โตโยต้า วีออส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก โตโยต้า โซลูน่า วีออส)
Toyota Vios (S) (second generation) (front), Kuala Lumpur.jpg
โตโยต้า วีออส
ผู้ผลิต: โตโยต้า
ปี: พ.ศ. 2545 - ปัจจุบัน
ประเภท: รถยนต์นั่งขนาดเล็กมาก
ลักษณะ: รถซีดาน 4 ประตู
เครื่องยนต์:
รุ่นก่อนหน้า: โซลูน่า (Soluna)
รุ่นต่อไป: ยังไม่มี
รุ่นที่ใกล้เคียง: ฮอนด้า ซิตี้
เชฟโรเลต อาวิโอ

โตโยต้า วีออส (อังกฤษ: Toyota Vios) เป็นรถรุ่นตระกูลที่โตโยต้า ออกแบบมาเพื่อมาแทนที่รถรุ่นโซลูน่า (Soluna) เริ่มผลิตรุ่นแรกใน พ.ศ. 2545 โดยจัดเป็นรถขนาดเล็กมาก (Subcompact Car) โดยทั่วไปจะนิยมนำรถวีออสไปใช้งานเป็นรถยนต์ส่วนตัว แต่มีการนำไปใช้เป็นรถแท็กซี่ในบางประเทศ เช่นในอินโดนีเซีย จะมีรถวีออสสำหรับทำเป็นแท็กซี่จำหน่ายในชื่อ "โตโยต้า ลิโม" (ต่างจากในประเทศไทย ที่รถโตโยต้า ลิโม คือรุ่นโคโรลล่าที่มีการตัด Option ต่างๆ ออก เพื่อให้รถมีราคาถูก เหมาะกับการซื้อไปเป็นแท็กซี่เช่า) และมีการนำไปปรับแต่งและใช้เป็นรถแข่ง

วีออส เป็นคู่แข่งทางธุรกิจกับรถยนต์หลายรุ่น ที่สำคัญๆ คือ ฮอนด้า ซิตี้, เชฟโรเลต อาวีโอ ด้วยความที่ถูกออกแบบมาให้เป็นรถส่วนบุคคลขนาดเล็กราคาถูกเหมือนกัน

Generation ที่ 1 (พ.ศ. 2545-2550)[แก้]

โตโยต้า วีออส โฉมที่ 1

โตโยต้า วีออส โฉมแรกนี้ ผลิตในประเทศไทยที่ โรงงานโตโยต้าเกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา โรงงานในประเทศฟิลิปปินส์ และในประเทศจีน โดยส่งออกไปขายยัง อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, บรูไน, สิงคโปร์ และไต้หวัน โดยรถวีออสโฉมที่ 1 ในประเทศเหล่านี้จะใช้เครื่องยนต์ 1NZ-FE ความจุ 1.5 ลิตร สำหรับรถวีออสโฉมนี้ในประเทศฟิลิปปินส์จะใช้เครื่องยนต์ 2NZ-FE ความจุ 1.3 ลิตร ส่วนรถวีออสโฉมนี้ในประเทศจีนจะใช้เครื่องยนต์แบบ 8A-FE โดยโฉมแรกนี้ เริ่มขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงต้นปี พ.ศ. 2546

มีตัวถังแบบเดียว คือ แบบซีดาน 4 ประตู โดยในระยะแรกในประเทศไทยจะจำหน่ายในชื่อ โตโยต้า โซลูน่า วีออส (Toyota Soluna Vios) เพื่อแสดงว่าเป็นโฉมใหม่ของโตโยต้า โซลูน่า ต่อมาจึงได้ยกเลิกชื่อโซลูน่า เพื่อทำการตลาดในชื่อรุ่นชื่อใหม่ คือ "วีออส"

วีออส เทอร์โบ[แก้]

โตโยต้า วีออส โฉมแรกนี้ เคยมีการผลิตและจำหน่ายรุ่นพิเศษ คือโตโยต้า วีออส เทอร์โบ (อังกฤษ: Toyota Vios Turbo) โดยมีการจัดทำรถรุ่นนี้ขึ้นในจำนวน 600 คัน และจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทย โดยรุ่นพิเศษนี้ ยังคงเป็นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรแบบเดิม แต่มีการติดตั้งเทอร์โบ และระบบอินเตอร์คูลเลอร์โดยสำนักแต่งรถ TRD หรือ Toyota Racing Development ซึ่งเป็นสำนักแต่งรถที่ขึ้นกับโตโยต้า ประเทศญี่ปุ่นโดยตรง ทำให้มีแรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 143 แรงม้า นอกจากนี้ยังได้เพิ่มอุปกรณ์ตกแต่งตัวรถ ทำให้ดูแตกต่างไปจากรุ่นปกติ

รายละเอียดทางเทคนิค[แก้]

