โรงเรียนเทพศิรินทร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนเทพศิรินทร์
ตราประจำโรงเรียน เทพศิรินทร์
น สิยา โลกวฑฺฒโน (ไม่ควรเป็นคนรกโลก)
1466 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ไทย ประเทศไทย 10100
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Debsirin School
อักษรย่อ ท.ศ. (DS)
ประเภท รัฐบาล
ขึ้นกับ สพฐ.
สถาปนา 15 มีนาคม พ.ศ. 2428
ผู้ก่อตั้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รหัส 1000100802
ผู้อำนวยการ นายอนันต์ ทรัพย์วารี
ภาษา ไทย, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, จีนกลาง, ญี่ปุ่น
สี      เขียวและ      เหลือง
เพลง บทร้องประจำโรงเรียนเทพศิรินทร์ (อโหกุมาร)
เว็บไซต์

โรงเรียนเทพศิรินทร์ (อังกฤษ: Debsirin School, ย่อ: ท.ศ., DS) เป็นโรงเรียนรัฐบาลชายล้วนขนาดใหญ่ในกลุ่มจตุรมิตร ซึ่งประกอบด้วย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ตั้งอยู่ เลขที่ 1466 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

โรงเรียนเทพศิรินทร์ อยู่ภายใต้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เป็นโรงเรียนประจำ วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร ก่อตั้งขึ้นใน 15 มีนาคม พ.ศ. 2428 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ปัจจุบันโรงเรียนเทพศิรินทร์มีอายุ 131 ปี เป็นโรงเรียนรัฐบาลที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของประเทศ เป็นโรงเรียนชายล้วนที่เก่าแก่อันดับ 3 ของประเทศ นอกจากนี้โรงเรียนเทพศิรินทร์ยังประกอบด้วย โรงเรียนเครือข่ายที่มีคำนำหน้าว่า "เทพศิรินทร์" อีก 9 แห่ง

โรงเรียนเทพศิรินทร์เป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเข้ารับการศึกษา คือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 นอกจากนี้ยังมีนักเรียนเก่าที่ดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมืองมากมาย อาทิ นายกรัฐมนตรีไทย 4 คน รวมถึง นายกรัฐมนตรีคนแรกแห่งมาเลเซีย

ประวัติโรงเรียน[แก้]

ในปี พ.ศ. 2419 องค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุครบเบญจเพส จึงมีพระราชดำริที่จะสร้างพระอารามเพื่อทรงอุทิศพระราชกุศลถวายสนองพระเดชพระคุณแด่องค์พระราชชนนี คือ สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดเทพศิรินทราวาสขึ้น โรงเรียน เทพศิรินทร์ ได้รับการสถาปนาจาก องค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2428 ด้วยพระราชปรารภที่จะทำนุบำรุงการศึกษาเล่าเรียนให้เจริญแพร่หลายขึ้นโดยรวด เร็วจึงมีพระบรมราชโองการให้จัดการศึกษาสำหรับราษฎรขึ้น โดยพระเจ้าน้องยาเธอพระองค์เจ้าดิศวรกุมาร (กรมพระยาดำรงราชานุภาพ) ได้จัดตั้งโรงเรียนปริยัติธรรมบาลี ขึ้นภายใน วัดเทพศิรินทราวาส โดย ในช่วงแรกของการจัดตั้งโรงเรียนนั้น โรงเรียนเทพศิรินทร์ได้อาศัยศาลาการเปรียญภายในวัดเทพศิรินทราวาสเป็นที่ทำ การเรียนการสอน

ตึกแม้นนฤมิตร กับตึกโชฎึกเลาหะเศรษฐี ในอดีตก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2

