เอเคบีโฟร์ตีเอต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก AKB48)
เอเคบีโฟร์ตีเอต
AKB48 20090703 Japan Expo 37.jpg
เอเคบีโฟร์ตีเอตในงานเจแปนเอ็กซ์โป 2009 ที่ปารีส
ข้อมูลพื้นฐาน
แหล่งกำเนิด ญี่ปุ่น อะกิฮะบะระ ประเทศญี่ปุ่น
แนวเพลง
ช่วงปี ค.ศ. 2005–ปัจจุบัน
ค่ายเพลง
ส่วนเกี่ยวข้อง
เว็บไซต์ akb48.co.jp
สมาชิก ดูที่ สมาชิกเอเคบีโฟร์ตีเอต
อดีตสมาชิก ดูที่ อดีตสมาชิกเอเคบีโฟร์ตีเอต

เอเคบีโฟร์ตีเอต (อังกฤษ: AKB48) เป็นกลุ่มไอดอลของประเทศญี่ปุ่น ตั้งชื่อตามย่านอะกิฮะบะระในกรุงโตเกียวซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงละครหรือ "เธียเตอร์" ของวง AKB48 มีสมาชิกมากกว่า 100 คน[4] โดยมีช่วงอายุตั้งแต่ 13 ถีง 26 ปี[5][6] ยะซุชิ อะกิโมะโตะ โปรดิวเซอร์ของ AKB48 สร้างวงนี้ขึ้นมาด้วยแนวคิด "ไอดอลที่คุณสามารถไปพบได้" (Idols you can meet)[7] ซึ่งหมายความว่าทางวงมีโรงละครเป็นของตัวเองที่สมาชิกสามารถขึ้นแสดงหมุนเวียนกันได้ทุกวัน (ต่างจากเกิร์ลกรุปทั่วไปที่ปกติจะพบเห็นได้ตามคอนเสิร์ตหรือโทรทัศน์เท่านั้น) ทำให้แฟน ๆ รู้สึกว่าเป็นไอดอลที่ใกล้ตัว สามารถไปพบได้จริง[8][9] และด้วยสมาชิกที่มีจำนวนมาก จึงมีการแบ่งทีมเพื่อขึ้นแสดงในโรงละคร และทำให้สามารถแบ่งสมาชิกไปยังงานกิจกรรมต่าง ๆ ได้พร้อมกัน และยังมีงาน "จับมือ" ที่แฟน ๆ สามารถไปให้กำลังใจสมาชิกที่ตัวเองชื่นชอบได้[8] นอกจากนี้ อะกิโมะโตะยังได้ขยายแนวคิดนี้โดยการสร้าง "วงน้องสาว" ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ อาทิเช่น ญี่ปุ่น, จีน, อินโดนีเซีย, ไทย, ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์, และอินเดีย ทำให้กลายเป็นกลุ่มไอดอลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

AKB48 เป็นหนึ่งในวงที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยทำรายได้ไปมากกว่า 7,000 ล้านบาทในปี 2012[10][11] และได้รับการขนานนามว่าเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม[12] นับตั้งแต่วันเปิดตัวจนถึงเดือนมิถุนายน 2017 ทางวงทำยอดขายแผ่นซิงเกิลไปมากกว่า 50 ล้านชุด[13] และยอดขายอัลบั้มมากกว่า 6 ล้านชุด[14] ทำให้เป็นวงที่มียอดขายแผ่นซิงเกิลมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น[15][16] นอกจากนี้ทางวงยังทำยอดขายแต่ละซิงเกิลได้เกิน 1 ล้านชุด[13] และได้รับอันดับ 1 ติดต่อกันในชาร์ตของออริคอนในทุกซิงเกิลติดต่อกัน 35 ซิงเกิล ซึ่งซิงเกิลที่มียอดขายสูงที่สุดคือ "สึบะซะวะอิระไน" (Tsubasa wa Iranai) โดยทำยอดขายไปมากกว่า 2.5 ล้านชุดในปี 2016[17] นอกจากนี้ "บีกินเนอร์" (Beginner) และ "เฮฟวีโรเทชัน" (Heavy Rotation) ก็ได้รับอันดับ 1 และ 2 ในการจัดอันดับซิงเกิลที่มียอดขายสูงที่สุดประจำปี 2010 เช่นกัน[18] และตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา ซิงเกิลของวงทุกชุดก็ได้สลับขึ้นหมุนเวียนอยู่ในอันดับที่ 1 ถึง 5 ในชาร์ตซิงเกิลออริคอนประจำปี

แนวคิด[แก้]

Theater marquee at night
โรงละครประจำวงเอเคบีโฟร์ตีเอต

AKB48 ได้ก่อตั้งขึ้นมาด้วยแนวคิด "ไอดอลที่คุณสามารถพบได้"[7] จาก ยะซุชิ อะกิโมะโตะ โปรดิวเซอร์ของวง เขากล่าวว่าปณิธานของเขาคือการสร้างกลุ่มไอดอลที่สามารถพบเห็นได้ทุกวันในโรงละคร[7][19][โน้ต 1] ซึ่งต่างจากเกิร์ลกรุปวงอื่นที่จะพบเห็นได้เฉพาะตามงานคอนเสิร์ตหรือในรายการโทรทัศน์เท่านั้น โรงละครของวงตั้งอยู่ที่ร้านดอนกิโฮเต (Don Quijote) ในย่านอะกิฮะบะระ กรุงโตเกียว[8]

ด้วยจำนวนสมาชิกที่มาก ทางวงจึงแบ่งสมาชิกออกเป็นหลายทีมด้วยกันเพื่อที่จะลดจำนวนงานของสมาชิก และเพื่อที่จะแบ่งทีมแต่ละทีมไปแสดงในโรงละครได้ (เนื่องจากการแสดงในโรงละครนั้นจะแสดงโดยเพียง 1 ทีมต่อ 1 วันเท่านั้น) และสามารถให้ทางวงสามารถออกงานกิจกรรมหลาย ๆ ที่ในเวลาเดียวกันได้[20] นอกจากนี้ มิซะกิ อิวะซะ อดีตสมาชิกวง กล่าวว่าแต่ละทีมมีภาพลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป ทีมเอ (Team A) เป็นตัวแทนของความเป็นอิสรภาพ ทีมบี (Team B) เป็นตัวแทนของความน่ารักและความเป็นไอดอล และทีมเค (Team K) เป็นตัวแทนของพลังและความแข็งแกร่ง[21] โดยเดิมทีแล้วทางวงตั้งใจว่าจะให้มีสมาชิกแค่เพียง 16 เท่านั้นในแต่ละทีมเพื่อที่จะให้มีสมาชิกรวมกันเป็น 48 คน[7][22][23][24] แต่ปรากฏว่าเมื่อเวลาผ่านไปสมาชิกของวงก็เพิ่มมากขึ้นจนเกิน 120 คนในปัจจุบัน[11][4] สมาชิกที่เข้ามาใหม่จะเรียกว่า "เค็งคิวเซย์" (ญี่ปุ่น: 研究生 kenkyuusei ?) หรือ "เด็กฝึกหัด" ที่ทำหน้าที่เป็นตัวสำรองให้กับสมาชิกทีมหลัก[25] และจะขึ้นแสดงเป็นครั้งคราวในโรงละครพร้อมกับเค็งคิวเซย์คนอื่น นอกจากการแสดงในโรงละครแล้ว สมาชิกของวงยังได้รับการประชาสัมพันธ์จากสื่อญี่ปุ่นเช่นกัน[8] ซึ่งทางวงยังได้จัดงานกิจกรรมหลายประเภทตามแนวคิดหลักของวงที่สามารถให้แฟน ๆ สามารถเข้าถึงสมาชิกในวงได้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปคู่หรือการจับมือกับสมาชิกในวง[8]

