โบอิง E-7 เวดจ์เทล
| E-7 เวดจ์เทล | |
|---|---|
E-7A เวดจ์เทล ทอ.ออสเตรเลีย | |
| ข้อมูลทั่วไป | |
| บทบาท | เครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้าและควบคุมทางอากาศ (AEW&C) |
| ชาติกำเนิด | |
| บริษัทผู้ผลิต | โบอิง |
| สถานะ | ประจำการอยู่ |
| ผู้ใช้งานหลัก | กองทัพอากาศออสเตรเลีย |
| จำนวนที่ผลิต | 15 ลำ |
| ประวัติ | |
| เริ่มใช้งาน | พฤศจิกายน 2012 |
| เที่ยวบินแรก | 2004 |
โบอิง E-7 เวดจ์เทล (Boeing E-7 Wedgetail) หรือชื่อทางการตลาดคือ โบอิง 737 AEW&C เป็นเครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้าและควบคุมทางอากาศที่พัฒนาจากโครงสร้างของ Boeing 737 Next Generation จุดเด่นของเครื่องคือการติดตั้งเรดาร์ MESA ของนอร์ธรอปกรัมแมนบนสันหลัง ลักษณะคล้ายหมวกทรงสูง ทำให้สามารถกวาดตรวจได้ 360 องศาโดยไม่ต้องหมุนจานเรดาร์แบบเก่า และยังเลือกเน้นตรวจการณ์ในทิศทางที่มีภัยคุกคามได้อย่างยืดหยุ่น เรดาร์ MESA สามารถตรวจจับ ติดตาม และจำแนกเป้าหมายได้หลายประเภทพร้อมกัน[1]
E-7 เวดจ์เทลมีระบบ IFF ระยะไกล สามารถปรับความถี่การอัปเดตข้อมูลตามสถานการณ์ นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับระบบสื่อสารยุทธวิธี เช่น Link-16 และการสื่อสารผ่านดาวเทียม ช่วยให้เครื่องทำหน้าที่เป็น “ศูนย์บัญชาการบินลอยฟ้า” ที่คอยประสานการรบในทุกมิติ ทั้งอากาศ ทะเล และภาคพื้น นอกจากนี้ ภายในเวดจ์เทลมีสถานีควบคุมภารกิจประมาณสิบจุด ภายในติดตั้งระบบสื่อสารหลายรูปแบบ (HF, VHF, UHF และดาวเทียม)[2] พร้อมมาตรการป้องกันทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ลูกเรือสามารถควบคุมการปฏิบัติการรบได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการเตือนภัยล่วงหน้า การควบคุมฝูงบินขับไล่ หรือการคุ้มครองกองเรือ[3] นอกจากนี้ยังสามารถเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ เพิ่มระยะเวลาการปฏิบัติการต่อเที่ยวบิน
กองทัพอากาศออสเตรเลียเป็นผู้ใช้งานรายแรกของเครื่องบินรุ่นนี้ โดยนำเข้าประจำการในช่วงปลายทศวรรษ 2010 และใช้งานจริงทั้งในภารกิจปฏิบัติการและการฝึกซ้อมร่วมกับพันธมิตร และเคยส่งไปปฏิบัติการในยุโรป เพื่อสนับสนุนการแจ้งเตือนภัยทางอากาศให้แก่กองทัพยูเครน โดยทำการบินในน่านฟ้าปลอดภัยในเยอรมนีระหว่างปี 2023–2024 ออสเตรเลียยืนยันว่าเรดาร์ของเวดจ์เทลสามารถตรวจจับได้ไกลกว่า 400 กิโลเมตร และมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนภารกิจคุ้มกันและประสานงานปฏิบัติการระหว่างกองทัพในยุโรป
กองทัพอากาศสหราชอาณาจักรได้จัดหา Wedgetail AEW1 เพื่อทดแทน E-3 Sentry กองทัพอากาศสหรัฐก็เลือก E-7 เป็นเครื่องทดแทน E-3 Sentry เช่นกันโดยได้บรรจุในแผนการจัดหาและเริ่มผลิตเรดาร์แล้ว เป็นการจัดหาด้วยราคาเฉลี่ย 724 ล้านดอลลาร์ต่อลำ ในขณะที่ราคาส่งออกแพงกว่าประมาณ 25-35% เกาหลีใต้เองก็จัดหา E-7 เช่นกัน
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Northrop Grumman. Multi-Role Electronically Scanned Array (MESA) Surveillance Sensor. เข้าถึง 20 ส.ค. 2025
- ↑ Boeing. E-7 AEW&C Airborne Early Warning & Control Aircraft เข้าถึง 20 ส.ค. 2025.
- ↑ Royal Australian Air Force. E-7A Wedgetail. เข้าถึง 20 ส.ค. 2025