ครั้นถึง พ.ศ. 2438 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ได้ทรงดำริที่จะสร้างตึกเรียนสำหรับวัดเทพศิรินทราวาสขึ้น เพื่ออุทิศพระกุศล สนองพระเดชพระคุณแห่งองค์ สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระชนนี และเพื่ออุทิศพระกุศลแก่ หม่อมแม้น ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา ชายาของพระองค์ ตึกเรียนหลังแรกนี้ได้รับการออกแบบให้มีศิลปะเป็นแบบโกธิคซึ่งถือว่าเป็นอาคารศิลปะโกธิคยุคแรกและมีที่เดียวในประเทศไทยโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ออกแบบ และในการนี้ พระยาโชฏึกราชเศรษฐี ได้บริจาคทุนทรัพย์เพื่อสร้างตึกอาคารเรียนหลังที่สองขึ้นที่ด้านข้างของตึกเรียนหลังแรกอีกด้วย เพื่อทดแทนคุณบิดามารดา ตึกนี้มีนามว่า ตึกโชฏึกเลาหเศรษฐี เป็นตึกเรียนวิทยาศาสตร์ และถือว่าทันสมัยที่สุดในสมัยนั้น

ตึกแม้นศึกษาสถาน โรงเรียนเทพศิรินทร์

ปี พ.ศ. 2445 ตึกเรียนหลังแรกของโรงเรียนได้สร้างเสร็จและได้ทำพิธีเปิดการเรียนการสอนใน วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2445 ด้วยพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามตึกเรียนหลังนี้ว่า ตึกแม้นนฤมิตร์ และ ได้พระราชทานนามโรงเรียนว่า "เทพศิรินทร์" อีกทั้งยังมีพระราชดำริให้ย้ายโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มายังตึกแม้นนฤมิตร์อีกด้วย เพื่อรอการก่อสร้างตึกอาคารเรียนที่โรงเรียนนั้น

ตึกเรียนหลังที่สามของโรงเรียนเทพศิรินทร์นั้นเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2453 องค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานทรัพย์ซึ่งเป็นมรดกของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเยาวมาลย์นฤมล กรมขุนสวรรคโลกลักษณวดี ให้กระทรวงศึกษาธิการทำการจัดสร้างตึกขึ้นด้านตรงกันข้ามของตึกแม้นนฤมิตร โดยตึกเรียนหลังนี้ยังคงศิลปะโกธิค ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของโรงเรียนเทพศิรินทร์ อาคารเรียนหลังนี้สร้างเสร็จในปีถัดมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานนามว่า เยาวมาลย์อุทิศ สำหรับเครื่องครุภัณฑ์ต่างๆในอาคารนั้น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ทรงเป็นผู้ติดต่อให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามาลินีนพดารา กรมขุนศรีสัชนาลัยสุรกัญญาและสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตตินารี ได้ทรงร่วมกันบริจาค

ปี พ.ศ. 2474 โรงเรียนเทพศิรินทร์ได้เปิดใช้อาคารเรียนอีกหลังหนึ่งคือ ตึกปิยราชบพิตรปดิวรัดา ตึกนี้เกิดขึ้นจากที่พลเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ได้ทรงให้สร้างขึ้น เพื่อเป็นการอุทิศพระกุศลถวาย แด่พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา พระมารดาของ พระองค์ ตึกเรียนอยู่ติดกันกับตึกเยาวมาลย์อุทิศ โดยตึกหลังนี้ก็ยังคงไว้ซึ่งศิลปะโกธิค

ตึกแม้นศึกษาสถาน และตึกภาณุรังษี(100 ปีเทพศิรินทร์)

ใน ปี พ.ศ. 2475 พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ทรงเข้ารับการศึกษา หลังจากนั้นอีกเพียง 2 ปี พระองค์เจ้าอานันทมหิดลก็ได้เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์ที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรีทรงมีพระปรมาภิไธยว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ทรงมีความผูกพันกับ โรงเรียนเทพศิรินทร์มาโดยตลอด มีพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมแก่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมาคมนักเรียนเก่าฯ ตลอดจนมวลหมู่ลูกแม่รำเพยทุกคน

ตึกโชฎึกเลาหะเศรษฐี ตึกเรียนหลังที่สองของโรงเรียนเทพศิรินทร์
ตึกเยาวมาลย์อุทิศ-ปิยราชบพิตรปดิวรัดา และตึกเทิดพระเกียรติฯ

