ข้ามไปเนื้อหา

โคชิโร ทานากะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โคชิโร ทานากะ
ชื่อพื้นเมือง
田中光四郎
ชื่อเล่นซามูไรอัฟกัน
เกิดค.ศ. 1940 (อายุ 85–86 ปี)
ทางาวะ จังหวัดฟูกูโอกะ จักรวรรดิญี่ปุ่น
รับใช้ มุญาฮิดีนอัฟกานิสถาน
แผนก/สังกัด จะมิอะเตอิสลามี
การยุทธ์สงครามโซเวียต–อัฟกานิสถาน
คู่สมรสทากิโกะ ทานากะ

โคชิโร ทานากะ (田中光四郎, Kōshirō Tanaka; เกิด ค.ศ. 1940) เป็นนักศิลปะป้องกันตัวชาวญี่ปุ่น และทหารผ่านศึกสงครามโซเวียต–อัฟกานิสถาน ทานากะลาออกจากอาชีพประจำสำนักงานเพื่อเผชิญกับความกลัวต่อความตาย เขาเดินทางไปยังเปศวาร์ แล้วไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยอัฟกานิสถาน และหลังเข้าร่วมจะมิอะเตอิสลามี จึงเข้าร่วมต่อสู้ต่อกองทัพโซเวียตและรัฐบาลอัฟกานิสถาน[1][2]

ชีวิตช่วงต้น

[แก้]

โคชิโร ทานากะเกิดเมื่อ ค.ศ. 1940 ในเมืองทางาวะ จังหวัดฟูกูโอกะ[3] เขาเรียนคาราเต้มาตั้งแต่เด็ก รวมถึงยังเรียนยูโดและเค็นโด เขาจบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยคานางาวะ[3]

อัฟกานิสถาน

[แก้]

ในปี 1985 ขณะนั่งอนู่ในสำนักงานที่เขาทำงานในเขตชินจูกุ โตเกียว เข้าเริ่มเตรียมการณ์การเดินทางไปอัฟกานิสถาน โดยจะสนับสนุนตนเองด้วยเงินของตนเอง เชาเดินทางไปยังเปศวาร์ ซึ่งในเวลานั้นเป็นเมืองหลวงของแคว้นนอร์ตเวสต์ฟรอนต์เทียร์ในประเทศปากีสถาน พร้อมด้วยเงินหนึ่งแสนดอลล่าร์สหรัฐที่ตั้งใจจะไปแจกจ่ายแก่พวกมุจาฮิดีน เปศวาร์ในเวลานั้นเป็นศูนย์กลางของขบวนการต้านทานของอัฟกานิสถานและมีกองกำลังกองโจรเจ็ดหน่วยของอัฟกันที่ประจำการในเมือง รวมถึงมีผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันอยู่อีกสรมล้านคน ทานากะเข้าร่วมกับจะมิอะเตอิสลามี กลุ่มมุจาฮิดีนอันดับสองในเวลานั้น นำโดยบูร์ฮานุดดีน รับบานี เมื่อเขากกลังเตรียมตัวออกเดินทางไปยังอัฟกานิสถาน ภรรยาของเขา ทาคิโก ยืนเคียงข้าง สนับสนุนการตัดสินใจของทานากะ กระนั้นก็ยังอยากให้เขาไม่ไปอัฟกานิสถาน ในภายหลังเธอยังยอมรับกับสื่อว่าเธอไม่เข้าใจว่าทำไมสามีของเธอถึงถูกดึงดูดด้วยมุจาฮิดีนขนาดนั้น[4]

ผลตอบรับจากญี่ปุ่น

[แก้]

รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงออกไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเขา[5] สถานทูตญี่ปุ่นประจำนครอิสลามาบาดในปากีสถานได้ออกคำเตือนแก่ทานากะถึงความไม่เหมาะสมที่เขาจะมีส่วนร่วมกับข้อขัดแย้งในอัฟกานิสถาน แต่ทานากะปฏิสเธที่จะสนใจคำเตือนนี้ ทานากะมองตนเองเป็นผู้สละชีพเพื่อญี่ปุ่น ผ่านการต่อสู้กับโซเวียตซึ่งมีข้อพิพาทหมู่เกาะคูริลกับญี่ปุ่น[4]

หลังอัฟกานิสถาน

[แก้]

ต่อมาเขาได้กบายมาเป็นผู้บริหารใหญ่ของสมาคมเสรีภาพอัฟกานิสถาน ญี่ปุ่น (Japan Freedom Afghanistan Association) และคณะกรรมาธิการของคณะกรรมการบรรเทาภัยผู้อพยพนานาชาติ (International Refugee Relief Committee) ในปี 2008 เขาเปิดตัวโรงเรียน "ฮิโกสกูล" (Hiko School)[4]แม่แบบ:Not in ref

ทานากะได้เขียนอัตชีวประวัติของตนเองจากเรื่องราวการต่อสู้โซเวียตและรัฐบาลอัฟกันที่สนับสนุนคอมมิวนิสต์ในหนังสือชื่อว่า ทหารโซเวียตในจุดเล็งปืน: การรบของข้าพเจ้าในอัฟกานิสถาน ("Soviet Soldiers in a Gun Sight, My Battle in Afghanistan")[5][6]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ Ortiz, Miguel (27 กุมภาพันธ์ 2022). "The Japanese office worker who fought the Soviets in Afghanistan". We are the Mighty. สืบค้นเมื่อ 12 มกราคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. ↑ Japan vs. The Islamic State. Vice News (YouTube). 6 มีนาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 12 มกราคม 2025.{{cite AV media}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. 1 2 https://hikoryu.jp/%E5%AE%97%E5%B8%AB%E7%B4%B9%E4%BB%8B/
  4. 1 2 3 "Modern samurai wields 'sword' in a foreign war". Christian Science Monitor. 14 สิงหาคม 1987.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. 1 2 Butts, David (19 กุมภาพันธ์ 1989). "Japanese freedom fighter : Japan turns back on freedom fighter". UPI.com. สืบค้นเมื่อ 12 มกราคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. ↑ Setyawan, Arif Budi (9 พฤศจิกายน 2021). "Koshiro Tanaka Master Beladiri Jepang dalam Perang Melawan Soviet di Afghanistan". Ruangobrol (ภาษาอินโดนีเซีย). สืบค้นเมื่อ 12 มกราคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)