ขนาด & น้ำหนัก
ความยาว (มิลลิเมตร) 4285
ความกว้าง (มิลลิเมตร) 1695
ความสูง (มิลลิเมตร) 1435
ความยาวช่วงล้อ (มิลลิเมตร) 2500
ความกว้างช่วงล้อ (มิลลิเมตร) หน้า x หลัง 1455 x 1430
ระดับต่ำสุดจากพื้น (มิลลิเมตร) 143
น้ำหนักรถ (กิโลกรัม) 960 - 1050
ความจุกระโปรงท้ายรถ VDA (ลิตร) 400
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด (เมตร) 4.9
เครื่องยนต์ 1NZ-FE
แบบเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง DOHC 16V พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVT-i
ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก (มิลลิเมตร) 75.0 x 84.7
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) 1,497
อัตราส่วนกำลังอัด 10.5 : 1
แรงม้าสูงสุด (กิโลวัตต์ (แรงม้า) / รอบต่อนาที) 80 (109) / 6000
แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร (kg-m) / รอบต่อนาที) 142 (14.5) / 4200
ระบบจ่ายน้ำมัน EFI (Electronic Fuel Injection)
ความจุถังน้ำมัน 45
ระบบขับเคลื่อน & ระบบกันสะเทือน
ระบบขับเคลื่อน อัตโนมัติ 4 จังหวะแบบร่องตรง (Slide) ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ SuperECT
ระบบช่วงล่าง - หน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบช่วงล่าง - หลัง คานบิดแบบ ETA-Beam
ระบบเบรก - หน้า ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน
ระบบเบรก - หลัง ดิสก์เบรก ( ดรัมเบรกในรุ่น J )
ขนาดยาง 175 / 65 R14 ( รุ่น J,E ), 185 / 55 R15 ( รุ่น S )

Generation ที่ 2 (พ.ศ. 2550-2555)[แก้]

โตโยต้า วีออส โฉมที่ 2

โฉมที่สองของวีออสเปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ในปี 2549 โดยใช้ชื่อว่า "โตโยต้า เบลต้า" และเปิดตัวในตลาดอเมริกาเหนือ, ตะวันออกกลาง, อเมริกาใต้, ลาตินอเมริกา, ออสเตรเลีย ช่วงต้นปี 2550 โดยใช้ชื่อ "โตโยต้า ยาริส ซีดาน" ส่วนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้ชื่อว่า "โตโยต้า วีออส" เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกวันที่ 8 และ 9 มีนาคม พ.ศ. 2550 ที่สยามพารากอน

นอกเหนือจากการใช้เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลแล้ว ยังมีการนำไปปรับแต่งและใช้เป็นรถแข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขัน โตโยต้า วีออส วันเมคเรซ ซึ่งเป็นการแข่งรถในประเทศไทยที่ทางโตโยต้าจัดขึ้น

การแข่งรถมี 2 รุ่นได้แก่

Toyota Vios One Make Race Class C

Toyota Vios One Make Race Lady Cup

นักแข่งดาราในนามของ Toyota Team Star. (2010 - 2012)

รุ่น Vios One Make Race Class C อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม , วริษฐ์ ทิพโกมุท , ศิริศิลป์ โชติวิจิตร (กวาง เอบีนอร์มอล) ,

รุ่น Vios One Make Race Lady Cup ชัชฎาภรณ์ ธนันทา , สุคนธวา เกิดนิมิตร , หนูอิมอิม ก้าวมหัศาจรรย์ , ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ , นาตาลี เดวิส , แอริณ ยุกตะทัต , อารยา เอ ฮาร์เก็ต

ในปี 2550 - 2551 ในเมืองไทยมีการแบ่งการผลิตวีออสออกเป็น 3 รุ่นมาตรฐาน ได้แก่

  • รุ่น J เป็นรุ่นล่างสุด มาพร้อมระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA / กระทะล้อขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ ไฟตัดหมอกหลัง (ระบบป้องกันการโจรกรรม TVSS พร้อมรีโมทเป็นอุปกรณ์เสริม) กระเป๋าเก็บเอกสารหลังผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า
  • รุ่น E เป็นเกรดกลาง เพิ่มอุปกรณ์จากรุ่น J มากขึ้นคือ ระบบป้องกันการโจรกรรม TDS พร้อมรีโมทที่ด้ามกุญแจ ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 15 นิ้ว ไฟตัดหมอกหลัง และภายในห้องโดยสารสามารถเลือกโทนสีได้ 2 แบบคือ สีครีม (Ivory) และ สีเทาดำ (Dark Grey) และไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง
  • รุ่น E Safety เป็นเกรดรองสูงสุด เพิ่มถุงลมนิรภัยคู่หน้า และและเข็มขัดนิรภัยแบบดึงรั้งกลับอัตโนมัติ ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ เหมือนรุ่น E
  • รุ่น G เป็นเกรดสูงสุด เพิ่มอุปกรณ์ภายใน เช่น เครื่องเสียงแบบ 6 ลำโพง หน้าปัดแบบออปติตรอนพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีฟ้า ติดตั้งไฟตัดหมอกหน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ภายในห้องโดยสารหุ้มด้วยหนัง สามารถเลือกโทนสีได้ 2 แบบคือ สีครีม (Ivory) และ สีดำ (Dark Grey) ที่พักแขนพร้อมหลุมวางแก้วน้ำบริเวณผู้โดยสารตอนหลัง และเบาะหลังสามารถพับทะลุไปห้องเก็บสัมภาระได้ ในอัตราส่วน 60/40