สงครามโลกครั้งที่สองได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดลงมาในพระนคร กระทรวงศึกษาธิการจึงสั่งปิดโรงเรียนทั่วพระนคร ด้วยเหตุที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟกรุงเทพนั้น เป็นเหตุให้โรงเรียนไม่สามารถหนีจากหายนะของสงครามนี้ได้ โดยเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2488 ตึกแม้นนฤมิตร์ และ ตึกโชฎึกเลาหเศรษฐี ตึกเรียนสองหลังแรกของโรงเรียนได้รับภัยทางอากาศจากการทิ้งระเบิดทำให้ไม่ สามารถใช้ทำการเรียนการสอนได้อีกตลอดทั้งอาคารเรียนอีกหลายๆหลังก็ได้รับ ความเสียหายพอสมควร จากการที่แหล่งรวมจิตใจของชาวเทพศิรินทร์ได้ถูกภัยสงคราม ทางกระทรวงศึกษาธิการ วัดเทพศิรินทราวาส ตลอดถึงสมาคมนักเรียนเก่าฯ ได้ร่วมกันสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้นมาทดแทนโดยคงศิลปะโกธิคอยู่เช่นเดิม อาคารหลังใหม่นี้ได้รับการขนานนามว่า ตึกแม้นศึกษาสถาน

โรงเรียน เทพศิรินทร์ ได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเหตุให้ต้องมีการขยายห้องเรียนขึ้น จนในปี พ.ศ. 2513 ทางโรงเรียนได้ร่วมกับสมาคมนักเรียนเก่าฯ ขออนุญาตทางวัดเทพศิรินทราวาส ใช้อาคารของทางวัดหลังหนึ่งเพื่อเป็นที่ทำการเรียนการสอนอาคารนั้นมีชื่อว่า ตึกนิภานภดล โดยอาคารนี้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตตินารี ได้สร้างขึ้นถวายแก่วัดเทพศิรินทราวาส ขณะเมื่อพระชันษา 28 ปี เสมอด้วยพระอัยยิกา สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชชนนี ในปี พ.ศ. 2467 เพื่อเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม สำหรับพระภิกษุสามเณร

แต่ ด้วยการพัฒนาโรงเรียนไปอย่างรวดเร็วมาก ทำให้จำนวนห้องเรียนไม่เพียงพอ จึงทำให้ต้องมีการสร้างตึกเรียนขึ้นมาใหม่ ทำให้ทางโรงเรียนต้องมีการรื้อถอนตึกเรียนเดิม 2 หลังคือ ตึกเยาวมาลย์อุทิศ และ ตึกปิยราชบพิตรปดิวรัดา สำหรับตึกใหม่ที่สร้างขึ้นทดแทนเป็นอาคารเรียน 6 ชั้น และได้ใช้ชื่อว่า ตึกเยาวมาลย์อุทิศปิยราชบพิตรปดิวรัดา ตามตึกเรียนสองหลังเดิม ซึ่งในครั้งนั้นสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดีเสด็จมาในการวางศิลาฤกษ์ด้วย

โรงเรียนเทพศิรินทร์ ได้เติบโตขึ้นเป็นลำดับจำนวนนักเรียนมากขึ้นทุกปี จึงได้มีการสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติมอีกคือ อาคารภาณุรังษี อาคารรัชมังคลาภิเษก 2531 และ อาคารเทิดพระเกียรติ

ตราประจำโรงเรียนเทพศิรินทร์[แก้]

ภาพอาทิตย์อุทัยทอแสงบนพื้นน้ำทะเล หมายถึง “ภาณุรังษี” และ “วังบูรพาภิรมย์” โดย “ภาณุรังษี” นี้เป็นพระนามของสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ผู้ทรงประทานตรานี้ให้แก่โรงเรียนเมื่อปี พ.ศ. 2467 พระองค์มีพระคุณอเนกอนันต์แก่โรงเรียน อาทิทรงเป็นผู้ทูลขอให้ทรงสถาปนาโรงเรียนต่อองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2438 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการสถาปนาโรงเรียนแบบถาวรและทรงถือว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนในดูแลของพระองค์ด้วย

