ไอแพด (รุ่นที่หนึ่ง)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
iPad
IPad wordmark.svg
IPad 1 PSD Mockup.png
ผู้พัฒนา แอปเปิล (บริษัท)
ผู้ผลิต ฟ็อกซ์คอนน์
ตระกูลผลิตภัณฑ์ ไอแพด
ชนิด Tablet computer
วันที่วางจำหน่าย
ยกเลิก มีนาคม 2, 2011 (2011-03-02)
ระบบปฏิบัติการ iOS 5.1.1 (build 9B206)
Released 7 พ.ค. 2012; 3 ปีก่อน (2012-05-07)
No longer supported; third party operating systems available
Originally shipped with iPhone OS 3.2
พลังงาน Built-in rechargeable Li-Po battery
แม่แบบ:Convert/W.h, 10hr life[1]
ชิพ Apple A4[1]
หน่วยประมวลผลกลาง 1 GHz ARM Cortex-A8[1][2]
ความจุ 16, 32 or 64 GB หน่วยความจำแฟลช[1]
หน่วยความจำ 256 MB DDR RAM[3]
การแสดงผล 1024 × 768 px 132 PPI 4:3 aspect ratio
9.7 นิ้ว (250 มม.) diagonal
ความละเอียดการแสดงผลกราฟิก, LED-backlit IPS LCD[1]
กราฟฟิก PowerVR SGX535[4]
เครื่องเสียง บลูทูธ, speaker, microphone, headset jack[1]
การรับเข้า มัลติทัช screen, proximity and ambient light sensors, 3-axis accelerometer, digital เข็มทิศ[1]
การเชื่อมต่อ [1]
บริการออนไลน์ ร้านไอทูนส์, App Store, iCloud, ไอบุ๊กส์
ขนาด 9.56 นิ้ว (243 มม.) (h)
7.47 นิ้ว (190 มม.) (w)
0.50 นิ้ว (13 มม.) (d)[1]
น้ำหนัก Wi-Fi: 1.5 ปอนด์ (680 กรัม)
Wi-Fi + 3G: 1.6 ปอนด์ (730 กรัม)[1]
รุ่นต่อไป ไอแพด 2
บทความที่เกี่ยวข้อง ไอโฟน, ไอพอดทัช (Comparison)
เว็บไซต์ www.apple.com/ipad/

ไอแพด (อังกฤษ: iPad /ˈpæd/ eye-pad) รุ่นแรกเป็นแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบและวางจำหน่ายโดย Apple Inc. ตัวไอแพดรุ่นที่หนึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือชิพประมวลผล Apple A4 หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 9.7” และความสามารถในการเชื่อมต่อกับสัญญาณโทรศัพท์ในบางรุ่น ตัวอุปกรณ์ใช้ระบบปฏิบัติการไอโอเอสซึ่งสามารถเล่นเพลง รับ-ส่งอีเมล์และเข้าดูเว็บไซต์ต่างๆ ได้ นอกจากนี้ยังมีความสามารถอื่นเช่นสามารถเล่นวิดีโอเกม เข้าถึงแหล่งข้อมูลอื่นๆ การใช้ระบบระบุตำแหน่งและระบบนำทาง GPS และการใช้บริการเครือข่ายสังคม (Social Network) ผ่านการดาว์นโหลดโปรแกรมประยุกต์

ไอแพดได้รับการเปิดตัวในวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553 ในงานแถลงข่าว โดยไอแพดรุ่น WiFi วางจำหน่ายในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2553 ในสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะมีการวางจำหน่ายรุ่น WiFi+Cellular (สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายมือถือได้) ในวันที่ 30 เมษายนปีเดียวกัน ก่อนจะมีการวางจำหน่ายในออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อิตาลี เยอรมัน สเปน สวิสเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักรในวันที่ 28 พฤษภาคมปีเดียวกัน

