โปเกมอน โกลด์และซิลเวอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โปเกมอน โกลด์
โปเกมอน ซิลเวอร์
Pokémon box art - Gold Version.png
กล่องเกมโปเกมอนภาคโกลด์ แสดงภาพโปเกมอนในตำนาน โฮโอ โปเกมอนภาคซิลเวอร์ แสดงภาพโปเกมอนในตำนาน ลูเกีย
ผู้พัฒนาเกมฟรีก
ผู้จัดจำหน่ายนินเท็นโด
กำกับซาโตชิ ทาจิริ
อำนวยการผลิตทาเกฮิโระ อิซุซิ
ทาเคชิ คาวากุจิ
สึเนคาซึ อิชิฮาระ
ศิลปินเค็น ซุงิโมริ
เขียนบทโทชิโนบุ มัตสึมิยะ
เค็นจิ มัตสึชิมะ
แต่งเพลงจุนอิจิ มาสึดะ
โก อิจิโนเซะ
โมริคาซุ อาโอกิ(ภาคคริสตัล)
ชุดโปเกมอน
เครื่องเล่นเกมบอย, เกมบอยคัลเลอร์ (รองรับซูเปอร์เกมบอย; ไม่รองรับเกมบอยและซูเปอร์เกมบอยในเกาหลีใต้
วางจำหน่าย
  • JP: 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1999[1]
  • AUS: 13 ตุลาคม ค.ศ. 2000[2]
  • NA: 15 ตุลาคม ค.ศ. 2000[2]
  • EU: 6 เมษายน ค.ศ. 2001[2]
แนววิดีโอเกมเล่นตามบทบาท
รูปแบบผู้เล่นคนเดียว, ผู้เล่นหลายคน

โปเกมอนภาคโกลด์และภาคซิลเวอร์ (ญี่ปุ่น: ポケットモンスター 金・銀 โรมาจิPoketto Monsutā Kin & Gin; อังกฤษ: Pokémon Gold Version and Silver Version) เป็นเกมโปเกมอนรุ่นที่สองในซีรีส์โปเกมอนพัฒนาโดยบริษัทเกมฟรีก และจำหน่ายโดยนินเท็นโด สำหรับเครื่องเล่นเกมบอย ต่อมาเกมได้ปรับปรุงและทำการตลาดสำหรับเครื่องเล่นเกมบอยคัลเลอร์ ออกจำหน่ายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นใน ค.ศ. 1999 ออสเตรเลียและอเมริกาเหนือใน ค.ศ. 2000 และยุโรปใน ค.ศ. 2001 โปเกมอนภาคคริสตัล เกมภาคพิเศษ ออกจำหน่ายสำหรับเครื่องเล่นเกมบอยคัลเลอร์ราว ๆ หนึ่งปีหลังของแต่ละภูมิภาค ใน ค.ศ. 2009 นินเท็นโดนำภาคโกลด์และซิลเวอร์มาทำใหม่สำหรับเครื่องนินเท็นโด ดีเอส ในชื่อ โปเกมอนภาคฮาร์ตโกลด์และโซลซิลเวอร์

เกมนำเสนอโปเกมอนสายพันธุ์ใหม่ 100 ชนิด และผู้เล่นได้ควบคุมตัวละคร โดยที่ผู้เล่นสามารถเลือกตั้งชื่อเองได้ ภารกิจคือเป็นยอดนักต่อสู้โปเกมอน เกมทั้งสองภาคเป็นอิสระต่อกันแต่มีเนื้อหาส่วนใหญ่เหมือนกัน ขณะที่เกมทั้งสองภาคสามารถเล่นแยกกันได้ แต่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนระหว่างภาคและภาคก่อนหน้าเพื่อเติมเต็มโปเกเดกซ์ เนื้อเรื่องอนิเมะภาคโจโตซากายึดตามภูมิภาคในเกม

