แอร์วีน ร็อมเมิล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก แอร์วิน รอมเมิล)
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แอร์วีน ร็อมเมิล
15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1891 – 14 ตุลาคม ค.ศ. 1944 (53ปี)[1]
Bundesarchiv Bild 146-1973-012-43, Erwin Rommel.jpg
จอมพลแอร์วีน ร็อมเมิล ใน ค.ศ. 1942 (51 ปี)
ฉายา/ราชทินนาม "จิ้งจอกทะเลทราย"
เกิดที่ ไฮเดินไฮม์ ราชอาณาจักรเวือร์ทเทิมแบร์ค จักรวรรดิเยอรมัน
เหล่าทัพ Balkenkreuz.svg กองทัพบก
ปีปฏิบัติงาน ค.ศ. 1911–1944
ยศสูงสุด จอมพล
รับใช้ จักรวรรดิเยอรมัน จักรวรรดิเยอรมัน (ถึง 1918)

เยอรมนี สาธารณรัฐไวมาร์ (ถึง 1933)
 ไรช์เยอรมัน (จนสิ้นชีวิต)

บัญชาการ กองพลพันท์เซอร์ที่ 7
กองทัพน้อยแอฟริกา
กองทัพพันท์เซอร์แอฟริกา
กองทัพกลุ่มแอฟริกา
กองทัพกลุ่มเบ
การยุทธ สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

สงครามโลกครั้งที่สอง

บำเหน็จ เหรียญพัวร์เลอเมรีท
กางเขนเหล็กกางเขนอัศวินประดับด้วยใบโอ๊กและดาบประดับเพชร
กางเขนกล้าหาญ (ออสเตรีย-ฮังการี)

แอร์วีน โยฮันเนิส อ็อยเกน ร็อมเมิล (เยอรมัน: Erwin Johannes Eugen Rommel) สมญา จิ้งจอกทะเลทราย เป็นจอมพลที่โด่งดังที่สุดของกองทัพนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่สอง ได้รับความนับถือจากทั้งทหารฝ่ายเดียวกันและข้าศึก

ร็อมเมิลเป็นนายทหารที่ได้รับการเชิดชูเกียรติขั้นสูงในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยได้รับเหรียญกล้าหาญพัวร์เลอเมรีท สำหรับการปฏิบัติหน้าที่อันกล้าหาญในแนวรบอิตาลี ในสงครามโลกครั้งที่สอง เขามีชื่อเสียงโด่งดังจากการบังคับบัญชากองพลพันท์เซอร์ที่ 7 สมญา "กองพลผี" ระหว่างการบุกครองฝรั่งเศสใน ค.ศ. 1940 หากตำนาน "จิ้งจอกทะเลทราย" (Wüstenfuchs) ได้มาจากการบังคับบัญชากองกำลังผสมเยอรมนี-อิตาลีในการทัพแอฟริกาเหนือ เขาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้บัญชาการสงครามทะเลทรายผู้สามารถมากที่สุดคนหนึ่งในสงคราม ภายหลังเขาบังคับบัญชากองทัพเยอรมันในการบุกครองนอร์ม็องดีของฝ่ายสัมพันธมิตร

ร็อมเมิลได้รับการนับถือว่าเป็นผู้บัญชาการที่มีมนุษยธรรมสูงและนายทหารมืออาชีพ กองทัพน้อยแอฟริกาในการบังคับบัญชาของเขาไม่เคยถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมสงครามเลย ทหารที่ตกเป็นเชลยระหว่างการทัพแอฟริกาของเขามีรายงานว่าถูกปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรมด้วยการแบ่งส่วนอาหารเท่ากันทหารนาซีเยอรมันและมีพลทหารนาซีเยอรมันที่ประจำการที่แอฟริกาเล่าว่า ขณะที่รถของร็อมเมิลติดทราย ร็อมเมิลยังมาช่วยทหาร ยิ่งไปกว่านั้น ร็อมเมิลยังปฏิเสธคำสั่งฆ่าคอมมานโด ทหาร และพลเรือนชาวยิวในทุกเขตสงครามในบังคับบัญชาของเขาด้วยและเขาคิดจะให้ชาวบ้านช่วยเขาจะมีค่าจ้างให้[2]

ช่วงปลายสงคราม ร็อมเมิลถูกเชื่อมโยงกับแผนลับลอบสังหารฮิตเลอร์ เนื่องจากร็อมเมิลมีสถานะเป็นวีรบุรุษแห่งชาติ ฮิตเลอร์จึงต้องการกำจัดเขาอย่างเงียบ ๆ แทนที่จะประหารชีวิตอย่างผู้ร่วมแผนการหลายคน ร็อมเมิลเลือกฆ่าตัวตายโดยใช้ไซยาไนด์เพื่อรักษาชื่อเสียงของเขาจากการไต่สวนและเพื่อแลกกับการที่ครอบครัวจะไม่โดนลงโทษ ฮิตเลอร์จัดงานศพอย่างสมเกียรติ โดยมีการประกาศข่าวว่าร็อมเมิลถูกเครื่องบินสัมพันธมิตรที่นอร์ม็องดียิงบาดเจ็บจนเสียชีวิต ด้วยวัย 53 ปี

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.history.com/topics/erwin-rommel-erwin
  2. AT ROMMEL'S SIDE: The Lost Letters of Hans-Joachim Schraepler Publisher: Frontline Books (September 2009) Language: English ISBN 1-84832-538-X ISBN 978-1-84832-538-8