ซน ฮึง-มิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Son Heung-min)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ซน-ฮง มิน
Team Korea Russia WorldCup 02 (cropped).png
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ซน ฮึง-มิน
วันเกิด 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1992 (27 ปี)
สถานที่เกิด ชุนช็อน เกาหลีใต้
ส่วนสูง 1.83 เมตร (6 ฟุต 0.0 นิ้ว)
ตำแหน่ง ปีก
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
ทอตนัมฮอตสเปอร์
หมายเลข 7
สโมสรเยาวชน
2008 เอฟซีโซล[1]
2008–2010 ฮัมบัวร์เกอร์ เอ็สเฟา
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2010 ฮัมบัวร์เกอร์ เอ็สเฟา 2 6 (1)
2010–2013 ฮัมบัวร์เกอร์ เอ็สเฟา 73 (20)
2013–2015 ไบเออร์เลเวอร์คูเซิน 62 (21)
2015– ทอตนัมฮอตสเปอร์ 133 (44)
ทีมชาติ
2008–2009 เกาหลีใต้ อายุไม่เกิน 17 ปี 18 (7)
2016–2018 เกาหลีใต้ อายุไม่เกิน 23 ปี 10 (3)
2010– เกาหลีใต้ 83 (24)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 14​ กันยายน ค.ศ. 2019
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้กับทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 14 กันยายน ค.ศ. 2019
ซน ฮึง-มิน
ฮันกึล손흥민
ฮันจา孫興慜
RRSon Heung-min
MRSon Hŭng-min

ซน ฮึง-มิน (ฮันกึล: 손흥민; อักษรโรมัน: Son Heung-min) เกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1992 เป็นนักฟุตบอลชาวเกาหลีใต้ปัจจุบันเล่นให้กับทีม ทอตนัมฮอตสเปอร์ ในพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษ และทีมชาติเกาหลีใต้

แต่เดิมเป็นนักเตะของเอฟซีโซล ก่อนที่จะเข้าร่วมกับสโมสรเยาวชนฮัมบูร์เกอร์เอสเฟา เขาลงเล่นในบุนเดิสลีกาลีกเยอรมนีเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2010 และในปี ค.ศ. 2013 เขาได้ย้ายเข้าสู่ทีมไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ด้วยค่าตัว 10 ล้านยูโร ซึ่งสถิติใหม่ของสโมสร และเล่นให้แก่สโมสรในรายการยูฟ่ายูโรปาลีกและยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สองปีถัดมาเขาได้เซ็นสัญญากับทอตนัมฮอตสเปอร์ ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ กลายเป็นนักเตะเอเชียที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์[2]

สโมสรอาชีพ[แก้]

ฮัมบูร์เกอร์เอสเฟา[แก้]

ซนขณะเล่นให้แก่ฮัมบูร์เกอร์เอสเฟาในเกมที่พบกับแวร์เดอร์เบรเมิน

ในปีค.ศ. 2008 ซนได้ถอนตัวออกจากทีมเอฟซีโซล รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีของโรงเรียนมัธยมปลายด็องบุก[3] และเข้าร่วมกับสโมสรเยาวชนฮัมบูร์เกอร์เอสเฟาขณะที่อายุเพียง 16 ปี[4] จนท้ายที่สุดเขาได้ทำประตูได้ 6 เกม[5] หลังจากที่เขาทำประตูในเกมที่พบกับสโมสรฟุตบอลเชลซี ในเดือนสิงหาคม เขาได้มีอาการบาดเจ็บเป็นระยะเวลาสองเดือน และกลับมาอีกครั้งเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 2010 ประตูแรกของเขาเกิดขึ้นในนาทีที่ 24 ในเกมที่พบกับแอร์สเทอเอฟเซเคิล์น [6][7]

ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน[แก้]

