ข้ามไปเนื้อหา

แอลีเรซอ แอรอฟี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แอลีเรซอ แอรอฟี
علی رضا اعرافی
แอรอฟีใน ค.ศ. 2020
สมาชิกคณะผู้นำชั่วคราวอิหร่าน
ดำรงตำแหน่ง
28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026  8 มีนาคม ค.ศ. 2026
(8 วัน)
ก่อนหน้าแอลี ฆอเมเนอี
(ในฐานะผู้นำสูงสุด)
ถัดไปโมจแทบอ ฆอเมเนอี
(ในฐานะผู้นำสูงสุด)
สมาชิกสภาอารักษ์
เริ่มดำรงตำแหน่ง
15 กรกฎาคม ค.ศ. 2019
แต่งตั้งโดยแอลี ฆอเมเนอี
ก่อนหน้าโมแฮมแมด โมเมน
สมาชิกสมัชชาปราชญ์ผู้นำ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
8 มีนาคม ค.ศ. 2022
เขตเลือกตั้งจังหวัดเตหะราน
คะแนนเสียง1,293,072
ประธานการศาสนา
เริ่มดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 2016
แต่งตั้งโดยแอลี ฆอเมเนอี
อิหม่ามละหมาดวันศุกร์แห่งเมืองโกม
เริ่มดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 2015
แต่งตั้งโดยแอลี ฆอเมเนอี
อธิการบดีแห่งมหาวิทยาลัยนานาชาติอัล-มุสตอฟา
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 2008  ค.ศ. 2018
ถัดไปแอลี แอบบอซี
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิดค.ศ. 1959 (อายุ 66–67 ปี)
เมย์โบด ประเทศอิหร่าน
ส่วนบุคคล
ศาสนาอิสลาม
นิกายชีอะฮ์สิบสองอิหม่าม
สำนักคิดญะอ์ฟะรี
ลัทธิอุศูลี

แอลีเรซอ แอรอฟี (เปอร์เซีย: علی رضا اعرافی, อักษรโรมัน: Alireza Arafi; เกิด ค.ศ. 1959) เป็นนักบวชและนักการเมืองชาวอิหร่าน ซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาอารักษ์ตั้งแต่ ค.ศ. 2019 และเป็นสมาชิกสมัชชาปราชญ์ผู้นำ ตั้งแต่ ค.ศ. 2022 เขาดำรงตําแหน่งสมาชิกคณะผู้นำชั่วคราวร่วมกับประธานาธิบดี แมสอูด เพเซชคียอน และประธานศาลสูงสุด โกลอมโฮเซย์น โมห์เซนี เอเฌยี (Gholam-Hossein Mohseni-Eje'i) หลังจากการลอบสังหารแอลี ฆอเมเนอี

แอรอฟีดำรงตำแหน่งหัวหน้าโรงเรียนสอนศาสนาแห่งอิหร่านตั้งแต่ ค.ศ. 2016 และเป็นอิหม่ามประจำละหมาดวันศุกร์ของเมืองโกม ตั้งแต่ ค.ศ. 2015 เขาเป็น อธิการบดีแห่งมหาวิทยาลัยนานาชาติอัล-มุสตอฟา ตั้งแต่ ค.ศ. 2008 ถึง 2018[1][2]

ปฐมวัยและการศึกษา

[แก้]

แอลีเรซอ แอรอฟี เกิดใน ค.ศ. 1959 ที่เมืองเมย์โบด จังหวัดแยซด์ ในครอบครัว ชาวเคิร์ดเลก กล่าวกันว่าบรรพบุรุษของเขาเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามจากศาสนาโซโรอัสเตอร์ในศตวรรษที่ 19[3] กล่าวกันว่าบิดาของเขา อายะตุลลอฮ์ โมฮัมมัด อิบรอฮีม อัล-แอรอฟี เป็นเพื่อนสนิทของรูฮุลลอฮ์ โคมัยนี อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนกล่าวว่านั่นอาจเป็นการกล่าวเกินจริง[3]

แอรอฟีสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาในเมืองโกม ต่อมาเขายังได้เข้าเรียนหลักสูตรศาสนศาสตร์ ศึกษาภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ รวมถึงคณิตศาสตร์และปรัชญา[4]

อาจารย์ผู้สอน

[แก้]

อาจารย์ของเขามีดังนี้: [3]

  • แอลี แมชกีนี
  • มูฮัมมัด บอกีร์ อัล-ซาดร์
  • คาซิม อัลฮุไซนี อัลฮาอิรี
  • โมร์เตซอ ฮอเอรี ยาซดี
  • โมแฮมแมด ฟอเซล แลงแกรอนี
  • โฮเซย์น แวฮีด โฆรอซอนี
  • แจวอด แทบรีซี
  • แอบโดลลอฮ์ แจวอดี-แอโมลี
  • โมร์เทซา โมทาฮ์ฮารี
  • โมแฮมแมด-แทกี เมสบอฮ์-แยซดี

