สายลมทองคำ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สายลมทองคำ
ชื่อ สายลมทองคำ
ชื่อญี่ปุ่น 黄金の風
โรมาจิ Ōgon no Kaze
ชื่ออังกฤษ Golden Wind
มังงะ
เรื่องโดยฮิโรฮิโกะ อารากิ
พิมพ์โดยชูเอฉะ
กลุ่มเป้าหมายโชเน็ง
ยี่ห้อจัมป์คอมิคส์
นิตยสารโชเน็งจัมป์รายสัปดาห์
เผยแพร่20 พฤศจิกายน พ.ศ. 25385 เมษายน พ.ศ. 2542
รวมเล่ม17
รูปแบบอื่น
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

สายลมทองคำ (ญี่ปุ่น: 黄金の風 โรมาจิŌgon no Kaze; อังกฤษ: Golden Wind) หรือที่รู้จักในชื่อภาษาอิตาลีว่า Vento Aureo เป็นภาคที่ห้าของการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ของฮิโรฮิโกะ อารากิ

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

เรื่องราวเกิดขึ้นที่ประเทศอิตาลี ในปี 2001 โจรูโน่ โจบาน่า เด็กหนุ่มอายุ 15 ทายาทของดิโอ ในร่างของ โจนาธาน โจสตาร์ ทำให้โจรูโน่เป็นหนึ่งในผู้มีสายเลือดของตระกูลโจสตาร์ไหลเวียนอยู่ในกาย (จากภาค 3 ดีโอได้ต่อศีรษะของตนเข้ากับร่างของโจนาธาน โจสตาร์ ตัวเอกจากภาคแรก) มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นหัวหน้าแก๊งค์มาเฟียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอิตาลี เนื่องจากมีความหลังฝังใจตอนเด็กๆ และเพื่อความต้องการที่จะยกเลิกเครือข่ายการค้ายาเสพติด โจรูโน่จึงพยายามหาทางเข้าร่วมองค์กร พาสซิโอเน่ ซึ่งเป็นมาเฟียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอิตาลี โดยผ่านทางบรูโน่ บูจาราตี้ หัวหน้าหน่วยเล็กๆหน่วยหนึ่ง ทั้งคู่จึงวางแผนที่จะแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าเพื่อปฏิรูปแนวทางขององค์กรเสียใหม่ โดยการจะไปถึงจุดนั้นต้องผ่านการทดสอบหลายอย่างจากชายที่เรียกตนเองว่าบอสเสียก่อน

โจรูโน่ต้องเข้ารับการทดสอบเพื่อให้ได้รับการยอมรับเข้าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และในระหว่างนั้นได้พบกับ ฮิโรเสะ โคอิจิ (จากภาค 4) ผู้รับคำสั่งจากคูโจ โจทาโร่ (Jojo ตัวเอกภาค 3) ให้มาตามหาทายาทของดีโอ ทำให้โจรูโน่เข้าใจในพลังประหลาดของตนเองว่ามันคือสแตนด์ที่สามารถมอบชีวิตให้กับวัตถุได้ พร้อมทั้งให้ชื่อมันว่า Gold Experience และในที่สุดเมื่อโจรูโน่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้รับมาก็ทำให้ได้เข้าบรรจุเป็นสมาชิกองค์กรในหน่วยย่อยสังกัดบุจจาราตี้ อันประกอบไปด้วยสมาชิก 5 คน ได้แก่ บูจาราตี้ อาบัคคิโอ้ มิสต้า ฟูโก้ และนารันช่า เป็นก้าวแรกของโจรูโน่สู่จุดสูงสุดแห่งพาสซิโอเน่

ทว่าไม่นานหลังโจรูโน่เข้ามาอยู่กับองค์กร บอสก็มีคำสั่งตรงถึงบูจาราตี้ให้ทำการอารักขา ทริช ลูกสาวของบอสเองจากกลุ่มผู้ใช้แสตนด์ในองค์กร ที่บอสเรียกว่า"ผู้ทรยศ" เหล่าแก๊งบูจาราตี้จึงต้องเดินทางฝ่าฟันการต่อสู้กับผู้ใช้แสตนด์ที่มีความร้ายกาจคนแล้วคนเล่า เพื่อนำตัวทริชไปส่งยังที่หมายซึ่งบอสรออยู่ แต่ก่อนที่จะนำตัวทริชไปให้บอส แก๊งบูจาราตี้ก็ได้พบว่าแท้จริงแล้วที่บอสสั่งให้นำตัวทริชมาส่งนั้น เพราะตั้งใจจะฆ่าลูกสาวด้วยตนเอง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครสามารถสืบหาข้อมูลตัวตนที่แท้จริงของบอสจากตัวทริช ผู้เป็นลูกสาวและเป็นเงื่อนงำเพียงอย่างเดียวที่จะนำไปสู่การเปิดเผยสถานะตัวตนของบอสได้

