โอะโดะริจิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

โอะโดะริจิ (ญี่ปุ่น: 踊り字, 躍り字) หมายถึงเครื่องหมายซ้ำ เป็นเครื่องหมายวรรคตอน (หรือสัญลักษณ์) กลุ่มหนึ่งที่ใช้สำหรับซ้ำคำหรือพยางค์เป็นหลักในภาษาญี่ปุ่น มีหลายลักษณะเช่น , , ขึ้นอยู่กับโอกาสในการใช้

โอะโดะริจิอาจมีชื่อเรียกอย่างอื่นเช่น โอะโดะริ (おどり), คุริกะเอะชิฟุโง (繰り返し符号), คะซะเนะจิ (重ね字), โอะกุริจิ (送り字), ยุซุริจิ (揺すり字), จูจิ (重字), จูเต็ง (重点), โจจิ (畳字) ซึ่งทั้งหมดก็แปลว่าเครื่องหมายซ้ำเหมือนกัน

ประวัติ[แก้]

อักษรบนเครื่องสำริด วลีที่ปรากฏเครื่องหมายซ้ำอยู่ที่มุมซ้ายล่าง

ตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของราชวงศ์ซาง เมื่ออักษรจีนมีคำเดียวกันสองคำเขียนติดกัน มันจะถูกเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์ตัวหนึ่งที่ใช้แทนการซ้ำ เป็นจุดเริ่มต้นเครื่องหมายซ้ำ [1][2] เครื่องหมายซ้ำในสมัยนั้นใช้คำว่า ขนาดเล็กกำกับลงไปแทนคำที่ซ้ำ พบได้ในวลี 寶用 บนเครื่องสำริด (ประมาณ 900 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งมีความหมายเดียวกับ 子子孫孫寶用 (ของใช้สมบัติลูก ๆ หลาน ๆ)

แต่วัฒนธรรมจีนในเวลาต่อมา ก็ไม่ได้สานต่อการใช้เครื่องหมายซ้ำในลักษณะนี้อีก จะมีใช้ก็แต่เพียงภาษาญี่ปุ่นซึ่งใช้อย่างเป็นทางการในปัจจุบัน

โดโนะจิเต็ง[แก้]

โดโนะจิเต็ง (ญี่ปุ่น: 同の字点) คือเครื่องหมายซ้ำลักษณะดังนี้ (U+3005) มีรูปร่างคล้ายอักษรจีน (หรือคันจิ) โดยทฤษฎีหนึ่งว่าแปรมาจากคำว่า แปลว่า เหมือนกัน อีกทฤษฎีหนึ่งว่าแปรมาจากจุดสองจุด (หรือขีดสองขีด) จุดประสงค์หลักของเครื่องหมายนี้เพื่อย่อการเขียนคันจิ ตัวมันเองไม่มีเสียงอ่าน นั่นคือเวลาอ่านต้องอ่านคำเต็ม

วิธีใช้คือวางเครื่องหมายหลังคันจิที่ต้องการซ้ำแทนที่คันจิตัวที่สอง เช่น

  • 時時 → 時々 (โทะกิโดะกิ, บางครั้งบางคราว)
  • 明明白白 → 明々白々 (เมเมฮะกุฮะกุ, เข้าใจแจ่มแจ้ง)
  • 赤裸裸 → 赤裸々 (เซะกิระระ, เรื่องโป๊เปลือย)
  • 複複複線 → 複々々線 (ฟุกุฟุกุฟุกุเซ็ง, ทางรถไฟหกราง)
  • 小小小支川 → 小々々支川 (โชโชโชชิเซ็ง, ลำน้ำสาขาย่อยอันดับสาม)

ตามหลักการแล้ว คำที่มีความหมายแยกกันไม่สามารถใช้โดโนะจิเต็ง เช่นวลี 会社社長 (ไคชะชะโช, ประธานบริษัท) และ 民主主義 (มินชะชะงิ, ประชาธิปไตย) ในขณะที่ 公演会々場 (โคเอ็งไกไกโจ, สถานที่จัดงาน) สามารถใช้ได้ นอกจากนี้ งานแต่งงานและงานศพในวัฒนธรรมญี่ปุ่น การเขียนคันจิซ้ำกันโดยตรงถือว่าไม่เป็นมงคล เนื่องจากหมายถึงการแต่งงานซ้ำอีก หรือความโชคร้ายซ้ำซาก ดังนั้นวลี 結婚式々場 (เค็กกนชิกิชิกิโจ, สถานที่จัดงานแต่งงาน) และ 告別式々場 (โคะกุเบะสึชิกิชิกิโจ, สถานที่จัดงานศพ) จึงมักเขียนด้วยโดโนะจิเต็ง

โดโนะจิเต็งอาจใช้ได้กับวลีที่มีคันจิซ้ำกันทีละสองตัว ซึ่งก็ต้องใส่เครื่องหมายสองตัวเช่นกัน

