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เรียกดูข้อมูลเมื่อ 29 มกราคม พ.ศ. 2551
  7. อัตลักษณ์ (Logo) ใหม่ที่จะมาใช้ในอนาคตข้างหน้า[ลิงก์เสีย]
  8. "ศึก"ทีวีสาธารณะ"ระอุแข่งเปิดผังใหม่ (กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2551)". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-04-07. สืบค้นเมื่อ 2008-04-06.
  9. ไทยพีบีเอส ปรับโฉมใหม่เป็น ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ เก็บถาวร 2009-02-03 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน จากเว็บไซต์ อสมท เรียกดูข้อมูลเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2551
  10. โฆษณาซีรีส์เรียวมะ จอมคนพลิกแผ่นดิน ใช้ชื่อสถานีว่า "ไทยพีบีเอส"
  11. "Thai PBS ปรับอัตลักษณ์และทิศทางรายการปี 54 "Thai PBS…ทีวีที่คุณวางใจ"". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-04-18. สืบค้นเมื่อ 2011-03-29.
  12. "ตั้งศูนย์ข่าวเฉพาะกิจไทยพีบีเอส - จุฬา นิวส์ เซ็นเตอร์". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-11-28. สืบค้นเมื่อ 2014-01-03.
  13. ปิดศูนย์ข่าวเฉพาะกิจไทยพีบีเอส-จุฬาเก็บถาวร 2011-11-29 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  14. สมเด็จพระเทพฯ ทรงทดลอง "อ่านข่าว" ในห้องออกอากาศไทยพีบีเอสเก็บถาวร 2019-12-29 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  15. นโยบาย 10 ทิศทางกับก้าวใหม่ไทยพีบีเอส
  16. ระบบออกอากาศของไทยพีบีเอสเก็บถาวร 2012-06-03 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน เรียกดูข้อมูลเมื่อ 10 มิ.ย. 55
  17. "ไทยพีบีเอส-ช่อง 5 ทดลองออกระบบดิจิตอลวันนี้วันแรก". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-01-28. สืบค้นเมื่อ 2013-01-26.
  18. 16 มิ.ย. นี้ ไทยพีบีเอสยุติการส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบแอนะล็อก 3 สถานี
  19. ระบบออกอากาศของไทยพีบีเอสเก็บถาวร 2012-06-03 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน เรียกดูข้อมูลเมื่อ 10 มิ.ย. 55
  20. ไทยพีบีเอสปรับเปลี่ยนความถี่ดาวเทียมและพารามิเตอร์ใหม่ 16 ธันวาคมนี้[ลิงก์เสีย] เรียกดูข้อมูลเมื่อ 1 ม.ค. 59
  21. ประกาศเลิกสัญญาจ้าง นายสมชัย สุวรรณบรรณ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. (ไทยพีบีเอส)
  22. ประกาศองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย เรื่อง แต่งตั้งรักษาการผู้อำนวยการ ส.ส.ท.(นางพวงรัตน์ สองเมือง)
  23. ประกาศแต่งตั้งผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(นายกฤษดา เรืองอารีย์รัชต์)
  24. นายอนุพงษ์ ไชยฤทธิ์ รักษาการผู้อำนวยการ ส.ส.ท.
  25. แต่งตั้งพนักงานรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ ส.ส.ท. (นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์)
  26. ประกาศแต่งตั้งผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (รองศาสตราจารย์วิลาสินี พิพิธกุล)
  27. ประกาศผลการคัดเลือกผู้อำนวยการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.))
  28. รางวัลที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสได้รับจากสถาบันและองค์กรต่างๆเก็บถาวร 2015-10-22 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  29. 1 2 ผลรางวัลโทรทัศน์ทองคำ พ.ศ. 2553 ครั้งที่ 25
  30. ไทยพีบีเอส คว้า 4 รางวัล โทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 26[ลิงก์เสีย]
  31. ผลรางวัลโทรทัศน์ทองคำครั้งที่ 27เก็บถาวร 2013-06-26 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  32. ผลรางวัลโทรทัศน์ทองคำครั้งที่ 28เก็บถาวร 2014-04-24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  33. ผลรางวัลโทรทัศน์ทองคำครั้งที่ 29เก็บถาวร 2015-04-19 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  34. ไทยพีบีเอส คว้า 6 รางวัล โทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 29 ประจำปี 2557เก็บถาวร 2015-06-03 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  35. ไทยพีบีเอส คว้า 11 รางวัลเมขลาประจำปี 2554[ลิงก์เสีย]
  36. "ประกาศผล Thailand Social Awards ครั้งที่ 11 แบรนด์และผู้ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียลยกทัพร่วมงานคับคั่ง". ไทยรัฐ. 2023-02-24. สืบค้นเมื่อ 2023-02-25.
  37. ข้อมูลรายการ ภูมิภาค 3.0
  38. ไทยพีบีเอส ทีวีภูมิภาคเก็บถาวร 2012-03-25 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน

ดูเพิ่ม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]