ข้ามไปเนื้อหา

ข้อบังคับและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพด้านวิศวกรรม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ข้อบังคับและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพด้านวิศวกรรม ได้รับการกำหนดขึ้นโดยเขตอำนาจต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อส่งเสริมชีวิต สวัสดิการประชาชน ความปลอดภัย ความอยู่เย็นเป็นสุข สิ่งแวดล้อม และผลประโยชน์อื่นของสาธารณชน[1] รวมทั้งเพื่อกำหนดกระบวนการออกใบอนุญาตที่วิศวกรต้องผ่านเพื่อให้ได้รับการอนุญาตประกอบวิชาชีพด้านวิศวกรรม และสามารถให้สินค้าและบริการทางวิชาชีพต่อสาธารณชนได้

เช่นเดียวกับวิชาชีพและกิจกรรมอื่นอีกมาก วิชาชีพวิศวกรรมมักเป็นกิจกรรมที่มีข้อจำกัด[2] ในทำนองเดียวกัน เขตอำนาจที่ออกใบอนุญาตตามสาขาวิศวกรรมเฉพาะมีการกำหนดขอบเขตของแต่ละสาขาไว้อย่างรอบคอบ เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพเข้าใจในสิ่งที่ตนมีความสามารถและความเชี่ยวชาญที่สามารถทำได้

วิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้รับความรับผิดชอบอย่างถูกกฎหมายต่อผลงาน หรือผลิตภัณฑ์ หรือโครงการทางวิศวกรรม (โดยทั่วไปผ่านการประทับตราหรือแสตมป์บนเอกสารการออกแบบที่เกี่ยวข้อง) ตามที่กฎหมายวิศวกรรมส่วนท้องถิ่นกำหนด ข้อบังคับกำหนดว่าเฉพาะวิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้นที่สามารถลงนาม หรือประทับตราหรือแสตมป์บนเอกสารเทคนิค เช่น รายงาน แผนงาน ภาพวาดเส้นทางวิศวกรรม และการคำนวณเพื่อการศึกษาประมาณค่าหรือการประเมินมูลค่า รวมถึงการวิเคราะห์การออกแบบ การซ่อมบำรุง การให้บริการ การบำรุงรักษา หรือการควบคุมดูแลของผลงาน กระบวนการ หรือโครงการทางวิศวกรรม ซึ่งในกรณีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสาธารณะ ทรัพย์สิน หรือสวัสดิการประชาชน รัฐบาลและสาธารณชนเชื่อมั่นในวิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพว่าปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสามารถอย่างเหมาะสม ในหลายพื้นที่ของโลก วิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอาจใช้ตำแหน่งที่ได้รับการคุ้มครอง เช่น วิศวกรมืออาชีพ วุฒิวิศวกรหรือวิศวกรชาร์เตอร์ หรือเพียงแค่วิศวกร

ในประเทศไทย

[แก้]

ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมในประเทศไทย เป็นใบอนุญาตให้บุคคลประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ออกโดยสภาวิศวกร เริ่มต้นในประเทศไทยครั้งแรกตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505[3] ปัจจุบันบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542[4] ประกอบด้วยสาขาวิศวกรรมควบคุม ได้แก่ วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง วิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมอุตสาหการ วิศวกรรมเหมืองแร่ วิศวกรรมเคมี และวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม

ประวัติ

[แก้]

ใน พ.ศ. 2505 ได้มีการประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505 กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ต้องมีใบอนุญาต แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ภาคีวิศวกร สามัญวิศวกร และวุฒิวิศวกร ซึ่งใบอนุญาตจะออกให้สำหรับผู้ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์ โดยมีคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม (ก.ว.) เป็นผู้พิจารณาออกใบอนุญาต สำหรับ ก.ว. จะมีสำนักงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย มีปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ก.ว.

ในระยะแรกมีการกำหนดวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมไว้ 5 สาขาวิชาคือ วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมอุตสาหการ และวิศวกรรมเหมืองแร่[5]

ต่อมาใน พ.ศ. 2542 ได้มีการประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 กำหนดให้การออกใบอนุญาตเป็นอำนาจหน้าที่ของสภาวิศวกร ซึ่งในปัจจุบันสาขาวิศวกรรมควบคุมประกอบไปด้วย 7 สาขาวิชา (ที่ต้องออกใบอนุญาต) ได้แก่ (1) วิศวกรรมโยธา (2) วิศวกรรมเหมืองแร่ (3) วิศวกรรมเครื่องกล (4) วิศวกรรมไฟฟ้า (5) วิศวกรรมอุตสาหการ (6) วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม (7) วิศวกรรมเคมี

ประเภท

[แก้]

ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม แต่ละสาขาแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ

  1. วุฒิวิศวกร
  2. สามัญวิศวกร
  3. ภาคีวิศวกร
  4. ภาคีวิศวกรพิเศษ

เชิงอรรถและอ้างอิง

[แก้]
  1. Ontario Professional Engineers Act, R.S.O. 1990, Chapter 28 and R.R.O. Regulation 941: General
  2. New York Article 145 §7201. Definition of practice of engineering. The practice of the profession of engineering is defined as performing professional service such as consultation, investigation, evaluation, planning, design or supervision of construction or operation in connection with any utilities, structures, buildings, machines, equipment, processes, works, or projects wherein the safeguarding of life, health and property is concerned, when such service or work requires the application of engineering principles and data.
  3. พระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505
  4. พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542
  5. กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2508) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2505 (กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมต้องประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามประเภทและสาขาที่ระบุไว้ในใบอนุญาต)

ดูเพิ่มเติม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]