เมื่อความจริงถูกเปิดเผย แก๊งบูจาราตี้จึงเปลี่ยนเป้าหมายใหม่เป็นการโค่นบอสโดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากทริชเอง และคราวนี้ศัตรูที่มุ่งเป้ามาที่พวกเขาก็ยิ่งเพิ่มความร้ายกาจมากยิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุซึ่งเป้าหมายพวกพ้องหลายคนต้องเอาชีวิตมาทิ้งในสงครามการปะทะระหว่างเหล่าผู้ใช้แสตนด์ในครั้งนี้ แต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็ได้เผชิญหน้ากับ เดียโบโล บอสใหญ่แห่งพาสซิโอเน่ ผู้เต็มไปด้วยความลับ

ในห้วงสุดท้ายที่ดูเหมือนการเดินทางอันยาวไกลของโจรูโน่ใกล้จะสิ้นสุดลงและชัยชนะกำลังจะตกอยู่ในมือของเดียโบโร่ โปลนาเรฟ (จากภาค 3) ก็ได้เข้าร่วมในการต่อสู้ครั้งนี้และได้เผยความลับของลูกศร ซึ่งนอกจากจะเป็นสิ่งที่ใช้ปลุกความสามารถสแตนด์ให้กับผู้ที่ไม่มีพลังแล้ว ยังสามารถเพิ่มความสามารถให้กับสแตนด์ที่มีอยู่เดิมให้ก้าวล้ำข้ามไปได้อีก ก่อกำเนิด Gold E.Reqium เปิดฉากศึกสุดท้ายกับเดียโบโล

ตัวละครหลัก[แก้]

โจรูโน่ โจบาน่า (Giorno Giovanna) - ฉบับภาษาไทยยึดหลักการออกเสียงแบบญี่ปุ่นเป็น โจรูโน่ โจบาน่า

เด็กหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกชายของ ดีโอ บรันโด ที่ได้ตัดหัวของตัวเองมาต่อและใช้ร่างของ โจนาธาน โจสตาร์ ทำให้โจรูโน่เป็นผู้มีสายเลือดของโจสตาร์ เป็นผู้ที่รักความยุติธรรมและมีเมตตา แต่ก็เด็ดเดี่ยวในตัวเช่นเดียวกับคนตระกูลโจสตาร์ และยังเป็นคนที่ตัดสินใจเรื่องต่างๆได้อย่างเฉลียวฉลาดสมกับที่สืบเชื้อสายของดีโอมาเต็มที่ด้วย ชื่อภาษาญี่ปุ่นของโจรูโน่คือ ชิโอบานะ ฮารุโนะ

  • ชื่อสแตนด์ : โกลด์ เอ๊กซ์พีเรียนซ์ (Gold Experience) มีความสามารถในการมอบพลังชีวิตให้กับวัตถุต่างๆ ได้ อีกทั้งยังสามารถสร้างชิ้นส่วนบาดแผลและเลือด เพื่อการรักษาอาการบาดเจ็บได้อีกด้วย


บรูโน่ บุชชาราติ (Bruno Bucciarati) - ฉบับภาษาไทยยึดหลักการออกเสียงแบบญี่ปุ่นเป็น บรูโน่ บูจาราตี้

หัวหน้าทีมของแก๊งค์ท้องถิ่น รับโจรูโน่เข้ามาในแก๊งค์เนื่องจากเห็นบางสิ่งบางอย่างในตัวของเด็กหนุ่มผู้นี้ เป็นคนที่มีความคิดและการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว เฉลียวฉลาด อีกทั้งยังมีความเมตตากรุณา และวิเคราะห์คนได้อย่างเฉียบขาด โดยภายหลังจากที่โปลโป้ตายลง บูจาราตี้ก็ได้เลื่อนขั้นเป็นหนึ่งในผู้บริหารขององค์กร

  • ชื่อสแตนด์ : สติ๊กกี้ ฟิงเกอร์ส (Sticky Fingers) มีความสามารถในการติด"ซิป"ลงบนวัตถุ เพื่อรูปซิปแยกออกจากกันหรือติดเข้าด้วยกันก็ได้ หรือสามารถติดซิปเพื่อเปิดช่องว่างมิติให้เข้าไปหลบหรือทะลุผ่านได้