อักษรประดิษฐ์ “ม” หมายถึง “หม่อมแม้น ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา” ชายาอันเป็นที่รักของสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เพื่อเป็นอนุสาวรีย์ที่ระลึกถึงหม่อมแม้น ว่าถ้าไม่มีหม่อนแม้น การกำเนิด ตึกแม้นนฤมิตร ก็คงไม่มี ดังนั้นโรงเรียนเทพศิรินทร์ก็คงไม่มี จึงเป็นความหมายที่ควรระลึกไว้

ดอกรำเพย สัญลักษณ์ของโรงเรียนเทพศิรินทร์

ช่อดอกรำเพย หมายถึง พระนามแห่งองค์สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี มีพระนามเดิมว่า “หม่อมเจ้าหญิงรำเพย ศิริวงศ์” พระบรมราชชนนีของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงสร้างพระอารามและโรงเรียนเพื่อเป็นพระราชกุศลแด่พระ บรมราชชนนี ทำเครื่องหมายดอกรำเพยไว้เพื่อให้คนรุ่นหลัง รู้ไว้ว่าพระนามเทพศิรินทร์นี้ได้มาจากพระองค์ท่าน เป็นพระนามมหามงคลยิ่งควรรักษาไว้ให้ดี

สีประจำโรงเรียน คือ “สีเขียวและสีเหลือง” เป็นสีประจำวันพฤหัสบดี ตามตำราพิชัยสงคราม (สวัสดิรักษา) ซึ่งวันพฤหัสบดีนั้นเป็นวันประสูติของสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ 4 อีกทั้งยังเป็นสีของใบและดอกของต้นรำเพย ซึ่งเป็นพระนามเดิมของสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี คือ “พระองค์เจ้ารำเพยภมราภิรมย์”

ดอกรำเพย จึงถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของโรงเรียนเทพศิรินทร์ พุทธสุภาษิตประจำโรงเรียน “น สิยา โลกวฑฺฒโน” ความหมายคือ “ไม่ควรเป็นคนรกโลก” เป็นพุทธสุภาษิตซึ่งสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถร) เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสองค์ ที่ 5 ได้ประสาทให้แก่โรงเรียน และท่านอธิบายความหมายของพุทธสุภาษิตบทนี้ว่า “คนเราบางคน เกิดมารกโลก ทำนองเดียวกับติณชาติที่หาประโยชน์อะไรมิได้ ทำให้เสียเงินทองกำจัด และรกชัฏขวากหนาม บางอย่างเป็นศัตรูแก่โลกไม่เป็นประโยชน์ มนุษย์ที่ไม่มีเมตตากรุณา คอยแต่จะเบียดเบียยนผู้อื่น จัดว่าเป็นคนรกโลก อย่าเกิดมาเลยเสียดีกว่า สู้สัตว์บางชนิดก็ไม่ได้”

ทำเนียบผู้บริหารโรงเรียน[แก้]

