ข้ามไปเนื้อหา

Sicariidae

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

Sicariidae
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: ยุคนีโอจีน–ปัจจุบัน
แมงมุมสันโดษสีน้ำตาล
(Loxosceles reclusa)
แมงมุม Hexophthalma hahni จากแอฟริกาใต้
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ แก้ไขการจำแนกนี้
อาณาจักร: สัตว์
Animalia
ไฟลัม: สัตว์ขาปล้อง
Arthropod
ไฟลัมย่อย: เชลิเซอราตา
Chelicerata
ชั้น: แมง
Arachnida
อันดับ: แมงมุม
Araneae
Infraorder: Araneomorphae
วงศ์ใหญ่: Scytodoidea
วงศ์: Sicariidae
Keyserling, 1880
สกุล
  • Hexophthalma Karsch, 1879
  • Loxosceles Heineken & Lowe, 1832
  • Sicarius Walckenaer, 1847
ความหลากหลาย
3 สกุล โดยมี189 สปีชีส์
ชื่อพ้อง[1]
  • Loxoscelidae

Sicariidae เป็นวงศ์ของแมงมุมมีพิษ มีตา 6 ดวง มีชื่อเสียงเรื่องการกัดที่อาจทำให้เนื้อตาย มี 3 สกุล ประกอบด้วยประมาณ 189 สปีชีส์ แมงมุมในวงศ์ที่รู้จักกันดีได้แก่ แมงมุมสันโดษสีน้ำตาล (Loxosceles reclusa) และแมงมุมทรายหกตา (Hexophthalma hahni)

คำบรรยาย

[แก้]

แมงมุม Loxosceles หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “แมงมุมสันโดษ” (recluse spider) หรือ “แมงมุมไวโอลิน” (violin spider) พบกระจายอยู่เกือบทั่วโลกในเขตอากาศอบอุ่น ส่วนแมงมุม Hexophthalma (แมงมุมทราย อังกฤษ: sand spiders) อาศัยอยู่ในทะเลทรายของแอฟริกาใต้ และแมงมุม Sicarius (แมงมุมทราย, แมงมุมนักฆ่า อังกฤษ: six-eyed sand spiders, assassin spiders) อาศัยอยู่ในทะเลทรายของอเมริกาใต้จนถึงอเมริกากลาง[1] มีชื่อเสียงในเรื่องพฤติกรรมฝังตัวลงในทราย และสามารถอยู่รอดได้นานโดยไม่ได้อาหารหรือน้ำ[2]

สมาชิกทุกชนิดมีตา 6 ดวง จัดเรียงเป็น 3 คู่ (dyads) แมงมุมไวโอลินมักมีสีน้ำตาล โดยมีลายไวโอลินสีน้ำตาลเข้มบนส่วนหัวและอก (cephalothorax) เป็นลักษณะเด่น เป็นแมงมุมประเภท haplogyne ซึ่งหมายความว่าเพศเมียมีอวัยวะสืบพันธุ์ที่ไม่แข็ง (unsclerotised คือไม่มีโปรตีน sclerotin ที่ทำให้แข็ง)[3]

ส่วน Hexophthalma และ Sicarius มีลักษณะคล้ายแมงมุมปู (วงศ์ Thomisidae) และไม่มีลวดลายดังกล่าว เช่นเดียวกับแมงมุมทารันทูล่า แมงมุมเหล่านี้มีอายุยืนที่สุดในบรรดาแมงมุม บางตัวมีอายุได้ถึง 15 ปี เทียบกับ Loxosceles ที่โดยมากมีอายุเพียงแค่ปีครึ่งถึงสองปี

พิษ

[แก้]

แมงมุมทั้งหมดในวงศ์นี้สามารถผลิตเอนไซม์ sphingomyelinase D หรือสารทำลายเนื้อเยื่ออื่นที่เกี่ยวข้องกันได้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับแมงมุมวงศ์นี้ โดยพบในแบคทีเรียก่อโรคบางชนิดเท่านั้น การกัดของแมงมุม Sicarius ในเขตร้อนทวีปอเมริกาไม่พบว่า ทำให้เนื้อตายหรือเกิดอาการทั่วร่างกาย ยกเว้น Sicarius ornatus ที่มีพิษรุนแรง โดยมีโปรตีนกลุ่ม sphingomyelinase D ที่ออกฤทธิ์ในพิษ[4][5] อนึ่ง ยังพิสูจน์แล้วเมื่อไม่นานนี้ว่า Sicarius thomisoides ก็มีเอนไซม์ดังว่าที่ออกฤทธิ์เหมือนกัน คล้ายกันมากกับของ Loxosceles laeta และ Sicarius ornatus ซึ่งสามารถสร้างปัญหารุนแรงในมนุษย์ได้ ส่วน Sicarius tropicus ก็รายงานว่า มีพิษทำให้เนื้อตายและทำลายเม็ดเลือดแดงเหมือนกัน[6]