สมาชิกวงนั้นมีอายุตั้งแต่ช่วงเข้าสู่วัยรุ่นจนถึงวัยนักศึกษา[5][6] และได้รับการคัดเลือกจากการออดิชันของวง[8][11] สมาชิกจะไม่สามารถมีแฟนได้ และจะต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีกับเยาวชน[26] การฝ่าฝืนข้อบังคับเหล่านี้ส่งผลให้ความนิยมของสมาชิกตกต่ำลงและจะถูกกดดันจากสังคมและฝ่ายบริหารให้ออกจากวง[27][28] ทางวงมีระบบที่เรียกว่า "การจบการศึกษา" ซึ่งหมายความว่าสมาชิกในทีมที่เติบโตและมีอายุมากขึ้นสามารถออกจากวงได้เพื่อที่จะทำตามปณิธานของตนเองต่อไป และสมาชิกเค็งคิวเซย์จะได้รับการโปรโมตให้มาอยู่ในตำแหน่งของสมาชิกที่ออกจากวงไป โมนิกา เฮสเซ นักข่าวจาก เดอะวอชิงตันโพสต์ ได้อธิบายการออดิชันของสมาชิกในวงว่าเหมือนกับ อเมริกันไอดอล[11]

วงน้องสาว[แก้]

จากแนวคิด "ไอดอลที่คุณสามารถพบได้" ของวง ทำให้เกิดกลุ่มไอดอลวงใหม่เป็นจำนวน 10 วง โดยเป็นวงในประเทศญี่ปุ่น 5 วง และวงนอกประเทศญี่ปุ่น 5 วง ซึ่งวงดังกล่าวที่ว่ามานี้นิยมเรียกกันว่า "วงน้องสาว" หรือ "48 กรุ๊ป" ซึ่งวงน้องสาวทั้งหมดจะมีซิงเกิลและโรงละครประจำวงเป็นของตัวเอง แต่วงน้องสาวนอกประเทศญี่ปุ่นจะมีซิงเกิลที่เป็นการแปลจากเพลงของเครือ 48 กรุ๊ป ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น วงน้องสาวในญี่ปุ่นยังนิยมแสดงคอนเสิร์ตร่วมกับวง AKB48[29][30] นอกจากนี้ สมาชิกบางคนสามารถย้ายไปวงน้องสาววงอื่น หรือแม้กระทั่งควบวง (เป็นสมาชิกร่วมมากกว่า 1 วง) ได้ อาทิเช่น จุรินะ มะสึอิ และ มิยุกิ วะตะนะเบะ[31]

SKE48 เป็นวงน้องสาววงแรกของ AKB48 ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2008 และมีโรงละครประจำวงที่นะโงะยะ[32][33] ส่วน SDN48, NMB48[34], HKT48[35] ได้ก่อตั้งขึ้นภายในเวลาต่อมา ส่วน NGT48 ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 ในนีงะตะ[36] และ STU48 วงน้องสาวล่าสุดของ AKB48 ได้ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 10 ตุลาคม 2016 ในงานแข่งขันจังเก็น (เป่ายิงฉุบ) ประจำปี ซึ่งวงนี้มีจุดแตกต่างจากวงอื่น ๆ คือสถานที่ตั้งของโรงละคร ซึ่งตั้งอยู่บนเรือแทนที่จะอยู่ในเมือง[37] นอกจากนี้ทางวงยังได้สร้าง "วงคู่แข่งอย่างเป็นทางการ" ในชื่อโนะงิซะกะโฟร์ตีซิกซ์ (Nogizaka46)[38] และวงน้องสาวของวงดังกล่าวในชื่อเคะยะกิซะกะโฟร์ตีซิกซ์ (Keyakizaka46) เช่นกัน[39]

ในปี 2011 ทางวงได้ก่อตั้งวงน้องสาวนอกประเทศญี่ปุ่นวงแรกในชื่อ JKT48 ซึ่งจะประจำอยู่ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย[40] ตามด้วยวงน้องสาวที่ประเทศจีน SNH48 ประจำเมืองเซี่ยงไฮ้[41] แต่ภายหลังมีการยกเลิกสัญญาจาก AKB48 ไม่ให้เป็นวงน้องสาวอีกต่อไปเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2016[42] ซึ่ง SNH48 ก็ได้ประกาศเช่นกันว่าตนเองไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับวง AKB48 มาตั้งแต่แรกและไม่เคยทำสัญญาใด ๆ กับทางวงมาก่อน[43] นอกจากนี้ ทางวงยังได้ประกาศการจัดตั้งวงน้องสาววงใหม่อีก 3 วงด้วยกันในเดือนมีนาคม 2016 ได้แก่ BNK48 ประจำกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย, MNL48 ประจำกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์, และ TPE48 ประจำกรุงไทเป ประเทศไต้หวัน[44]

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2017 ยุย โยะโกะยะมะ หัวหน้าวง AKB48 ทีม A และผู้จัดการของวง ได้ประกาศผ่านทางแอปพลิเคชันโชว์รูม (Showroom) ถึงการก่อตั้งวง MUM48 ประจำเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ที่จะก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2018[45]

ประวัติ[แก้]

2005–2006: การเปิดตัวและการก่อตั้งทีม[แก้]

Overhead photo of group of girls onstage
สมาชิกวง AKB48 ในงานเปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2006

ในเดือนกรกฎาคม 2005 ยะซุชิ อะกิโมะโตะ ได้จัดการออดิชันขึ้นเป็นครั้งแรก[46] จากผู้เข้าสมัครจำนวน 7,924 คน มี 24 คนที่ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกรุ่นที่หนึ่งของวง[46] ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม สมาชิก 20 คนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกทีม A เพื่อขึ้นแสดงในโรงละครของวง[47] ซึ่งการแสดงในโรงละครครั้งแรกของวงมีชื่อว่า ปาร์ตีกะฮะจิมะรุโย (Party ga Hajimaru yo)[48] มีผู้เข้าชมทั้งหมด 7 คน และหลังจากนั้นจำนวนผู้เข้าชมก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ[49][50] ต่อมาในเดือนมกราคม 2006 เด็กเสิร์ฟในคาเฟ่ของ AKB48 ชื่อ มะริโกะ ชิโนะดะ เข้าร่วมวงด้วยในฐานะสมาชิก "รุ่น 1.5" เนื่องจากเธอได้รับความนิยมมากจากลูกค้าในร้าน ทำให้อะกิโมะโตะมีความสนใจและจัดการออดิชันพิเศษให้กับเธอ[51][52]

การคัดเลือกสมาชิกรุ่นที่สองของวงนั้นได้จัดขึ้นร่วมกับบริษัทโทรคมนาคม เอ็นทีที โดโคโม ในเดือนกุมภาพันธ์ 2006 โดยผู้สมัครจะต้องส่งวีดีโอแนะนำตนเองผ่านทางโทรศัพท์มือถือ[53][54] ซึ่งจากผู้เข้าสมัคร 11,892 คน มี 19 คนที่ได้รับเลือก และ 18 คนได้รับการเลื่อนขึ้นให้ไปเป็นสมาชิกทีม K ในเดือนเมษายน[55] โดย ปาร์ตีกะฮะจิมะรุโย นั้นจะใช้เป็นการแสดงของทีม K แทนเนื่องจากทีม A มีการแสดงใหม่ในชื่อ ไอตะกัตตะ (Aitakatta)[56]

ในเวลาเดียวกัน ทางวงก็ได้ปล่อยซิงเกิลอินดี้ชุดแรกออกมาในชื่อ "ซะกุระโนะฮะนะบิระตะจิ" (Sakura no Hanabiratachi) ซึ่งซิงเกิลนี้ก็ได้ขึ้นตำแหน่งบนชาร์ตซิงเกิล 10 อันดับรายอาทิตย์ของออริคอน และยอดขายอาทิตย์แรกจำนวน 22,011 ชุด[57] ต่อมาในวันที่ 31 มีนาคม ยุกิ อุซะมิ ได้จบการศึกษา ทำให้เธอเป็นสมาชิกคนแรกที่ออกจากวง[58] จากนั้นในวันที่ 7 มิถุนายน ทางวงได้เปิดตัวซิงเกิลอินดี้ลำดับที่ 2 ออกมาในชื่อ "สเกิตฮิระริ" (Skirt Hirari)[59] ที่ขายได้ 13,349 ชุดภายในวันแรก[60] ทางวงได้ปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์เป็นครั้งแรกในสองวันถัดมา[46] และได้เซ็นสัญญากับเดฟสตาร์เร็กคอร์ดส์ (บริษัทย่อยของโซนี่มิวสิกเอ็นเตอร์เทนเมนต์) ในเดือนสิงหาคม[61]