ตัวอุปกรณ์ได้รับเสียงตอบรับไปในแง่บวกจากบรรดาบล็อกและสื่อด้านไอที ผู้วิจารณ์ยกย่องตัวไอแพดในเรื่องความสามารถที่กว้างขวางและเป็นคู่แข่งกับคอมพิวเตอร์พกพาและเน็ตบุ๊กได้ อย่างไรก็ตามก็มีคำวิจารณ์ในเรื่องอื่นๆ เช่นการเป็นระบบปิดและการไม่รองรับการใช้งาน Adobe Flash โดยในช่วง 80 วันแรกของการวางจำหน่ายนั้น ไอแพดถูกจำหน่ายไปทั้งสิ้น 3 ล้านเครื่อง และเมื่อ Apple มีการเปิดตัวไอแพด 2นั้น ไอแพดรุ่นแรกก็มีการจำหน่ายไปแล้วมากกว่า 15 ล้านเครื่อง

Apple ได้มีการเปิดตัวไอแพดรุ่นที่สอง ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554 และยุติการผลิตไอแพดรุ่นแรก[5]

ประวัติ[แก้]

สตีฟ จอบส์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Apple ได้กล่าวใน พ.ศ. 2526 ว่า[6]

...กลยุทธ์ที่ค่อนข้างเรียบง่าย นั่นคือการสร้างคอมพิวเตอร์ที่ยอดเยี่ยมในขนาดของหนังสือที่ใครก็สามารถพกพาไปด้วยโดยสามารถเรียนรู้จะใช้งานได้ในเวลาเพียง 20 นาที นอกจากนี้ยังต้องการให้มันสามารถเชื่อมต่อไร้สายโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเอามันไปต่อกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ แต่อย่างใด[6]

แท็บเล็ตเครื่องแรกของ Apple นั้นคือ Newton MessagePad 100[7][8] ซึ่งถูกพัฒนาใน พ.ศ. 2536 ซึ่งนำไปสู่การสร้างชิพประมวลผล ARM6 ใน Acorn Computers นอกจากนั้นแล้ว Apple ยังมีการพัฒนาต้นแบบของแท็บเล็ต PowerBook Duo ที่ชื่อว่า PenLite แต่ก็ตัดสินไม่วางจำหน่ายเนื่องจากกลัวว่าจะกระทบยอดจำหน่ายของ MessagePad [9] โดยภายหลัง Apple ก็ได้มีการวางจำหน่าย PDA ที่เป็น Newton-based หลายรุ่นก่อนจะยุติการพัฒนาในปีพ.ศ. 2541 โดยรุ่นสุดท้ายที่ผลิตคือ MessagePad 2100

Apple กลับเข้ามาในตลาดคอมพิวเตอร์แบบพกพาครั้งแรกในปี พ.ศ. 2550 ด้วยไอโฟนซึ่งมีขนาดเล็กกว่าไอแผด (ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีการประกาศเปิดตัว) โดยมีกล้องถ่ายรูปและเป็นโทรศัพท์มือถือในตัว ไอโฟนกลายเป็นอุปกรณ์ที่บุกเบิกความสามารถมัลติทัช ซึ่งเป็นความสามรถในการสัมผัสหน้าจอหลายจุดของระบบปฏิบัติการ iOS ของ Apple

ก่อนช่วงปลายปี พ.ศ. 2552 ก็มีการข่าวลือเรื่องของไอแพดอยู่หลายปี เช่นเรื่องแท็บเล็ตของ Apple โดยมีชื่อว่า iTablet และ iSlate[10] โดยชื่อจริงของไอแพดนั้นถูกรายงานว่าเป็นการให้เกียรติกับ PADD ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีความคล้ายคลึงกันจากภาพยนตร์เรื่อง Star Trek[11] โดยไอแพดถูกเปิดตัวในวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553 โดยสตี๊ฟ จ๊อบส์ ในงานแถลงข่าวของ Apple ที่ Yerba Buena Center for the Arts ในซานฟรานซิสโก[12][13]