รายนามผู้อำนวยการ วาระการดำรงตำแหน่ง
นายเปลี่ยน พ.ศ. ๒๔๓๑
ขุนอนุศิษฐ์วิบูลย์ พ.ศ. ๒๔๓๕
พระยาโอวาทวรกิจ มิถุนายน ๒๔๔๕ - เมษายน ๒๔๔๖
พระยาจรัลชวะนะเพท ๒๗ เมษายน ๒๔๔๖
นายเอฟ.ยี.เทรส์ ๑๖ มิถุนายน ๒๔๔๕ - ๒๔๕๐
นายเอช.อี.สไปวีส์ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๐ - ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๒
นายตี.ยัดจ์ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๒ - ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๒
นายเย.เอช.เซดชวิค ๑๗ พ.ศ. ๒๔๖๒ - ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๓
นายเอ็น.แอล.เซลลีย์ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๓
พระสันธิวิทยาพัฒน์ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๘ - มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๙
พระดรุณพยุหรักษ์ (บุญเย็น ธนโกเศศ) ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๙ -๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๑
หลวงชุณหกสิการ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๑ -ต้นปี พ.ศ. ๒๔๘๒
หลวงสวัสดิสารศาสตรพุทธิ ต้นปี พ.ศ. ๒๔๘๒ - พ.ศ. ๒๔๘๕
นายถวิล ดารากร ณ อยุธยา พ.ศ. ๒๔๘๕ - ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๐
หลวงจรัสการคุรุกรรม ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๐ - ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๑
นายสวัสดิ์ ภูมิรัตน์ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๑ - ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๐๒
นายดำรง มัธยมนันทน์ ๑๗ พฤษภาาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ - ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๖
นายบุญอวบ บูรณะบุตร ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ - ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๘
นายเจตน์ แก้วโชติ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ - ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๐
นายเจือ หมายเจริญ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ - ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๓
นายชาลี ถาวรานุรักษ์ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๓ - ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐
นายอุดม วัชรสกุณี ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ - ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๓
นายณรงค์ กาญจนานนท์ ปลายปี พ.ศ. ๒๕๓๓ - ปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๒
นายมังกร กุลวานิช ปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๒ - พ.ศ. ๒๕๔๖
นายสมชัย เชาว์พานิช พ.ศ. ๒๕๔๖ - พ.ศ. ๒๕๔๗
นายประกาศิต ยังคง พ.ศ. ๒๕๔๗ -พ.ศ. ๒๕๕๑
นายคงวุฒิ ไพบูลย์ศิลป พ.ศ. ๒๕๕๑ - พ.ศ. ๒๕๕๒
นายสุทธิศักดิ์ เฟื่องเกษม พ.ศ. ๒๕๕๒ - ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
นายปรเมษฐ์ โมลี พ.ศ. ๒๕๕๕ - ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
นายอนันต์ ทรัพย์วารี ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖

ประเภทห้องเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น[แก้]

โรงเรียนเทพศิรินทร์แบ่งประเภทห้องเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (มัธยมศึกษาปีที่1 - มัธยมศึกษาปีที่3) ออกเป็น 3 แผนการเรียน ได้แก่

  • 1.ห้องเรียนห้องปกติ 5 ห้อง
  • 2.ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ 2 ห้อง
  • 3.ห้อง Mini English Program (MEP) 2 ห้อง ( เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 )
  • 4.ห้อง English Program (EP) 1 ห้อง ( เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 )
    • โรงเรียนเทพศิรินทร์ได้เป็นผู้ริเริ่มและบุกเบิกในแผนการเรียน English Program เป็นโรงเรียนแรกของประเทศไทยเมื่อ(พ.ศ. 2449)ร้อยกว่าปีก่อน

แผนการเรียนการสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย[แก้]

ตึกนิภานภดล

โรงเรียนเทพศิรินทร์แบ่งแผนการเรียนการสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (มัธยมศึกษาปีที่4 - มัธยมศึกษาปีที่6) ออกเป็น 2 แผนการเรียน ได้แก่

  • 1.แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ จำนวน 7 ห้อง (เป็นห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ จำนวน 2 ห้อง)
  • 2.แผนการเรียนศิลป์ จำนวน 5 ห้อง
    • ศิลป์-คณิตศาสตร์
    • ศิลป์-ภาษาต่างประเทศ

(หมายเหตุ : แผนการเรียนศิลป์ทั้ง 2 นั้น จะเป็นการเรียนร่วมชั้นเรียนโดยไม่มีการแยกห้องเรียนว่าเป็น ศิลป์-คณิตศาสตร์ หรือ ศิลป์-ภาษาต่างประเทศแต่จะมีวิชาเลือกไปทางสายของตนเอง จึงเป็นที่มาของคำว่า ˝สายศิลป์รวม˝ ของเทพศิรินทร์)

แผนการเรียนศิลป์-ภาษาต่างประเทศของโรงเรียนเทพศิรินทร์ เปิดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนทั้งหมด 4 ภาษา ได้แก่

  1. ภาษาฝรั่งเศส
  2. ภาษาเยอรมัน
  3. ภาษาจีน
  4. ภาษาญี่ปุ่น

รายนามกลุ่มโรงเรียนเทพศิรินทร์[แก้]