2006–2007: เซ็ตลิสต์[แก้]

สมาชิก[แก้]

จำนวนสมาชิกของวงมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งเนื่องจากการออดิชัน การจบการศึกษา การย้ายทีม และการย้ายวงระหว่างวง AKB48 กับวงน้องสาว เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2017 ทางวงมีสมาชิกทั้งหมด 136 คน แบ่งออกเป็นทีมเอ (Team A) 16 คน, ทีมเค (Team K) 17 คน, ทีมบี (Team B) 15 คน, ทีมโฟร์ (Team 4) 19 คน, และทีมเอต (Team 8) 47 คน โดยในทีม 8 นั้นมีสมาชิก 3 คนที่กำลังควบวงน้องสาววงอื่นอยู่ นอกจากนี้ยังมีสมาชิกเค็งคิวเซย์ 25 คน แบ่งออกเป็นเค็งคิวเซย์ที่เป็นตัวสำรองให้กับทีมหลัก 6 คน และที่เป็นตัวสำรองให้กับวงโดยรวม 19 คน[62] มี ยุย โยะโกะยะมะ เป็นสมาชิก, หัวหน้าวง, และผู้จัดการวง AKB48 และวงน้องสาวทุกวง

การประชาสัมพันธ์[แก้]

ทางวงมีการเพิ่มยอดขายด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดต่าง ๆ ในหนึ่งซิงเกิลหรืออัลบั้มนั้นจะแบ่งออกเป็นหลายฉบับที่มีรูปปกหรือเพลงรองที่แตกต่างกัน ซึ่งนอกจากเพลงแล้ว ยังมีรูปสมาชิก ดีวีดีสำหรับมิวสิกวีดีโอ บัตรเข้างานกิจกรรม และรหัสที่ใช้กรอกในงานเลือกตั้ง ประกอบอยู่ในซิงเกิลอีกด้วย[63] อลัน สวาตซ์ จากเอ็มทีวีเจแปน กล่าวไว้ว่าการแยกซิงเกิลใด ๆ ออกเป็นหลายฉบับ ส่งผลให้ผู้ซื้อรู้สึกอยากเก็บสะสมทุกฉบับ จึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดขายของวงพุ่งสูงขึ้นมาก และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อุตสาหกรรมดนตรีของประเทศญี่ปุ่นมีความครึกครึ้นมากขึ้น[64]

กิจกรรมเลือกสมาชิกเซ็มบัตสึ[แก้]

ทางวงได้จัดงานกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อที่จะประชาสัมพันธ์ซิงเกิล หรือเพื่อที่จะคัดเลือกสมาชิกที่จะได้มีส่วนร่วมในซิงเกิลนั้น ๆ[65] ในปี 2009 แนวคิดของ "โซเซ็งเกียว" (ญี่ปุ่น: 総選挙 sousenkyo ?; แปลว่า "งานเลือกตั้ง") ได้นำมาใช้เพื่อให้แฟนคลับสามารถโหวตสมาชิกที่ตนชื่นชอบให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปเป็น "เซ็มบัตสึ" (ญี่ปุ่น: 選抜 senbatsu ?; หรือ "สมาชิกที่ได้รับเลือก") เพื่อปรากฏอยู่ในซิงเกิลประจำปีได้[66] โดยวิธ๊ในการโหวตนั้นจะมาจากบัตรลงคะแนนที่พบได้ในแผ่นของ "ซิงเกิลเลือกตั้ง"[67] หรือด้วยวิธีการลงคะแนนผ่านทางแอปพลิเคชันของวง[68][69] สมาชิกที่ได้รับคะแนนโหวตมากที่สุด (ส่วนใหญ่แล้วคือ 16 อันดับแรก) จะได้รับการประชาสัมพันธ์เยอะกว่าสมาชิกคนอื่นหลายเท่า[70] และสมาชิกที่ได้อันดับ 1 จะได้รับตำแหน่ง "เซ็นเตอร์" ที่อยู่ตรงกลางของวงในการแสดงสด หรือมีบทบาทในมิวสิกวีดีโอมากที่สุด ทำให้คนทั่วไปสามารถพบเห็นได้บ่อยที่สุด[71][72] จำนวนโหวตทั้งหมดสำหรับงานเลือกตั้งแต่ละปีนั้นมีจำนวนไม่ต่ำกว่าปีละ 3 ล้านโหวตนับตั้งแต่ปี 2012[73] ซึ่งแฟน ๆ แต่ละคนส่วนใหญ่แล้วจะซื้อซิงเกิลเลือกตั้งเป็นจำนวนร้อย ๆ ซิงเกิลเพื่อที่จะนำคะแนนไปโหวตให้กับสมาชิกที่พวกเขาชื่นชอบ[74][75][76][77][78][79][80]

ในซิงเกิลลำดับที่ 19 ของวง "แชนซ์โนะจุมบัง" (Chance no Junban) มีการใช้วิธีการคัดเลือกสมาชิกเซ็มบัตสึอีกหนึ่งวิธีคือ งานแข่งขันเป่ายิงฉุบ หรือ "จังเก็น" (ญี่ปุ่น: じゃん拳 Janken ?) ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี[81] โดยสมาชิกในวง (รวมถึงวงน้องสาวเช่นกัน) จะเข้ามาแข่งขันกันแบบแพ้คัดออกโดยการเป่ายิงฉุบ สมาชิกที่ชนะจนได้อยู่ใน 16 อันดับแรกจะได้เป็นเซ็มบัตสึสำหรับซิงเกิลต่อไป[82] ซึ่งสมาชิกที่เข้าแข่งขันจะแต่งตัวกันอย่างหลากหลาย[83] เหตุผลในการจัดกิจกรรมนี้คือ เพื่อให้ให้โอกาสสมาชิกที่ไม่เคยได้เป็นเซ็มบัตสึ ได้มีโอกาสรับตำแหน่งนี้ดูสักครั้งเนื่องจากโอกาสในการชนะของสมาชิกทุกคนนั้นเท่ากัน[ต้องการอ้างอิง] ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นไป ทางวงได้เปลี่ยนแปลงกิจกรรมนี้ใหม่โดยจะหาผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น สมาชิกที่ชนะจะได้เปิดตัวเป็นศิลปินเดี่ยว หรือถ้าหากผู้นั้นเป็นศิลปินเดี่ยวมาก่อนอยู่แล้ว เธอจะได้เปิดคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง[84]

สารคดี[แก้]

ตั้งแต่ปี 2011 ทางวงได้ปล่อยสารคดีของวงออกมาในโรงละครเป็นจำนวน 4 ชิ้นด้วยกัน ชิ้นแรก Documentary of AKB48 – To Be Continued ปล่อยออกมาในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2011[85] และในฉบับดีวีดีที่สหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมในปีเดียวกัน[86] ชิ้นที่ 2 Documentary of AKB48: Show Must Go On Shoujotachi wa Kizutsuki Nagara, Yume wo Miru ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2012[87] และทำรายได้ในบ็อกซ์ออฟฟิศญี่ปุ่นเป็นจำนวนกว่า 120 ล้านบาท[88] ชิ้นที่ 3 Documentary of AKB48: No Flower Without Rain: Shōjo Tachi wa Namida no Ato ni Nani o Miru? ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2013[89] และทำรายได้ไปกว่า 70 ล้านบาท[90] ชิ้นที่ 4 Documentary of AKB48 The Time has come Shōjo-tachi wa, Ima, Sono Senaka ni Nani wo Omou? ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2014[91] และทำรายได้ไปประมาณ 30 ล้านบาท[92] ในสารคดีแต่ละชิ้นจะเล่าเรื่องเหตุการณ์และปัญหาที่ทางวงได้พบเจอในปีที่ผ่านมา[93]

มังงะและอะนิเมะ[แก้]