โปเกมอนภาคโกลด์และซิลเวอร์ยังคงประสบความสำเร็จมหาศาลต่อจากภาคแรก เนื่องจากโปเกมอนเริ่มทำรายได้ได้ถึงหลักพันล้าน เกมทำรายได้เกือบเท่ากับยอดขายของโปเกมอนภาคเรดและบลู และยังคงขายได้รวมหลายล้านหน่วยทั่วโลก ใน ค.ศ. 2010 ยอดขายภาคโกลด์และซิลเวอร์ที่มีการบันทึกไว้คือ 23 ล้านหน่วย

เกมโปเกมอนภาคนี้เป็นเกมโปเกมอนเกมเดียวที่ออกจำหน่ายในประเทศเกาหลีใต้ก่อนก่อตั้งสำนักงานย่อยของนินเท็นโด และบริษัท โปเกมอนโคเรีย จำกัด เมื่อ ค.ศ. 2006 และจำหน่ายเกมโปเกมอนภาคไดมอนด์และเพิร์ลที่นั่น โปเกมอนภาคโกลด์และซิลเวอร์ออกจำหน่ายในประเทศเกาหลีใต้ในวันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 2002 สำหรับเครื่องเล่นเกมบอยคัลเลอร์เช่นเดียวกับโปเกมอนภาคคริสตัล

ระบบเกม[แก้]

ดูบทความหลักที่: ระบบเกมโปเกมอน
อาลิเกตซ์ เลเวล 18 ของผู้เล่น ต่อสู้กับบูลู เลเวล 13 ของคู่แข่ง ในภาคคริสตัล

เช่นเดียวกับโปเกมอนภาคเรด,บลู และเยลโลว์ ตัวโปเกมอน โกลด์และซิลเวอร์ มีมุมมองการเล่นจากด้านบนหรือเรียกว่าบุคคลที่สาม โดยสามารถใช้ผู้เล่นเดินทางไปได้ทั่วโลกของเกม และสามารถสนทนากับวัตถุและตัวละครอื่นได้ ในการสำรวจโลกของเกมก็จะมีภูมิประเทศที่แตกต่างกันออกไป เช่นทุ่งหญ้า,ป่า,ถ้ำและทะเล ซึ่งก็จะมีโปเกมอนที่มีสายพันธุ์แตกต่างกันอยู่ เมื่อเราเดินสุ่มแล้วเจอกับโปเกมอนเหล่านี้หน้าจอจะสลับไปที่"ฉากต่อสู้"ซึ่งจำเป็นต้องใช้โปเกมอนของเราเข้าสู้[3]

ตัวเกมมีเป้าหมายหลักสองประการคือ: ต้องผ่านเนื้อเรื่องหลักของเกม และต้องเอาชนะสี่จตุรเทพ(Elite Four)และแชมป์คนเก่า เพื่อที่เราจะได้เป็นเป็นแชมป์คนใหม่[4] และเอาชนะเรด ซึ่งเราจะต้องเติมเต็มโปเกเด็กซ์ด้วยการจับและพัฒนา ให้ได้โปเกมอนครบ251ชนิด ส่วนสำคัญจะพัฒนาและเพิ่มโปเกมอนของผู้เล่นคือ โดยผู้เล่นจะต้องต่อสู้กับโปเกมอนตัวอื่นซึ่งสามารถพบได้ในป่า หรือโปเกมอนที่มีเจ้าของฝึกอบรมอื่นๆ ก็จะมีระบบค่าประสบการณ์(EXP) และเลเวล ลักษณะพบได้ทั่วไปในวิดีโอเกมโปเกมอนทุกภาค ซึ่งก็จะทำให้โปเกมอนเกิดการพัฒนาร่างจากการต่อสู้และได้เรียนรู้ท่าต่างๆ[5]

ระบบใหม่[แก้]