  • 部分部分 → 部分々々 (บุบุมบุบุง, เป็นส่วน ๆ)
  • 後手後手 → 後手々々 (โกะเตะโงะเตะ, ในท้ายที่สุด)
  • 馬鹿馬鹿しい → 馬鹿々々しい (บะกะบะกะชี, ไร้สาระ, น่าขบขัน, โง่เง่า)

ถ้าคำที่ซ้ำกันจำเป็นต้องตัดขึ้นบรรทัดใหม่ระหว่างกลางเช่นการเขียนด้วยมือ กรณีนี้จะไม่ใช้เครื่องหมายซ้ำ ตัวอย่างเช่น 散々 (ซันซัง, อย่างรุนแรง) เมื่อจำเป็นต้องเขียนแยกบรรทัดจะเขียนเป็น 散散 แทน ดังนั้นการขึ้นต้นบรรทัดด้วย จึงไม่ควรเกิดขึ้น ในโปรแกรมประยุกต์ที่มีคุณลักษณะการตัดคำขึ้นบรรทัดใหม่ เมื่อมีการตัดคำท้ายบรรทัด โดโนะจิเต็งจะต้องถูกเปลี่ยนเป็นคันจิตัวปกติ อย่างไรก็ตามก็ยังมีข้อยกเว้น นั่นคือกรณีที่เป็นชื่อเฉพาะของบุคคลเช่น 佐々 (ซัสซะ หรือ ซะซะ) เมื่อถูกตัดคำระหว่างกลาง โดโนะจิเต็งจะต้องคงอยู่อย่างนั้น

กรณีคันจิซ้ำกันสองตัวแต่อ่านไม่เหมือนกัน ปกติจะไม่ใช้โดโนะจิเต็ง ตัวอย่างเช่น 湯湯婆 (ยุตัมโปะ, ขวดใส่น้ำร้อน)

อิชิโนะจิเต็ง[แก้]

อิชิโนะจิเต็ง (ญี่ปุ่น: 一の字点) คือเครื่องหมายซ้ำที่มีลักษณะขีดเดียว ใช้กับคะนะเท่านั้น โดยที่ฮิระงะนะใช้แบบมีเส้นตวัด (U+309D) กับ (U+309E) ส่วนคะตะกะนะใช้แบบไม่มีเส้นตวัด (U+30FD) กับ (U+30FE) อิชิโนะจิเต็งใช้สำหรับแทนพยางค์ที่ซ้ำในประโยคทั่วไปในชีวิตประจำวัน ในชื่อเฉพาะก็สามารถพบได้เช่นกัน

วิธีใช้คือวางเครื่องหมายหลังคะนะที่ต้องการซ้ำแทนที่คะนะตัวที่สอง เช่น

  • 学問のすすめ → 学問のすゝめ (กะกุมนโนะซุซุเมะ)
  • いすず → いすゞ (อิซุซุ)
  • づつ → づゝ (ดสึสึ, แต่ละอย่าง, ทีละอย่าง) (สะกดแบบเก่า)
  • ぶぶ漬け → ぶゞ漬け (บุบุดสึเกะ)
  • ところどころ → ところゞゝゝ (โทะโกะโระโดะโกะโระ, ที่นั่นที่นี่, หลาย ๆ ที่)

หลักการใช้ดะกุเต็ง (เครื่องหมายเสียงก้องดังนี้ ) กำกับหรือไม่กำกับอิชิโนะจิเต็ง ถ้าใช้ หมายถึงบังคับให้พยางค์นั้นเป็นเสียงไม่ก้อง และถ้าใช้ หมายถึงบังคับให้เป็นเสียงก้อง

นิโนะจิเต็ง[แก้]

นิโนะจิเต็ง

นิโนะจิเต็ง (ญี่ปุ่น: 二の字点) คือเครื่องหมายซ้ำลักษณะดังนี้ (U+303B) มีรูปร่างคล้ายขีดสองขีดเขียนติดกันแบบหวัด ซึ่งมีที่มาจากอักษร ขนาดเล็ก เครื่องหมายนี้เรียกอีกอย่างว่า ยุซุริเต็ง (揺すり点) ใช้สำหรับการเขียนแนวตั้งเป็นหลัก ใช้กำกับการอ่านอักษรที่อยู่ข้างบนในบรรทัด ความแตกต่างจากโดโนะจิเต็งคือ ในขณะที่ ใช้แทนอักษรที่เขียนมากกว่าหนึ่งครั้ง ส่วนนิโนะจิเต็งไม่ได้ใช้แทนตัวอักษรที่เขียนซ้ำ แต่ใช้แสดงการอ่านที่มีการซ้ำพยางค์ในตัวมัน ตัวอย่างเช่น กับ เป็นอักษรหนึ่งตัวที่อ่านว่า โอะโนะโอะโนะ กับ ชิบะชิบะ ตามลำดับ

  • 各 →
    (โอะโนะโอะโนะ, ทุก ๆ, แต่ละ)
  • 屡 →
    (ชิบะชิบะ, บ่อยครั้ง, ทำแล้วทำอีก)

