50:50 (รายการโทรทัศน์ของบีอีซีเทโร)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

50:50 เป็นรายการควิซโชว์ตอบคำถามความรู้ทั่วไปสำหรับเด็ก ซึ่งผลิตโดย บริษัท BEC TERO Entertainment จำกัด (มหาชน) ออกอากาศทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 18.02-18.27 น. ทาง ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยมี ธนัท ตันอนุชิตติกุล เป็นพิธีกร โดยออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 และสิ้นสุดการออกอากาศในวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553 อย่างไรก็ตาม ได้มีการนำเทปที่ออกอากาศไปเมื่อปี 2552 - 2553 ไปฉายซ้ำทางช่อง 3 แฟมิลี่ ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ 15.00 - 16.00 น. (ออกอากาศ 2 เทป/วัน เทปละประมาณ 30 นาที)

ประวัติรายการ[แก้]

การแข่งขันจะเป็นรูปแบบตามหาหัวกะทิของภาคต่าง ๆ จากนั้นจะเข้าสู่การค้นหาหัวกะทิระดับประเทศ โดยระยะเวลาการค้นหาหัวกะทิตามภาคต่าง ๆ เป็นดังนี้

  • 2 พฤศจิกายน 2552 - 4 พฤษภาคม 2553 ภาคกลาง
  • 5 พฤษภาคม 2553 - 21 มิถุนายน 2553 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • 22 มิถุนายน 2553 - 13 กรกฎาคม 2553 ภาคใต้
  • 14 กรกฎาคม 2553 - 25 สิงหาคม 2553 ภาคเหนือ
  • 30 สิงหาคม 2553 - 14 กันยายน 2553 (ช่วงที่ 1) ค้นหาสุดยอดหัวกะทิระดับประเทศไทย
  • 14 กันยายน 2553 (ช่วงที่ 2) - 12 ตุลาคม 2553 เป็นการแข่งขันนัดล้างตาของผู้ที่เคยเป็นอดีตแชมป์ในกติกาเก่ามาก่อน

กฎกติกาการเล่น[แก้]

ผู้เข้าแข่งขันที่เป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย (ช่วงชั้นที่ 2) ทั้ง 100 คน ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ทีม ทีมละ 50 คน คือ ทีมสีน้ำเงิน และสีเขียว และในทีมจะประกอบไปด้วย 5 โรงเรียน โรงเรียนละ 10 คน จะต้องตอบคำถาม โดยในแต่ละข้อจะมี 3 ตัวเลือกคือ A B และ C (เช่นเดียวกับ 1 ต่อ 100) ซึ่งเป็นคำถามปรนัย 3 ตัวเลือกที่มีในทุกข้อคำถาม แต่ละข้อจะมีเวลา 10 วินาที เมื่อหมดเวลาแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนคำตอบได้ ถ้าใครตอบผิดหรือใส่คำตอบไม่ทัน จะต้องถูกพิธีกรดีดนิ้วส่งผู้แข่งขันออกจากเกมการเล่น และเงินรางวัลสะสมในแต่ละข้อ จะมาจากจำนวนคนที่ตอบผิด คูณกับมูลค่าของเงินรางวัลในแต่ละข้อ เงินรางวัลนั้น จะเป็นลำดับขั้นบันได ตั้งแต่ 100, 300, 500, 700, 1,000, 1,500, 2,000, 3,000 และ 4,000 บาท ในข้อที่ 10 เป็นต้นไป จะมีมูลค่า 5,000 บาท (กรณีที่ทุกคนตอบถูกหรือตอบผิดในข้อนั้น ข้อถัดไปมูลค่าเงินรางวัลจะคงเดิม) ซึ่งเงินรางวัลสะสมจะสะสมทุกข้อรวมกัน

เมื่อทีมใดตอบผิดครบ 50 คน จะตกรอบทันที อีกทีมหนึ่งจะเป็นผู้ชนะ พร้อมกับรับเงินรางวัลสะสม หารตามจำนวนผู้ชนะเท่า ๆ กัน ไปมอบให้กับโรงเรียนที่เป็นผู้ชนะ ซึ่งรูปแบบดังกล่าวนั้นได้ใช้ถึง 13 กรกฎาคม 2553