สตี๊ฟ จ๊อบส์กล่าวภายหลังว่า Apple เริ่มพัฒนาไอแพดก่อนไอโฟนเสียอีก[14][15] but temporarily shelved the effort upon realizing that its ideas would work just as well in a mobile phone.[16] แต่ถูกพักการพัฒนาหลังจากพบว่าแนวคิดดังกล่าวนั้นสามารถใช้ได้กับการสร้างโทรศัพท์มือถือ ไอแพดนั้นมีรหัสภายในองค์กรว่า K48 ซึ่งถูกเปิดเผยในชั้นศาลเมื่อมีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลก่อนงานแถลงข่าว[17]

Apple เริ่มทำการให้สั่งซื้อไอแพดล่วงหน้ากับลูกค้าในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553[18] โดยสิ่งที่ต่างไประหว่างไอแพดในงานแถลงข่าวกับแบบที่จำหน่ายจริงนั้นคือสวิตช์ด้านข้างที่เปลี่ยนจากการปิดเสียงกลายเป็นการล็อกหน้าจอ[19] ตัวไอแพดรุ่น WiFi วางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2553[18][20] และรุ่น WiFi + 3G ถูกวางจำหน่ายในวันที่ 30 เมษายน[18][21][21] โดยบริการ 3G ในสหรัฐอเมริกานั้นถูกให้บริการโดย AT&T ซึ่งมีการจำหน่ายโดยผูกสัญญา 2 ปีพร้อมแพคเกจ 2 รูปแบบ คือใช้งานข้อมูลได้ไม่จำกัดและการใช้ข้อมูล 250 เมกกะไบต์ต่อเดือนในราคาที่ถูกกว่าครึ่งหนึ่ง[22][23] ต่อมาในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2553 AT&T ก็ประกาศว่าจะเปลี่ยนแพคเกจการใช้งานข้อมูลแบบไม่จำกัดเป็นการใช้ข้อมูลได้ในปริมาณ 2 จิกะไบต์โดยมีราคาที่ถูกลงมา แต่ลูกค้าก็สามารถเลือกคงแพคเกจเดิมไว้ได้[24] The plans are activated on the iPad itself and can be canceled at any time.[25]

แรกเริ่มนั้น ไอแพดถูกวางแผนว่าจะจำหน่ายเฉพาะช่องทางจำหน่ายออนไลน์ของแอปเปิลสตอร์และร้านค้าของ Apple เท่านั้น แต่ภายหลังก็ได้มีการวางจำหน่ายผ่าน Amazon Walmart และร้านค้าของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือด้วย ไอแพดถูกวางจำหน่ายในออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อิตาลี เยอรมัน สเปน สวิสเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักรในวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553[26][27] โดยผู้ซื้อในประเทศดังกล่าวสามารถทำการสั่งซื้อล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม[21] ต่อมา Apple วางจำหน่ายไอแพดในฮ่องกง ไอร์แลนด์ แมกซิโก นิวซีแลนด์ และสิงค์โปร์ในวันที่ 23 กรกฎาคมปีเดียวกัน[28][29][30] โดยอิสราเอลห้ามนำเข้าไอแพดเนื่องจากความกังวลว่าสัญญาณ WiFi ของไอแพดจะก่อกวนอุปกรณ์อื่น[31] ส่วนในประเทศจีนนั้นมีการวางจำหน่ายไอแพดในวันที่ 17 กันยายนของปีเดียวกัน[32]

คุณสมบัติ[แก้]

ซอฟต์แวร์[แก้]

เดิมนั้นไอแพดใช้ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันพิเศษของ iPhone OS 3.2 ต่อมาในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553 ก็มีการประกาศว่าไอแพดจะใช้ iOS 4.2 ภายในพฤศจิกายนปีเดียวกัน[33] ซึ่ง Apple ก็มีการเปิดตัว iOS 4.2 ในวันที่ 22 พฤศจิกายน[34] โดยมีพร้อมกับแอปพลิเคชันต่างอย่าง Safari Mail Photos Video iPod iTunes App Store iBooks Maps Notes Calendar และ Contacts[35] ซึ่งหลายแอปพลิเคชันได้รับการพัฒนาจากเวอร์ชันของไอโฟนและแมคอินทอช