โปเกมอน ภาคโกลด์และซิลเวอร์ยังคงรักษากลไกพื้นฐานอย่างการควบคุม,การต่อสู้และการพัฒนาร่าง คุณสมบัติใหม่ที่ถูกเพิ่มขึ้นในเกมนี้คือระบบเวลา ซึ่งใช้ระบบเวลาจริงๆที่เป็นวัน,สัปดาห์ รวมทั้งยังมีการบันทึกเหตุการณ์บางอย่าง เช่นการปรากฏตัวของโปเกมอนใหม่ๆ ซึ่งก็ส่งผลต่อเกมนี้[3] และมีการเพิ่มไอเทมใหม่เพื่อที่ผู้เล่นจะได้นำมาใช้ประโยชน์: มีไอเทมฟื้นฟูสำหรับโปเกมอนดังนี้[6] มีไอเทมใหม่ซึ่งก็คือเบอร์รี่ ซึ่งสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตหรือรักษาผลแทรกซ้อนอื่นๆให้กับโปเกมอนในระหว่างการต่อสู้ ได้มีการเพิ่มเติมชนิดของโปเกบอล และก็ทำให้จับโปเกมอนได้ง่ายขึ้นได้ง่ายในบางสถานการณ์[7] ซึ่งไดมีไอเทมใหม่โปเกเกียร์ (ญี่ปุ่น: Pokégear โรมาจิポケギア ทับศัพท์Pokegia) ซึ่งมีหน้าที่เป็นนาฬิกา,แผนที่,วิทยุ,โทรศัพท์, ช่วยให้ผู้เล่นสามารถคุยกับตัวละครอื่นๆได้ รวมทั้งยังมีหมายเลขโทรศัพท์ของตนเอง และผู้อื่น และตัวละครอื่นก็สมารถโทรบอกเรื่องที่เกี่ยวกับโปเกมอนหายากที่สามารถจับได้ในบางพื้นที่[8]

เกมนี้ได้แนะนำไรโคว,เอ็นเทย์และซุยคุน โปเกมอนในตำนานชนิดใหม่ ที่จะเดินไปรอบๆเขตโจโตและจะเปลี่ยนสถานที่บ่อย[9] สามารถติดตามได้ด้วยโปเกเด็กซ์ ซึ่งต้องเคยเจอ และมักจะพยายามหนี แต่พลังชีวิตก็ยังถือว่าน้อย นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะพบกับโปเกมอนที่มีสีแตกต่างจากโปเกมอนตามปกติ แต่ก็ปรากฏน้อยมาก[10] มีการเพื่มชนิดของโปเกมอนใหม่สองชนิดคือ ธาตุเหล็กและธาตุความมืด[11] ประเภทเหล็กจะเป็นโปเกมอนที่มีการป้องกันสูงมาก และไม่ก่อการเกิดปฏิกิริยาอื่นๆ ในขณะที่ธาตุความมืดเป็นโปเกมอนประเภทมีภูมิคุ้มกันต่อท่าพลังจิตและชนะทางต่อโปเกมอนประเภทพลังจิต รวมทั้งยังมีจุดอ่อนน้อย[5] ในภาคโกลด์และซิลเวอร์ สามารถที่จะแลกเปลี่ยนโปเกมอนได้ แต่ไม่สามารถที่จะแลกเปลี่ยนโปเกมอนที่อยู่ในเจเนอร์เรชั่นก่อนๆได้ วิธีแก้ปัญหานี้จึงต้องย้ายระบบลบที่รู้จัก จึงจะสามารถลบหรือย้ายโปเกมอนได้ ที่สำคัญอีกคือการเปลี่ยนแปลงสถานะพิเศษในการโจมตีท่าพิเศษและการป้องกันท่าพิเศษที่เพิ่มขึ้นสำหรับต่อสู้[5]

มีการแนะนำเพศของโปเกมอนสายพันธุ์เดียวกันเป็นครั้งแรกในเกม โปเกมอนที่นำไปเก็บไว้ในโปเกมอนเดย์แคร์ พวกมันอาจจะฟักไข่ออกมาเป็นโปเกมอนตัวใหม่[12] โปเกมอนตัวลูกจะสืบสายพันธุ์ทางฝั่งแม่ แต่ย้ายมาจากพ่อ อย่างไรก็ตาม โปเกมอนในตำนานบางชนิดก็ไม่สามารถที่จะผสมพันธุ์ได้[13]

โครงเรื่อง[แก้]

ฉากท้องเรื่อง[แก้]