และเพิ่ม 3 รุ่นพิเศษ ได้แก่

  • รุ่น S-Limited เพิ่มอุปกรณ์ชุดแต่งจากโรงงานรอบคัน พร้อมปรับแต่งโช้คอัพ และสปริงให้มีความแข็งมากกว่ารุ่นอื่น หน้าปัดแบบออปติตรอนพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีส้ม ส่วนภายในแบบสปอร์ตสีเทาควันบุหรี่ ทั้งเบาะหุ้มหนัง พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังสีดำ รวมถึงเบาะผู้โดยสารตอนหลังสามารถพับทะลุไปห้องเก็บสัมภาระได้ ในอัตราส่วน 60/40 ไฟหน้าแบบ Bi-Xenon ปรับระดับสูง - ต่ำ แปรผันอัตโนมัติตามน้ำหนักรถ เปลื่ยนระบบเบรกหลังจากดรัมเป็นดิสก์เบรก
  • รุ่น G-Limited เพิ่มอุปกรณ์จากรุ่น G เช่น ระบบกุญแจอัจฉริยะ Smart Entry เปิด - ปิดประตูแบบสัมผัส พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่อง หรือ Push Start และระบบป้องกันการโจรกรรมกุญแจเลียนแบบหรือ Immobilizer สามารถเลือกโทนสีได้ 2 แบบคือ สีครีม (Ivory) และ สีดำ (Dark Grey)
  • รุ่น GT Street โดยการนำรุ่น J มาตกแต่งในรูปแบบพิเศษ สเกิร์ตรอบคันทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง สปอยเลอร์และสติกเกอร์ GT Street ที่ฝากระโปรงหลัง ท่อไอเสียพร้อมฝาครอบ สแตนเลส และสติกเกอร์ด้านข้างดีไซน์สปอร์ต ส่วนภายในใช้โทนสีแดงดำ ทั้งผ้าเบาะ สีแดงกับสีดำ รวมถึงพวงมาลัยหุ้มหนัง หัวเกียร์หุ้มหนังเดินด้ายสีแดง คอนโซลหน้าสุดสปอร์ตสีดำ-แดง และเปลี่ยนล้อกระทะ เป็นล้อแม็กซ์ขนาด 15 นิ้ว(ลายเดียวกันกันยาริส G/E Grade) โดยจะทำการผลิตเพียง 1,000 คัน


NHTSA หน่วยงานด้านความปลอดภัยยานยนต์ทางบกของสหรัฐอเมริกา ให้คะแนนผลทดสอบการชน Toyota Vios ดังนี้[1]

  • การชนด้านหน้าฝั่งผู้ขับขี่: 5/5 starsStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar full.svg
  • การชนด้านหน้าฝั่งผู้โดยสาร: 5/5 starsStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar full.svg
  • การชนด้านข้างฝั่งผู้ขับขี่ (ไม่มีถุงลมนิรภัยด้านข้าง): 3/5 starsStar full.svgStar full.svgStar empty.svgStar empty.svg
  • การชนด้านข้างฝั่งผู้โดยสาร (ไม่มีถุงลมนิรภัยด้านข้าง): 3/5 starsStar full.svgStar full.svgStar empty.svgStar empty.svg
  • การชนด้านข้างฝั่งผู้ขับขี่ (มีถุงลมนิรภัยด้านข้าง): 4/5 starsStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar empty.svg
  • การชนด้านข้างฝั่งผู้โดยสาร (มีถุงลมนิรภัยด้านข้าง): 4/5 starsStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar empty.svg
  • ทดสอบการพลิกคว่ำ: 4/5 starsStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar empty.svg

ผลทดสอบ


กลางปี 2551 - ต้นปี 2553 มีการเพิ่มรุ่น J มาตรฐาน และเปลื่ยนแปลงและลดอุปกรณ์บางอย่างในรุ่นปกติ เช่น


  • รุ่น J มาตรฐาน (ไม่มี ABS) เป็นเกรดล่างสุด ลดอุปกรณ์มาตรฐานบางอย่างออกไป เช่น วิทยุ CD/MP3/WMA ชนิด 2 ลำโพงมาตรฐาน วัสดุภายในสีดำ (Dark Grey) ล้อกระทะขนาด 14 นิ้วพร้อมยางขนาด 175/65 ยี่ห้อ Dunlop รุ่น SP10
  • รุ่น J ปกติ (มี ABS) ยกเลิกไฟตัดหมอกหลัง / ไม่มีกระเป๋าเก็บเอกสารหลังผู้ขับขี่ / เปลื่ยนยางเป็น Dunlop SP Sport 2030 ขนาดเดิม
  • รุ่น E ยกเลิกไฟเลี้ยวกระจกมองข้างโดยติดตั้งที่บริเวณบังโคลน เปลื่ยนวัสดุภายในเป็นสีดำให้เหมือนรุ่น J แต่ยังคงเลือกโทนสีได้ 2 แบบคือ สีครีม (Ivory) และ สีดำ (Dark Grey)ไม่มีกระเป๋าเก็บเอกสารหลังผู้ขับขี่ เปลื่ยนยางเป็นยี่ห้อ Dunlop รุ่น Sp Sport 2030 ขนาดเดิม
  • รุ่น E Safety ลดสเปคเหมือนรุ่น E

ส่วนรุ่น G / G Limited / S Limited ยังคงสเปคเดิมทุกประการเหมือนปี 2007


ในปี 2553 ในเมืองไทยมีการปรับโฉม 3 รุ่นมาตรฐาน โดยองค์ประกอบภายนอกทุกรุ่นได้เปลื่ยนแปลงกระจังหน้าและชุดไฟท้าย รวมถึงออกแบบมือจับฝากระโปรงท้ายใหม่ ส่วนภายในห้องโดยสารการเปลี่ยนแปลงคือ