ไอแพดทำการเชื่อมต่อกับ iTunes บน Mac และ Windows[12] โดย Apple ยังมีการพัฒนา ชุดโปรแกรม iWork มายัง iPad และขายในรูปแบบของแอปพลิเคชัน Pages Numbers และ Keynote ใน App Store[36] โดยแม้ว่าไอแพดจะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทดแทนโทรศัพท์มือถือ แต่ผู้ใช้งานก็สามารถดัดแปลงในการใช้หูฟังและไมโครโฟนเพื่อสามารถโทรศัพท์คุยกันได้ผ่านแอปพลิเคชันที่ให้บริการ วีโอไอพี[37]

ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 ก็ได้เปิดตัว iOS 5 ให้กับอุปกรณ์ที่ใช้ iOS หลายรุ่นรวมทั้งไอแพดรุ่นแรก โดยสามารถทำการดาว์นโหลดและติดตั้งผ่านทาง iTunes[38] โดยมีการรายงานว่าจะเวอร์ชันดังกล่าวนั้นจะมาพร้อมกับความสามารถใหม่กว่า 200 อย่างรวมทั้งการผสานทวิตเตอร์เข้าไปในระบบปฏิบัติการ การใช้งาน Notification Center และ iMessage ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถส่งข้อความหรือไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ ให้กับผู้ใช้งานอื่นๆ บน iOS และ โอเอสเทน.[39] นอกจากนั้นยังมีความสามารถของ iCloud ซึ่งเป็นบริการเก็บข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตของ Apple ที่ให้ผู้ใช้สามารถทำการเชื่อมต่อเพื่อทำการเก็บข้อมูลหรือดึงข้อมูลเพื่อใช้งานในอุปกรณ์ต่างๆ ได้[40] ในวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ก็มีการประกาศว่า iOS 6 นั้นจะไม่สามารถใช้งานได้กับไอแพดรุ่นแรก และทำให้ iOS 5.1.1 เป็นระบบปฏิบัติการรุ่นสุดท้ายที่สามารถใช้งานได้ในทุกอุปกรณ์[41][42]

ฮาร์ดแวร์[แก้]

The original iPad in its black case.

ไอแพดรุ่นแรกใช้ชิพประมวลผล Apple A4 SoC[2] ซึ่งมีความเร็ว 1Ghz พร้อม RAM 256 เมกกะไบต์และ PowerVR SGX535 GPU[1][3] โดยตัวไอแพดรุ่นแรกจะมีสวิตช์ต่างๆ อยู่ 4 จุด คือปุ่ม Home ซึ่งอยู่ใกล้หน้าจอโดยไว้ใช้สำหรับการพาผู้ใช้กลับมาที่หน้าจอหลัก และอีกสามสวิตช์ที่อยู่ด้านข้าง คือปุ่ม Wake / Sleep (เปิด / ปิด) ปุ่มเพิ่ม / ลดเสียงซึ่งสามารถใช้งานกับซอฟต์แวร์อื่นๆ ได้ นอกจากนี้ยังมีสวิตช์ที่เดิมทีนั้นใช้สำหรับล็อกหน้าจอไม่ให้หมุนแต่ใน iOS 4.2 ได้ปรับให้เป็นการเปิด / ปิดเสียงและให้การล็อกหน้าจอนั้นไปอยู่ในเมนูที่ใช้งานปรกติ[43] และใน iOS 4.3 ก็มีการให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าจะใช้สวิตช์ดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์อะไร[1] สิ่งที่ไอแพดรุ่นแรกจะต่างจากรุ่นที่ผ่านๆ มาอย่างหนึ่งคือเป็นรุ่นเดียวที่ไม่มีกล้องถ่ายรูปในตัว[44]