อย่างไรก็ดีตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ได้เปลี่ยนกติกาใหม่โดยผู้เข้าแข่งขันที่เป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย (ช่วงชั้นที่ 2) ทั้ง 100 คน ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ทีม ทีมละ 50 คน คือ ทีมสีน้ำเงิน และสีเขียว และในทีมจะประกอบไปด้วย 5 โรงเรียน โรงเรียนละ 10 คน จะมีผู้นำทีมจากโรงเรียนต่าง ๆ โรงเรียนละ 1 คน รวม 5 คน ต้องวางแผนกลยุทธ์คำถามจากทั้งหมด 10 คำถาม จาก 10 กลุ่มสาระ (วิชา) การแข่งขันจะแข่งกันเป็นยก (ทั้งสองทีมแข่งกันทีมละ 1 คำถาม นับเป็น 1 ยก) จากนั้นให้เลือก 1 คำถามที่คิดว่าลูกทีมของฝ่ายตรงข้ามจะตอบไม่ได้ (มีสิทธิ์เปลี่ยนแผนกลยุทธ์คำถามได้ 2 ครั้ง) โดยในแต่ละข้อจะมี 2 ตัวเลือกคือ ข้อ A และ B เป็นแบบปรนัยเหมือนกัน แต่มี 2 ตัวเลือกซึ่งมีในทุกคำถาม แต่ละข้อจะมีเวลา 10 วินาที เมื่อหมดเวลาแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนคำตอบได้ ถ้าใครตอบผิดหรือใส่คำตอบไม่ทัน จะต้องถูกพิธีกรดีดนิ้วเพื่อส่งผู้แข่งขันออกจากเกม และเงินรางวัลสะสมในแต่ละยก (2 ข้อ) จะมาจากจำนวนคนที่ตอบผิด คูณกับมูลค่าของเงินรางวัลในแต่ละข้อ เงินรางวัลนั้น จะเป็นลำดับขั้นบันได ตั้งแต่ 100, 300, 500, 700, 1,000, 1,500, 2,000, 3,000, 4,000 และ 5,000 บาท (กรณีที่ทุกคนตอบถูกหรือตอบผิดในข้อนั้น ข้อถัดไปมูลค่าเงินรางวัลจะคงเดิม) ซึ่งเงินรางวัลสะสมจะสะสมทุกข้อรวมกัน กรณีที่ทั้งสองทีม เล่นครบทีมละ 10 ข้อ แล้วไม่สามารถหาผู้ชนะได้ จะต้องใช้คำถามส่วนกลางของทางรายการในการตัดสินและใช้วิธีการเดียวกับกติกาเดิม คือเล่นพร้อมกัน ตอบผิดออกจากการแข่งขัน

แต่ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2553 การแข่งขันจะลดเหลือทีมละ 5 ข้อ และหลังจากหมดคำถามทีมละ 5 ข้อแล้ว จึงเข้าสู่คำถามส่วนกลาง ทั้ง 2 ทีม ต้องเล่นพร้อมกันทุกคน (ถ้ามีลูกทีมเหลือ หัวหน้าทีมทั้ง 5 คน ยังไม่ต้องตอบ)

การแข่งขันจะเริ่มที่ลูกทีมทั้ง 45 คนก่อน โดยที่ผู้นำทีมจะไม่มีสิทธิ์ตอบคำถาม จนกระทั่งลูกทีมของทีมใดตอบผิดครบ 45 คน ผู้นำทั้ง 5 คน จะต้องตอบคำถาม และเมื่อผู้นำทีมทั้ง 5 คน ตอบผิดหมดจะตกรอบทันที อีกทีมหนึ่งจะเป็นผู้ชนะ พร้อมกับรับเงินรางวัลสะสม มอบให้กับโรงเรียนทั้ง 5 โรงเรียนเท่า ๆ กัน (เช่น เงินรางวัลสะสม 50,000 บาท ทีมที่ชนะ จะแบ่งเงินรางวัลสะสมให้โรงเรียนเท่า ๆ กัน โรงเรียนละ 10,000 บาท) และเมื่อทีมใดก็ตาม เป็นแชมป์ทุก 5 สมัยติดต่อกัน จะได้รับทุนการศึกษาเพิ่มอีก 100,000 บาท ให้กับผู้เข้าแข่งขันทั้ง 50 คน ทันที

และในรอบชิงชนะเลิศ หากทีมจากภาคใดชนะ นอกจากจะได้รับเงินรางวัลสำหรับโรงเรียนแล้ว ยังจะได้รับทุนการศึกษาสำหรับ 50 คน เพิ่มอีก 100,000 บาท อีกด้วย

รอบคำถามโบนัส[แก้]

ผู้ที่ชนะ จะมีสิทธิ์ตอบคำถามโบนัส ในมูลค่าเงินรางวัลเท่ากับเงินรางวัลสะสมเดิม (เช่น เงินรางวัลสำหรับโรงเรียน 100,000 บาท คำถามโบนัสก็จะมีมูลค่า 100,000 บาท เช่นกัน) โดยจะมี 1 คำถาม 3 ตัวเลือก และต้องตอบภายใน 10 วินาที และถ้าตอบถูก จะได้รับเงินรางวัลเป็นทุนการศึกษาสำหรับผู้แข่งขันเอง หารตามจำนวนผู้ชนะ ซึ่งรอบนี้ ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2553

สิทธิพิเศษของผู้แข่งขันที่ชนะ[แก้]

สิทธิพิเศษสำหรับผู้ชนะนั้น จะได้สิทธิในการตอบผิดในเกมถัดไปเพิ่ม 1 ครั้ง (ใช้ได้เกมเดียว ไม่สามารถสะสมสิทธิในการตอบผิดเพิ่มในเกมถัด ๆ ไป ได้) และนำผู้แข่งขันในทีมของตนกลับมาเล่นเกมใหม่ได้อีกครบทั้ง 50 คน และถ้าสามารถขึ้นมาตอบคำถามโบนัสได้ครบ 10 ครั้งติดต่อกัน จะได้รับทุนการศึกษามูลค่า 1,000,000 บาท ซึ่งสิทธิตรงนี้ ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2553