  • รุ่น J มาตรฐาน (ไม่มี ABS) เป็นเกรดล่างสุด เปลื่ยนอุปกรณ์มาตรฐานบางอย่างเช่น มือจับประตูและฝากระโปรงท้ายจากสีเดียวกับตัวรถเป็นเป็นวัสดุสีดำ เปลื่ยนวัสดุหุ้มเบาะใหม่ และถอดฝาครอบล้อออก
  • รุ่น J ปกติ (ABS) เสริมระบบป้องกันการโจรกรรมแบบกุญแจ Immobilizer เปลื่ยนวัสดุหุ้มเบาะใหม่ และมือจับที่ฝากระโปรงท้ายออกแบบใหม่
  • รุ่น E เปลี่ยนเป็นพวงมาลัยลายสปอร์ต ระบบป้องกันการโจรกรรม TDS พร้อมรีโมทที่ด้ามกุญแจ และระบบ Immobilizer ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 15 นิ้วลายใหม่ ไฟตัดหมอกหลัง วัสดุคอนโซลแบบสีเมทัลลิค (เฉพาะกรอบด้านข้าง แต่แผงควบคุมเครื่องเสียงและเครื่องปรับอากาศยังเป็นสีดำ) ภายในห้องโดยสารสามารถเลือกโทนสีได้ 2 แบบคือ สีครีม (Ivory) และ สีดำ (Dark Grey) และเพิ่มจุดเชื่อมต่อวิทยุ (Aux) เปลื่ยนวัสดุหุ้มเบาะ และมือจับฝากระโปรงท้ายออกแบบใหม่ พร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ
  • รุ่น E Safety เพิ่มถุงลมนิรภัยคู่หน้าและเข็มขัดนิรภัยแบบดึงรั้งกลับอัตโนมัติ เปลื่ยนพวงมาลัยลายใหม่ และดิสก์เบรก 4 ล้อ ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 15 นิ้วลายใหม่ เปลื่ยนวัสดุหุ้มเบาะ
  • รุ่น G เปลื่ยนสีแผงควบคุมคอนโซลกลางเป็นแบบเปียโน แบล็ค (Piano Black) เปลื่ยนพวงมาลัยลายใหม่พร้อมชุดควบคุมเครื่องเสียง เพิ่มจุดเชื่อมต่อวิทยุ (Aux) ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 15 นิ้วลายใหม่ มือจับฝากระโปรงท้ายออกแบบใหม่ ฝาครอบไฟตัดหมอกหน้าลักษณะสีเมทัลลิค
  • รุ่น G Limited ยังคงสเปคเดิมเหมือนรุ่นปี 2007 แต่เปลื่ยนสีแผงควบคุมคอนโซลกลางเป็นแบบเปียโน แบล็ค (Piano Black)เปลื่ยนพวงมาลัยลายใหม่พร้อมชุดควบคุมเครื่องเสียง เพิ่มจุดเชื่อมต่อวิทยุ (Aux)ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 15 นิ้วลายใหม่ มือจับฝากระโปรงท้ายออกแบบใหม่ ฝาครอบไฟตัดหมอกหน้าลักษณะสีเมทัลลิค
  • ในรุ่น G และรุ่น G Limited ให้เลือกเป็นเบาะหนังสีเบจ หรือสีดำ
  • ยกเลิกการจำหน่ายรุ่น S Limited

ต่อมาในช่วงปลายปี 2555 ต้นปี 2556 ได้มีการปรับอุปกรณ์อีกครั้ง โดยให้มีแอร์แบคคู่หน้าในทุกรุ่นย่อย ไฟหน้ารมดำในทุกรุ่นย่อย กลับมาใช้พวงมาลัยทรงเดียวกับปี 2007 (แต่รุ่น G และ G Ltd. ยังคงสเปคเดิมคือพวงมาลัยทรงสปอร์ต) และสำหรับรุ่นที่มีล้อแม็กซ์ จะเป็นแม็กซ์ขนาด 15 นิ้วรมดำให้ความสปอร์ตมากขึ้น


ทุกแบบใช้เครื่องยนต์ 1NZ-FE 1.5 ลิตร 109 แรงม้า และแรงบิด 14.4 กก.ม เหมือนโฉมปี 2545 - 2550 โดยมีการเปลื่ยนแปลงครั้งใหญ่ คือ

  • ระบบคันเร่งจากเดิมที่ควบคุมด้วยสายเคเบิลมาเป็นระบบไฟฟ้า DBW หรือ Drive - By -Wire เรียกว่า ETCS-i โดยทำงานร่วมกับระบบ Canbus และระบบตรวจสอบข้อบกพร่อง OBD-II
  • เปลื่ยนการวางแบตเตอรี่ใหม่
  • เปลื่ยนท่อร่วมไอดีใหม่
  • วางแนวกรองอากาศใหม่ ให้มีระยะสั้นลงกว่าเดิม เพื่อให้อากาศเข้าเร็วขึ้น
  • เปลื่ยนยางแท่นเครื่องฝั่งคนขับแบบใหม่ชนิดไฮโดรลิก
  • เปลื่ยนการวางแนวท่อแอร์ใหม่
  • เปลื่ยนการวางแนวชุดแผงคอนเดนเซอร์แอร์ใหม่
  • เปลื่ยนชุดพัดลมไฟฟ้าใหม่