หน้าจอของไอแพดเป็นระบบจอสัมผัส ความละเอียด 1,024 x 768 พิกเซล ขนาด 7.75 x 5.82 นิ้ว (197 x 148 มิลลิเมตร) หน้าจอเป็นจอภาพผลึกเหลว โดยมีกระจกแก้วที่ป้องกันรอยและลายนิ้วมือ ตัวหน้าจอมีความเข้มของพิกเซลอยู่ที่ 132 ppi[1] โดยหน้าจอมีการตอบสนองกับเซ็นเซอร์ต่างๆ คือเซ็นเซอร์ตรวจความสว่างของแสงเพื่อให้สามารถปรับระดับของแสงได้ รวมทั้งเซ็นเซอร์ Accelerometer แบบ 3 แกนที่สามารถตรวจับได้ว่าไอแพดถูกถืออยู่ในแนวไหน[45]

ไอแพดรุ่นแรกมาพร้อมกับหน่วยความจำ 16GB 32GB และ 64GB สามารถเชื่อมต่อได้สองรูปแบบคือ วายฟายและผ่านสัญญาณโทรศัพท์มือถือ[1] โดยในไอแพดรุ่นแรกนั้นรองรับการใช้งานโทรศัพท์มือถือระบบจีเอสเอ็ม/ยูเอ็มทีเอส เท่านั้น (ไม่สามารถใช้งานระบบ Code division multiple access ได้ แต่ใช้เอจีพีเอสได้)[1]

น้ำหนักของไอแพดรุ่นแรกมีหลากหลายตามประเภทของการเชื่อมต่อ โดยรุ่น WiFi อย่างเดียวจะหนัก 1.5 ปอนด์ (680 กรัม) ในขณะที่รุ่น WiFi + Cellular จะหนัก 1.6 ปอนด์ (730 กรัม) โดยทั้งสองรุ่นนั้นมีขนาดเท่ากัน[1]

อุปกรณ์เสริม[แก้]

Apple มีการผลิตอุปกรณ์เสริมให้ไอแพดรุ่นแรกอยู่หลายอย่าง[46] โดยส่วนมากจะเป็นอุปกรณ์สำหรับการเชื่อมต่อผ่าน 30-pin dock connector ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับการเชื่อมต่อ

เสียงตอบรับ[แก้]

เสียงตอบรับจากนักวิจารณ์[แก้]

สื่อมวลชนต่างๆ นั้นให้ความเห็นไปในหลายๆ ทางหลังจากงานเปิดตัว โดยมีการรายงานว่ามีคนหลายพันคนเข้าคิวในวันแรกของการจำหน่ายในหลายๆ ประเทศโดยหลายๆ คนนั้นบอกว่า “คุ้มค่าที่จะรอ”[47][48]

Walt Mossberg (จาก The Wall Street Journal) ให้ความเห็นไว้ว่า “สิ่งสำคัญคือซอฟต์แวร์ต่างหาก” หมายความว่าบรรดาฮาร์ดแวร์และคุณสมบัติต่างๆ นั้นสำคัญน้อยกว่าระบบปฏิบัติการของไอแพดซึ่งความเห็นของเขาต่อการใช้งานครั้งแรกนั้นไปในทางบวกเสียส่วนใหญ่ โดย Mossberg บอกว่าราคานั้น “พอประมาณ” กับความสามารถและชื่นชมกับแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานถึง 10 ชั่วโมง[49] ในขณะที่สื่ออื่นๆ อย่าง PC Advisor และ Sydney Morning Herald บอกว่าไอแพดจะสามารถต่อกรกับ netbooks ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ ไมโครซอฟท์ วินโดวส์ เป็นระบบปฏิบัติการ[50][51] ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 499 เหรียญนั้นถูกกว่าที่คาดการณ์ไว้โดยนักวิเคราะห์ของ Wall Street และคู่แข่งของ Apple ซึ่งเชื่อว่าราคาจำหน่ายน่าจะสูงกว่านี้[52][53][54] CNET บอกว่าไอแพดขาดการเชื่อมต่อแบบไร้สายซึ่งอุปกรณ์อื่นๆ อย่าง Zune ของ Microsoft นั้นมีมาหลายปีแล้ว[55]

เสียงตอบรับในวงการค้า[แก้]