มังงะชื่อ AKB49: Ren'ai Kinshi Jourei เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวง AKB48 และมีสมาชิกในวงเล่นเป็นบทบาทตัวละครเสริมในเรื่อง[94] ในปี 2012 ทางวงได้ปล่อยอะนิเมะออกมาในชื่อ AKB0048 ซีรีส์แนวนิยายวิทยาศาสตร์ที่อิงจากชีวิตของสมาชิกวง กำกับและดูแลโดย ยะซุชิ อะกิโมะโตะ[95] ตัวละครหลักทั้ง 9 คนในเรื่องนี้ได้รับการพากย์เสียงโดยสมาชิกของ AKB48 และสมาชิกในวงน้องสาวบางคนเช่นกัน[96] ออกอากาศในญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิเมื่อปี 2012[97] ฤดูกาลที่ 2 ของเรื่องนี้ออกอากาศในปี 2013[98]

วีดีโอเกม[แก้]

ทางวงมีเกมวิชวลโนเวลแนวจีบสาวเป็นของตัวเอง เกมแรกของวง AKB1/48: Idol to Koishitara... วางขายเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2010 เป็นเกมที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถสร้างความสัมพันธ์กับหนึ่งในสมาชิกวงได้ เกมที่สอง AKB1/48: Idol to Guam de Koishitara... วางขายเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2011 มีเนื้อเรื่องคล้ายคลึงกับเกมภาคแรก เป็นแรื่องราวที่เกิดขึ้นในกวม เกมที่สาม AKB1/149 Ren'ai Sōsenkyo วางขายเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2012 มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกวง AKB48 และวงน้องสาว อาทิเช่น SKE48, NMB48 และ HKT48 ทั้งสามเกมได้ลงบนคอนโซลเพลย์สเตชันพอร์เทเบิล โดยภาคล่าสุดนั้นลงบนเพลย์สเตชันวิต้าและ[[เพลย์สเตชัน 3|เพลย์สเตชัน 3[ต้องการอ้างอิง]]] ในปีเดียวกัน มีการวางขายเกม AKB48+Me ลงบนนินเท็นโด 3DS ที่ให้ผู้เล่นสามารถพยายามที่จะเป็นไอดอลเหมือนสมาชิกวงได้[99]ในปี 2014 บันไดนัมโค (Bandai Namco) พัฒนาเกม Sailor Zombie: AKB48 Arcade Edition ซึ่งต่อยอดมาจากโทรทัศน์ซีรีส์ในชื่อเดียวกัน เป็นเกมที่ให้ผู้เล่นใช้ปืนยิงกระสุนวัคซีนใส่สมาชิกวงที่เป็นซอมบี้ ในเกมยังมีโหมดพิเศษคือ โหมดริทึ่ม ที่ให้สมาชิกที่เป็นซอมบี้เต้นไปมา[100] ในเดือนเมษายน 2014 เกมแนวริทึ่ม AKB48 Group tsuini koushiki-on gee demashita ปล่อยออกมาบนแอนดรอยด์และไอโอเอส ที่ให้ผู้เล่นสามารถเลือกสมาชิกวงคนโปรดไปเต้นแข่งขันกันกับผู้เล่นอื่น[101]

รายการโทรทัศน์[แก้]

ผู้บริหารของวงได้ก่อตั้งรายการโทรทัศน์มาเป็นจำนวนหลายรายการด้วยกันเพื่อทำการประชาสัมพันธ์ให้กับวง AKBingo!, AKB48 Show!AKB to XX, และ Nemōsu TV เป็นรายการวาไรตีหลักของวง Majisuka Gakuen[102] และ Sakura Karano Tegami เป็นรายการซีรีส์ที่นำเสนอเรื่องดรามา นอกจากนี้สมาชิกวง AKB48 ยังไปเป็นตัวละครหลักของรายการ Mecha-Mecha Iketeru!Waratte Iitomo! และ SMAPxSMAP[ต้องการอ้างอิง]

การตอบรับ[แก้]

อิกุโอะ มิเนะวะกิ ประธานเจ้าหน้าที่ของทาวเวอร์เร็กคอร์ดส์เจแปน (Tower Records Japan) อธิบายว่า AKB48 เป็นวงดนตรีที่ได้รับความนิยม[103] และถือว่าเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมในญี่ปุ่น[104] ในปี 2012 ทางวงมียอดขายในญี่ปุ่นรวมกันกว่า 7,000 ล้านบาท[105], มากกว่า 4,000 ล้านบาทในปี 2013, และมากกว่า 3,000 ล้านบาทในปี 2015[10][106] ซึ่งหากนับตั้งแต่วันเปิดตัวจนถึงวันที่ 6 มกราคม 2012 ทางวงได้ขายซิงเกิลไปแล้วเป็นจำนวนมากกว่า 11,787,000 ชุด ทำให้เป็น "กลุ่มดนตรีหญิงที่มียอดขายซิงเกิลสูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น"[16] จากนั้นยอดขายซิงเกิลก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมากกว่า 36 ล้านชุด[15] ทำให้ทางวงเป็น "กลุ่มดนตรีที่ทำยอดขายซิงเกิลสูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น"[15] นอกจากนี้ หากนับตั้งแต่ซิงเกิลลำดับที่ 14 เป็นต้นไป ซิงเกิลทุกชุดหลังจากนั้นก็ได้รับอันดับ 1 มาโดยตลอดบนชาร์ตออริคอนรายอาทิตย์ ในปี 2010 "บีกินเนอร์" (Beginner) และ "เฮฟวีโรเทชัน" (Heavy Rotation) ได้รับอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับบนชาร์ตซิงเกิลที่มียอดขายสูงที่สุดประจำปี[18] จากนั้น ตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2016 ซิงเกิลของวงได้อยู่ในอันดับ 1 ถึง 5 มาโดยตลอดบนชาร์ตออริคอนรายปี[107][108][109][110][111][112] ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2015 ทางวงได้ขายซิงเกิลไปแล้วกว่า 40 ล้านชุด[15][14] นับตั้งแต่ซิงเกิลลำดับที่ 21 "เอฟวรีเดย์คะชูชะ" (Everyday, Katyusha) ในปี 2011 ซิงเกิลทุกชุดหลังจากนั้นก็ขายได้เกิน 1 ล้านชุดมาโดยตลอดภายในอาทิตย์แรก แต่ว่าซิงเกิลลำดับที่ 42 ของวง "คุจิบิรุนิบีมายเบบี้" (Kuchibiru ni Be My Baby) ไม่สามารถขายได้มากกว่า 1 ล้านชุดภายในอาทิตย์แรกได้ ทำให้ซิงเกิลที่มียอดขายเกิน 1 ล้านชุดของวงภายในอาทิตย์แรกติดต่อกันอยู่ที่ 21 ซิงเกิล[113]

นอกจากนี้ทางวงยังได้รับการบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ (Guinness World Record) หลายรางวัลด้วยกัน อาทิเช่น "กลุ่มดนตรีป็อปที่มีขนาดใหญ่ที่สุด" ในวันที่ 1 ธันวาคม 2010 เมื่อมีสมาชิกทั้งหมด 48 คน[22][114] นอกจากนี้ ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2012 ทางวงได้รับการขนานนามว่า "มีผลงานโฆษณาโทรทัศน์มากที่สุดในเวลา 24 ชั่วโมง" หลังจากที่สมาชิก 90 คนปรากฏตัวในโฆษณา 90 ชิ้นที่ออกอากาศในภูมิภาคคันโต, คันไซ, และโทะไก ในประเทศญี่ปุ่น[115] สถานทูตญี่ปุ่นในสหรัฐอเมริกา อิจิโร ฟุจิซะกิ กล่าวในระหว่างที่พบกับวงในวอชิงตันดี.ซี. ว่า "AKB" หมายถึง "Adorable, Kind, Beauty" (ความน่ารัก, ความอ่อนโยน, และความงดงาม)[11] เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2012 เจแปนโพสต์ได้ออกสแตมป์ที่เป็นอนุสรณ์ให้กับวง[116]

แนวเพลง[แก้]

