โรงเรียนนอกกะลา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โรงเรียนนอกกะลา  
ผู้ประพันธ์ วิเชียร ไชยบัง
ประเทศ ประเทศไทย
ภาษา ไทย
ประเภท หนังสือ
ผู้เผยแพร่ เรียนนอกกะลา
วันเผยแพร่ พ.ศ. 2551
ชนิดสื่อ จัดพิมพ์ในรูปของปกอ่อน
จำนวนหน้า 196 หน้า
ISBN 978-616-920-235-6

โรงเรียนนอกกะลา เป็นผลงานเขียนวิชาการ ถอดประสบการณ์การบริหารทำงานที่ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา หรือโรงเรียนนอกกะลา โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นโรงเรียนตัวอย่าง ด้วยช่วงเวลานั้นกระแสการปฏิรูปการศึกษาเริ่มต้นมาแล้วหลายปี และมีพรบ.การศึกษาฉบับแรกไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ไม่มีวี่แววที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นมากนัก การมีโรงเรียนตัวอย่างอาจจะช่วยให้ครู หรือนักการศึกษาได้เห็นการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด มุ่งสร้างนวัตกรรมจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2546 และก็ทำเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

เรื่องราวของโรงเรียนนอกกะลา บอกเล่านวัตกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อพยายามออกจากร่องความคิดเดิมของการศึกษา วาทกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นที่นี่ โรงเรียนที่ไม่มีการสอบ การสอบเป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ อย่างของเครื่องมือและวัดค่าได้เพียงหยาบๆ หัวใจอันแท้จริงของการวัดผลและประเมินผลนั้นเพื่อมุ่งพัฒนาผู้เรียนแต่ละคน การวัดผลตามสภาพจริงอย่างต่อเนื่องด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า โรงเรียนที่ไม่มีเสียงระฆัง การปลูกฝังวินัยและคุณธรรมเชิงลึกนั้น ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพราะ คำสอน วิถีชีวิตที่เกิดขึ้นในแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอคงเส้นคงวาและมี เหตุผลต่างหากที่ช่วยกล่อมเกลา กรอบคิดที่ใช้เวลาเป็นมาตรวัดคุณค่านั้น เกิดขึ้นพร้อมกับโลกยุคอุตสาหกรรมซึ่งควรผ่านไปแล้ว วินัยควรสร้าง จาก Trust คือความเชื่อใจกันและความเคารพต่อกันและกัน โรงเรียนที่ไม่มีดาวให้ผู้เรียน ชิ้นงาน ภาระงานหรือสิ่งที่ผู้เรียนทุกคนทำออกมาล้วนแต่มีค่า ครูไม่ควร ตีตราด้วยดาว หรือ คะแนน ครูมีหน้าที่รู้ให้ได้ว่าเด็กแต่ละคนอยู่ตรงไหนและควรพัฒนาต่ออย่างไร เพื่อหาวิธีที่จะพัฒนาเด็กให้เต็มศักยภาพ ของแต่ละคน โรงเรียนที่ไม่ต้องใช้แบบเรียน แบบเรียนเป็นเพียงที่เก็บความรู้ผ่านไปไม่กี่วันมันเป็นเพียงความรู้เก่าครูควรสนใจพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคตมากกว่า ได้แก่ ทักษะการเรียนรู้ ทักษะการจัดการความรู้ ทักษะการคิด ในที่สุดผู้เรียนจะเป็นผู้แสวงหาความรู้ที่จำเป็นและมีความหมายต่อ เขาด้วยตัวเอง โรงเรียนที่ไม่มีครูอบรมหน้าเสาธง ช่วงเวลากิจกรรมหน้าเสาธงเป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อที่สุดสำหรับเด็ก ไม่ใช่ ช่วงเวลาที่ดีสำหรับการเรียนรู้ ควรจัดให้สั้นกระชับและได้ความรู้สึก ได้ขอบคุณ ได้นอบน้อม และได้สงบ โรงเรียนที่ไม่ได้จัดความสามารถของผู้เรียน เราเชื่อว่าเด็กทุกคนมีความสามารถและมีดีที่แตกต่างกัน เหมือนมะละกอ กล้วย ส้ม ลิ้นจี่ ที่จัดอันดับไม่ได้ด้วยเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่ง โรงเรียนที่ครูสอนด้วยเสียงเบาที่สุด น้ำเสียงที่เบาสื่อถึงความเมตตาอารีและเข้าถึงจิตใจได้ลึกกว่า ผู้เรียน และครูจะให้ความสำคัญกับการฟังแบบลึก โรงเรียนที่พ่อแม่ต้องมาเรียนกับลูก ลำพังโรงเรียนฝ่ายเดียวไม่สามารถพัฒนาผู้เรียนได้เต็มศักยภาพ ความเข้าใจตรงกันและความร่วมมือกันระหว่างโรงเรียนกับพ่อแม่จึงต้องทำกันอย่างต่อเนื่อง และเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนที่ทุกคนเรียนรู้อย่างมีความสุข ความสุขจะนำไปสู่ฉันทะ คือรักที่จะเรียนรู้ เมื่อรักที่จะเรียนรู้ก็จะเรียนรู้ได้อย่างดี[1]


อ้างอิง[แก้]

  1. วิเชียร ไชยบัง, โรงเรียนนอกกะลา, สำนักพิมพ์เรียนนอกกะลา, 2558, หน้า 6, ISBN 978-616-920-235-6

บรรณานุกรม[แก้]

  • วิเชียร ไชยบัง, โรงเรียนนอกกะลา, พิมพ์ครั้งที่ 15, บุรีรัมย์, สำนักพิมพ์เรียนนอกกะลา, ปี 2558, ISBN 978-616-920-235-6

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]