รายนามกลุ่มโรงเรียนเทพศิรินทร์
ลำดับ ชื่อสถาบัน อักษรย่อ วันที่ก่อตั้ง วันที่ร่วมเครือข่าย สถานะ ที่ตั้ง
1. โรงเรียนเทพศิรินทร์ ท.ศ.
15 มีนาคม พ.ศ. 2428 (131 ปี)
ประกาศจัดตั้ง เลขที่ 1466 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
2. โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า ท.ศ.ร.
25 มีนาคม พ.ศ. 2523 (36 ปี)
ประกาศจัดตั้ง เลขที่ 2 ซอยไอซีดี 8 แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
3. โรงเรียนเทพศิรินทร์คลองสิบสาม ปทุมธานี ท.ศ.ป. 25 มีนาคม พ.ศ. 2519 (40 ปี) 25 มิถุนายน พ.ศ. 2535 (24 ปี) ยกฐานะขึ้นจาก
โรงเรียนคลองสิบสามวิทยา
เลขที่ 37 หมู่ 4 ตำบลบึงคอไห อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150
4. โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ท.ศ.น. 20 มีนาคม พ.ศ. 2520 (39 ปี) 19 มกราคม พ.ศ. 2536 (23 ปี) ยกฐานะขึ้นจาก
โรงเรียนวัฒนโชติศรีบุญญาคม
เลขที่ 86 หมู่ 2 ตำบลบางคูเวียง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี 11130
5. โรงเรียนเทพศิรินทร์พุแค สระบุรี ท.ศ.พ. 20 เมษายน พ.ศ. 2519 (40 ปี) 9 มิถุนายน พ.ศ. 2546 (13 ปี) ยกฐานะขึ้นจาก
โรงเรียนพุแควิทยา
เลขที่ 175 หมู่ 1 ตำบลพุแค อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี 18240
6. โรงเรียนเทพศิรินทร์ลาดหญ้า กาญจนบุรี ท.ศ.ล. 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 (42 ปี) 20 มิถุนายน พ.ศ. 2548 (11 ปี) ยกฐานะขึ้นจาก
โรงเรียนลาดหญ้าพิทยาคม
เลขที่ 279 หมู่ 1 ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี 71190
7. โรงเรียนเทพศิรินทร์ ขอนแก่น ท.ศ.ข. 11 ธันวาคม พ.ศ. 2527 (31 ปี) 24 มกราคม พ.ศ. 2549 (10 ปี) ยกฐานะขึ้นจาก
โรงเรียนมิ่งเมืองขอนแก่น
เลขที่ 361 หมู่ 9 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
8. โรงเรียนเทพศิรินทร์ เชียงใหม่ ท.ศ.ช. 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522 (37 ปี) 29 สิงหาคม พ.ศ. 2550 (8 ปี) ยกฐานะขึ้นจาก
โรงเรียนน้ำบ่อหลวงวิทยาคม
เลขที่ 248 หมู่ 2 ตำบลน้ำบ่อหลวง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ 50120
9. โรงเรียนเทพศิรินทร์ ๙ โครงการหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ท.ศ.๙ 12 มีนาคม พ.ศ. 2526 (33 ปี) 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 (8 ปี) ยกฐานะขึ้นจาก
โรงเรียนโครงการหลวง
เลขที่ - หมู่ 5 ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ 50320
10. โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ ท.ศ.ส. 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2521 (38 ปี) 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 (8 ปี) ยกฐานะขึ้นจาก
โรงเรียนบางเมืองเขียนผ่องอนุสรณ์
เลขที่ 799 หมู่ 6 ตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10270

นักเรียนเก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

ดูเพิ่ม รายนามบุคคลสำคัญจากโรงเรียนเทพศิรินทร์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ขณะทรงศึกษาชั้นประถม 1 ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ในปีพ.ศ. 2475 เลขประจำพระองค์ 2329 ป.
วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๔๘๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมโรงเรียนเทพศิรินทร์หลังจากนั้นเพียง ๑๔ วัน พระองค์ก็เสด็จสวรรคต นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของประวัติศาสตร์ไทยและชาวเทพศิรินทร์ทุกคน

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]