ข้ามไปเนื้อหา

ราชวงศ์ประติหาระ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Gurjara-Pratiharas)
ราชวงศ์คุรชร-ประติหาร
ป.730–1036
เหรียญประติหารของมิหิร โภช กษัตริย์แห่งกันเนาช์ของคุรฺชร-ปฺรติหาร
เหรียญประติหารของมิหิร โภช กษัตริย์แห่งกันเนาช์[4][2][5]
สถานะจักรวรรดิ
เมืองหลวง
ภาษาทั่วไปภาษาสันสกฤต, ภาษาปรากฤต
ศาสนา
ศาสนาฮินดู
การปกครองราขาธิปไตย
 ป.730ป.760
นาคภัฏที่ 1 (ปฐม)
 ป.1024ป.1036
ยศปาล (สุดท้าย)
ยุคประวัติศาสตร์อินเดียยุคกลางตอนปลาย
 ก่อตั้ง
ป.730
1008
 สิ้นสุด
1036
ก่อนหน้า
ถัดไป
จวทา
วรรมันแห่งกันเนาช์
ปาละ
จัณเฑละ
ปรมร
กลจุรี
โตมร
จวทา
จหมนะ
กัซนาวิด
คุหิละ
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ

ราชวงศ์ประติหาระ หรือ คุรชระ-ประติหาระ (อักษรเทวนาครี: गुर्जर-प्रतिहार, คุรฺชร-ปฺรติหาร) เป็นราชวงศ์ที่สำคัญในอินเดียยุคกลาง

มีบทบาทในการรบกับผู้ยึดครองจากโลกอาหรับไม่ให้ข้ามพ้นแม่น้ำสินธุ[6] นาคภัฏที่ 1 เอาชนะกองทัพอาหรับในการตั้งทัพรบของเกาะลีฟะฮ์ และในรัชสมัยของนาคภัฏที่ 2 ราชวงศ์นี้ขึ้นมามีอำนาจมากที่สุดในอินเดียเหนือ บุตรของเขา รามภัทร ขึ้นปกครองต่อไม่นาน ต่อด้วยบุตร มิหิร โภช ในสมัยนี้และในสมัยของ มเหนทรปาลที่ 1 ผู้สืบทอด จักรวรรดิประติหารอยู่ในยุคร่งเรืองสูงสุด และมีอาณาเขตใกล้เคียงกัลจักรวรรดิคุปตะ กินพื้นที่จากสินธ์ทางตะวันตก ไปถึงเบงกอลในตะวันออก และจากหิมาลัยทางเหนือ ไปถึงแม่น้ำนรรมทาทางใต้[7][8]

ประติหารเป็นที่รู้จักจากศิลปะในสมัยของตน โดยเฉพาะจากประติมากรรม งานแกะสลัก และรูปบบศาลาทรวเปิด ตัวอย่างชิ้นสำคัญที่สุดของศิลปะของประติหารคือขชุรโหมหามนเทียร ที่ได้รับสถานะเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก[9]

ความรุ่งเรืองของจักรวรรดิเริ่มเสื่อมลงหลังการเบาะแว้งภายใน ประกอบกับการโจมตีครั้งใหญ่จากอินทร ที่ 3 แห่งราษฏรกูฏ ผู้ซึ่งในประมาณปี 916 โจมตีและทำลายล้างนครกันเนาช์ ในปลายศตวรรษที่สิบ จักรวรรดิประติหารมีอาณาเขตเพียงแค่โทอับ กษัตริย์สำคัญคนสุดท้าย ราชยปาล ถูกขับจากกันเนาช์โดยมะห์มูดแห่งกัซนีในปี 1018[8]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Smith, Vincent Arthur; Edwardes, S. M. (Stephen Meredyth) (1924). The early history of India : from 600 B.C. to the Muhammadan conquest, including the invasion of Alexander the Great. Oxford : Clarendon Press. p. Plate 2.
  2. Ray, Himanshu Prabha (2019). Negotiating Cultural Identity: Landscapes in Early Medieval South Asian History (ภาษาอังกฤษ). Taylor & Francis. p. 164. ISBN 9781000227932.
  3. Flood, Finbarr B. (20 March 2018). Objects of Translation: Material Culture and Medieval "Hindu-Muslim" Encounter (ภาษาอังกฤษ). Princeton University Press. p. 40. ISBN 978-0-691-18074-8.
  4. Smith, Vincent Arthur; Edwardes, S. M. (Stephen Meredyth) (1924). The early history of India : from 600 B.C. to the Muhammadan conquest, including the invasion of Alexander the Great. Oxford : Clarendon Press. p. Plate 2.
  5. Flood, Finbarr B. (20 March 2018). Objects of Translation: Material Culture and Medieval "Hindu-Muslim" Encounter (ภาษาอังกฤษ). Princeton University Press. p. 40. ISBN 978-0-691-18074-8.
  6. Wink, André (2002). Al-Hind: Early Medieval India and the Expansion of Islam, 7th–11th Centuries. Leiden: BRILL. p. 284. ISBN 978-0-391-04173-8.
  7. Avari 2007, p. 303.
  8. 1 2 Sircar 1971, p. 146.
  9. Partha Mitter, Indian art, Oxford University Press, 2001 pp.66

บรรณานุกรม

[แก้]