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 2013 ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซินได้ประกาศคว้าตัวซนเข้าสู่ทีมด้วยค่าตัว 10 ล้านยูโร ด้วยสัญญาระยะเวลา 5 ปี ซึ่งค่าตัวของเขากลายเป็นสถิติใหม่ของสโมสรนับตั้งแต่ก่อตั้งมา[8] ในช่วงก่อนฤดูกาลนั้นซนได้ปรับตัวเข้ากับทีมใหม่ได้เร็วมา เขาทำประตูไปได้ทั้งหมด 3 ประตู ใน 3 เกมแรกที่พบกับ 1860 มิวนิก, อูดีเนเซ และ เคเอเอส ยูเปน[9]

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 ซนได้ทำแฮตทริกให้แก่เลเวอร์คูเซินและชนะไปด้วยผล 5–3 ในเกมที่พบกับฮัมบูร์เกอร์ ซึ่งเป็นทีมต้นสังกัดเก่าของเขา[10] จบฤดูกาลนั้นเขาได้ทำประตูไปทั้งหมด 12 ประตู ใน 43 เกม[11]

ซนทำแฮตทริกอีกครั้งในเกมที่พ่ายให้แก่ เฟาเอฟเอล ว็อลฟส์บูร์ก ด้วยผล 4–5 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015[12] ในฤดูกาล 2014–15 เขาทำประตูไปได้ทั้งหมด 17 ประตู ใน 42 เกม [13]

ทอตนัมฮอตสเปอร์[แก้]

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 2015 ซนได้ตกลงร่วมเซ็นสัญญากับทอตนัมฮอตสเปอร์สโมสรฟุตบอลจากพรีเมียร์ลีกเป็นระยะเวลาสามปีด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ (30 ล้านยูโร) และได้รับการอนุมัติในการออกใบอณุญาตทำงาน[14][15] การเซ็นสัญญาครั้งนี้ทำให้เขาได้สถิติใหม่กลายเป็นนักเตะเอเชียที่มีค่าตัวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์[2] โดยสถิติเก่านั้นเคยเป็นของ ฮิเดะโตะชิ นะกะตะ นักฟุตบอลชาวญี่ปุ่นผู้ที่ย้ายจากปาร์มามายังโรมา ด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโรในปี ค.ศ. 2001[16] ซนลงเล่นให้แก่ทีมครั้งแรกในเกมที่ออกไปเยือนซันเดอร์แลนด์ โดยลงมาแทนแอนดรอส ทาวน์เซนด์ในนาทีที่ 62 และจบเกมชนะด้วยผล 1–0 [17] ประตูแรกของเขาในพรีเมียร์ลีกเกิดขึ้นในเกมที่พบกับคริสตัลพาเลซ เมื่อวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2015

สถิติอาชีพ[แก้]

สโมสร[แก้]

ณ วันที่ 28 กันยายน 2019
สโมสร ฤดูกาล ลีก ฟุตบอลถ้วย ลีกคัพ ยุโรป รวม
ลีก ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู
ฮัมบูร์เกอร์ 2010–11[18] บุนเดิสลีกา 13 3 1 0 14 3
2011–12[19] 27 5 3 0 30 5
2012–13[20] 33 12 1 0 34 12
รวม 73 20 5 0 78 20
ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน 2013–14[11] บุนเดิสลีกา 31 10 4 2 8 0 43 12
2014–15[13] 30 11 2 1 10 5 42 17
2015–16[21] 1 0 0 0 1 0 2 0
รวม 62 21 6 3 19 5 87 29
ทอตนัมฮอตสเปอร์ 2015–16[21] พรีเมียร์ลีก 28 4 4 1 1 0 9 3 42 8
2016–17 พรีเมียร์ลีก 23 7 4 6 0 0 8 1 35 14
2017–18[22] พรีเมียร์ลีก 37 12 7 2 2 0 7 4 53 18
2018–19[23] พรีเมียร์ลีก 31 12 1 1 4 3 12 4 48 20
2019–20[24] พรีเมียร์ลีก 5 2 0 0 1 0 1 0 7 2
รวม 135 44 17 10 8 3 35 12 195 69
รวมทั้งหมด 276 86 28 13 8 3 54 17 366 119

ทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 10 กันยายน 2019[25]
ทีมชาติ ปี ลงเล่น ประตู
เกาหลีใต้รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี 2008 10 4
2009 8 3
รวม 18 7
เกาหลีใต้รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2016 4 2
2018 6 1
รวม 10 3
เกาหลีใต้ 2010 1 0
2011 7 1
2012 3 0
2013 11 4
2014 12 2
2015 12 9
2016 6 1
2017 9 3
2018 13 3
2019 9 1
รวม 83 24
รวมทั้งหมด 111 34

ประตูในนามทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 26 มีนาคม 2019[25]
ลำดับ วันที่ สนาม นัดที่ คู่แข่ง ประตู ผล รายการแข่งขัน
1 18 มกราคม 2011 Al Gharafa Stadium, Doha, Qatar 3 ธงชาติอินเดีย อินเดีย 4–1 4–1 เอเชียนคัพ 2011
2 26 มีนาคม 2013 Seoul World Cup Stadium, Seoul, South Korea 13 ธงชาติประเทศกาตาร์ กาตาร์ 2–1 2–1 ฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก
3 6 กันยายน 2013 Incheon Football Stadium, Incheon, South Korea 17 ธงชาติเฮติ เฮติ 1–0 4–1 เกมกระชับมิตร
4 4–1
5 15 ตุลาคม 2013 Cheonan Stadium, Cheonan, South Korea 20 ธงชาติมาลี มาลี 2–1 3–1
6 5 มีนาคม 2014 Karaiskakis Stadium, Athens, Greece 23 ธงชาติประเทศกรีซ กรีซ 2–0 2–0
7 22 มิถุนายน 2014 Estádio Beira-Rio, Porto Alegre, Brazil 27 ธงชาติแอลจีเรีย แอลจีเรีย 1–3 2–4 ฟุตบอลโลก 2014
8 22 มกราคม 2015 Melbourne Rectangular Stadium, Melbourne, Australia 37 ธงชาติอุซเบกิสถาน อุซเบกิสถาน 1–0 2–0 เอเชียนคัพ 2015
9 2–0
10 31 มกราคม 2015 Stadium Australia, Sydney, Australia 39 ธงชาติออสเตรเลีย ออสเตรเลีย 1–1 1–2 เอเชียนคัพ 2015 นัดชิงชนะเลิศ
11 16 มิถุนายน 2015 Rajamangala Stadium, Bangkok, Thailand 43 ธงชาติประเทศพม่า พม่า 2–0 2–0 ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก
12 3 กันยายน 2015 Hwaseong Stadium, Hwaseong, South Korea 44 ธงชาติลาว ลาว 2–0 8–0
13 5–0
14 7–0
15 17 พฤศจิกายน 2015 New Laos National Stadium, Vientiane, Laos 46 ธงชาติลาว ลาว 3–0 5–0
16 5–0
17 6 ตุลาคม 2016 Suwon World Cup Stadium, Suwon, South Korea 50 ธงชาติประเทศกาตาร์ กาตาร์ 3–2 3–2
18 10 ตุลาคม 2017 Tissot Arena, Biel/Bienne, Switzerland 59 ธงชาติโมร็อกโก โมร็อกโก 1–3 1–3 เกมกระชับมิตร
19 10 พฤศจิกายน 2017 Suwon World Cup Stadium, Suwon, South Korea 60 ธงชาติโคลอมเบีย โคลอมเบีย 1–0 2–1
20 2–0
21 28 พฤษภาคม 2018 Daegu Stadium, Daegu, South Korea 64 ธงชาติฮอนดูรัส ฮอนดูรัส 1–0 2–0
22 23 มิถุนายน 2018 Rostov Arena, Rostov-on-Don, Russia 69 ธงชาติเม็กซิโก เม็กซิโก 1–2 1–2 ฟุตบอลโลก 2018
23 27 มิถุนายน 2018 Kazan Arena, Kazan, Russia 70 ธงชาติเยอรมนี เยอรมนี 2–0 2–0
24 26 มีนาคม 2019 Seoul World Cup Stadium, Seoul, South Korea 79 ธงชาติโคลอมเบีย โคลอมเบีย 1–0 2–1 เกมกระชับมิตร