สิ่งก่อสร้างในยุคเก่า(ในภาพเป็นวัดโฮริวในจังหวัดนะระ)ของเมืองคันไซและเมืองโทไก ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับภูมิภาคโจโต

โปเกมอน ภาคโกลด์และซิลเวอร์ตั้งอยู่ในภูมิภาคโจโตซึ่งอยู่ติดทางตะวันตกของเขตคันโตซึ่งตั้งอยู่ในภาคเรดและบลู สามปีหลังจากบทสรุปของเกมภาคก่อน การออกแบบโจโตได้แรงบันดาลใจมาจากภูมิภาคคันไซ, โทไกและเกาะชิโกกุตะวันออกที่ตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น วัดจากภูมิภาคนี้มีความงดงามอย่างมาก จึงได้ถูกใส่ไว้ในเขตโจโต[ต้องการอ้างอิง]

เนื้อเรื่อง[แก้]

เช่นเดียวกับเกมภาคก่อนๆ ตัวละครของผู้เล่น(เฉพาะเด็กผู้ชายในภาคโกลด์และซิลเวอร์,สามารถเลือกเล่นตัวละครเด็กผู้หญิงได้ในภาคคริสตัล) และจะต้องเลือกโปเกมอนเริ่มต้น ต้องเลือกชิโคริตา,ฮิโนอาราชิ และวานิโนโกะซึ่งเป็นโปเกมอนเขตท้องถิ่นตัวใดตัวหนึ่ง จากศาสตราจารย์อุสึกิ หลังจากนั้นก็เริ่มต้นเดินทาง และต้องเอาชนะโรงยิมแปดยิมในเขตโจโต และเอาชนะสี่จตุรเทพเพื่อเป็นโปเกมอนมาสเตอร์[11] ฝ่ายคู่แข่งของเรา จะเป็นคู่แข่งลึกลับ ที่จะขโมยโปเกมอนจากศูนย์วิจัยของศาสตราจารย์อุสึกิ และจะเป็นผู้ท้าแข่งเรา[8] ผู้เล่นยังได้พบกับแก็งค์ร็อกเก็ตผู้ชั่วร้าย ได้รวมตัวกันขึ้นมาใหม่เพื่อค้นหาหัวหน้าแก็งก์ซาคากิ และจะได้ก่อตั้งแก็งก์ใหม่อีกรอบ[7] หลังจากผู้เล่นเอาชนะแก็งก์ร็อคเก็ตได้ทั้งหมด,สี่จตุรเทพและแชมป์ของโปเกมอนคันโตลีก ผู้เล่นจะสามารถเดินทางไปยังเขตคันโตจากเกมภาคก่อน และสมารถท้าประลองผู้นำยิมได้ มีการเปลี่ยนแปลงในเขต ซึ่งเกิดขึ้น3ปีหลังจากเหตุการณ์ในภาคเรด และ ภาคบลู หลังจากเอาชนะผู้นำยิมในเขตคันโต ผู้เล่นจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปยังภูเขาซิลเวอร์ได้ ในเขตนี้จะมีโปเกมอนที่แข็งแกร่งมากกว่าปกติ และลึกเข้าไปภายในถ้ำภูเขาซิลเวอร์ จะได้พบกับเรดตัวเอกของภาคเรดและภาคบลูที่ผู้เล่นสามารถท้าแข่งได้ ซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเกม[14]

การพัฒนา[แก้]