ระบบจ่ายเชี้อเพลิงควบคุมโดยกล่อง ECU ขนาด 32 Bit ติดตั้งอยู่บริเวณห้องเครื่อง พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS แรงดันมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังขับ 42 วัตต์ สามารถปรับความหนัก - เบา ตามความเร็วรถยนต์


ใช้เกียร์อัตโนมัติซึ่งเป็นลูกเดียวกับ Corolla ALTIS ในรุ่น 1.8 ในโฉม ZZE122R และ ZZE142R (รหัสเกียร์ U341E) ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ SuperECT โดยมีการพัฒนาจากวีออสโฉมปี 2545 - 2550 คือ

  • ใช้น้ำมันเกียร์แบบ ATF-WS
  • พัฒนาชุดคลัตช์ และ ระบบล็อกอัพ ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ใหม่
  • เปลื่ยนแปลงชุดควบคุมคอมพิวเตอร์เกียร์ใหม่
  • เปลื่ยนชุดควบคุมคันเกียร์ จากเดิมแบบตรง มาเป็นแบบร่องหยัก และโหมดป้องกันการเข้าเกียร์ผิดโดยไม่ตั้งใจ พร้อมปุ่ม Shift Lock

มีระบบ Hill Sensing Control สำหรับการปีนป่ายขึ้นที่สูงและลงทางลาดชันได้อย่างไร้กังวล ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อหามุมองศาของการปีนป่ายที่สูงและลงทางชัน ระบบคอมพิวเตอร์จะป้องกันไม่ให้เปลี่ยนไปที่เกียร์สูงสุดโดยไม่จำเป็น หรือไม่ลดลงไปเกียร์ต่ำสุดเพื่อป้องกันการลื่นไถลของล้อกรณีปีนป่ายที่สูงและไม่ลาดชันจนเกินไป และในขาลง ก็จะคงที่ไว้ที่เกียร์สามเพื่อการขับขี่ที่มั่นคง และเบรกอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเรียนรู้การขับขี่ในแต่ละสภาพถนน เพื่อปรับเปลื่ยนจังหวะเกียร์ให้ขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


ในวีออสโฉมปี 2550 - 2556 ทุกรุ่น จะมีระบบ

  • Auto Crank Start โดยผู้ขับขี่สามารถติดเครื่องยนต์โดยการบิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง Start แล้วปล่อยมือได้ทันที (หรือ กดปุ่ม Start แล้วปล่อยมือทันที ในรุ่น G-Limited) ระบบจะทำการติดเครื่องด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องบิดกุญแจค้างไว้ หรือกดปุ่มค้างจนเครื่องยนต์ติด
  • เครื่องเสียงพร้อมระบบ ASL หรือ Auto Sound-Speed Levelizer ปรับระดับเสียงขึ้น-ลง โดยอัตโนมัติตามความเร็วรถ และสามารถปรับได้สามระดับคือ Low Mid และ High
  • ระบบไฟฟ้าจะมีการหน่วงเวลาชุดกระจกไฟฟ้า 45 วินาทีหลังจากดับเครื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ กรณีจอดรถแล้วต้องการเปิดกระจก และระบบจะตัดการทำงาน เมื่อเปิดประตูคู่หน้าบานใดบานนึงออก หรือ หลังจาก 45 วินาทีเป็นต้นไป


รายละเอียดทางเทคนิค[แก้]

ขนาด & น้ำหนัก
ความยาว (มิลลิเมตร) 4300
ความกว้าง (มิลลิเมตร) 1700
ความสูง (มิลลิเมตร) 1460
ความยาวช่วงล้อ (มิลลิเมตร) 2550
ความกว้างช่วงล้อ (มิลลิเมตร) หน้า x หลัง 1470 x 1460
ระดับต่ำสุดจากพื้น (มิลลิเมตร) 150
น้ำหนักรถ (กิโลกรัม) 1020 - 1065 (แล้วแต่รุ่น)
ความจุกระโปรงท้ายรถ VDA (ลิตร) 420 (550 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง)
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด (เมตร) 4.9
เครื่องยนต์ 1NZ-FE
แบบเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง DOHC 16V พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVT-i
ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก (มิลลิเมตร) 75.0 x 84.7
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) 1,497
อัตราส่วนกำลังอัด 10.5 : 1
แรงม้าสูงสุด (กิโลวัตต์ (PS) / รอบต่อนาที) 80 (109) / 6000
แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร (kg-m) / รอบต่อนาที) 141 (14.4) / 4200
ระบบจ่ายน้ำมัน EFI (Electronic Fuel Injection)
ความจุถังน้ำมัน 42
ระบบขับเคลื่อน & ระบบกันสะเทือน
ระบบขับเคลื่อน อัตโนมัติ 4 จังหวะ แบบร่องหยัก (GATE-TYPE) ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ SuperECT
ระบบช่วงล่าง - หน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบช่วงล่าง - หลัง ทอร์ชั่นบีม คอยล์สปริง
ระบบเบรก - หน้า ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน
ระบบเบรก - หลัง ดรัมเบรก (ปี 2553 ดิสก์เบรกในรุ่น E/Safety และ G,G-LTD)
ขนาดยาง 185/60R15 ในรุ่น J,E,G,G-LTD,S-LTD และ 175/65R14 สำหรับรุ่น J มาตรฐาน