แนวเพลงของวงได้รับการเปรียบเปรยว่าเหมือน "บับเบิลกัมป็อป" ทำให้เป็นที่ชื่นชอบสำหรับเด็กหญิงในช่วงวัยรุ่นและชายวัยกลางคนที่มีทรัพย์ซื้อสินค้าของวง[117] มะริ ยะมะกุจิ จากแอสโซซิเอเทตเพรส (Associated Press) กล่าวว่า "เมื่อสมาชิกกำลังร้องและเต้น แฟน ๆ ก็มักที่จะร้องและส่งเสียงเชียร์ไปกับพวกเธอกันอย่างมีจังหวะ" เมื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมของแฟน ๆ กับผู้ชมของการแสดงคะบุกิ[118] นอกจากนี้ โมนิกา เฮสเซ จาก เดอะวอชิงตันโพสต์ (The Washington Post) ได้อธิบายแนวเพลงของวงว่า "เหมือนกับถ้านำ ไมลีย์ ไซรัส, เทย์เลอร์ สวิฟต์, และนักแสดงทุกคนจากเรื่องทไวไลต์ มาผสมรวมกันในกระทะและเคี่ยวจนไม่มีอะไรหลงเหลือนอกจากความหวานที่เหนียวหนึบ"[11]

แอนดรูว์ จอยซ์ และ เคนเนธ แม็กซ์เวล จาก เดอะวอลล์สตรีตเจอร์นอล (The Wall Street Journal) ได้อธิบายเช่นกันว่าเป็น "แนวเพลงป็อปที่เคลือบด้วยน้ำตาลที่มีข้อคิดในเนื้อเพลงเป็นครั้งคราว" และได้พูดอีกว่า "สมาชิกแสดงบทประพันธ์ที่เรียบง่ายซ้ำไปซ้ำมาต่อหน้าผู้ชมที่ 95% เป็นผู้ชาย โดยแนวเพลงนั้นก็เหมือนพลงป็อปญี่ปุ่นที่มีจังหวะเร็ว เสียงสูง และท่อนฮุกที่ร้องตามได้"[119]

กิจกรรมการกุศล[แก้]

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2011 ทางวงได้ปล่อยซิงเกิลการกุศลออกมาในชื่อ "ดะเระกะโนะทะเมะนิ-ว็อตแคนไอดูฟอร์ซัมวัน?-" (Dareka no Tameni -What Can I Do for Someone?-) เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ[120] และซิงเกิลลำดับที่ 23 ของวง "คะเซะวะฟุอิเตรุ" (Kaze wa Fuiteiru) แต่งขึ้นเพื่ออุทิศแด่ผู้ประสบภัยและมีเนื้อเพลงไปในทางปลอบประโลม[121][122] ในเดือนกุมภาพันธ์ 2012 ทางวงบริจาคเงินจำนวน 150 ล้านบาทให้กับสภากาชาดญี่ปุ่น ซึ่งเงินบริจาคทั้งหมดสำหรับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวและคลื่นสึนะมิจากวงนั้นมีจำนวนรวมกันมากกว่า 350 ล้านบาท[123] ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2013 ทางวงได้ปล่อยเพลงใหม่ออกมา "เทะโนะฮิระกะคะตะรุโคะโตะ" (Tenohira ga Kataru Koto) เพลงอีกเพลงที่อุทิศให้กับผุ้ประสบภัยในเดือนมีนาคม 2011 และสามารถดาวน์โหลดได้โดยไม่เสียเงินผ่านทางเว็บไซต์.[124] หลังจากนั้น เมื่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวผ่านไปครบสองปี ทางวงและวงน้องสาวในประเทศญี่ปุ่นได้เยี่ยมเยือนเขตประสบภัย แสดงในโรงเรียนและที่โรงละครของ AKB48, SKE48, NMB48, และ HKT48 โดยนำรายได้ไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต่อไป[125]

ข้อวิจารณ์[แก้]

เพลง "เซฟุกุกะจะมะโอะซุรุ" (Seifuku ga Jama o Suru) ของวงถูกวิจารณ์ว่ามีเนื้อเพลงที่ส่อไปทางเพศ และถูกมองโดยนักข่าวฝั่งตะวันตกว่าไม่เหมาะสมสำหรับสมาชิกของวงบางคนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เมื่อ แอนนา โคเรน นักข่าวจากซีเอ็นเอ็น ถาม ยะซุชิ อะกิโมะโตะ (ผู้ประพันธ์เนื้อเพลงของวง) เกี่ยวกับประเด็นนี้ อะกิโมะโตะตอบว่าเนื้อเพลงของเขา "แสดงถึงความเป็นจริง" และเป็นตัวกระตุ้นให้คนสนใจถึงปัญหาที่มีอยู่ในโลกนี้ [126][127]

หนึ่งในมิวสิกวีดีโอของวง "เฮฟวีโรเทชัน" (Heavy Rotation) ก็ตกเป็นประเด็นของสังคมเช่นกัน นักข่าวฝั่งตะวันตกวิจารณ์ว่ามิวสิกวีดีโอของเพลงนี้มีแต่การแสดงชุดชั้นในของสมาชิก การสวมกอด[117] การจูบ และการร่วมอาบน้ำในอ่างเดียวกัน ซึ่งผู้กำกับของเพลงนี้ มิกะ นินะงะวะ กล่าวว่าเหตุผลที่การถ่ายทำเป็นแบบนี้เนื่องจากเธออยากจะแสดงถึงความคิดสร้างสรรค์และความสนุกสนานของเพลง และเธอต้องการที่จะให้เป็นที่ชื่นชอบของทั้งผู้ชายและผู้หญิง เนื่องจากความนิยมของวงได้เพิ่มมากขึ้น[128] แต่ในบทสัมภาษณ์ เธอกลับยอมรับผิดถึงปัญหานี้โดยบอกว่า "คุณอะกิโมะโตะทิ้งทุกอย่างไว้ให้ฉัน แต่เขาไม่ได้ให้เงินเพิ่มเลยด้วยซ้ำ... ฉันพยายามที่จะแสดงให้เห็นว่า AKB48 เป็นอย่างไรในโลกความเป็นจริง เพราะในห้องแต่งตัวของเธอ ฉันก็เห็นว่าพวกเธอก็ดูสนิทสนมกันดี ฉันจึงคิดไอเดียนี้มาได้"[129]

ในโฆษณาโทรทัศน์สำหรับลูกอมพุชโชที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2012 มีการปรากฏตัวของสมาชิกวงในชุดนักเรียนที่ส่งลูกอมให้กันแบบปากต่อปาก โดยพวกเธอใช้ฟันกัดลูกอมเอาไว้ก่อนที่จะส่งให้คนอื่น ผู้ชมบางคนมองว่าเป็นการ "สนับสนุนพฤติกรรมทางเพศ" "ไม่ถูกสุขลักษณะ" และ "เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเด็ก ๆ"[117][130][131][132]

ในเดือนมกราคม 2013 ทางวงถูกวิจารณ์อีกครั้งเมื่อรูปของ โทะโมะมิ คะไซ ในนิตยสาร ชุกังยังแม็กกาซีน ปรากฏตัวในสาธารณะ คะไซในรูปนั้นไม่สวมเสื้อบน และมีเด็กคนหนึ่งใช้มือปิดหน้าอกของเธอ ซึ่งรูปดังกล่าวจะนำมาใส่เป็นหน้าปกของหนังสือรวมภาพของคะไซเอง แต่ทางบริษัทก็ได้เลื่อนการปล่อยนิตยสารนี้จากวันที่ 12 เป็นวันที่ 23 มกราคม[133][134][135]

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2013 สมาชิกวง มินะมิ มิเนะงิชิ ได้โกนหัวตัวเองโดยปรากฏตัวผ่านทางวีดีโอเพื่อที่จะขอโทษกับสังคมหลังจากที่มีข่าวว่าเธอแอบไปค้างคืนกับผู้ชาย และเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เธอถูกลดขั้นไปเป็นเค็งคิวเซย์ ถึงแม้ว่าการโกนหัวของเธอนั้นจะทำด้วยความตั้งใจของเธอเองที่อยากให้แฟน ๆ รับรู้ว่าเธอรู้สึกผิดจริง แต่เหตุการณ์นี้ก็ชังจูงให้นักวิจารณ์หลาย ๆ คนออกมาประณามการกระทำนี้และการแก้ไขปัญหาของวง[136]

สารคดีจากเอ็นเอชเคในปี 2016 กล่าวว่าความนิยมของงานจับมือได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้หนุ่มสาวญี่ปุ่นและ "ชายชกรรจ์" ละทิ้งการหาคู่ในชีวิตจริง เป็นเหตุให้มีข้อโต้เถียงเป็นจำนวนมาก เนื่องจากแฟน ๆ ต้องการที่จะจับมือกับไอดอลที่พวกเขาโปรดปรานมากกว่าการหาคู่รัก[137]