ข้อมูลของภาคโกลด์และซิลเวอร์ออกแสดงครั้งแรก ในงานนินเท็นโด สเปซเวิลด์ เอ็กซ์โปในญี่ปุ่นปีค.ศ.1997 ซึ่งเป็นงานจัดแสดงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของทั้งหมด และแตกต่างจากเกมภาคก่อนหน้านี้อย่างโปเกมอน ภาคเยลโลว์ มีการตั้งชื่อภาคใหม่ให้ดูดีกว่า"โปเกมอน ภาคเรดและบลู" และทางทีมงานก็ได้แต่งเนื้อเรื่องในเกมขึ้นใหม่ ในทวีปใหม่ และโปเกมอนสายพันธุ์ใหม่ ภาคโกลด์และซิลเวอร์ได้รับการออกแบบมาสำหรับเล่นในเครื่องเกมบอยคัลเลอร์ ทำให้พวกเขาให้การสนับสนุนในการใส่สีลงในเกมอย่างเต็มรูปแบบ และรายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆเพิ่มเติมในสไปรต์ ซึ่งรวมถึงสีของโปเกมอนแต่ละสายพันธุ์ ไอเทมใหม่ของเกมได้ใช้ระบบเกมแกดเจ็ต มีชื่อว่าโปเกเกียร์ ซึ่งได้เลียนแบบระบบจริงๆของนาฬิกาและสามารถใช้ได้ร่วมกันกับระบบของภาคก่อนๆได้[15]

ในระหว่างการสัมภาษณ์สึเนะคาสุ อิชิฮาระประธานบริษัทเครียเจอร์ จำกัดโดยเอบีซี นิวส์ เขาได้ให้ข้อมูลเชิงลึกในการกพัฒนาโปเกมอนสายพันธุ์ใหม่ๆเขาอธิบายว่า" ความคิดของมอนสเตอร์แต่ละตัวนี้ล้วนมาจากจินตนาการของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในเกมฟรีก พวกเขานำความคิดนี้มาจากประสบการณ์ในวัยเด็กของพวกเขา ทั้งจากการอ่านมังงะ,ชื่อหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น,ประสบการณ์ที่ไม่ดอนพวกเขายังเป็นเด็ก,การจับแมลง และอื่นๆ ดังนั้น จากประสบการณ์เหล่านี้ในวัยเด็ก ความคิดเหล่านี้จึงได้สร้างสรรค์โปเกมอนชนิดต่างๆออกมา"[16] ในขณะเดียวกันโปเกมอน ภาคเรดและบลูจะมีมิว และมีโปเกมอนเซเลบีในภาคโกลด์และซิลเวอร์ แต่ก็จะได้มาจากการเข้าโปรโมทเกมในงาน เหตุการณ์แรกอย่างเป็นทางการในการได้เซเลบีมา ในงานนินเท็นโด สเปซเวิลด์ ปีค.ศ.2000 ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุม100,000คนจะได้รับโปเกมอนตัวนี้ ในการที่จะได้มา ผู้เล่นต้องส่งโปสการ์ดใส่สลาก100,000ใบรับรองเซเลบี ช่วยให้สามารถเข้าร่วมการแข่งขันและได้รับมัน[17]

ดนตรี[แก้]

จุนอิจิ มาสึดะแต่งเพลงของเขาด้วยอะมิกา คอมพิวเตอร์ ซึ่งสันนิษฐานว่าเพลงนี้แก้ไขให้ใช้กับMIDI ซึ่งข้อมูลนี้ก็ถูกนำไปใช้กับเกมบอยคัลเลอร์[18]

การตอบรับ[แก้]

การตอบรับ
คะแนนรวม
ผู้รวมคะแนน
เกมแรงกิงส์89% (โกลด์)[19]
คะแนนปฏิทรรศน์
สิ่งพิมพ์เผยแพร่คะแนน
แฟมิซือ33/40[20]
เกมสปอต8.8/10 (โกลด์)[11]
ไอจีเอ็น10/10 (โกลด์)[3]
นินเทนโดพาวเวอร์8.7/10 (โกลด์)[19]

โปเกมอน โกลด์ และ ซิลเวอร์ ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องต่อจากเกมรุ่นแรก โดยเป็นจุดเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนโปเกมอนให้เป็นแฟรนไซส์มูลค่าหลายพ้นล้านดอลลาร์[21] ในวันเดือน เมษายน ปี ค.ศ. 2000 ประมาณ 6.5 ล้านตลับของเกมได้ถูกขายในประเทศญี่ปุ่น ซิลเวอร์ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นภาคที่ได้รับความนิยมมากกว่า โกลด์ กว่า 100,000 ตลับ[22] ในสัปดาห์แรกของการวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาเกมบดบังยอดการขายของ โปเกมอน เยลโลว์ ยอดขายในสัปดาห์แรกของภาคเยลโยว์มีกว่า 600,000 ตลับ ยอดขายรวมของภาคโกลด์และซิลเวอร์มีมากกว่า 1.4 ล้านตลับทำให้เป็นเกมที่ขายเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา[23][24]