เกียรติประวัติ[แก้]

สโมสร[แก้]

ทอตนัมฮอตสเปอร์

ทีมชาติ[แก้]

เกาหลีใต้ เยาวชน

เกาหลีใต้

รางวัลส่วนตัว[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Son Heung-min". bundesliga.com (in German). สืบค้นเมื่อ 2014-06-01.
  2. 2.0 2.1 Long, Sam (31 August 2015). "Tottenham's Son Heung-min vows to justify £22m price tag after becoming the most expensive Asian player in history". London Evening Standard. สืบค้นเมื่อ 3 September 2015.
  3. 손흥민 10대1 인터뷰①"하트브레이커 춤? 내가 워낙 몸치라" (in Korean). The Sports Chosun. 22 March 2013.
  4. Pröpping, Andreas (6 October 2008). "Abenteuer in einer anderen Welt" (in German). Hamburger Abendblatt. สืบค้นเมื่อ 21 January 2011.
  5. "Son ist Vehs Sturmjuwel" (in German). Hamburger Morgenpost. 11 July 2010. สืบค้นเมื่อ 21 January 2011.
  6. 손흥민 놓칠라 ... 함부르크 감독 부랴부랴 "계약 늘리자". Yahoo! Korea (in Korean). 6 November 2010. สืบค้นเมื่อ 6 November 2010.
  7. "# 123년 함부르크 역사상 '최연소골' 손흥민 "이제 시작"" (in Korean). Sports Seoul. สืบค้นเมื่อ 6 November 2010.
  8. [오피셜] 레버쿠젠, 손흥민 공식 이적 발표 , 최신뉴스, 해외축구 : 네이버 스포츠. Sports.news.naver.com (13 June 2013). Retrieved on 2015-09-29. (เกาหลี)
  9. "Werkself fail to press home advantage". Bayer04.de. 23 July 2013.
  10. "Son shines as Leverkusen put five past Hamburg".
  11. 11.0 11.1 "Heung-Min Son". kicker.de (in German). kicker. สืบค้นเมื่อ 24 August 2015.
  12. "Wolfsburg win thriller at Bayer Leverkusen thanks to Bas Dost's four-goal haul". The Guardian. Reuters. 14 February 2015. สืบค้นเมื่อ 14 February 2015.
  13. 13.0 13.1 "Heung-Min Son". kicker.de (in German). kicker. สืบค้นเมื่อ 24 August 2015.
  14. "Tottenham sign Heung-Min Son from Bayer Leverkusen". Sky Sports. 28 August 2015. สืบค้นเมื่อ 28 August 2015.
  15. "Son Heung-min: Tottenham sign forward from Leverkusen". BBC Sport. 28 August 2015. สืบค้นเมื่อ 28 August 2015.
  16. "Koreans hit the big time". Korea Joongang Daily. 30 August 2015. สืบค้นเมื่อ 3 September 2015.
  17. Chowdhury, Saj (13 September 2015). "Sunderland 0–1 Tottenham". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 13 September 2015.
  18. "Heung-Min Son". kicker.de (in German). kicker. สืบค้นเมื่อ 24 August 2015.
  19. "Heung-Min Son". kicker.de (in German). kicker. สืบค้นเมื่อ 24 August 2015.
  20. "Heung-Min Son". kicker.de (in German). kicker. สืบค้นเมื่อ 24 August 2015.
  21. 21.0 21.1 "Heung-min Son » Club matches". World Football. สืบค้นเมื่อ 28 August 2015.
  22. "Games played by Heung-Min Son in 2017/2018". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 15 May 2018.
  23. "Games played by Heung-Min Son in 2018/2019". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 22 April 2019.
  24. "Games played by Heung-Min Son in 2019/2020". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 22 April 2019.
  25. 25.0 25.1 "7. 손흥민 Son Heungmin". Korea Football Association. สืบค้นเมื่อ 22 April 2019.
  26. McNulty, Phil (1 June 2019). "Tottenham Hotspur 0–2 Liverpool". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 1 June 2019.
