โคดี โรดส์ และโกลดัสต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โคดี โรดส์ และโกลดัสต์
Cody Rhodes and Goldust
An image of โคดี โรดส์ และโกลดัสต์.
ข้อมูล
สมาชิก โคดี โรดส์
โกลดัสต์
ฉายา The Brotherhood[1]
The Rhodes Brothers[2]
The Dust Busters
Cody Rhodes and Goldust
Gold and Stardust[3]
ความสูง Stardust: 6 ft 2 in (1.88 เมตร)[4]
Goldust: 6 ft 6 in (1.98 เมตร)[5]
เปิดตัว 6 ตุลาคม 2013
สมาคม WWE
แตกกลุ่ม 16 กุมภาพันธ์ 2015

โคดี โรดส์ และโกลดัสต์ (อังกฤษ: Cody Rhodes and Goldust)[6] (อดีตที่รู้จักกันในนาม The Brotherhood,[1] The Rhodes Brothers,[2] หรือ Gold and Stardust) สมาชิกประกอบด้วย โคดี โรดส์ และโกลดัสต์ ทั้งคู่เป็นลูกชายของตำนานนักมวยปล้ำ "ดิ อเมริกัน ดรีม" ดัสตี้ โรดส์ เป็นทีมนักมวยปล้ำฝ่ายธรรมะ สังกัดสมาคม WWE และเป็น แชมป์แทคทีม WWE 1 สมัย[7]

ประวัติ[แก้]

ในรอว์ (2 กันยายน 2013) โคดี โรดส์ ได้แพ้ให้กับแรนดี ออร์ตัน ทำให้โคดีถูกไล่ออกจาก WWE โดยคำสั่งของ ทริปเปิลเอช ประธาน COO ของสมาคม WWE หลังแมตช์ทริปเปิลเอชออกมาและสั่งไล่โคดีออกจาก WWE[8] ในรอว์ (9 กันยายน 2013) โกลดัสต์ ได้เจอกับ แรนดี ออร์ตัน เพื่อช่วยให้โคดีได้กลับมาทำงาน แต่โกลดัสต์ก็แพ้ไป ทำให้ไม่สามารถช่วยโคดีกลับมาได้[9] ในรอว์ (30 กันยายน 2013) ทริปเปิลเอช กับ สเตฟานี แม็กแมน ได้เชิญครอบครัวโรดส์ ให้ออกมาคุยกันที่เวที ดัสตี้ โรดส์, โคดี โรดส์ และโกลดัสต์ ออกมากันพร้อมหน้า ทริปเปิลเอช บอกว่าเราให้โอกาสพวกนายแล้ว ให้โคดีเจอกับออร์ตัน เพื่อรักษางานของโคดี แต่ก็แพ้ จากนั้นเราก็ให้โอกาสอีก ให้โกลดัสต์เจอกับออร์ตัน แล้วก็แพ้อีก จากนั้นสเตฟานีก็ให้ดัสตี้เลือกว่าจะให้ลูกคนไหนกลับเข้าทำงานแต่เขากลับบอกให้สเตฟานีไปลงนรกซะ ทริปเปิลเอช บอกจะให้โอกาสอีกครั้ง ให้โคดีกับโกลดัสต์ เจอกับ เซท โรลลินส์ และโรแมน เรนส์ ในแบทเทิลกราวด์ ถ้าชนะได้ก็จะให้กลับเข้าทำงานทั้งสองคน แต่ถ้าแพ้ล่ะก็นายสองคนจะไม่มีวันได้กลับมา WWE อีกตลอดกาล และพ่อของพวกนายจะถูกไล่ออกจากตำแหน่งเทรนเนอร์ NXT ด้วย ดัสตี้ขอต่อรองว่าจะอยู่ที่มุมเวทีของลูกๆ ด้วย ซึ่งสเตฟานีก็ตกลง ครอบครัวโรดส์ กำลังเดินกลับแต่ก็โดน เดอะชีลด์ ขึ้นมากระทืบ[10] ในแบทเทิลกราวด์ โคดีและโกลดัสต์ ได้เอาชนะ โรลลินส์ และเรนส์ ทำให้ครอบครัวโรดส์ได้กลับมาทำงานใน WWE อีกครั้ง[11][12]

