Sicariidae
| Sicariidae ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: | |
|---|---|
| แมงมุมสันโดษสีน้ำตาล (Loxosceles reclusa) | |
| แมงมุม Hexophthalma hahni จากแอฟริกาใต้ | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | สัตว์ Animalia |
| ไฟลัม: | สัตว์ขาปล้อง Arthropod |
| ไฟลัมย่อย: | เชลิเซอราตา Chelicerata |
| ชั้น: | แมง Arachnida |
| อันดับ: | แมงมุม Araneae |
| Infraorder: | Araneomorphae |
| วงศ์ใหญ่: | Scytodoidea |
| วงศ์: | Sicariidae Keyserling, 1880 |
| สกุล | |
| |
| ความหลากหลาย | |
| 3 สกุล โดยมี189 สปีชีส์ | |
| ชื่อพ้อง[1] | |
| |
Sicariidae เป็นวงศ์ของแมงมุมมีพิษ มีตา 6 ดวง มีชื่อเสียงเรื่องการกัดที่อาจทำให้เนื้อตาย มี 3 สกุล ประกอบด้วยประมาณ 189 สปีชีส์ แมงมุมในวงศ์ที่รู้จักกันดีได้แก่ แมงมุมสันโดษสีน้ำตาล (Loxosceles reclusa) และแมงมุมทรายหกตา (Hexophthalma hahni)
คำบรรยาย
[แก้]แมงมุม Loxosceles หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “แมงมุมสันโดษ” (recluse spider) หรือ “แมงมุมไวโอลิน” (violin spider) พบกระจายอยู่เกือบทั่วโลกในเขตอากาศอบอุ่น ส่วนแมงมุม Hexophthalma (แมงมุมทราย อังกฤษ: sand spiders) อาศัยอยู่ในทะเลทรายของแอฟริกาใต้ และแมงมุม Sicarius (แมงมุมทราย, แมงมุมนักฆ่า อังกฤษ: six-eyed sand spiders, assassin spiders) อาศัยอยู่ในทะเลทรายของอเมริกาใต้จนถึงอเมริกากลาง[1] มีชื่อเสียงในเรื่องพฤติกรรมฝังตัวลงในทราย และสามารถอยู่รอดได้นานโดยไม่ได้อาหารหรือน้ำ[2]
สมาชิกทุกชนิดมีตา 6 ดวง จัดเรียงเป็น 3 คู่ (dyads) แมงมุมไวโอลินมักมีสีน้ำตาล โดยมีลายไวโอลินสีน้ำตาลเข้มบนส่วนหัวและอก (cephalothorax) เป็นลักษณะเด่น เป็นแมงมุมประเภท haplogyne ซึ่งหมายความว่าเพศเมียมีอวัยวะสืบพันธุ์ที่ไม่แข็ง (unsclerotised คือไม่มีโปรตีน sclerotin ที่ทำให้แข็ง)[3]
ส่วน Hexophthalma และ Sicarius มีลักษณะคล้ายแมงมุมปู (วงศ์ Thomisidae) และไม่มีลวดลายดังกล่าว เช่นเดียวกับแมงมุมทารันทูล่า แมงมุมเหล่านี้มีอายุยืนที่สุดในบรรดาแมงมุม บางตัวมีอายุได้ถึง 15 ปี เทียบกับ Loxosceles ที่โดยมากมีอายุเพียงแค่ปีครึ่งถึงสองปี
พิษ
[แก้]แมงมุมทั้งหมดในวงศ์นี้สามารถผลิตเอนไซม์ sphingomyelinase D หรือสารทำลายเนื้อเยื่ออื่นที่เกี่ยวข้องกันได้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับแมงมุมวงศ์นี้ โดยพบในแบคทีเรียก่อโรคบางชนิดเท่านั้น การกัดของแมงมุม Sicarius ในเขตร้อนทวีปอเมริกาไม่พบว่า ทำให้เนื้อตายหรือเกิดอาการทั่วร่างกาย ยกเว้น Sicarius ornatus ที่มีพิษรุนแรง โดยมีโปรตีนกลุ่ม sphingomyelinase D ที่ออกฤทธิ์ในพิษ[4][5] อนึ่ง ยังพิสูจน์แล้วเมื่อไม่นานนี้ว่า Sicarius thomisoides ก็มีเอนไซม์ดังว่าที่ออกฤทธิ์เหมือนกัน คล้ายกันมากกับของ Loxosceles laeta และ Sicarius ornatus ซึ่งสามารถสร้างปัญหารุนแรงในมนุษย์ได้ ส่วน Sicarius tropicus ก็รายงานว่า มีพิษทำให้เนื้อตายและทำลายเม็ดเลือดแดงเหมือนกัน[6]
พิษของแมงมุมหลายสปีชีส์ในวงศ์ Sicariidae มีฤทธิ์ทำลายเม็ดเลือดแดงและทำให้ผิวหนังตาย[2] ก่อแผลขนาดใหญ่ได้ถึงประมาณ 25 มม. ซึ่งใช้เวลานานกว่าจะหาย บางกรณีจำเป็นต้องปลูกถ่ายผิวหนัง และหากแผลติดเชื้อ ก็อาจมีผลร้ายแรงยิ่งขึ้น ในกรณีน้อย พิษอาจแพร่เข้าสู่กระแสเลือดและส่งผลต่ออวัยวะภายใน แล้วก่ออาการทั่วร่างกาย ต่างกับแมงมุมที่ใช้สารพิษต่อระบบประสาท พิษของแมงมุมกลุ่มนี้หลายชนิดยังไม่มีเซรุ่มต้านพิษ[2]
อนุกรมวิธาน
[แก้]นักแมงมุมวิทยาชาวเยอรมัน Eugen von Keyserling บรรยายถึงวงศ์นี้เป็นครั้งแรกในปี 1880[3] ต่อมาในปี ค.ศ. 1893 จึงจัดเป็นวงศ์ย่อยและถือว่าเป็นไวพจน์ของ “Loxoscelidae”[7] แต่การเรียกชื่อตามนี้ขัดกับกฎของรหัสสากลว่าด้วยการตั้งชื่อทางสัตววิทยา (ICZN) เพราะการตีพิมพ์เกี่ยวกับวงศ์ Sicariidae เกิดในปี 1880 ก่อนวงศ์ Loxoscelidae ในปี 1893 ชื่อที่บัญญัติก่อนจึงมีสิทธิ์ก่อนเมื่อจัดเป็นไวพจน์ ส่วน World Spider Catalog จัด Loxoscelinae ให้เป็นวงศ์ย่อยของ Sicariidae[1] แต่ก็มีนักวิชาการบางส่วนที่ยอมรับ Loxoscelidae ว่าเป็นวงศ์ต่างหาก[8][9]
