300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับ แซ็ก สไนเดอร์
อำนวยการสร้าง
เขียนบท
  • แซ็ก สไนเดอร์
  • เคิร์จ จอห์นสแตด
  • ไมเคิล บี. กอร์ดอน
เค้าโครงจาก 300
โดย แฟรงก์ มิลเลอร์
ลินน์ วาร์ลีย์
นำแสดง
ดนตรีประกอบ ไทเลอร์ เบตส์
กำกับภาพ แลร์รี ฟอง
ตัดต่อ วิลเลียม ฮอย
ค่าย
จำหน่าย/เผยแพร่ วอร์เนอร์บราเธอร์ส
ฉาย 9 ธันวาคม ค.ศ. 2006 (2006-12-09)
(Butt-Numb-A-Thon)[1]
9 มีนาคม ค.ศ. 2007 (2007-03-09)
(สหรัฐอเมริกา)
ความยาว 116 นาที
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
งบประมาณ 65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2]
รายได้ 456.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[3]
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก (อังกฤษ: 300) เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีของสหรัฐใน พ.ศ. 2550 ที่มาจากการ์ตูนชุดใน พ.ศ. 2541 ที่มีชื่อเดียวกันของแฟรงก์ มิลเลอร์ เป็นฉากเกี่ยวกับการสู้รบที่เทอร์มอพิลี ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยแซ็ก สไนเดอร์ ส่วนมิลเลอร์ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการบริหารและที่ปรึกษา โครงเรื่องเกี่ยวกับพระราชาเลโอไนดัส ที่นำชาวสปาร์ตา 300 คนไปต่อสู้กับกองทัพเปอร์เซียนับล้านคนที่นำโดยพระเจ้าเซอร์เซส เรื่องราวจะเล่าโดยดีลิออส ทหารสปาร์ตา

เนื้อเรื่อง[แก้]

ดีลิออส ได้กล่าวเล่าเรื่องของกษัตริย์ลีโอไนดัสที่ได้รับการฝึกฝนวิชาศึกตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ กระทั่งยามขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งสปาร์ตา ทางเปอร์เซียได้ส่งทูตมาเจรจาให้ยอมเป็นเมืองขึ้นแก่กษัตริย์เซอร์เซส แต่ลีโอไนดัสไม่ยอม และสังหารเหล่าผู้ส่งสารจากเปอร์เซียจนสิ้น เมื่อลีโอไนดัสเดินทางไปเยี่ยมนักบวชอีฟอร์ เพื่อขอคำทำนายและแจกแจงแผนการรบ โดยการบีบให้กองทัพเปอร์เซียนเดินทางผ่านช่องหุบเขา เพื่อจำกัดจำนวนของนักรบที่มีมากกว่าทางสปาร์ตา และผลักพวกเปอร์เซียนลงหน้าผาไป เหล่านักบวชอีฟอร์ปรึกษากับเทพยากรณ์ ได้รับคำแนะนำว่าสปาร์ตามิควรออกศึกโดยเด็ดขาด แต่ลีโอไนดัสเพิกเฉยและลากจากมา โดยหารู้ไม่ว่านักบวชอีฟอร์ได้รับสินบนจากนักการทูตของกษัตริย์เซอร์เซส

ลีโอไนดัสรวบรวมกองทัพทั้งสามร้อยนาย เดินทางไปร่วมกับนักรบชาวอาร์เคเดียและกรีกบางส่วน ร่วมกันสร้างกำแพงเพื่อต่อต้านการเดินทัพของชาวเปอร์เซีย ขณะเดียวกัน ลีโอไนดัสได้พบกับเอฟีอัลทีส นักรบสปาร์ตันที่มีรูปร่างพิกลพิการ ซึ่งตั้งใจจะร่วมศึกตามคำสั่งเสียของบิดามารดา แต่ด้วยความพิการของเอฟีอัลทีสเองทำให้กษัตริย์ปฏิเสธ