เลโอเน อับบัคคิโอ (Leone Abbacchio) - ฉบับภาษาไทยยึดหลักการออกเสียงแบบญี่ปุ่นเป็น เลโอเน อาบัคคิโอ้

สมาชิกที่มีอายุมากที่สุดในทีมของบูจาราตี้ เดิมเป็นตำรวจมาก่อนแต่ถูกไล่ออกเนื่องจากรับสินบนจนเกิดความผิดพลาดในหน้าที่ ในขณะที่กำลังสิ้นหวัง บูจาราตี้ก็ได้รับเข้ามาในทีม ในช่วงแรกอาบัคคิโอ้ไม่ยอมรับในตัวโจรูโน่เท่าไรนัก ด้วยความที่โจรูโน่ต้องการจะปกป้องพวกพ้องทุกคนแทนที่จะใส่ใจหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่หลังจากที่โจรูโน่ช่วยแก๊งค์ให้รอดพ้นจากอันตรายหลายครั้ง เขาก็เริ่มเปลี่ยนมุมมองต่อโจรูโน่

  • ชื่อสแตนด์ : มูดดี้ บลูส์ (Moody Blues) มีความสามารถ "Replay" ในการย้อนการกระทำของใครก็ได้ที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต ณ ตำแหน่งนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดก็ตาม มีพลังโจมตีและความเร็วเทียบเท่ามนุษย์ปกติ


กวีโด้ มิสต้า (Guido Mista - ฉบับภาษาไทยยึดหลักการออกเสียงแบบญี่ปุ่นเป็น กุยโด้ มิสต้า)

หนึ่งในสมาชิกทีมของบูจาราตี้ เป็นมือปืนของทีม มีความสามารถด้านการใช้ปืนสูง ขณะยิงปืนจะมีสมาธิมั่นคงมาก ในอดีตเคยเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์สังหารอันธพาลจนต้องติดคุก แล้วบูจาราตี้ก็ได้ช่วยเหลือไว้ มิสต้าเป็นคนที่เชื่อถือโชคลางเป็นอย่างมากจนบางครั้งก็ทำให้เสียโอกาสสำคัญๆไป

  • ชื่อสแตนด์ : เซ็ก พิสเทิลส์ (Sex Pistols) เป็นสแตนด์ตัวเล็กๆ 6 ตัว พูดคุยกับร่างต้นได้ กินอาหารได้ คอยอาศัยอยู่ในปืนของมิซูต้า นัดละ 1 ตน เพื่อช่วยเหลือด้านการยิง ด้วยการเตะลูกกระสุนให้เข้าเป้าหมาย มีหมายเลขประจำตัวตั้งแต่ 1-7 โดยไม่มีหมายเลข 4 เนื่องจากความเชื่อเรื่องโชคลางของเจ้าตัวที่ว่าเลข 4 เป็นเลขแห่งความโชคร้าย


ฟูโก้ ปันนาคอตต้า (Fugo Pannacotta)

สมาชิกคนหนึ่งของทีมบูจาราตี้ มีอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม มีสติปัญญาเข้าขั้นอัจฉริยะ จบมหาวิทยาลัยเมื่ออายุเพียง 16 ปี มีบุคลิกค่อนข้างเป็นแบบผู้ดีแต่ขณะเดียวกันก็โมโหง่าย จึงทำให้เกิดบุคลิกแปลกๆ ขึ้นในตัวสแตนด์

  • ชื่อสแตนด์ : เพอร์เพิล เฮซ (Purple Haze) สแตนด์ที่สามารถปล่อยไวรัสร้ายแรงออกมาจากแคปซูลที่มือได้ เป็นไวรัสสังหารที่ฆ่าสิ่งมีชีวิตได้ในเวลาเพียง 30 วินาที แต่ไวรัสนี้ถูกทำลายได้ในแสงแดด เพอร์เพิลเฮซมีนิสัยส่วนตัวที่ประหลาดเอามาก ๆ นั่นคืออาการรักความสะอาดเกินเหตุ


นารันช่า กิร์กา (Narancia Ghirga)

หนึ่งในสมาชิกของทีมบูจาราตี้ เป็นคนไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่นัก เนื่องจากตอนเด็กไม่ได้รับการเอาใจใส่จากครอบครัว แถมนิสัยบางครั้งยังบ้าบิ่น ซุกซนเหมือนเด็ก แต่ก็รักพวกพ้อง และเคารพบูจาราตี้มาก นารันช่ามีอาวุธคือ มีดพก 1 เล่ม ที่เก็บไว้กับตัวอยู่เสมอ

