ไทเหนือ
สตรีไทเหนือเมื่อ พ.ศ. 2568 | |
| ประชากรทั้งหมด | |
|---|---|
| ราว 700,000 คน[1][2] | |
| ภูมิภาคที่มีประชากรอย่างมีนัยสำคัญ | |
| ภาษา | |
| ไทเหนือ | |
| ศาสนา | |
| พุทธนิกายเถรวาท · ผี · วิญญาณนิยม | |
| กลุ่มชาติพันธุ์ที่เกี่ยวข้อง | |
| ไทใหญ่ · อาหม · ลาว · ไทลื้อ |
ไทเหนือ, ไตเหนอ (ไทเหนือ: ᥖᥭᥰ ᥢᥫᥴ) หรือ ไตเหลอ (ᥖᥭᥰ ᥘᥫᥴ) บ้างเรียก ไทใต้คง (จีน: 德宏傣语; พินอิน: Déhóng Dǎiyǔ, ᥖᥭᥰ ᥖᥬᥲ ᥑᥨᥒᥰ), ไตมาว (ᥖᥭᥰ ᥛᥣᥝᥰ),[3] ไตคง (ᥖᥭᥰ ᥑᥨᥒᥰ) หรือ ไต่น่า (傣那语)[4] เป็นกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มหนึ่งที่ใช้ภาษาตระกูลขร้า-ไท พูดภาษาไทเหนือ ประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตปกครองตนเองชนชาติไทและจิ่งพัว เต๋อหง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน และยังพบการกระจายตัวไปตั้งถิ่นฐานในประเทศพม่าและประเทศลาว ซึ่งอยู่ใกล้เคียง[5] ในประเทศไทย มีชุมชนชาวไทเหนืออาศัยอยู่ในอำเภอแม่สาย และอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย[6]
โดยชื่อที่พวกเขาเรียกตนเองสื่อถึงหลักแหล่งการตั้งถิ่นฐานของตนเอง คือ ไทเหนือ หมายถึง ชาวไทที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ทางตอนเหนือยิ่งกว่าชาวไทกลุ่มอื่น[5] และ ไทใต้คง หมายถึงชาวไทที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำสาละวิน (หรือ คง ในภาษาไท)[7] ทั้งนี้ทางการจีนจะจัดให้ชาวไทเหนืออยู่ในกลุ่มชาวไท (หรือ ไต) ซึ่งชาวไทเหนือมีภาษาและขนบธรรมเนียมอย่างชาวไทใหญ่ และเปรียบเป็นสำเนียงหนึ่งของภาษาไทใหญ่ แต่ก็เป็นประชากรคนละกลุ่มกับชาวไทลื้อ ที่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในจังหวัดปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา
ในอดีตชาวไทเหนือเคยมีรัฐเจ้าฟ้าเป็นของตนเองสืบทอดอำนาจลงมาหลายชั่วอายุคน[5] ชาวไทเหนือมีวัฒนธรรม ภาษา ขนบธรรมเนียม และวรรณกรรมเป็นของตนเอง[8] ในหนังสือ 30 ชาติในเชียงราย ของบุญช่วย ศรีสวัสดิ์ (2493) กล่าวถึงการแต่งกายของชาวไทเหนือไว้ว่า "...ไว้ผมมวยสูง โพกศีรษะด้วยผ้าสีครามแก่หรือสีดำสีขาว สวมหมวกปีกใหญ่ เสื้อสีขาวหรือดำ ผ่าอกกลางติดกระดุมผ้า คาดเข็มขัดเส้นใหญ่ มีกระเป๋าหนังเปิดปิดได้เรียกว่า "กะเลิ้บ" สะพายดาบด้ามงาช้าง กางเกงดำขากว้าง สวมรองเท้าแตะหัวหงอน สักหมึกเต็มตัว ผู้หญิงสวมผ้าถุงเป็นลายตรงลงมาตามตัว สวมกำไลมือ แหวน ต่างหูทำด้วยโลหะเงิน"[6] พวกเขามีอักษรเป็นของตนเอง เรียกว่า อักษรไทเหนือ พบได้ในชุมชนไทเหนือในมณฑลยูนนาน[9][10] และด้วยความขยันขันแข็ง อดทน และรักความสงบ ชาวไทเหนือในยูนนานนิยมอาชีพกสิกรรมและติดต่อค้าขายกับชาวไทใหญ่และไทเขินในเชียงตุงอยู่เสมอ ทำให้มีจารีตและขนบธรรมเนียมคล้ายคลึงกัน[6] ขณะที่ชาวไทเหนือในแขวงหัวพันของประเทศลาวที่อยู่ห่างออกไป กลับมีสำเนียงที่ต่างออกไปจากมณฑลยูนนาน คือ ใช้สำเนียงที่จัดอยู่ในกลุ่มภาษาไทเหนือ ต่างจากยูนนานที่ใช้สำเนียงที่จัดอยู่ในกลุ่มภาษาไทตะวันตกเฉียงใต้[5] ทั้งนี้ชาวไทเหนือรับศาสนาพุทธนิกายเถรวาท หากแต่ระคนไปกับความเชื่อแบบวิญญาณนิยม[11]
ชาวไทเหนือเริ่มอพยพเข้าสู่ประเทศไทยช่วงราวพุทธทศวรรษ 2420-2430 ตั้งถิ่นฐานที่บ้านสันมะแฟน ตำบลแม่จัน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย งานเขียนของบุญช่วย ศรีสวัสดิ์ เขียนใน พ.ศ. 2493 ระบุว่าขณะนั้นลูกหลานชาวไทเหนือถูกกลืนกลายไปกับวัฒนธรรมไทยวนในภาคเหนือจนสิ้น[6]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Schliesinger, Joachim (2 June 2018). Origin of the Tai People 5―Cradle of the Tai People and the Ethnic Setup Today. BooksMango. p. 179. ISBN 9781641531825.
- ↑ "Language: Tai Nua". Joshua Project.
- ↑ "Tai Nua, Chinese Shan in Laos". Joshua Project.
- ↑ "Revised Proposal for Encoding the Tai Le script in the BMP of the UCS" (PDF) (ภาษาอังกฤษ). 2001-10-06 – โดยทาง unicode.org.
- 1 2 3 4 Schliesinger, Joachim (11 January 2015). Ethnic Groups of Laos Vol 3: Profile of Austro-Thai-Speaking Peoples. BooksMango. pp. 230–237. ISBN 9781633232396.
- 1 2 3 4 บุญช่วย ศรีสวัสดิ์. 30 ชาติในเชียงราย. กรุงเทพฯ : สยามปริทัศน์, 2557, หน้า 111-112
- ↑ Pain, Frédéric (2008). "An Introduction to Thai Ethnonymy: Examples from Shan and Northern Thai". Journal of the American Oriental Society. 128 (4): 641–662. ISSN 0003-0279. JSTOR 25608449.
- ↑ "Phou Iu Travel and Eco-Tours, Laos". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 November 2014.
- ↑ "Tai Nüa". Ethnologue.
- ↑ "Tai Nua". Omniglot.
- ↑ "Tai Nua, Chinese Shan in China". Joshua Project.