ในรอว์ (14 ตุลาคม 2013) โคดีและโกลดัสต์ ได้เอาชนะ โรลลินส์ และเรนส์ และคว้าแชมป์แทคทีม WWE ได้สำเร็จ จากการช่วยเหลือของบิ๊กโชว์[13][14] ในเฮลอินเอเซล (2013) โคดีและโกลดัสต์ ต้องป้องกันแชมป์แทคทีม WWE 3 เส้า กับ โรลลินส์ กับเรนส์ และดิ อูโซส์ (จิมมี และ เจย์ อูโซ) สุดท้าย โคดีและโกลดัสต์ สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[15] ในทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2013) โคดีและโกลดัสต์ ต้องป้องกันแชมป์แทคทีม WWE 4 เส้า กับไรแบ็ค และเคอร์ติส แอ็กเซล, บิ๊กโชว์ และเรย์ มิสเตริโอ และเดอะเรียลอเมริกันส์ (แจ็ก สแวกเกอร์ และ แอนโทนีโอ ซีซาโร) แต่สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จอีกครั้ง[16] ในรอยัลรัมเบิล (2014) โคดีและโกลดัสต์ ได้เสียแชมป์ให้กับทีม เดอะนิวเอจเอาต์ลอวส์ (โรด ด็อก และ บิลลี่ กัน) เป็นแมตช์ก่อนเริ่มรายการ[17] ในรอว์ (3 กุมภาพันธ์ 2014) โคดีและโกลดัสต์ ได้ชิงแชมป์แทคทีม WWE กับนิวเอจเอาต์ลอวส์ ในกรงเหล็ก แต่ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์คืนมาได้[18]

ในเพย์แบ็ค (2014) โคดีและโกลดัสต์ ได้แพ้ไรแบ็กเซล หลังแมตช์ โคดี บอกกับ โกลดัสต์ ว่าขอพูดกับแบบพี่น้องเลยนะ นายไปหาคู่แท็กทีมใหม่เถอะ[19] จากนั้นโกลดัสต์ก็ต้องหาคู่แทคทีมใหม่แทนโคดี แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ[20][21] ในรอว์ (16 มิถุนายน 2014) โคดีได้เปิดตัวในบทบาทใหม่ ในชื่อสตาร์ดัสต์ โดยจับคู่กับโกลดัสต์ เอาชนะ ไรแบ็กเซล ไปได้[22] ในรอว์ (25 สิงหาคม 2014) โกลด์และสตาร์ดัสต์ ได้กลายเป็นฝ่ายอธรรม โดยเล่นงานดิ อูโซส์ หลังจากชนะแมตช์ชิงแชมป์แทคทีม WWE แบบเคาต์เอาต์ ทำให้ทั้งคู่ไม่พอใจเพราะแชมป์ยังเป็นของอูโซส์เหมือนเดิม[23] ในไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2014) โกลด์และสตาร์ดัสต์ ได้เอาชนะ ดิ อูโซส์ และคว้าแชมป์แทคทีมสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ[24] ก่อนจะเสียแชมป์ให้กับ เดอะ มิซ และแดเมียน มิซดาว ในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2014)[25] ต่อมาทั้งคู่ได้มีปัญหากันและได้แตกทีมกันไป