พิษของแมงมุมหลายสปีชีส์ในวงศ์ Sicariidae มีฤทธิ์ทำลายเม็ดเลือดแดงและทำให้ผิวหนังตาย[2] ก่อแผลขนาดใหญ่ได้ถึงประมาณ 25 มม. ซึ่งใช้เวลานานกว่าจะหาย บางกรณีจำเป็นต้องปลูกถ่ายผิวหนัง และหากแผลติดเชื้อ ก็อาจมีผลร้ายแรงยิ่งขึ้น ในกรณีน้อย พิษอาจแพร่เข้าสู่กระแสเลือดและส่งผลต่ออวัยวะภายใน แล้วก่ออาการทั่วร่างกาย ต่างกับแมงมุมที่ใช้สารพิษต่อระบบประสาท พิษของแมงมุมกลุ่มนี้หลายชนิดยังไม่มีเซรุ่มต้านพิษ[2]

อนุกรมวิธาน

[แก้]

นักแมงมุมวิทยาชาวเยอรมัน Eugen von Keyserling บรรยายถึงวงศ์นี้เป็นครั้งแรกในปี 1880[3] ต่อมาในปี ค.ศ. 1893 จึงจัดเป็นวงศ์ย่อยและถือว่าเป็นไวพจน์ของ “Loxoscelidae”[7] แต่การเรียกชื่อตามนี้ขัดกับกฎของรหัสสากลว่าด้วยการตั้งชื่อทางสัตววิทยา (ICZN) เพราะการตีพิมพ์เกี่ยวกับวงศ์ Sicariidae เกิดในปี 1880 ก่อนวงศ์ Loxoscelidae ในปี 1893 ชื่อที่บัญญัติก่อนจึงมีสิทธิ์ก่อนเมื่อจัดเป็นไวพจน์ ส่วน World Spider Catalog จัด Loxoscelinae ให้เป็นวงศ์ย่อยของ Sicariidae[1] แต่ก็มีนักวิชาการบางส่วนที่ยอมรับ Loxoscelidae ว่าเป็นวงศ์ต่างหาก[8][9]

การศึกษาทางวิวัฒนาการชาติพันธุ์ในปี ค.ศ. 2017 แสดงให้เห็นว่าสปีชีส์ของสกุล Sicarius ที่พบในแอฟริกามีความแตกต่างอย่างชัดเจน แล้วจัดให้อยู่ในสกุล Hexophthalma ซึ่งนำกลับมาใช้ใหม่ ความสัมพันธ์ระหว่างสกุลต่าง ๆ แสดงไว้ในแผนภาพวิวัฒนาการชาติพันธุ์ดังนี้[5]

Sicariidae
Loxoscelinae

Loxosceles

Sicariinae

Hexophthalma

Sicarius

สกุล

[แก้]

จนถึงเดือนตุลาคม 2025 วงศ์นี้มีสกุล 3 สกุลคือ[1]

  • Hexophthalma Karsch, 1879 – แอฟริกาใต้
  • Loxosceles Heineken & Lowe, 1832 – แอฟริกา อัฟกานิสถาน เติร์กเมนิสถาน อิหร่าน หมู่เกาะกานาเรียส อเมริกาเหนือจนถึงอเมริกาใต้ ถูกนำเข้าในเอเชีย ฟินด์แลนด์ ออสเตรเลีย เปรู
  • Sicarius Walckenaer, 1847 – อเมริกากลาง อเมริกาใต้

เชิงอรรถและอ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 "Family: Sicariidae Keyserling, 1880". World Spider Catalog. doi:10.24436/2. สืบค้นเมื่อ 2025-10-06.
  2. 1 2 3 "Six Eyed Sand Spider". Animal Corner. สืบค้นเมื่อ 2019-04-24.
  3. 1 2 Keyserling, E. (1880). Die Spinnen Amerikas, I. Laterigradae.
  4. Binford, Greta J.; Wells, Michael A. (2003). "The phylogenetic distribution of sphingomyelinase D activity in venoms of Haplogyne spiders" (PDF). Comparative Biochemistry and Physiology B. 135 (1): 25–33. doi:10.1016/s1096-4959(03)00045-9. PMID 12781970. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2006-09-28.
  5. 1 2 Magalhães, I.L.F.; Brescovit, A.D.; Santos, A.J. (2017). "Phylogeny of Sicariidae spiders (Araneae: Haplogynae), with a monograph on Neotropical Sicarius". Zoological Journal of the Linnean Society. 179 (4): 767–864. doi:10.1111/zoj.12442 (inactive 2025-07-12).{{cite journal}}: CS1 maint: DOI inactive as of กรกฎาคม 2025 (ลิงก์)
  6. Arán-Sekul, Tomás; Perčić-Sarmiento, Ivanka; Valencia, Verónica; Olivero, Nelly; Rojas, José M.; Araya, Jorge E.; Taucare-Ríos, Andrés; Catalán, Alejandro (November 2020). "Toxicological Characterization and Phospholipase D Activity of the Venom of the Spider Sicarius thomisoides". Toxins (ภาษาอังกฤษ). 12 (11): 702. doi:10.3390/toxins12110702. PMC 7694614. PMID 33171968.
  7. Simon, E. (1893). Histoire naturelle das araignées. p. 271.
  8. Murphy, J. A.; Roberts, M. J. (2015). Spider families of the world and their spinnerets. British Arachnological Society, York.
  9. Wunderlich, J. (2004). "Fossil spiders (Araneae) of the superfamily Dysderoidea in Baltic and Dominican amber, with revised family diagnoses". Beiträge zur Araneologie. 3: 633–746.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]