ผลงาน[แก้]

ผลงานของ AKB48 ประกอบด้วยสตูดิโออัลบั้ม 8 ชุด คอนเสิร์ตอัลบั้ม 32 ชุด มิวสิกวีดีโอ 105 เพลง ซิงเกิล 52 ชุด และเพลงประกอบภาพยนตร์ 1 เพลง

เชิงอรรถ[แก้]

  1. ถึงแม้ว่าโรงละครของวงจะมีการแสดงทุกวัน แต่ก็จะมีการสุ่มตั๋วเข้าชมเนื่องจากมีความต้องการสูง (ในโรงละครมี 145 ที่นั่ง และ 105 ที่ยืน)

อ้างอิง[แก้]

  1. "Maru Music: Artists: AKB48". Maru Music. 
  2. Anime News Network: Galaxy Records Sells AKB48's Tsugi no Ashiato Album in Philippines
  3. PolyEast Records' post re: Tsugi no Ashiato
  4. 4.0 4.1 "AKB48公式サイト|メンバー情報 (AKB48 Official Site – Member List)". AKB48 Official Website. สืบค้นเมื่อ January 5, 2017. List is subject to change from graduations and transfers. 
  5. 5.0 5.1 Torres, Ida (November 14, 2012). "J-Pop group AKB48 becomes the face of Tokyo electoral drive". Japan Daily Press. 
  6. 6.0 6.1 Akiko Fujita (February 1, 2013). "Pop Star Shaves Head in Remorse for Dating". ABC News. 
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 "Japanese Idol Group AKB48 to Perform at MIPCOM" (Press release). Reuters. July 28, 2009. สืบค้นเมื่อ June 29, 2011. 
  8. 8.0 8.1 8.2 8.3 8.4 8.5 "Girl idol group about mass exposure, fans". The Japan Times Inc. The Japan Times. August 24, 2010. สืบค้นเมื่อ June 29, 2011. 
  9. Victoria Goldenberg (November 30, 2009). "(interview) AKB48: A classic fantasy for the 21st century". Purple Sky magazine. สืบค้นเมื่อ June 2, 2012. 
  10. 10.0 10.1 "Oricon 2013 Yearly Charts : Artist Total Sales". Tokyohive. December 16, 2013. สืบค้นเมื่อ August 26, 2014.  – references Oricon article
  11. 11.0 11.1 11.2 11.3 11.4 11.5 Hesse, Monica (March 27, 2012). "Japanese girl group AKB48 breezes through D.C. in whirlwind of cuteness". The Washington Post. สืบค้นเมื่อ April 9, 2012. 
  12. "ももクロ : "音楽好き"の支持でポストAKBに急浮上? 群雄割拠のアイドルシーン". Mainichi Shimbun Digital. May 6, 2012. สืบค้นเมื่อ May 18, 2012. 
  13. 13.0 13.1 "【オリコン】AKB48、35作連続1位&30作目ミリオン CD総売上5000万枚突破". Oricon. June 5, 2017. สืบค้นเมื่อ June 5, 2017. 
  14. 14.0 14.1 "【オリコン】AKB48、10周年ベスト首位 女性グループ歴代1位の通算6作目". Oricon Style. Oricon. November 24, 2015. สืบค้นเมื่อ December 25, 2015. 
  15. 15.0 15.1 15.2 15.3 "【オリコン】AKB48、シングル総売上日本一3615.8万枚 秋元氏総売上は1億枚突破". Oricon Style. Oricon. December 9, 2015. สืบค้นเมื่อ December 25, 2015. 
  16. 16.0 16.1 "AKB48、女性グループ歴代1位 シングル総売上1178.7万枚". Oricon. January 6, 2012. สืบค้นเมื่อ January 6, 2012. 
  17. "22016年年間音楽ソフト売上動向発表 売上金額は約2,838億円、売上枚数は約1億652万枚【SoundScan Japan調べ】". Billboard Japan. 6Billboard Japan. January 25, 2016. สืบค้นเมื่อ January 27, 2016. 
  18. 18.0 18.1 "シングル年間ランキング-ORICON STYLE ランキング". Oricon Inc. Archived from the original on July 22, 2011. สืบค้นเมื่อ July 17, 2011. 
  19. "What is AKB48? / AKB48 [Official]". AKB48. February 14, 2011. สืบค้นเมื่อ June 29, 2011. 
  20. Victoria Goldenberg (November 30, 2009). "(interview) AKB48: A classic fantasy for the 21st century". Purple Sky magazine. สืบค้นเมื่อ June 2, 2012.  "Because the teams rotate performances, AKB48’s two theaters, four TV shows and four radio programs always have a group to fill them. Like if it’s Team A today, Team K and Team B will go next, so those two teams can be on TV or go to other places."
  21. SPH Razor (July 25, 2013). Rivalry among 61 girls? (AKB48 Concept Store Part 3).  – video originally posted with article Tanu, Elrica (May 23, 2011). "AKB48 to perform in Singapore monthly". Asia One. RazorTV. Archived from the original on May 27, 2011.  Unknown parameter |df= ignored (help)
  22. 22.0 22.1 "Guinness Worlds Records — Largest pop group". Guinness World Records. สืบค้นเมื่อ October 23, 2011. 
  23. Ashcraft, Brian. "A Pricey PSP Bundle With 48 Girl Kisses". Kotaku.com. สืบค้นเมื่อ April 25, 2013. 
  24. "Changes coming to AKB48, Akimoto Yasushi to kick 8 halfhearted members?". Tokyohive.com. February 4, 2011. สืบค้นเมื่อ April 25, 2013. 
  25. "What is AKB48?". AKB48 official website. 2008. Archived from the original on June 3, 2013. สืบค้นเมื่อ April 25, 2013. 
  26. "No dating for the girls (AKB48 Part 2)". Asia One. November 15, 2010. Archived from the original on May 29, 2012. สืบค้นเมื่อ April 21, 2012. 
  27. Martin, Ian. "AKB48 member's 'penance' shows flaws in idol culture". The Japan Times. สืบค้นเมื่อ April 25, 2013. 
  28. "AKB48米沢瑠美&平嶋夏海、グループを離脱". Natalie. Natasha, Inc. January 28, 2012. สืบค้นเมื่อ March 25, 2012. 
  29. "SKE松井珠理奈、NMB渡辺美優紀がAKB48に期間限定加入". Natalie. Natasha, Inc. March 25, 2012. สืบค้นเมื่อ March 25, 2012. 
  30. "King Records Official Site Give Me Five! profile". King Records. Archived from the original on January 16, 2012. สืบค้นเมื่อ November 5, 2015. 
  31. "SKE松井珠理奈、NMB渡辺美優紀がAKB48に期間限定加入". Natalie. Natasha, Inc. March 25, 2012. สืบค้นเมื่อ March 25, 2012. 
  32. "AKB48 Launching SKE48 in Nagoya". Jpopasia.com. June 3, 2008. 
  33. "SKE48 profile". Natalie. Natasha, Inc. สืบค้นเมื่อ May 7, 2012. 
  34. "NMB48 Website". AKS. สืบค้นเมื่อ December 28, 2012. 
  35. "HKT48 Website". AKS. สืบค้นเมื่อ December 28, 2012. 
  36. "NGT48、劇場オープン3ヶ月延期 来年1月10日に". Oricon Inc. September 16, 2015. สืบค้นเมื่อ March 20, 2016. 
  37. "AKB48、来夏「STU48」誕生 瀬戸内7県舞台の「船上劇場」". oricon ME inc. October 10, 2016. สืบค้นเมื่อ October 12, 2016. 
  38. ""AKB48公式ライバル"乃木坂46結成 一般公募でメンバー決定". Oricon Inc. June 29, 2011. สืบค้นเมื่อ August 22, 2011. 
  39. "乃木坂46、新グループ「欅坂(けやきざか)46」1期生メンバー決定 「鳥居坂46」からチーム名変更". model press. August 21, 2015. สืบค้นเมื่อ March 20, 2016. 
  40. "JKT48 website". สืบค้นเมื่อ December 28, 2012. 
  41. "SNH48 Project". "SNH48 Website". AKS. สืบค้นเมื่อ December 28, 2012. 
  42. JpopAsia. "AKB48 Cuts Ties With SNH48 Due To Contract Violation - JpopAsia". สืบค้นเมื่อ March 15, 2017. 
  43. "SNH48官方声明". SNH48 official website. June 10, 2016. สืบค้นเมื่อ January 13, 2017. 