ในฐานะนักบวชและนักการเมือง

[แก้]

ก่อนการปฏิวัติอิสลาม แอรอฟีเป็นนักเทศน์และนักเขียน ชื่อเสียงของเขาโด่งดังขึ้นหลังจากแอลี ฆอเมเนอี ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดใน ค.ศ. 1989 ในช่วงหลายปีต่อมา แอรอฟีได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการหลายตำแหน่ง ใน ค.ศ. 1992 เมื่ออายุ 33 ปี เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำละหมาดวันศุกร์ของเมืองเมย์โบด อันเป็นบ้านเกิดของเขา ซึ่งถือเป็นการขึ้นสู่ตำแหน่งที่รวดเร็ว ต่อมาเขายังได้รับบทบาทเพิ่มเติมในสถาบันทางศาสนาและการเมืองของอิหร่าน ใน ค.ศ. 2015 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำละหมาดวันศุกร์ของเมืองโกม[5]

แม้ว่าแอรอฟีจะไม่ได้เข้าร่วมการทดสอบข้อเขียนโดยสภาอารักษ์เพื่อเข้าร่วมในสมัชชาปราชญ์ผู้นำ แต่เขาก็ได้รับการรับรองให้เข้าร่วมสมัชชาในการเลือกตั้ง ค.ศ. 2015 โดยใช้อำนาจแห่งมาตรา 3 ของกฎหมายควบคุมการเลือกตั้งสมัชชาปราชญ์ผู้นำในอิหร่าน ซึ่งอนุญาตให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านอนุมัติโดยดุลพินิจซึ่งอยู่เหนือข้อกำหนดของสภาอารักษ์[6][7]

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2016 ฆอเมเนอีแต่งตั้งแอรอฟีซึ่งขณะนั้นอายุ 57 ปี ให้เป็นหัวหน้าโรงเรียนสอนศาสนาทั่วประเทศแห่งอิหร่าน 3 ปีต่อมา ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2019 ฆอเมเนอีได้แต่งตั้งเขาให้ดำรงตำแหน่งในสภาอารักษ์ที่มีสมาชิก 12 คน ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ตรวจสอบกฎหมายและกำกับดูแลการเลือกตั้ง รวมถึงการอนุมัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง[5]

หลังจากการลอบสังหารผู้นำสูงสุด อาลี ฆอเมเนอี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 ระหว่างการโจมตีอิหร่านโดยอิสราเอล-สหรัฐ พ.ศ. 2569 แอรอฟีได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นหนึ่งในสภาผู้นำชั่วคราว 3 คน ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้นำสูงสุดของประเทศจนกว่าจะมีการเลือกตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่[8]

บันทึกและความรับผิดชอบ

[แก้]
  • ประธานศูนย์วิทยาศาสตร์อิสลามนานาชาติ และสมาชิกคณะกรรมการบริหาร
  • ประธานสถาบันวิจัยมหาวิทยาลัย
  • แผนกการศึกษา สถาบันอิหม่ามโคมัยนี
  • สภาวิจัยของวิทยาลัยศาสนศาสตร์โกม
  • วันศุกร์ที่เมืองเมย์โบด
  • สมาชิกสภาสูงสุดแห่งการปฏิวัติวัฒนธรรม
  • อธิการบดีศาสนศาสตร์แห่งอิหร่าน
  • อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติอัลมุสตอฟา

มหาวิทยาลัยนานาชาติอัลมุสตอฟา

[แก้]

ตั้งแต่ ค.ศ. 2009 ถึง 2018 แอรอฟีดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติอัล-มุสตอฟา ซึ่งเป็นศูนย์การศึกษาทางศาสนาเพื่อ "เผยแพร่อุดมการณ์ของสาธารณรัฐอิสลาม" และ "เผยแพร่ศาสนาอิสลามชีอะห์" แอรอฟีอ้างว่าในระยะเวลา 8 ปี สถาบันแห่งนี้ได้แปลงศาสนาให้ 50 ล้านคนเป็นชีอะห์ ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า "ไม่น่าเชื่อและเป็นไปไม่ได้"[9] ใน ค.ศ. 2020 แอรอฟีกล่าวว่ามีนักศึกษาศาสนศาสตร์ที่ไม่ใช่ชาวอิหร่านประมาณ 40,000 คนกำลังศึกษาอยู่ในอิหร่าน และมีนักศึกษาอีก 80,000 คนสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนานาชาติอัล-มุสตอฟาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา[5]

สภาผู้นำชั่วคราว

[แก้]

