ข้ามไปเนื้อหา

แอร์อิสท์วีเดอร์ดา (ภาพยนตร์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แอร์อิสท์วีเดอร์ดา
กำกับดาฟิท วเนินท์ [de] (David Wnendt)
บทภาพยนตร์
  • โยฮันเนส โบส (Johannes Boss)
  • มินนา ฟิชการ์ทเทิล (Minna Fischgartl)
  • ดาฟิท วเนินท์ (David Wnendt)
สร้างจากแอร์อิสท์วีเดอร์ดา
โดย ทีมูร์ แฟร์เมิส
อำนวยการสร้าง
  • ลาร์ส ดิทริช (Lars Dittrich)
  • คริสตอเฟอร์ มึลเลอร์ (Christopher Müller)
นักแสดงนำ
กำกับภาพฮันโน เลินทซ์ (Hanno Lentz)
ตัดต่อฮันส์ ฟุงค์ (Hans Funck)
ดนตรีประกอบเอนิส รอทฮอฟ (Enis Rotthoff)
บริษัทผู้สร้าง
ผู้จัดจำหน่ายคอนสตันติน ฟิล์ม [1]
วันฉาย
  • 8 ตุลาคม ค.ศ. 2015 (2015-10-08) (Germany)
ความยาว116 นาที
ประเทศเยอรมนี
ภาษาเยอรมัน
ทุนสร้าง€2,956,960[2]
(US$3.3 million)
ทำเงิน$25.5 ล้าน[3]

แอร์อิสท์วีเดอร์ดา (เยอรมัน: Er ist wieder da, ออกเสียง: [ˈeːɐ̯ ʔɪst ˈviːdɐ daː]; แปลว่า"เขากลับมาอีกครั้ง") หรือชื่อภาษาอังกฤษ ดูสิ ว่าใครกลับมา (อังกฤษ: Look Who's Back) เป็นภาพยนตร์เสียดสีตลกร้ายสัญชาติเยอรมันจากปี 2015 ผลงานกำกับโดย ดาฟิท วเนินท์ [de] มีต้นแบบมาจากนิยายปี 2012 ชื่อเดียวกัน โดยทีมูร์ แฟร์เมิส[4] โดยมีเนื้อหาเสียดสีทางการเมือง บอกเล่าเรื่องราวของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ตื่นขึ้นมาในโลกสมัยใหม่ และความพยายามในการปรับตัวกลับเข้าสู่การเมืองและสังคมเยอรมัน ช่วงท้ายของภาพยนตร์มีส่วนที่ถ่ายทำโดยไม่มีสคริปต์ โดยแสดงโอลิเฟอร์ มาซุชชี ในบทบาทเป็นอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ มีปฏิสัมพันธ์กับชาวเยอรมันธรรมดาบนท้องถนน[5]

ภาพยนร์เรื่องนี้ติดรายการหนึ่งในแปดภาพยนตร์ที่จะส่งยื่นเป็นตัวแทนประเทศเยอรมนีสำหรับภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมในรางวัลออสการ์ครั้งที่ 89 แต่ไม่ได้ถูกคัดเลือก[6]

การถ่ายทำ

[แก้]
ระหว่างการถ่ายทำในเบอร์ลินเมื่อปี 2014

ชั่วโมงการถ่ายทำทั้งหมดที่ยอดรายงานอยู่ที่รวม 300 ชั่วโมง ทั้งหมดนี้ตัดต่อจนเหลือเป็นฉบับสุดท้ายของภาพยนตร์ซึ่งยาวไม่ถึงสามชั่วโมง[7]