Generation ที่ 3 (พ.ศ. 2556-ปัจจุบัน)[แก้]

โตโยต้า วีออส โฉมที่ 3

โฉมที่ 3 ของวีออสเปิดตัวครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556 โดยมีสโลว์แกนว่า Have It All โดยรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดจากรุ่นที่ 2 แต่ยังคงใช้เครื่องยนต์ 1 NZ-FE 1.5 ลิตร 109 แรงม้า และแรงบิด 14.4 กก.ม เหมือนรุ่นแรก พร้อมทั้งมีพรีเซนเตอร์คนใหม่ จิรายุ ตั้งศรีสุข และ จรินทร์พร จุนเกียรติ. มีให้เลือกทั้งหมด 7 สีซึ่งได้แก่ 1.สีขาว 2.สีเบจ 3.สีเงิน 4.สีดำ 5.สีน้ำตาล 6.สีเทา 7.สีแดง โดยมีให้เลือก 4 รุ่นดังนี้


รุ่น J

  • ล้อกระทะพร้อมฝาครอบ 15 นิ้วลายใหม่ พร้อมยาง Dunlop SP Sport 2030 185/60R15
  • ภายในสีเทา Dark Gray
  • เบาะผ้าลายธรรมดา


รุ่น E

  • มีระบบเบรก ABS/EBD/BA
  • กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
  • ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 15 นิ้วลายใหม่ พร้อมยาง Dunlop SP Sport 2030 185/60R15
  • ไฟเบรกดวงที่สาม ในห้องโดยสาร
  • เบาะผ้าลายธรรมดา
  • เลือกสีภายในได้ระหว่างสีเทา Dark Gray กับสีเบจ Ivory


รุ่น G

  • เบาะหลังพับไม่ได้ และไม่มีไฟตัดหมอก
  • ล้อแม็กซ์แบบรุ่น E พร้อมยาง Dunlop SP Sport 2030 185/60R15
  • ไฟหน้าโปรเจกเตอร์
  • กระจังหน้าและคิ้วฝากระโปรงท้ายโครเมียม
  • ไฟเลี้ยวฝังบริเวณกรอบกระจกมองข้าง พร้อมพับไฟฟ้า
  • เลือกสีภายในได้ระหว่างสีเทา Dark Gray กับสีเบจ Ivory
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • สวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย
  • หน้าปัดพร้อมจอ MID
  • เบาะผ้าลายธรรมดา
  • มือเปิดประตูด้านในโครเมียม


รุ่น S

  • ล้อแม็กซ์ 16 นิ้วรมดำ พร้อมยาง Bridgestone Turanza ER33 195/50R16
  • ไฟตัดหมอกหน้า
  • มือเปิดประตูด้านนอกโครเมียม
  • ภายในสีเทา Dark Gray พร้อมเบาะผ้าลายสปอร์ต
  • มาตรวัดพี้นหลังสีแดง
  • ระบบกุญแจอัจฉริยะ Smart Entry พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์แบบ Push Start


รุ่น TRD Sportivo IV 2014 อิงพี้นฐานจากวีออสรุ่น J แต่มีการปรับเปลื่ยนคือ

  • ล้อแม็กซ์อัลลอย 15 นิ้วลายพิเศษเฉพาะTRD
  • สเกิร์ตและสปอยเลอร์TRD
  • สติ๊กเกอร์​และ​สัญลักษณ์TRD
  • เบาะหนัง
  • เครื่องเล่นDVD จอสัมผัส 7" รองรับ Smart G-Book


ในปี พ.ศ. 2558 ได้มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดของอุปกรณ์ติดรถเล็กน้อย

  • รุ่น E

เพิ่มไฟเลี้ยวที่กรอบกระจกมองข้าง และ กระจกมองข้างสามารถพับเก็บด้วยไฟฟ้า

  • รุ่น TRD SPORTIVO V

อิงจากรุ่น J แต่เปลื่ยนล้ออัลลอย 15 นิ้วลายใหม่ ไฟหน้าโปรเจกต์เตอร์รมดำ สติ๊กเกอร์ด้านข้างลายใหม่ ไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ฝังในสเกิร์ตหน้า พร้อมชุดสเกิร์ตและสปอยเลอร์ TRD รอบคัน



ราคาอย่างเป็นทางการของโตโยต้า วีออส ปี 2556 - 2558

  • 1.5J M/T เกียร์ธรรมดา 559,000 บาท
  • 1.5J A/T เกียร์อัตโนมัติ 589,000 บาท
  • 1.5E M/T เกียร์ธรรมดา 614,000 บาท
  • 1.5E A/T เกียร์อัตโนมัติ 649,000 บาท
  • 1.5G A/T เกียร์อัตโนมัติ 699,000 บาท
  • 1.5S A/T เกียร์อัตโนมัติ 734,000 บาท


ทุกแบบใช้เครื่องยนต์ 1NZ-FE 1.5 ลิตร 109 แรงม้า และแรงบิด 14.4 กก.ม เหมือนรุ่นเดิม โดยเปลื่ยนระบบคันเร่งจากเดิมที่ควบคุมด้วยสายเคเบิลมาเป็นระบบไฟฟ้า DBW หรือ Drive - By -Wire เรียกว่า ETCS-i โดยทำงานร่วมกับระบบ Canbus และระบบตรวจสอบข้อบกพร่อง OBD-II เหมือนกับวีออสโฉมปี 2550 - 2556 โดยมีการปรับเปลื่ยนคือ