กษัตริย์เซอร์เซสเดินทางมาพบลีโอไนดัสด้วยตนเอง และกล่าวชื่นชมความกล้าหาญ พร้อมทั้งให้โอกาสในการยอมจำนน แลกกับความมั่งคั่งและอำนาจมากมาย แต่ลีโอไนดัสปฏิเสธ ทั้งยังตั้งปฏิญาณจะทำให้สมมติเทพอย่างเซอร์เซสหลั่งเลือดอีกด้วย ในการปะทะกัน ด้วยการตั้งรูปขบวนที่แข็งแกร่ง ทำให้ทัพสปาร์ตาสามารถเอาชนะทัพแรกของเปอร์เซียได้ กษัตริย์เซอร์เซสส่งกองทัพมาต่อสู้อีกหลายครั้ง แต่ก็โดนเหล่านักรบสปาร์ตันและกองหนุนทำลายได้ทุกครั้ง ขณะเดียวกัน เอฟิอัลทีสที่น้อยเนื้อต่ำใจ ได้หันไปสวามิภักดิ์แด่เซอร์เซส และบอกความลับทางภูมิศาสตร์ให้เซอร์เซสทราบ ทำให้กองทัพอาร์เคเดียนที่รู้ข่าวขอถอยทัพออกมาเนื่องจากเกรงจะสู้ไม่ได้ แต่ลีโอไนดัสยังยืนยันจะออกรบต่อไป และให้ดีลิออสที่สูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่งจากการรบให้กลับมาแจ้งข่าวแก่ทางสภาเมือง

ที่เมืองสปาร์ตา ราชินีกอร์โกปฏิเสธข้อเสนอของเธอรอน นักการเมืองฉ้อฉลที่หวังจะให้ราชินีมีสัมพันธ์กับตน แลกกับการอนุญาตส่งทหารออกไปเสริมทัพแก่ลีโอไนดัส ในการประชุมสภา เธอรอนประกาศว่ากอร์โกนั้นไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นราชินี จึงโดนกอร์โกใช้มีดแทง เผยให้เห็นเหรียญตราของเซอร์เซสในกระเป๋า ซึ่งใช้ติดสินบนเธอรอน เมื่อทราบดังนี้ ทางสภาจึงรวมกำลังกันวางแผนต่อต้านเปอร์เซีย

ในหุบเขาลานศึก ทัพของเปอร์เซียเข้าล้อมทัพสปาร์ตัน และบังคับให้ลีโอไนดัสยอมจำนนแก่เซอร์เซสเป็นครั้งสุดท้าย ลีโอไนดัสทิ้งเกราะและโล่ห์ คุกเข่าเหมือนจะยอมให้ แต่กลับสั่งให้ทหารนายหนึ่งโจมตีกลับทันที เห็นดังนั้น เซอร์เซสจึงโกรธจัดและสั่งให้สังหารทัพสปาร์ตันทันที ท่ามกลางห่าฝนลูกธนูที่รายล้อม ลีโอไนดัสคว้าทวนคู่กายขว้างไปเฉี่ยวแก้มของเซอร์เซสจนบาดเจ็บ และหลั่งเลือดตามที่เขาเคยลั่นวาจาไว้ ลีโอไนดัสรวมทั้งทหารสปาร์ตันทั้งสามร้อยนายถูกสังหารสิ้น

ดีลิออสสรุปเรื่องราวทั้งหมดซึ่งเกิดขึ้นหนึ่งปีก่อนหน้าให้ทหารแห่งกองทัพฟัง และประกาศก้องให้เหล่าทหารร่วมกันสรรเสริญวีรกรรมของสปาร์ตันทั้งสามร้อยนาย รวมทั้งเผยให้เห็นกองกำลังของสปาร์ตันที่บัดนี้มีถึงหมื่นนาย และทหารจากกรีกอีกกว่าสามหมื่น จะรวมพลังกันต่อต้านกองทัพเปอร์เซียแม้จะมีกำลังมากกว่าถึงสามเท่าก็ตาม ก่อนจะนำทัพเข้าปะทะกันเกิดเป็นสงครามแห่งทุ่งราบพลาเทียในเวลาต่อมา

นักแสดง[แก้]

ภาคต่อ[แก้]

300 ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก มีภาคต่อคือ 300 มหาศึกกำเนิดอาณาจักร (300: Rise of an Empire) ออกฉายในสหรัฐอเมริกา วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557

อ้างอิง[แก้]

  1. Vespe, Eric (December 11, 2006). "Quint's BNAT wrap-up, part 1! Zack Snyder's 300! ROCKY BALBOA! BLACK SNAKE MOAN and DREAMGIRLS!!!". Ain't It Cool News. สืบค้นเมื่อ September 11, 2014. 
  2. Corliss, Richard (March 14, 2007). "7 Reasons Why 300 Is a Huge Hit". Time. Archived from the original on October 15, 2008. สืบค้นเมื่อ November 18, 2008. 
  3. "300 (2006)". Box Office Mojo. Archived from the original on March 13, 2009. สืบค้นเมื่อ March 8, 2009. 

แหล่งข้อมูลอื่นๆ[แก้]