  44. "AKB48 to form sister groups based in Taiwan, Philippines and Thailand". tokyohive. 6Theory Media, LLC. March 27, 2016. สืบค้นเมื่อ March 29, 2016. 
  45. 横山由依 (2017-12-27). "重大発表は、 インド ムンバイ48発足でした!! 海外姉妹グループが増えるということで、AKB48、より一層気を引き締めていきたいと思います。 仲間が増えるのは嬉しいですね オーディションなどもろもろ未定なので決まり次第!! #MUM48pic.twitter.com/uX3378uzFT". @Yui_yoko1208. สืบค้นเมื่อ 2017-12-27. 
  46. 46.0 46.1 46.2 "AKBINGO!". AKBINGO!. Nippon Television. 2010-07-07. No. 91, season 4.
  47. "今月も". AKB48 Official Blog. November 1, 2005. 
  48. "Team A 1st Stage – Official AKB48 website". akb48.co.jp. สืบค้นเมื่อ August 26, 2015. 
  49. Akimoto, Yasushi (January 13, 2012). "Interview with Japanese Music Producer Yasushi Akimoto". Talk Asia. Interview with Anna Coren (CNN). สืบค้นเมื่อ March 31, 2014. 
  50. AKBINGO! July 7, 2010
  51. "インタビュー:AKB48「天然が多いんです」". livedoor Co., Ltd. October 25, 2006. 
  52. "篠田麻里子、涙と笑顔でAKB卒業 7年半の活動に幕 (AKB48) ニュース-ORICON STYLE". Oricon Style. July 22, 2013. สืบค้นเมื่อ August 26, 2013. 
  53. AKBINGO! July 14, 2010
  54. AKB48's first CD "Sakura no Hanabiratachi" (accessed on March 9, 2011) (ญี่ปุ่น)
  55. "AKBINGO!". AKBINGO!. Nippon Television. 2010-07-14.
  56. "Team A 2nd Stage – Official AKB48 website". akb48.co.jp. สืบค้นเมื่อ August 26, 2015. 
  57. "AKB48、デビュー作が初登場TOP10入り!モー娘。以来の快挙達成!". Oricon. February 6, 2006. Archived from the original on May 7, 2010. สืบค้นเมื่อ May 17, 2010. 
  58. "宇佐美友紀卒業". AKB48官方Blog. March 31, 2006. สืบค้นเมื่อ June 25, 2011. 
  59. 「会いたかった」初回生産限定盤付属DVD『AKB48 History〜メジャーデビューへの軌跡〜』
  60. "AKB48 売上 – スカート、ひらり". สืบค้นเมื่อ March 28, 2014. 
  61. "AKB48、ついにメジャーデビュー決定!!". Ranking News. Oricon. สืบค้นเมื่อ April 24, 2012. 
  62. "AKB48公式サイト|メンバー情報 (AKB48 Official Site – Member List)". AKB48 Official Website (ใน Japanese). สืบค้นเมื่อ January 5, 2017. List is subject to change from graduations and transfers. 
  63. Baseel, Casey (December 14, 2014). "Who’s still buying physical media in Japan? Top 20 singles lists for the year reveal the answer". rocketnews24.com. สืบค้นเมื่อ January 28, 2015. 
  64. Swarts, Alan (July 23, 2013). "Why Japan’s Music Industry Is Booming... For Now". Billboard.com. สืบค้นเมื่อ May 29, 2014. 
  65. "Japan’s AKB48, a girl pop group whose lineup is chosen by fans, set to go global". New York: NY Daily News. Associated Press. June 12, 2012. สืบค้นเมื่อ April 7, 2013. 
  66. "What is AKB48? / AKB48 [Official]". AKB48. February 14, 2011. สืบค้นเมื่อ June 29, 2011. 
  67. St. Michel, Patrick; Kikuchi, Daisuke (May 31, 2012). "AKB48 'election' shows marketing brilliance". Japan Times. p. 17. 
  68. "AKB48 13thシングル 選抜総選". AKB48 Official Blog / Ameblo. May 13, 2009. 
  69. Matsutani, Minoru (July 1, 2013). "Voting for idols is bigger than politics". Japan Times. 
  70. "Girl idol group about mass exposure, fans". The Japan Times Inc. The Japan Times. August 24, 2010. สืบค้นเมื่อ June 29, 2011. 
  71. "Japan’s AKB48, a girl pop group whose lineup is chosen by fans, set to go global". New York: NY Daily News. Associated Press. June 12, 2012. สืบค้นเมื่อ April 7, 2013. 
  72. St. Michel, Patrick; Kikuchi, Daisuke (May 31, 2012). "AKB48 'election' shows marketing brilliance". Japan Times. p. 17. 
  73. "【第9回AKB総選挙】総投票数が過去最多338万票に ハプニング続きも記録更新". Oricon. June 17, 2017. 
  74. Joyce, Andrew (December 28, 2011). "Japan Goes Gaga Over AKB48, a 92-Member Girl Group - WSJ.com". Online.wsj.com. สืบค้นเมื่อ April 25, 2013. 
  75. St. Michel, Patrick; Kikuchi, Daisuke (May 31, 2012). "AKB48 'election' shows marketing brilliance". Japan Times. p. 17. 
  76. Beck, Julie (September 16, 2013). "Lady Gaga's Scandalous Attempt to Rally Fans, J-Pop Style – Patrick St. Michel". The Atlantic. สืบค้นเมื่อ January 14, 2014. 
  77. Robertson, Adi (February 8, 2013). "Dating AKB48: the J-pop cult banned from falling in love". The Verge. สืบค้นเมื่อ January 14, 2014. 
  78. "CDs Rule Japan's Music Market, Thanks to Girl Groups and Add-Ons". Businessweek. July 3, 2013. สืบค้นเมื่อ January 14, 2014. 
  79. Watanabe, Anna (May 31, 2012). "Japan: AKB48 annual elections only a week away". Asian Correspondent. สืบค้นเมื่อ January 14, 2014. 
  80. "When You Have Too Much Money, Questionable Judgment, and Like Idols". Kotaku.com. May 27, 2011. สืบค้นเมื่อ January 14, 2014. 
  81. "AKB48、じゃんけん選抜シングルは「チャンスの順番」". Natalie (ใน Japanese). Natasha, Inc. November 4, 2010. สืบค้นเมื่อ April 21, 2012. 
  82. "AKB48じゃんけん選抜詳細レポ「新しいAKBの形見えた」". Natalie (ใน Japanese). Natasha, Inc. September 21, 2011. สืบค้นเมื่อ April 21, 2012. 
  83. Suskin, Jeremy (September 18, 2013). "Jurina Matsui Wins Jankenpyon Tournament to Lead AKB48′s 34th Single". Nihongogo. 
  84. "AKBじゃんけん優勝特典はソロデビュー". Oricon (ใน Japanese). Oricon Style. August 7, 2014. สืบค้นเมื่อ September 15, 2012. 
  85. "DOCUMENTARY of AKB48 to be continued 10年後、少女たちは今の自分に何を思うのだろう?". eiga.com (ใน Japanese). สืบค้นเมื่อ January 28, 2014. 
  86. "New People Entertainment Announces DVD Release Of AKB48 Documentary". Anime News Network. November 14, 2011. สืบค้นเมื่อ January 28, 2014. 
  87. "DOCUMENTARY of AKB48 Show must go on 少女たちは傷つきながら、夢を見る". eiga.com (ใน Japanese). สืบค้นเมื่อ January 27, 2014. 
  88. "Documentary of akb48: show must go on". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ August 27, 2014. 
  89. "DOCUMENTARY of AKB48 No flower without rain 少女たちは涙の後に何を見る?". eiga.com (ใน Japanese). สืบค้นเมื่อ January 28, 2014. 
  90. "Documentary of akb48: no flower without rain". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ August 27, 2014. 
  91. "DOCUMENTARY of AKB48 The time has come 少女たちは、今、その背中に何を想う?". eiga.com (ใน Japanese). สืบค้นเมื่อ August 26, 2014. 
  92. "Japan Box Office July 12–13, 2014". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ August 27, 2014. 