  • ชื่อสแตนด์ : แอโรสมิธ (Aerosmith) สแตนด์ในรูปของเครื่องบินที่ติดอาวุธพลังทำลายล้างสูงไว้ เช่นปืนกลที่ยิงกระสุนได้ไม่จำกัด โจมตีเป้าหมายได้จากระยะไกลและมีเรดาห์สามารถตรวจจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ออกมาจากลมหายใจของสิ่งมีชีวิตได้


ทริช อูน่า (Trish Una)

ลูกสาวของบอส ผู้เป็นหลักฐานเพียงชิ้นเดียวที่แสดงตัวตนของบอสที่มีอยู่ในโลก โดยพลังสแตนด์ตื่นขึ้นมาจากเหตุการณ์บีบคั้นในตอนที่เผชิญหน้ากับแสตนด์ "โนโทเรียส BIG" ติดนิสัยสาวลูกคุณหนู แต่ภายหลังก็ปรับตัวได้

  • ชื่อสแตนด์ : สไปซ์ เกิร์ล (Spice Girl) เมื่อชกไปที่สิ่งใด ของสิ่งนั้นจะอ่อนนุ่มลงจนไม่สามารถทำลายได้ เป็นสแตนด์ที่รวมเอาความอ่อนโยนและแข็งแกร่งเข้าไว้ด้วยกัน


ดิอาโวโล (Diavolo)- ฉบับภาษาไทยยึดหลักการออกเสียงแบบญี่ปุ่นเป็น เดียโบโล่

บอสแห่งองค์กร พาสซิโอเน่ เป็นพ่อแท้ๆ ของ ทริช ได้ออกคำสั่งให้บูจาราตี้ทำหน้าที่รับตัวทริชมาส่งให้แก่ตน โดยมีเป้าหมายลับเพื่อนำตัวไปสังหาร ด้วยหวังไม่ให้ใครสามารถสืบหาตัวตนที่แท้จริงของตนเองได้ ทว่าบูจาราตี้ไม่อาจปล่อยให้ทริชโดนฆ่าทั้งที่ไม่ได้รับรู้เรื่องราวใดๆ และนั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งการต่อสู้ของกลุ่มบูจาราตี้กับผู้ใช้แสตนด์มากมายที่ถูกส่งมาจากองค์กร จนถึงจุดสิ้นสุดแห่งการเผชิญหน้ากับเดียโบโร่ ผู้กุมอำนาจแห่งพาสซิโอเน่ ตัวเดียโบโร่เองเป็นคน 2 บุคลิก โดยบุคลิกที่ 2 ซ่อนในร่างของเด็กหนุ่มบอบบางที่แตกต่างจากตัวตนเดิมทั้งหน้าตา น้ำเสียง และขนาดร่างกาย ใช้ชื่อว่า วิเนการ์ โดปปิโอ (Vinegar Doppio)มีวิธีเฉพาะในการสื่อสารกับบุคลิกหลัก (เดียโบโล่)ในร่างกายตนเองผ่านการสนทนาเสมือนคุยโทรศัพท์

  • ชื่อสแตนด์ : คิง คริมสัน (King Crimson) สามารถลบเวลาได้ และรับรู้เหตุการณ์ได้ล่วงหน้า โดยสามารถเคลื่อนที่ภายในช่วงเวลาที่ตนเองลบออกไป ได้อย่างอิสระ

เกี่ยวกับการ์ตูน[แก้]

  • โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ภาค 5 นี้ ผู้เขียนใช้สถานที่ที่มีอยู่จริง คือหลายเมืองในประเทศอิตาลี จากการเดินทางเก็บข้อมูลด้วยตนเอง ในเรื่องจึงปรากฏสถานที่สำคัญๆหลายแห่ง เช่นคลองสายต่างๆในเวนีส โคลอสเซียม และปอมเปอี
  • นอกจากชื่อสแตนด์ที่จะนำมาจากชื่อวงดนตรีแล้ว ในภาค 5 นี้ ชื่อตัวละครแต่ละตัวจะนำมาจากชื่ออาหารอีกด้วย เช่น แพนนาค็อตต้า(ขนมหวานชนิดหนึ่งคล้ายวุ้น) ช็อคโกแลตต้า (ช็อกโกแลต) วีเนการ์(น้ำส้มสายชู) หรือด็อปปิโอ้ ที่เป็นชื่อเรียกการดื่มกาแฟเอสเพรสโซทีละสองช็อต