ไทลาซีน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไทลาซีน[1]
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: สมัยไพลโอซีน ถึง สมัยโฮโลซีน
Thylacinus.jpg
ไทลาซีนที่สวนสัตว์วอชิงตัน ดี. ซี. ในปี 1902
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
ชั้นฐาน: Marsupialia
อันดับ: Dasyuromorphia
วงศ์: Thylacinidae
สกุล: Thylacinus
สปีชีส์: T.  cynocephalus
ชื่อทวินาม
Thylacinus cynocephalus
(Harris, 1808)

ไทลาซีน (อังกฤษ: Thylacine; ชื่อวิทยาศาสตร์: Thylacinus cynocephalus; มาจากภาษากรีก แปลว่า "มีหัวเหมือนสุนัขและมีกระเป๋าหน้าท้อง") หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ เสือแทสเมเนีย หรือ หมาป่าแทสมาเนีย (Tasmanian tiger, Tasmanian wolf) เนื่องจากมีลายทางที่หลังคล้ายเสือ และลักษณะคล้ายหมาป่าหรือสุนัข มีฟันแหลมคม และสามารถยืนด้วยสองขาหลังได้เหมือนจิงโจ้ ในอดีตไทลาซีนเคยเป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องประเภทกินเนื้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีถิ่นฐานอยู่ในออสเตรเลีย รัฐแทสเมเนีย และนิวกินี

ไทลาซีนสูญพันธุ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยมีบันทึกไว้ว่า ไทลาซีนตัวสุดท้ายที่สวนสัตว์โฮบาร์ต ชื่อ "เบนจามิน" ได้ตายลงเมื่อวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 1936 เนื่องจากถูกละเลย ขาดการดูแลรักษา และถูกประกาศสถานะสูญพันธุ์โดย IUCN ในปี ค.ศ. 1982 และโดยรัฐบาลท้องถิ่นของรัฐแทสเมเนียในปี ค.ศ. 1986

หลังจากไทลาซีนสูญพันธุ์ มาร์ซูเปียลกินเนื้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือ แทสเมเนียนเดวิล ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 เป็นต้นมา นักวิทยาศาสตร์ได้จัดตั้งโครงการรวบรวมตัวอย่างทางพันธุกรรมจากไทลาซีนที่ถูกสตัฟไว้ทั่วโลก เพื่อหาหนทางที่จะทำการโคลนนิงไทลาซีนให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง [3]

โดยไทลาซีน เชื่อว่าสูญพันธุ์ไปอย่างแน่นอนจากผืนแผ่นดินใหญ่ของออสเตรเลียราว 3,000 ปีก่อน ก่อนที่ชาวตะวันตกจะมาบุกเบิกดินแดน ก่อนที่จะสูญพันธุ์ต่อมาในพื้นที่ที่เป็นเกาะ โดยสาเหตุของการสูญพันธุ์เดิมเชื่อว่า เกิดจากการล่าของมนุษย์ เนื่องจากเป็นสัตว์ที่คุกคามบรรดาปศุสัตว์ แต่ทว่าข้อมูลล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแอดิเลด ที่ได้ทำการศึกษาด้วยวิธีการสกัดดีเอ็นเอจากซากดึกดำบรรพ์ โดยสร้างลำดับ 51 ดีเอ็นเอ พบว่าแท้ที่จริงแล้ว ไทลาซีนอาจแบ่งออกได้เป็นสองชนิดย่อย คือ ชนิดตะวันออก และชนิดตะวันตก ที่พบทางตอนใต้ของออสเตรเลีย ก่อนสิ้นสุดยุคน้ำแข็งเมื่อ 25,000 ปีก่อน เพราะสภาพอากาศที่รุนแรงและภัยแล้งจากภาวะเอลนิโญเมื่อ 4,000 ปีก่อน ที่ส่งผลให้บรรดาสัตว์ต่าง ๆ บนผืนแผ่นดินใหญ่ทยอยกันสูญพันธุ์เมื่อ 3,000 ปีก่อน ซึ่งนี่น่าจะเป็นสาเหตุของการสูญพันธุ์ของไทลาซีนมากกว่าการล่าของชาวท้องถิ่น โรคระบาด หรือการผสมข้ามสายพันธุ์ที่ทำให้ความหลากหลายทางพันธุกรรมสูญเสียไปเสียอีก [4]

ในปลายปี ค.ศ. 2016 ได้มีการเผยแพร่ภาพจากกล้องติดตามสัตว์ป่าของคณะนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง ที่ทำการติดตั้งไว้ในพุ่มไม้ในเขตป่าของรัฐวิกตอเรีย ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย ปรากฏเห็นภาพของสัตว์ตัวหนึ่งที่มีรูปร่างเหมือนหมาป่าหรือสุนัข แต่มีส่วนหางแข็งตรงเหมือนลักษณะของไทลาซีน จึงอาจยืนยันได้ว่าไทลาซีนยังมิได้สูญพันธุ์ แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้[5] แต่ทว่าก็มีพยานพบเห็นอีกหลายราย เช่นที่ ตอนเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าคือ ไทลาซีนจริง ๆ ดังนั้นทางมหาวิทยาลัยเจมส์คุก จึงได้มีโครงการตามหาการมีอยู่จริงของไทลาซีนขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ. 2017[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. Groves, C. (2005-11-16). Wilson, D. E., and Reeder, D. M. (eds), ed. Mammal Species of the World (3rd edition ed.). Johns Hopkins University Press. p. 23. ISBN 0-801-88221-4. 
  2. "Thylacinus cynocephalus". สืบค้นเมื่อ 2010-07-23. 
  3. Julia Leigh (2002-05-30). "Back from the dead". The Guardian (London). สืบค้นเมื่อ 2006-11-22. 
  4. หน้า 7, ค้นพบการสูญพันธุ์อย่างลึกลับของเสือแทสมาเนีย. "โลกโศภิณ". "โลกาภิวัฒน์". ไทยรัฐปีที่ 68 ฉบับที่ 21811: วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560 แรม 4 ค่ำ เดือน 11 ปีระกา
  5. หน้า 7, เสือทัสมาเนียยังอยู่หรือสูญพันธุ์กันแน่?. "โลกโศภิณ". "โลกาภิวัฒน์". ไทยรัฐปีที่ 67 ฉบับที่ 21503: วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 1 ปีวอก
  6. หน้า 14 ประชาชื่น-วิทยาการ-ไอที, เปิดโครงการตามล่า ค้นหา 'แทสมาเนีย ไทเกอร์' . มติชนปีที่ 40 ฉบับที่ 14269: วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]