ผลงาน[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Laprade, Patric. "Family always on Cody Rhodes' mind". SLAM! Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 14 April 2014. "The hot angle lead to what can be argued as the comeback of 2013, with Goldust teaming with his younger brother – The Brotherhood – for the very first time." 
  2. 2.0 2.1 "CM Punk, Daniel Bryan, The Rhodes Brothers & The Usos vs. The Shield & The Wyatt Family - 12-man Tag Team Match: Raw, Nov. 18, 2013 (5:30)". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 26 May 2014. 
  3. Caldwell, James (16 June 2014). "Caldwell's WWE Raw Results 6/16: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - Cena in main event, MITB title match set, Shield Explodes Week 3, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 22 June 2014. "Stardust with a front-flip bulldog out of the corner and it was good for the pin." 
  4. "Cody Rhodes bio". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 23 March 2014. 
  5. "Goldust bio". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 23 March 2014. 
  6. http://www.wwe.com/shows/raw/2014-08-25/the-usos-vs-gold-stardust-wwe-tag-team-championship-match-photos
  7. http://www.wwe.com/shows/raw/2013-10-14/wwe-raw-results-26155960/page-11
  8. Tylwalk, Nick. "Raw: Rhodes, Big Show get put in no-win situations". SLAM! Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 23 March 2014. 
  9. Mackinder, Matt. "Raw: Edge returns, while Triple H continues to abuse power". SLAM! Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 23 March 2014. 
  10. Caldwell, James (30 September 2013). "Caldwell's WWE Raw results 9/30 (Hour 2): McMahons and Rhodes Summit, World Champ in action". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 14 April 2014. 
  11. Asher, Matthew. "Battle may be over but WWE Battleground still leaves unresolved issues". SLAM! Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 23 March 2014. 
  12. Caldwell, James (6 October 2013). "Battleground PPV results 10/6 (Hour 2): Rhodes Bros. vs. The Shield in a big tag match". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 3 April 2014. "Cody then smashed Rollins with Cross Rhodes as the crowd exploded." 
  13. Tylwalk, Nick. "Raw: The Rhodes brothers get their big chance". SLAM! Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 24 March 2014. 
  14. McCance, Rodrigo (14 November 2013). "WWE - Still The Natural: Dustin Rhodes And The Continuing Enigma Of Goldust". Sports Times. สืบค้นเมื่อ 14 April 2014. 
  15. Waldman, Jon. "Hell in a Cell: The usual suspects end up on top". SLAM! Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 14 April 2014. 
  16. Howell, Nolan. "TLC: Randy Orton crowned new WWE World Heavyweight Champion". SLAM! Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 14 April 2014. 
  17. Caldwell, James (26 January 2014). "WWE Royal Rumble PPV results 1/26 (Pre-Show): New Tag Champs, Flair & HBK on All-Star Panel". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 14 April 2014. 
  18. Asher, Matthew. "Raw: Is there a new "Face" of the WWE?". SLAM! Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 14 April 2014. 
  19. Asher, Matthew. "WWE Payback: The Shield Evolved, Cena stood tall and Brie dropped a bombshell". SLAM! Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2 June 2014. "His message is short, but definitely not sweet as he says "Brother to brother, you need a better tag team partner than me." Cody walks off as the crowd chants "No!" to the request." 
  20. Caldwell, James (2 June 2014). "Caldwell's WWE Raw Results 6/2: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - PPV fall-out, huge angle at the end of Raw, post-Raw coverage, MITB hype, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 22 June 2014. 
  21. Caldwell, James (9 June 2014). "Caldwell's WWE Raw Results 6/9: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - Daniel Bryan's WWE Title status, Cena joins Shield for main event, Bray Wyatt returns, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 22 June 2014. 
  22. Tylwalk, Nick. "Raw: Money in the Bank title match gets its last two participants". SLAM! Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 22 June 2014. 
  23. http://www.wwe.com/shows/raw/2014-08-18/the-usos-goldust-stardust-photos
  24. "Caldwell's WWE NoC PPV Report 9/21: Complete "virtual-time" coverage of of live PPV - Lesnar vs. Cena". Pro Wrestling Torch. September 21, 2014. สืบค้นเมื่อ September 21, 2014. 
  25. http://www.wwe.com/shows/survivorseries/2014/wwe-tag-team-championship-fatal-4-way-match-26826179
  26. "History of the WWE Tag Team Championship". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 8 April 2014. 
  27. "2013 Slammy Award winners". World Wrestling Entertainment. 8 December 2013. p. 6. สืบค้นเมื่อ 3 April 2014. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]