เมื่อนิโนะจิเต็งถูกเขียน ตำแหน่งของมันอาจเยื้องไปทางซ้ายล่างเล็กน้อยกว่าตัวก่อนหน้าเมื่อเทียบกับบรรทัด (บรรทัดในที่นี้หมายถึงเส้นกำกับในแนวตั้ง) อย่างไรก็ตามการจัดตำแหน่งเช่นนี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

การซ้ำประโยคด้วยเครื่องหมายนี้ (บุพสัญญา) ซึ่งมีชื่อว่า โนะโนะเต็ง (ノノ点) หรือ โนะโนะจิเต็ง (ノノ字点) แม้มีขีดสองขีดเหมือนกันแต่ก็มีลักษณะต่างจากนิโนะจิเต็ง

คุโนะจิเต็ง[แก้]

โอะโดะริจิที่มีการใช้หลายแบบในงานเขียนเดียวกัน ในภาพมีทั้งโดโนะจิเต็ง อิชิโนะจิเต็ง และคุโนะจิเต็ง

คุโนะจิเต็ง (ญี่ปุ่น: くの字点) คือเครื่องหมายซ้ำที่มีลักษณะคล้ายกับฮิระงะนะ (คุ) ที่เขียนยืดยาวออก มักจะสูงเท่ากับสองตัวอักษร ยูนิโคดจึงแบ่งเครื่องหมายนี้ออกเป็นครึ่งบนและครึ่งล่าง ได้แก่ (U+3033), (U+3034), (U+3035) ประกอบกันเป็นคุโนะจิเต็งดังนี้
และ
ใช้สำหรับการเขียนแนวตั้งเท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้ไม่ค่อยนิยมใช้ นอกจากนี้ ยูนิโคดก็ยังมีคุโนะจิเต็งขนาดสูงหนึ่งตัวอักษรได้แก่ (U+3031) และ (U+3032)

เมื่อต้องการซ้ำลักษณะเดียวกันในการเขียนแนวนอน มักใช้ขีดขนานกันสองเส้นและมีดะกุเต็งกำกับไว้ หรือใช้ (เฮะ) เขียนแบบยืดยาวออก คล้ายกับการหมุนคุโนะจิเต็ง 90 องศาให้หันไปทางซ้าย

คุโนะจิเต็งใช้เขียนแทนคะนะ หรือคันจิกับคะนะ ที่ซ้ำกันอย่างน้อยสองตัว เช่น







  • (มามา, ก็งั้น ๆ, เอาละ ๆ)












  • (โดชิเตะโดชิเตะ, ทำไม ๆ)






  • (มิรุมิรุ, เร็วมาก, ชั่วพริบตา)

เมื่อพยางค์ที่ซ้ำมีเสียงก้อง ก็จะใช้คุโนะจิเต็งแบบมีดะกุเต็ง







  • (ชิกะจิกะ, อย่างนี้อย่างนั้น)






  • (ฮะนะเระบะนะเระ, แยกออกเป็นส่วน)

ในกรณีที่พยางค์ต้นแบบเป็นเสียงก้องอยู่แล้ว คุโนะจิเต็งอาจจะเติมดะกุเต็งหรือไม่ก็ได้










  • (โบะยะโบะยะ, ไม่ระมัดระวัง, สะเพร่า)













  • (บุรัมบุรัง)

ถ้ามีการอ่านซ้ำสามครั้ง คุโนะจิเต็งจะถูกใช้สองครั้ง และถ้ามีการอ่านสี่ครั้ง คุโนะจิเต็งจะถูกใช้ ณ เสียงอ่านครั้งที่สองกับครั้งที่สี่ [3]











  • (ทนตนตง, เสียงเคาะก๊อก ๆ)














  • (กุงงุงงุงงุง, แน่วแน่มั่นคง)

การใช้งานนอกประเทศญี่ปุ่น[แก้]

ตัวอย่างการใช้โอะโดะริจิในภาษาจีนของไต้หวัน

วัฒนธรรมญี่ปุ่นบนเกาะไต้หวันในสมัยที่ญี่ปุ่นครอบครอง ก็เคยมีการใช้ ในภาษาจีน ตัวอย่างเช่น 謝謝 (เซี่ยเซี่ย, ขอบคุณ) จะถูกเขียนเป็น 謝々 แต่ไม่ถูกใช้ในการสะกดในเอกสารทางการ นอกจากนี้โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนก็อาจใช้ หรือ เขียนเป็น 謝〃 หรือ 謝2 ซึ่งเยี่ยงอย่างเหล่านี้สามารถพบเห็นได้ในประเทศญี่ปุ่นเอง

อ้างอิง[แก้]

  1. 戦国楚簡研究会 (ed.), 書誌情報用語解説, สืบค้นเมื่อ 2008-06-13 
  2. Richter, Matthias (2006), Database of Selected Characters from Guodian and Mawangdui Manuscripts — Introduction, สืบค้นเมื่อ 2008-06-13 
  3. ตัวอย่างการเขียนซ้ำเช่นนี้แสดงให้เห็นได้ในหนังสือ อะกะอิโตะริ (赤い鳥) เล่มที่ 1 บทที่ 1

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]