  27. "Men's Gold Medal Match: South Korea 2–1 Japan". asiangames2018. Archived from the original on 20 August 2018. สืบค้นเมื่อ 1 September 2018. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  28. http://stats.the-afc.com/tournaments/37
  29. Weiner, David (1 February 2015). "Asian Cup final: Socceroos v South Korea at Stadium Australia in Sydney". Fox Sports. สืบค้นเมื่อ 28 August 2015.
  30. "손흥민 축구협회 선정 올해의 선수" (in Korean). Yonhap. 24 January 2014.
  31. 손흥민 2년 연속 대한축구협회 올해의 선수 (in Korean). Yonhap. 23 December 2014.
  32. "Son Heung-min wins third Korea Republic Male Player of the Year award". AFC. 20 December 2017.
  33. "2014亚洲金球奖:韩国锋线巨星封王 中国0人" (in Chinese). Tencent Sports. 28 November 2014.
  34. "热刺锋霸获2015年亚洲金球奖 特邀孙继海颁奖" (in Chinese). Tencent Sports. 24 February 2016.
  35. "Son Heung-min wins Best Footballer in Asia 2017". FOX Sports Asia. 5 January 2018.
  36. "Son Heung-min, the Best Footballer in Asia 2018". FOX Sports Asia. 4 January 2019.
  37. "AC2015 DREAM TEAM". AFC Asian Cup. 1 February 2015.
  38. "Top ten goals of the 2014/15 Champions League". UEFA. 14 September 2015.
  39. "AFC Asian International Player of the Year 2015: Son Heung-min". AFC. 29 November 2015.
  40. Ooi Kin Fai (29 November 2017). "Son Heung-Min wins 2017 AFC Asian International Player of the Year". Goal.com.
  41. "[KFA 시상식] 손흥민 호주전 동점골, 2015년 올해의 베스트골" (in Korean). Sportalkorea. 23 December 2015.
  42. "손흥민, 축구팬이 뽑은 올해 최고의 공격수·최고의 골 선정" (in Korean). SBS. 19 December 2016.
  43. "축구팬들이 뽑은 '올해의 골'은 손흥민의 독일전 쐐기골" (in Korean). KFA. 13 December 2018.
  44. "Son Heung-Min: Overview". Premier League. สืบค้นเมื่อ 29 September 2018.
  45. "FA Cup Top Scorers". BBC Sport. 27 May 2017. Archived from the original on 27 May 2017. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  46. "Son Heung-min voted the PFA Bristol Street Motors Player of the Month". ThePFA.com. 7 February 2018. Archived from the original on 4 April 2018. สืบค้นเมื่อ 4 April 2018. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  47. "Hamburg's all-time top XI, featuring Jerome Boateng, Heung-Min Son and Rafael van der Vaart". Bundesliga. 26 February 2018.
  48. "SPURS GOAL OF THE SEASON 2017/2018". Tottenham Hotspur F.C. 9 June 2018. Archived from the original on 12 June 2018. สืบค้นเมื่อ 9 June 2018. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  49. "Sonny collects his Goal of the Season award". Tottenham Hotspur F.C. 12 May 2019. สืบค้นเมื่อ 12 May 2019.
  50. "Son wins Carling Goal of the Month for November". Premier League. 14 December 2018. สืบค้นเมื่อ 14 December 2018.
  51. "Mauricio and Son triumph at London Football Awards". Tottenham Hotspur F.C. 28 February 2019. สืบค้นเมื่อ 1 March 2019.
  52. "Sonny wins Player of the Season!". Tottenham Hotspur F.C. 12 May 2019. สืบค้นเมื่อ 12 May 2019.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]