ในวันแรกที่วางจำหน่ายนั้น ไอแพดถูกจำหน่ายออกไป 3 แสนเครื่อง[56] ภายในวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ไอแพดทำยอดจำหน่ายไป 1 ล้านเครื่อง[57] ซึ่งนั่นใช้เวลาเพียงครึ่งเดียวของที่ไอโฟนรุ่นแรกเคยทำไว้[58] หลังจากผ่านยอดขาย 1 ล้านเครื่องไป ไอแพดก็ยังทำยอดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องและถึงยอด 3 ล้านเครื่องใน 80 วัน[59] ในช่วงการแถลงผลประกอบการเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2553 นั้น สตี๊ฟ จ๊อบส์ประกาศว่า Apple สามารถจำหน่ายไอแพดมากกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ Mac ในช่วงไตรมาสนั้น[60] โดยรวมแล้ว Apple จำหน่ายไอแพดไปกว่า 15 ล้านเครื่องก่อนจะวางจำหน่ายไอแพดรุ่นที่สอง ซึ่งมากกว่าแท็บเล็ตอื่นๆ ทั้งหมดรวมกัน[61]และสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดของแท็บเล็ตได้ 75% เมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2553[62]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.00 1.01 1.02 1.03 1.04 1.05 1.06 1.07 1.08 1.09 1.10 1.11 1.12 1.13 1.14 1.15 "iPad – Technical specifications and accessories for iPad". Apple. January 27, 2010. สืบค้นเมื่อ January 27, 2010. 
  2. 2.0 2.1 Crothers, Brooke (January 27, 2010). "Inside the iPad: Apple's new 'A4' chip". CNET (CBS Interactive). สืบค้นเมื่อ January 27, 2010. 
  3. 3.0 3.1 Djuric, Miroslav (April 3, 2010). "iPad Wi-Fi Teardown". Ifixit.com. p. 2. สืบค้นเมื่อ April 17, 2010. 
  4. Djuric, Miroslav (April 3, 2010). "Apple A4 Teardown". iFixit. สืบค้นเมื่อ April 17, 2010. 
  5. "Apple Special Event - March 2, 2011". แอปเปิล (บริษัท). สืบค้นเมื่อ January 15, 2013. 
  6. 6.0 6.1 Panzarino, Matthew (October 2, 2012). "Rare full recording of 1983 Steve Jobs speech reveals Apple had been working on iPad for 27 years". The Next Web. สืบค้นเมื่อ October 2, 2012. 
  7. Gruber, John (January 14, 2010). "The Original Tablet". Daring Fireball. สืบค้นเมื่อ March 20, 2010. 
  8. Stone, Brad (September 28, 2009). "Apple Rehires a Developer of Its Newton Tablet". เดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times Company). สืบค้นเมื่อ March 20, 2010. 
  9. Smykil, Jeff (December 1, 2006). "Four Apple prototypes I've never heard of". Ars Technica. Condé Nast Digital. สืบค้นเมื่อ July 29, 2012. 
  10. June, Laura (January 26, 2010). "The Apple Tablet: a complete history, supposedly". Engadget. เอโอแอล. สืบค้นเมื่อ January 27, 2010. 
  11. "How Star Trek artists imagined the iPad... 23 years ago". Ars Technica. Condé Nast Digital. August 9, 2010. สืบค้นเมื่อ January 1, 2012. 
  12. 12.0 12.1 "Apple Launches iPad" (Press release). Apple. January 27, 2010. สืบค้นเมื่อ January 27, 2010. 
  13. "Apple iPad tablet is unveiled at live press conference". The Star-Ledger. January 27, 2010. สืบค้นเมื่อ January 27, 2010. 
  14. Cohen, Peter (January 9, 2007). "Macworld Expo Keynote Live Update". Macworld. สืบค้นเมื่อ July 29, 2012. 
  15. Grossman, Lev (January 12, 2007). "The Apple Of Your Ear". TIME. สืบค้นเมื่อ July 29, 2012. 
  16. "Steve Jobs on Adobe, Gizmodo and why iPad came before iPhone". Guardian. June 2, 2010. สืบค้นเมื่อ July 29, 2012. 