  • เปลื่ยนหม้อลมเบรกชนิด Dual - Servo
  • เปลื่ยนยางแท่นเครื่องแบบไฮโดรลิกรุ่นใหม่ทรงจั่ว
  • ย้ายตำแหน่ง ECU กลับเข้าไปในห้องโดยสาร โดยอยู่ตำแหน่งหลังลี้นชักเก็บของฝั่งคนนั่ง
  • จูนอัพการตอบสนองคันเร่งไฟฟ้าใหม่
  • เพิ่มไฟแสดงการขับขี่แบบประหยัด (Eco) บนหน้าปัด โดยมีเฉพาะในรุ่นเกียร์อัตโนมัติเท่านั้น


และยังคงใช้ชุดเกียร์อัตโนมัติแบบร่องหยัก รหัสเกียร์ U341E เหมือนโฉมที่แล้ว ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ SuperECT มีระบบ Hill Sensing Control สำหรับการปีนป่ายขึ้นที่สูงและลงทางลาดชันได้อย่างไร้กังวล ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อหามุมองศาของการปีนป่ายที่สูงและลงทางชัน ระบบคอมพิวเตอร์จะป้องกันไม่ให้เปลี่ยนไปที่เกียร์สูงสุดโดยไม่จำเป็น หรือไม่ลดลงไปเกียร์ต่ำสุดเพื่อป้องกันการลื่นไถลของล้อกรณีปีนป่ายที่สูงและไม่ลาดชันจนเกินไป และในขาลง ก็จะคงที่ไว้ที่เกียร์สามเพื่อการขับขี่ที่มั่นคง และเบรกอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเรียนรู้การขับขี่ในแต่ละสภาพถนน เพื่อปรับเปลื่ยนจังหวะเกียร์ให้ขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


ความปลอดภัย[แก้]

ระบบป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

ระบบเบรก ABS (Anti-lock Braking System)แบบ 4 channel 4 Sensor ป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน หรือเบรกบนถนนลื่น

ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-Force Distribution)จะช่วยกระจายแรงดันน้ำมันเบรกโดยการแปรผันตามน้ำหนักที่กดลงในแต่ละล้อและควบคุมแรงเบรกขณะเข้าโค้งอย่างอิสระ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการเบรกให้มีความสมดุล ป้องกันการไถลของล้อขณะเข้าโค้งและเหยียบเบรกกะทันหัน

ในกรณีบรรทุกเต็มพิกัด ระบบ EBD จะเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกที่ล้อคู่หลังเพื่อเสริมประสิทธิภาพการหยุดให้สูงที่สุด ช่วยลดภาระของชุดเบรกหน้า

ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist)ในกรณีเบรกแบบกะทันหัน ระบบ BA จะช่วยเพิ่มแรงเบรกในระบบ โดยคอมพิวเตอร์จะอ่านค่าจากการเหยียบของผู้ขับว่ามีแรงกระทำมากและนานเท่าไร ช่วยเสริมการหยุดรถได้ในระยะที่สั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ระบบปกป้องเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA พัฒนาการล่าสุดของโครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA ที่ให้ความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกด้วยโครงสร้างห้องโดยสารที่แข็งแกร่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับแรงกระแทกจากการชน ให้ถ่ายเทไปสู่ส่วนต่างๆของตัวถัง เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อห้องโดยสารน้อยที่สุด โดยระบบดูดซับแรงกระแทกที่สามารถดูดซับแรงกระแทกลดความรุนแรงจากการชนด้วยการกระจายแรงสู่ตัวถัง พร้อมคานนิรภัยด้านหน้าและด้านข้างเพิ่มความแข็งแกร่ง และความปลอดภัยให้กับห้องโดยสารเมื่อเกิดการชน

ระบบลดแรงกระแทกศีรษะด้านข้าง ออกแบบเพื่อช่วยลดแรงกระแทกที่ศีรษะของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS ปกป้องทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ช่วยลดการบาดเจ็บของศีรษะและหน้าอก จากแรงปะทะซึ่งเกิดจากการชนด้านหน้า

เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าพร้อมระบบกลไกดึงกลับ และผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ (Pretensioner & Force Limiter) ช่วยรั้งร่างกายผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้แนบกับเบาะเมื่อเกิดการชน ป้องกันการบาดเจ็บจากแรงกระแทก

เบาะนั่งคู่หน้าแบบ WIL Concept ป้องกันการบาดเจ็บของกระดูกต้นคอเมื่อเกิดการชนจากด้านหลัง


รายละเอียดทางเทคนิค[แก้]