มาซุชชี ซึ่งแสดงเป็นฮิตเลอร์ (ณ เวลานั้น อายุ 46 ปี) ระบุในบทสัมภาษณ์กับเดอะการ์เดียนในปี 2015 ว่า แรกเริ่มเขาคิดว่าตนเองจะไม่เหมาะกับบทบาทแสดงเป็นฮิตเลอร์ ด้วยว่า “อันดับแรก ผมสูง 1 เมตร 88 เซนติเมตร (สูงกว่าฮิตเลอร์ 10 เซนติเมตร)” และ “ลักษณะสีหน้าของผมต่าง[กับฮิตเลอร์]โดยสิ้นเชิง” ในกระบวนการคัดเลือกนักแสดงมารับบทฮิตเลอร์นั้น เขาระบุว่าทางทีมงานให้ “ด้นสดโทรหาโรงอุปรากรเยอรมัน เบอร์ลิน โดยให้ทำตัวเป็นฮิตเอลร์ ถามเกี่ยวกับตั๋วไปโรงอุปรากรวากเนอร์ และให้พูดบทสุนทรพจน์ [ของฮิตเลอร์] บทหนึ่ง”[7] หลังทราบว่าได้บท นอกจากการฝึกซ้อมและศึกษาวิธีการพูดจาของฮิตเลอร์แล้ว เขายัง “เพิ่มน้ำหนักตัวอีก 26 กิโลกรัม ส่วนช่างแต่งหน้าใส่จมูก ท่อน้ำตา รอยย่น และริมฝีปากบนปลอม ใช้เวลากว่าสองชั่วโมงในการแต่ง” รวมถึงว่าขณะออกไปถ่ายทำในสาธารณะจำเป็นต้องมีองครักษ์ประจำตัวเผื่อถูกโจมตี[7]

ผลตอบรับ

[แก้]

เยิร์ค อัลเบร็ทชท์ (Jörg Albrecht) เขียนให้กับด็อยช์ลันท์ฟุงค์ ว่า ในฐานะสื่อเสียดสี ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความ Schtonk! ของตัวเอง แต่เสียงหัวเราะจะหายไปทันทีเมื่อคุณระลึกได้ว่าในภาพยนตร์นี้ได้แสดงให้เห็นว่า "วัฒนธรรมเยอรมันซึ่งต้อนรับผู้คน ได้ให้การต้อนรับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ด้วยเช่นกัน"[8]

บนฟรังค์ฟวร์เทอร์รุนท์เชาฉบับออนไลน์ ดานิเอล โคเทินชุลเทอ (Daniel Kothenschulte) เขียนว่า "ตอนแรกมันก็ไม่ได้ตลกขนาดนั้น และจากนั้นมันก็ไม่ได้เจ็บปวดขนาดนั้น" และวิจารณ์ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้แลกโอกาสในการกลายเป็นสารคดีชิ้นเยี่ยม กับการกลายเป็นแค่สื่อเสียดาีที่ไร้รสชาติ[9]

องค์การประเมินภาพยนตร์และสื่อเยอรมัน (FBW) ให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีระดับเป็น "มีคุณค่าเป็นพิเศษ"[10]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 "Er ist wieder da". filmportal.de (ภาษาเยอรมัน). สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. "Look Who's Back (2015) – Box office & Business". Internet Movie Database. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 เมษายน 2016. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 27, 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. "Er ist wieder da (Look Who's Back)". Box Office Mojo. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 ธันวาคม 2018. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 27, 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. Lee, Benjamin (27 ตุลาคม 2015). "Hitler comedy Look Who's Back becomes Germany's No 1 movie". The Guardian. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2015. สืบค้นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2015.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. Roxborough, Scott (3 สิงหาคม 2016). "'Toni Erdmann,' 'Fritz Bauer' Among German Oscar Hopefuls". The Hollywood Reporter. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 21 กันยายน 2023. สืบค้นเมื่อ 4 สิงหาคม 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. 1 2 3 Connolly, Kate (6 ตุลาคม 2015). "David Wnendt on filming Look Who's Back: 'Our idea was to see how people react to Hitler'". The Guardian. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 18 พฤศจิกายน 2015. สืบค้นเมื่อ 6 ตุลาคม 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. "Neue Filme - Der Führer ist zurück". Deutschlandfunk. 7 ตุลาคม 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. "Lachen über Hitler? Nur wenn's lustig ist". www.fr.de. 14 มกราคม 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. "Film » Er ist wieder da | Deutsche Filmbewertung und Medienbewertung FBW".