  17. Ahmed, Azam (July 6, 2010). "Executive Pleads Guilty to Leaking Apple Secrets". เดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times Company). สืบค้นเมื่อ July 29, 2012. 
  18. 18.0 18.1 18.2 "iPad Available in US on April 3" (Press release). Apple. March 5, 2010. สืบค้นเมื่อ March 5, 2010. 
  19. Cheng, Jacqui. "Bed readers rejoice: iPad gains last-minute rotation lock". Ars Technica. Condé Nast Digital. สืบค้นเมื่อ July 29, 2012. 
  20. Lewis, Daniel (March 5, 2010). "iPad Pre-order Update – March 12". Electrobuzz. สืบค้นเมื่อ March 5, 2010. 
  21. 21.0 21.1 21.2 "iPad Wi-Fi + 3G Models Available in US on April 30" (Press release). Apple. April 20, 2010. สืบค้นเมื่อ April 20, 2010. 
  22. Fleishma, Glenn (February 2, 2010). "Can You Get By with 250 MB of Data Per Month?". TidBits. สืบค้นเมื่อ February 23, 2010. 
  23. Sheth, Niraj (January 28, 2010). "AT&T Gets A Vote Of Confidence From Apple With iPad Win". เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล (Dow Jones & Company). สืบค้นเมื่อ January 28, 2010. 
  24. "AT&T Announces New Lower-Priced Wireless Data Plans to Make Mobile Internet More Affordable to More People" (Press release). AT&T. June 2, 2010. Archived from the original on July 2, 2010. สืบค้นเมื่อ July 29, 2012. 
  25. "iPad with ultrafast wireless". Apple Inc. สืบค้นเมื่อ July 29, 2012. 
  26. Menn, Joseph; Bradshaw, Tim (May 27, 2010). "Apple in control of iPad’s Europe launch". Financial Times. สืบค้นเมื่อ May 30, 2010. 
  27. "iPad Available in Nine More Countries on May 28" (Press release). Apple. May 7, 2010. สืบค้นเมื่อ May 9, 2010. 
  28. Choo, Evelyn (July 23, 2010). "Eager fans in Singapore snap up iPad". Channel News Asia. สืบค้นเมื่อ January 1, 2012. 
  29. "Apple announces NZ iPad release date". stuff.co.nz. July 20, 2010. สืบค้นเมื่อ January 1, 2012. 
  30. "iPad Available in Nine More Countries This Friday" (Press release). Apple. July 19, 2010. สืบค้นเมื่อ January 1, 2012. 
  31. "Israel retira prohibición para importación del iPad | Tecnología". El Nacional.com. March 23, 2010. สืบค้นเมื่อ May 31, 2010. 
  32. "Massive crowds turn out for iPad launch". China Daily. Xinhua. September 18, 2010. สืบค้นเมื่อ September 18, 2010. 
  33. "iPad to get iOS 4.2 in November". CNET. CBS Interactive. September 1, 2010. สืบค้นเมื่อ July 29, 2012. 
  34. Snell, Jason (November 22, 2010). "Apple releases iOS 4.2.1". MacWorld. สืบค้นเมื่อ January 1, 2012. 
  35. "iPad Features". Apple Inc. January 27, 2010. สืบค้นเมื่อ January 28, 2010. 
  36. Smykil, Jeff (April 20, 2010). "The keyboardless Office: a review of iWork for iPad". Ars Technica. Condé Nast Digital. สืบค้นเมื่อ May 1, 2010. 
  37. Sarno, David (January 29, 2010). "Apple confirms 3G VoIP apps on iPad, iPhone, iPod touch; Skype is waiting". Los Angeles Times. สืบค้นเมื่อ February 7, 2010. 
  38. "iOS 4: Updating your device to iOS 5 or later". แอปเปิล (บริษัท). สืบค้นเมื่อ January 18, 2013. 
  39. "New Version of iOS Includes Notification Center, iMessage, Newsstand, Twitter Integration Among 200 New Features". แอปเปิล (บริษัท). June 6, 2011. สืบค้นเมื่อ January 18, 2013. 
  40. Cesa, Dante (October 12, 2011). "iOS 5 review". Engadget. สืบค้นเมื่อ January 18, 2013. 