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 2026 แอรอฟีได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้นำชั่วคราวซึ่งจะรับหน้าที่ความรับผิดชอบของฆอเมเนอี รวมถึงตำแหน่งของเขาในสมัชชาปราชญ์ผู้นำ ซึ่งจะแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากฆอเมเนอี[10] และการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งดังกล่าว[11] ตามรายงานของอิหร่านไวร์ แอรอฟีเป็น "นักบวชหัวรุนแรงที่มีชื่อเสียง" และได้รับการพิจารณาอย่างกว้างขวางว่าเป็น "ผู้ภักดีอย่างแน่วแน่ต่อแก่นอุดมการณ์ของสาธารณรัฐอิสลาม" [12]

การต่อต้านศาสนาคริสต์ในอิหร่าน

[แก้]

เนื่องจากศาสนาคริสต์ได้รับความนิยมมากขึ้นในอิหร่านในช่วงไม่นานนี้ อายะตุลลอฮ์ แอรอฟีจึงประณามถึงจำนวนโบสถ์ "ส่วนตัว/ตามบ้าน" ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั่วอิหร่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขายังประณามแนวโน้มของสังคมอิหร่านที่มีต่อศาสนาคริสต์นิกายอีแวนเจลิคัลอย่างรุนแรงอีกด้วย

อุดมการณ์

[แก้]
ประวัติของ แอลีเรซอ แอรอฟี โดยสถานีโทรทัศน์ เทเลเซอร์ ของเวเนซุเอลา (มีนาคม 2026)

แอรอฟีนำเสนอศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะนิกายชีอะห์ ว่ามีกรอบทางปัญญาและอารยธรรมที่ครอบคลุม ซึ่งสามารถตอบสนองต่อความคิดทางปรัชญา วัฒนธรรม และการเมืองสมัยใหม่ของตะวันตกได้ ในสุนทรพจน์ของเขา มีรายงานว่าเขาเน้นย้ำสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นข้อบกพร่องทางศีลธรรมและจิตวิญญาณของความทันสมัยแบบตะวันตก รวมถึง โลกิยนิยม เสรีนิยม และวัตถุนิยม เขาโต้แย้งว่าการศึกษาทางวิชาการของอิสลามนำเสนอญาณวิทยาและแบบจำลองทางสังคมทางเลือกที่ตั้งอยู่บนการเปิดเผยและอำนาจทางศาสนา เขายังวิพากษ์วิจารณ์ศาสนาอื่น ๆ โดยเฉพาะศาสนาคริสต์ด้วย[9]

ผลงานตีพิมพ์

[แก้]

อาราฟีได้รับตำแหน่งอิจญ์ติฮาด เนื่องจากความเชี่ยวชาญในนิติศาสตร์อิสลามและ ปรัชญาอิสลาม และได้ตีพิมพ์หนังสือและบทความมากกว่า 20 เล่มในหัวข้อดังกล่าว[5]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Biography of Alireza Arafi.
  2. Reals, Tucker (2026-03-01). "Iran names three men for interim Leadership Council to pick next supreme leader". CBS News (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2026-03-01.
  3. 1 2 3 Vatanka, Alex (6 July 2020). "The Islamic Republic's next generation of leaders: A profile of Alireza Arafi - Middle East Institute". Middle East Institute (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-01-10. สืบค้นเมื่อ 2026-03-01. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "Vatanka-2020a" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  4. Information Base of Mr Arafi.
  5. 1 2 3 4 Vatanka, Alex (6 July 2020). "The Islamic Republic's next generation of leaders: A profile of Alireza Arafi - Middle East Institute". Middle East Institute (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-01-10. สืบค้นเมื่อ 2026-03-01. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "Vatanka-2020b" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  6. Ayatollah Al-Araf was director of the Qom Seminary. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-10-05. สืบค้นเมื่อ 2016-11-21.
  7. shora-gc. The Assembly of Experts election law.
  8. "Why has the US attacked Iran? What we know about the attack and Tehran response". www.bbc.com (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2026-03-01. สืบค้นเมื่อ 2026-03-01.
  9. 1 2 گنجی, اکبر (August 2, 2017). "معجزه «شیعه کردن ۵۰ میلیون نفر» و «به شهادت رساندن» تعداد کثیری از آنان در سوریه و عراق". Radio Farda. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "گنجی-2017" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  10. "Who are the three men on Iran's interim leadership council?". The Globe and Mail (ภาษาอังกฤษแบบแคนาดา). 2026-03-01. สืบค้นเมื่อ 2026-03-02.
  11. Jeyaretnam, Miranda; Guzman, Chad de (2026-03-02). "After Khamenei, Who Could Lead Iran Next?". TIME (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-03-02.
  12. "Alireza A'rafi Appointed to Temporary Leadership Council". Iran Wire (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-03-02.