  93. "Japanese Box Office, January 28–29". Anime News Network. February 4, 2012. สืบค้นเมื่อ January 27, 2014. 
  94. "マンガ「AKB49」はAKB48大島優子も納得の出来!?「楽屋での私のまんまだ((;゜Д゜))」" (ใน Japanese). Cinema Today. August 26, 2010. สืบค้นเมื่อ October 23, 2011. 
  95. "AKB0048 Idol Sci-Fi Anime's TV Ad Streamed". Anime News Network. April 20, 2012. สืบค้นเมื่อ May 21, 2012. 
  96. "AKB0048 Idol Sci-Fi Anime's TV Ad Streamed". Anime News Network. April 20, 2012. สืบค้นเมื่อ May 21, 2012. 
  97. "AKB0048 Idol Sci-Fi Anime's TV Ad Streamed". Anime News Network. April 20, 2012. สืบค้นเมื่อ May 21, 2012. 
  98. "AKB0048 next stage's 1st Promo Streamed". Anime News Network. December 12, 2012. สืบค้นเมื่อ April 19, 2015. 
  99. "Japan Review Check: AKB48, Borderlands 2, Forza: Horizon". Polygon.com. October 17, 2012. สืบค้นเมื่อ January 6, 2015. 
  100. "The AKB48 Arcade Game Is Pretty Much AKB48 House Of The Dead". Siliconera. February 6, 2014. สืบค้นเมื่อ March 31, 2014. 
  101. "AKB48 finally gets an official music game". Siliconera. May 7, 2014. สืบค้นเมื่อ January 6, 2015. 
  102. "From Akiba to L.A. with AKB48". สืบค้นเมื่อ March 15, 2017. 
  103. "As CDs Spin On in Japan, Tower Records Rocks On". Japan Real Time. June 14, 2013. สืบค้นเมื่อ July 3, 2013. 
  104. "ももクロ : "音楽好き"の支持でポストAKBに急浮上? 群雄割拠のアイドルシーン" (ใน Japanese). Mainichi Shimbun Digital. May 6, 2012. สืบค้นเมื่อ May 18, 2012. 
  105. "Oricon reveals "Artist Total Sales Revenue" ranking for 2012". Tokyohive. December 20, 2012. สืบค้นเมื่อ August 5, 2013.  – references Oricon article
  106. "Oricon unveils their Yearly Sales Rankings for 2015". aramajapan. December 21, 2015. สืบค้นเมื่อ December 26, 2015. 
  107. "年間 CDシングルランキング 2011年度" (ใน Japanese). Oricon. สืบค้นเมื่อ February 1, 2017. 
  108. "年間 CDシングルランキング 2012年度" (ใน Japanese). Oricon. สืบค้นเมื่อ February 1, 2017. 
  109. "年間 CDシングルランキング 2013年度" (ใน Japanese). Oricon. สืบค้นเมื่อ February 1, 2017. 
  110. "年間 CDシングルランキング 2014年度" (ใน Japanese). Oricon. สืบค้นเมื่อ February 1, 2017. 
  111. "年間 CDシングルランキング 2015年度" (ใน Japanese). Oricon. สืบค้นเมื่อ February 1, 2017. 
  112. "年間 CDシングルランキング 2016年度" (ใน Japanese). Oricon. สืบค้นเมื่อ February 1, 2017. 
  113. "Oricon weekly (singles)". The Natsu Style. December 15, 2014. สืบค้นเมื่อ December 25, 2015. 
  114. "AKB48 is officially the world's biggest group". November 15, 2010. Archived from the original on July 18, 2011. สืบค้นเมื่อ June 29, 2011. 
  115. "AKB48's new Guinness World Record". Cinema Online. Yahoo! Singapore. March 7, 2012. สืบค้นเมื่อ May 10, 2012. 
  116. "New postage stamp sheets feature AKB48". Japan Times. Yahoo! Singapore. November 25, 2011. สืบค้นเมื่อ May 10, 2012. 
  117. 117.0 117.1 117.2 "Japan all-girl group ad 'encourages homosexuality'". Agence France-Presse. April 20, 2012. สืบค้นเมื่อ April 12, 2013. 
  118. Yamaguchi, Mari (June 12, 2012). "AKB48: Japan's Massive Pop Music Sensation (VIDEOS)". Huffington Post. AP. 
  119. Joyce, Andrew (December 28, 2011). "Japan Goes Gaga Over AKB48, a 92-Member Girl Group - WSJ.com". Online.wsj.com. สืบค้นเมื่อ April 25, 2013. 
  120. "AKB48、ファン待望の名曲をチャリティーソングとして配信" (ใน Japanese). Model Press, Japan. สืบค้นเมื่อ March 1, 2013. 
  121. "AKB48、2作連続"初日ミリオン" 初日売上歴代最高の104.6万枚" (ใน Japanese). Oricon. สืบค้นเมื่อ March 1, 2013. 
  122. "AKB48's Post-Quake Support Song Sells 1 Million on 1st Day". Anime News Network. สืบค้นเมื่อ March 1, 2013. 
  123. "AKB48 charity efforts have raised 1.25 billion yen in donations". Tokyograph (based on articles by Oricon and Sankei sports). February 18, 2011. สืบค้นเมื่อ July 21, 2012. 
  124. "AKB48 to distribute another charity song for free". tokyohive.com. March 1, 2013. สืบค้นเมื่อ January 1, 2014. 
  125. "AKB48 & sister groups hold special performances at their theaters + the disaster areas". tokyohive.com. March 11, 2013. สืบค้นเมื่อ January 1, 2014. 
  126. "JAPANESE IDOL GROUP AKB48 FOUNDER YASUSHI AKIMOTO ON CNN’S TALK ASIA – Press Releases – Turner Asia". Turner International Asia Pacific. January 12, 2012. Archived from the original on December 26, 2012. สืบค้นเมื่อ June 5, 2012.  Unknown parameter |df= ignored (help)
  127. "CNN.com – Transcripts – TALK ASIA – Interview with Japanese Music Producer Yasushi Akimoto". January 13, 2012. สืบค้นเมื่อ June 5, 2012. 
  128. "スペシャルロングインタビュー: 秋元康「AKB48の秘密」". M girl (Matoi Publishing) (2011 Spring/Summer). ISBN 9784905353027. 
  129. To, Jeffrey (June 23, 2013). "The Truth Behind Heavy Rotation". Nihongogo. 
  130. "Japan girl group ad 'encourages homosexuality'". ninemsn.com.au. Archived from the original on June 28, 2012. 
  131. "AKB48の"口移し"CMに抗議殺到...「こんな品位の欠けるCMはやめてほしい」" (ใน Japanese). Cinema Today. April 19, 2012. สืบค้นเมื่อ May 18, 2012. 
  132. "AKB48 candy ad criticized for encouraging homosexuality". Japan Today. April 21, 2012. สืบค้นเมื่อ April 21, 2012. 
  133. "Publisher apologizes for ‘inappropriate’ picture of Tomomi Kasai’s breasts". January 18, 2013. สืบค้นเมื่อ April 17, 2013. 
  134. "Japanese girl band star at centre of 'child porn' investigation after magazine used picture of her with boy touching her breasts". London: Daily Mail. January 23, 2013. สืบค้นเมื่อ April 17, 2013. 
  135. "Young Magazine pulls ‘inappropriate’ AKB48 breast pic". The Tokyo Reporter. January 11, 2013. สืบค้นเมื่อ April 17, 2012. 
  136. Mosbergen, Dominique (February 2, 2013). "Minami Minegishi, Japanese Pop Star, Shaves Head As Penance For Dating". Huffington Post. สืบค้นเมื่อ April 2, 2013. 
  137. "Japan’s Lack of Romance: Is It Due to Idol Culture?". The Huffington Post. January 2, 2017. สืบค้นเมื่อ January 2, 2017. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]