ขนาด & น้ำหนัก
ความยาว (มิลลิเมตร) 4410
ความกว้าง (มิลลิเมตร) 1700
ความสูง (มิลลิเมตร) 1475
ความยาวช่วงล้อ (มิลลิเมตร) 2550
ความกว้างช่วงล้อ (มิลลิเมตร) หน้า x หลัง 1470 x 1460 (1455 x 1445 ในรุ่น S)
ระดับต่ำสุดจากพื้น (มิลลิเมตร) 145
น้ำหนักรถ (กิโลกรัม) 1020 - 1065 (แล้วแต่รุ่น)
ความจุกระโปรงท้ายรถ VDA (ลิตร) 430 (ทุกรุ่นพับเบาะหลังไม่ได้)
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด (เมตร) 5.1
เครื่องยนต์ 1NZ-FE
แบบเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง DOHC 16V พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVT-i
ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก (มิลลิเมตร) 75.0 x 84.7
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) 1,497
อัตราส่วนกำลังอัด 10.5 : 1
แรงม้าสูงสุด (กิโลวัตต์ (PS) / รอบต่อนาที) 80 (109) / 6000
แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร (kg-m) / รอบต่อนาที) 141 (14.4) / 4200
ระบบจ่ายน้ำมัน EFI (Electronic Fuel Injection)
ความจุถังน้ำมัน 42
ระบบขับเคลื่อน & ระบบกันสะเทือน
ระบบขับเคลื่อน อัตโนมัติ 4 จังหวะ แบบร่องหยัก (GATE-TYPE) ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ SuperECT
ระบบช่วงล่าง - หน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบช่วงล่าง - หลัง ทอร์ชั่นบีม คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบเบรก - หน้า ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน
ระบบเบรก - หลัง ดรัมเบรก (ดิสก์เบรกในรุ่น S และ G)
ขนาดยาง 195/50R16 ในรุ่น S และ 185/60R15 สำหรับทุกรุ่น

และในปี พ.ศ. 2559 ได้มีการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ใหม่ รหัส 2NR-FBE

รายละเอียดทางเทคนิค[แก้]

เครื่องยนต์ 2NR-FBE
แบบเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง DOHC 16V พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ Dual VVT-i
ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก (มิลลิเมตร) 72.0 x 90.6
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) 1,496
อัตราส่วนกำลังอัด 11.5 : 1
แรงม้าสูงสุด (กิโลวัตต์ (PS) / รอบต่อนาที) 79 (108) / 6000
แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร (kg-m) / รอบต่อนาที) 140 (14.3) / 4200
ระบบจ่ายน้ำมัน EFI (Electronic Fuel Injection)
ความจุถังน้ำมัน 42
ระบบขับเคลื่อน
ระบบขับเคลื่อน CVT 7 จังหวะ แบบร่องหยัก (GATE-TYPE) พร้อมโหมด Manual (+/-)


ราคาอย่างเป็นทางการของโตโยต้า วีออส ปี 2559 เครื่องยนต์ 2NR-FBE

  • 1.5 J CVT 599,000 บาท
  • 1.5 E CVT 669,000 บาท
  • 1.5 G CVT 714,000 บาท
  • 1.5 Exclusive 719,000 บาท
  • 1.5 S CVT 749,000 บาท


โดยรุ่นย่อยใหม่ 1.5 Exclusive CVT จะอิงจากรุ่น G มีอุปกรณ์ที่แตกต่างดังนี้

ภายนอก

  • สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง, สเกิร์ตหลัง
  • ไฟหน้าแบบโปรเจกต์เตอร์
  • ไฟ Daytime Running Light แบบ LED
  • ไฟตัดหมอกหน้า
  • กระจังหน้าโครเมียม
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า
  • มือจับประตูด้านนอกโครเมียม
  • คิ้วฝากระโปรงท้ายโครเมียม
  • ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ลายใหม่
  • กล้องมองหลัง
  • สัญลักษณ์ Exclusive ด้านท้ายรถ


ภายในห้องโดยสาร


  • สีภายในห้องโดยสาร โทนสีดำ
  • เบาะหนังสีดำลายกราฟิก
  • คอนโซลหน้าและแผงประตูตกแต่งด้วยลายไฮโดรกราฟิกสีเทา
  • พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังตกแต่งด้วย Piano Black
  • เครื่องเล่น DVD/CD/MP3/WMA หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว T-Connect พร้อมช่องต่อ USB / HDMI / SD Card
  • ระบบเชื่อมต่อ Hands-free แบบไร้สาย Bluetooth
  • ถาดใส่ของ และ กล่องเก็บสัมภาระท้ายรถ
  • ชุดอุปกรณ์เติมลมยาง Air Compressor Kit


โดยวีออส โฉมปี 2559 ทุกรุ่นย่อย ที่ใช้เครื่องยนต์ 2NR-FBE มีระบบความปลอดภัย เช่น


  • ระบบป้องกันล้อล้อค ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรกBA
  • ระบบความคุมการทรงตัว VSC มีสวิตช์ เปิด - ปิด การทำงาน อยู่บริเวณฝั่งคนขับ

และถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน


จากการยกเลิกเกียร์ธรรมดาทำให้รุ่นย่อย 1.5E M/T และ 1.5 J M/T ถูกยกเลิกไปในช่วงของการตลาด ซึ่งนั่นแสดงว่าโตโยต้าไม่มีรถยนต์นั่งเกียร์ธรรมดาในไทยในช่วงเวลานี้ เพราะ โตโยต้า ยาริส 1.2 ก็เปิดตัวด้วยเกียร์ CVT ทั้งหมด ส่วนโคโรลลา อัลติส MY 2016 ก็ได้ยกเลิกเกียร์ธรรมดา และรุ่นย่อย J M/T และ J M/T CNG ไปก่อนหน้านั้นแล้ว

อ้างอิง[แก้]

  1. "Safercar.gov". Safercar.gov. สืบค้นเมื่อ 2010-04-27. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]