การศึกษาทางวิวัฒนาการชาติพันธุ์ในปี ค.ศ. 2017 แสดงให้เห็นว่าสปีชีส์ของสกุล Sicarius ที่พบในแอฟริกามีความแตกต่างอย่างชัดเจน แล้วจัดให้อยู่ในสกุล Hexophthalma ซึ่งนำกลับมาใช้ใหม่ ความสัมพันธ์ระหว่างสกุลต่าง ๆ แสดงไว้ในแผนภาพวิวัฒนาการชาติพันธุ์ดังนี้[5]
| Sicariidae |
| ||||||||||||
สกุล
[แก้]- Hexophthalma hahni
- Loxosceles amazonica
- Sicarius sp.
จนถึงเดือนตุลาคม 2025 วงศ์นี้มีสกุล 3 สกุลคือ[1]
- Hexophthalma Karsch, 1879 – แอฟริกาใต้
- Loxosceles Heineken & Lowe, 1832 – แอฟริกา อัฟกานิสถาน เติร์กเมนิสถาน อิหร่าน หมู่เกาะกานาเรียส อเมริกาเหนือจนถึงอเมริกาใต้ ถูกนำเข้าในเอเชีย ฟินด์แลนด์ ออสเตรเลีย เปรู
- Sicarius Walckenaer, 1847 – อเมริกากลาง อเมริกาใต้
เชิงอรรถและอ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 4 "Family: Sicariidae Keyserling, 1880". World Spider Catalog. doi:10.24436/2. สืบค้นเมื่อ 2025-10-06.
- 1 2 3 "Six Eyed Sand Spider". Animal Corner. สืบค้นเมื่อ 2019-04-24.
- 1 2 Keyserling, E. (1880). Die Spinnen Amerikas, I. Laterigradae.
- ↑ Binford, Greta J.; Wells, Michael A. (2003). "The phylogenetic distribution of sphingomyelinase D activity in venoms of Haplogyne spiders" (PDF). Comparative Biochemistry and Physiology B. 135 (1): 25–33. doi:10.1016/s1096-4959(03)00045-9. PMID 12781970. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2006-09-28.
- 1 2 Magalhães, I.L.F.; Brescovit, A.D.; Santos, A.J. (2017). "Phylogeny of Sicariidae spiders (Araneae: Haplogynae), with a monograph on Neotropical Sicarius". Zoological Journal of the Linnean Society. 179 (4): 767–864. doi:10.1111/zoj.12442 (inactive 2025-07-12).
{{cite journal}}: CS1 maint: DOI inactive as of กรกฎาคม 2025 (ลิงก์) - ↑ Arán-Sekul, Tomás; Perčić-Sarmiento, Ivanka; Valencia, Verónica; Olivero, Nelly; Rojas, José M.; Araya, Jorge E.; Taucare-Ríos, Andrés; Catalán, Alejandro (November 2020). "Toxicological Characterization and Phospholipase D Activity of the Venom of the Spider Sicarius thomisoides". Toxins (ภาษาอังกฤษ). 12 (11): 702. doi:10.3390/toxins12110702. PMC 7694614. PMID 33171968.
- ↑ Simon, E. (1893). Histoire naturelle das araignées. p. 271.
- ↑ Murphy, J. A.; Roberts, M. J. (2015). Spider families of the world and their spinnerets. British Arachnological Society, York.
- ↑ Wunderlich, J. (2004). "Fossil spiders (Araneae) of the superfamily Dysderoidea in Baltic and Dominican amber, with revised family diagnoses". Beiträge zur Araneologie. 3: 633–746.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- ข้อสังเกตทางวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองสำหรับ Sicariidae ที่ iNaturalist
- "Loxosceles: Recluse spiders". Arachnology Home Pages. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2003-10-11.
- "Family Sicariidae". Biodiversity Explorer. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2005-12-07.
- Vetter, R. (2003). "Causes of Necrotic Wounds other than Brown Recluse Spider Bites". University of California, Riverside.
- Vetter, R. (2003). "Myth of the Brown Recluse Fact, Fear, and Loathing". University of California, Riverside.
- "Pictures of the Brown Recluse Spider". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2006-06-15.