ไทดำ (กลุ่มชาติพันธุ์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ไตดำ[ไทดำ] หรือ ลาวโซ่ง เป็นกลุ่มชาวไทกลุ่มหนึ่ง ที่มีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ในเขตสิบสองจุไทเดิม หรือบริเวณลุ่มแม่น้ำดำ และแม่น้ำแดงในเวียดนามเหนือ ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมของ ชาวไตดำ และ ชาวไตขาว

ในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองเวียดนาม และลาว พวกเขาได้เรียกชนเผ่าที่อยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำดำว่า ไตดำ ที่เรียกว่าไตดำ ไม่ใช่ว่าพวกเขาอาศัยอยู่ในบริเวณลุ่มน้ำดำ แต่เพราะว่ากลุ่มชนเผ่าไทดังกล่าว นิยมสวมเสื้อผ้าสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งย้อมด้วยต้นห้อมหรือต้นคราม การที่เรียกว่า"ลาวโซ่ง" จริงๆแล้วชนชาติพันธุ์ไม่ได้เป็นลาว เหตุที่เรียกเช่นนี้เป็นเพราะว่ามีการอพยพผ่านลาว การเรียกว่า "ชาวโซ่ง" หรือ "ชาวไททรงดำ" จะถูกต้องกว่า เหมือนที่มีการเรียกคนกลุ่มนี้ในจังหวัดเพชรบุรีว่า "โซ่ง" หรือ "ไทยทรงดำ"[1] ไฟล์:DSC02670.JPG.jpg

ประวัติการอพยพ[แก้]

ในปี พ.ศ. 2438 และ ปี พ.ศ. 2439 ได้เกิดการอพยพครั้งใหญ่ของชาวไตขึ้น สาเหตุก็มาจากศึกสงครามแย่งชิงอำนาจกัน ระหว่างบรรดาหัวหน้าของไตดำกลุ่มต่างๆ ในแคว้นสิบสองจุไท พวกเขาจึงได้อพยพเข้ามาในประเทศลาว และ ในภาคอีสานของประเทศไทย

  • ในลาวนั้น ชาวไตดำส่วนมากได้ตั้งถิ่นฐานใน แขวงหลวงน้ำทา แขวงบ่อแก้ว แขวงอุดมไซ และ แขวงทั้งหมดในประเทศลาว
  • ในไทย จะอพยพเข้ามาอยู่ที่อำเภอเชียงคาน จ.เลย ซึ่งมีการอพยพเข้าออกย้ายกลับไปกลับมาระหว่างในลาวกับฝั่งไทยหลายครั้ง สุดท้ายก็ตั้งถิ่นฐานถาวรที่ อ.เชียงคาน จ.เลย

ในช่วงระหว่าง ปี พ.ศ. 2496 จนถึงปี พ.ศ. 2497 ได้เกิดสงครามในเมืองเดียนเบียนฟู ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองของแคว้นสิบสองจุไทเดิม ชาวไตดำจึงได้อพยพหลบหนีการเกณฑ์ทหารของฝรั่งเศส เข้ามาในประเทศลาว และ ไทยอีกระลอกหนึ่ง

ชาวไตดำในประเทศไทย[แก้]

ในประเทศไทยนอกจากภาคอีสาน และภาคเหนือ ที่มีชาวไตดำได้อพยพเข้าไปแล้ว ชาวไตดำได้อพยพเข้ามาในภาคกลางด้วย โดยคนไทยเรียกชาวไตดำว่า ลาวโซ่ง โซ่งนั้นมีการสันนิษฐานว่า น่าจะมาจากคำว่า ซ่วง หรือ ซ่ง ซึ่งเป็นภาษาไตดำ แปลว่ากางเกง เพราะว่าชาวไตดำเหล่านี้สวมกางเกงสีดำ

ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ครั้นพระองค์ทรงไปตีกรุงเวียงจันทน์ ในปี พ.ศ. 2322 พระองค์ทรงได้กวาดต้อนชาวไตดำที่อพยพมาจากสิบสองจุไท ส่งไปตั้งถิ่นฐานที่เมืองเพชรบุรี และต่อมาในปี พ.ศ. 2335 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และในปี พ.ศ. 2381 สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ก็ทรงยกทัพไปตีล้านช้าง และก็ได้กวาดต้อนมาอีก ซึ่งในปัจจุบัน ตั้งถิ่นฐานกระจายกันอยู่ในพื้นที่หลายจังหวัด เช่น ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี พิจิตร พิษณุโลก กาญจนบุรี ลพบุรี สระบุรี เลย ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ปัจจุบันเรียกคนเหล่านี้ว่า ชาวไทยโซ่ง หรือ "ไทยทรงดำ"

วัฒนธรรม[แก้]

การแต่งกายของสตรี ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจะมวยผมปั้นเกล้ายกสูงขึ้นไว้บนกลางศีรษะ เสื้อใส่แขนทรงกระบอกสีดำ คอเสื้อมนกลม และนุ่งซิ่นสีดำยาว หรือไม่ก็ลายซิ่นแบบลายแตงโม จะมีผ้าเปียวโพกคลุมไว้ที่ศีรษะกรณีที่ออกไปทำไร่ทำนาหรือออกไปข้างนอก

ภาษาที่ใช้ในกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าโซ่ง จะใช้ภาษาไตดำ ซึ่งมีตัวอักษร เป็นของตัวเอง

พิธีกรรมของชาวไทดำ 1. เสนเฮือน คือ พิธีกรรมการทำบุญบ้าน 2. เสนบ้าน คือ พิธีกรรมการทำบุญประจำปีของหมู่บ้าน 3. เสนเมือง คือ พิธีกรรมการทำบุญประจำปีของเมือง 4. เสนเคาะ คือ พิธีกรรมสะเดาะห์เคราะห์ 5. เสนมด คือ พิธีกรรมการเลี้ยงผีมดผีมนต์ 6. เสนขึ้นเสื้อ คือ พิธีกรรมบูชาเจ้ากรรมนายเวร 7. เสนฆ่าเกือด คือ พิธีกรรมการตัดขาดระหว่างผีกับคนหรือพ่อแม่เก่าของเด็กที่เกิดใหม่ 8. เสนเตง คือ พิธีกรรมไถ่ถอนขวัญจากที่แถนจับไว้หรือแถนลงโทษ<อ้างอิงจาก หนังสือหมู่บ้านไทดำ โดย เพชรตะบอง สิงห์หล่อคำ>

วันผู้ไทย[แก้]

วันผู้ไทย ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันที่ระลึกประเพณีของชาวเรณูนคร ซึ่งเป็นถิ่นชาวผู้ไทยที่ยังคงไว้ด้วยวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน มีการจัดงาน “วันผู้ไทย” ขึ้น เพื่อสืบสาน ฟื้นฟู อนุรักษ์มรดกของบรรพบุรุษชาวผู้ไทยเรื่อยมาทุกๆปี

จุดมุ่งหมายในการเลือกจัดงานวันผู้ไทยตรงกับวันที่ 14 ก.พ.หรือวันวาเลนไทน์ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ หันมาสนใจ รักวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวผู้ไทย ดีกว่าจะเข้าใจเรื่องความรักแบบฉาบฉวย สุกเอาเผากิน แบบกุหลาบในตอนเช้าแล้วคอพับในตอนบ่าย

อ้างอิง[แก้]

  1. ยุกตนันท์ จำปาเทศ. 2547. เอกสารรายงานท้องถิ่นของเรา "เพชรบุรี


หนังสือหมู่บ้านไทดำ โดย เพชรตะบอง สิงห์หล่อคำ