  41. "Apple Previews iOS 6 With All New Maps, Siri Features, Facebook Integration, Shared Photo Streams & New Passbook App". แอปเปิล (บริษัท). June 11, 2012. สืบค้นเมื่อ January 18, 2013. 
  42. Hess, Ken (September 25, 2012). "No iOS 6 for my original iPad? Now, I'm an Angry Bird.". ZDNet. สืบค้นเมื่อ January 18, 2013. 
  43. "iPad's 'Mute' Switch Replaced With Screen Rotation Lock.". MacRumors. March 12, 2010. สืบค้นเมื่อ March 12, 2010. 
  44. McMillian, Robert (February 11, 2012). "Why You Can Still Sell Your Original iPad for $250". Wired. สืบค้นเมื่อ January 15, 2013. 
  45. Lal Shimpi, Brian Klug & Vivek Gowri, Anand (April 7, 2010). "Apple's iPad - The AnandTech Review". AnandTech. p. 4. สืบค้นเมื่อ August 9, 2012. "The display rotates smoothly to orient itself properly regardless of how you’re holding it." 
  46. "iPad must-haves. And fun-to-haves". Apple. สืบค้นเมื่อ March 22, 2011. 
  47. "iPad fans mob Apple stores for international launch". BBC News (BBC). May 28, 2010. สืบค้นเมื่อ May 31, 2010. 
  48. "iPad-mania as thousands queue for global roll-out". Google News (กูเกิล). Agence France-Presse. May 28, 2010. สืบค้นเมื่อ January 1, 2012. 
  49. Mossberg, Walter S. (January 27, 2010). "First Impressions of the New Apple iPad". All Things Digital (Dow Jones & Company). สืบค้นเมื่อ January 27, 2010. 
  50. Lai, Eric (January 28, 2010). "Apple iPad versus netbook: features compared". PC Advisor. สืบค้นเมื่อ January 28, 2010. 
  51. Tsang, Simon (February 2, 2010). "iPad vs the Kindle, tablets and netbooks". The Sydney Morning Herald. สืบค้นเมื่อ February 2, 2010. 
  52. Eaton, Kit (January 27, 2010). "The iPad's Biggest Innovation: Its $500 Price". Fast Company. สืบค้นเมื่อ March 7, 2010. 
  53. Peers, Martin (January 28, 2010). "Apple's iPad Revolution: Price". เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล (Dow Jones & Company). สืบค้นเมื่อ February 20, 2010. 
  54. Stokes, Jon (January 29, 2010). "Tablet makers rethinking things in wake of iPad's $499 price". Ars Technica. Condé Nast Digital. สืบค้นเมื่อ February 20, 2010. 
  55. Rosoff, Matt (January 30, 2010). "How to make the iPad a better music device". CNET. CBS Interactive. สืบค้นเมื่อ March 2, 2010. 
  56. Harvey, Mike (April 6, 2010). "iPad launch marred by technical glitches". The Times (UK). สืบค้นเมื่อ June 26, 2010. 
  57. Goldman, Jim (May 3, 2010). "Apple Sells 1 Million iPads". ซีเอ็นบีซี. สืบค้นเมื่อ May 4, 2010. 
  58. "iPad sales cross million mark twice as fast as original iPhone". Yahoo!. May 3, 2010. Archived from the original on May 9, 2010. สืบค้นเมื่อ June 13, 2010. 
  59. "Apple Sells Three Million iPads in 80 Days" (Press release). Apple. June 22, 2010. สืบค้นเมื่อ June 22, 2010. 
  60. "Apple Reports Fourth Quarter Results" (Press release). Apple. October 18, 2010. สืบค้นเมื่อ October 23, 2010. 
  61. "Taking the tablets". The Economist. March 2, 2011. สืบค้นเมื่อ July 27, 2011. 
  62. "iPad 2 tablet launched by Apple's Steve Jobs". BBC. March 2, 2011. สืบค้นเมื่อ March 6, 2011. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]


ก่อนหน้า ไอแพด (รุ่นที่หนึ่ง) ถัดไป