เชิงอรรถ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Game Boy Color Games on Official Nintendo Co., Ltd. Website". Nintendo Co., Ltd. สืบค้นเมื่อ 2014-08-25.
  2. 2.0 2.1 2.2 "Pokemon Gold for Game Boy". GameSpot. Archived from the original on 2009-08-25. สืบค้นเมื่อ 2009-08-09.
  3. 3.0 3.1 3.2 Harris, Craig (2000-10-16). "Pokemon Gold Version Review". IGN. สืบค้นเมื่อ 2008-06-28.
  4. "Pokemon Gold and Silver Strategy Guide (page 10)". IGN. สืบค้นเมื่อ 2008-06-28.
  5. 5.0 5.1 5.2 "Pokemon Gold and Silver Strategy Guide basics". IGN. สืบค้นเมื่อ 2008-06-28.
  6. "Pokemon Gold and Silver Strategy Guide items". IGN. สืบค้นเมื่อ 2008-06-30.
  7. 7.0 7.1 "Pokemon Gold and Silver Strategy Guide (page 3)". IGN. สืบค้นเมื่อ 2008-06-30.
  8. 8.0 8.1 "Pokemon Gold and Silver Strategy Guide (page 1)". IGN. สืบค้นเมื่อ 2008-07-06.
  9. "Pokemon Gold and Silver Strategy Guide (page 5)". IGN. สืบค้นเมื่อ 2008-06-30.
  10. Gudmundson, Carolyn. "Shiny Pokemon Guide". GamesRadar. สืบค้นเมื่อ 2008-06-30.
  11. 11.0 11.1 11.2 Povo, Frank (2000-02-03). "Pokemon Gold for Game Boy Color Review (page 1)". GameSpot. สืบค้นเมื่อ 2008-06-28.
  12. Povo, Frank (2000-02-03). "Pokemon Gold for Game Boy Color Review (page 2)". GameSpot. สืบค้นเมื่อ 2008-06-30.
  13. "Pokemon Gold and Silver Strategy Guide breeding". IGN. สืบค้นเมื่อ 2008-07-06.
  14. "Pokemon Gold and Silver Strategy Guide (page 14)". IGN. สืบค้นเมื่อ 2008-06-28.
  15. IGN Staff (1999-08-27). "Eye on Pokemon Gold and Silver". IGN. สืบค้นเมื่อ 2009-07-25.
  16. IGN Staff (2000-02-09). "ABC News Pokémon Chat Transcript". IGN. สืบค้นเมื่อ 2009-07-26.
  17. IGN Staff (2000-06-16). "Serebii, I Choose You!". IGN. สืบค้นเมื่อ 2009-08-02.
  18. http://www.gamefreak.co.jp/blog/dir_english/?p=185
  19. 19.0 19.1 "Pokemon Gold Reviews". Game Rankings. สืบค้นเมื่อ 2008-07-05.
  20. ゲームボーイ - ポケットモンスター 金・銀. Weekly Famitsu. No.915 Pt.2. Pg.109. 30 June 2006.
  21. "Pokemon Franchise Approaches 150 Million Games Sold". Nintendo. PR Newswire. 4 October 2005.
  22. IGN Staff (2000-04-03). "The Poke-Phenomenon Continues". IGN. สืบค้นเมื่อ 2009-08-02.
  23. IGN Staff (2000-10-23). "Pokémon Goes Platinum". IGN. สืบค้นเมื่อ 2009-08-08.
  24. "Latest Pokemon Games Surpass One Million Sales in First Week; Pokemon Gold And Silver Sales For Game Boy Color Break U.S. Video Game Sales Record". bNET. 2000-10-23. Archived from the original on 2005-12-27. สืบค้นเมื่อ 2008-07-05.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]